Share

บทที่ 2.3

last update Tanggal publikasi: 2026-03-10 11:11:31

ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเอง

เพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่

“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”

“หากไม่รู้จักตอนนั้นเหตุใดจึงรีบหลบหน้า” เซี่ยซีเฟิงถามขึ้นทันทีที่นางพูดจบประโยค

ได้ผลเพราะคำพูดประโยคนั้นของเขาทำให้คิ้วเรียวชะงักทันที

“ไม่รู้สิ อาจเพราะมีบางอย่างบอกข้าว่าต้องหนีกระมัง” นางเองก็หาเข้าใจไม่

“ท่าน...มองเห็นพวกเขาใช่หรือไม่ วิญญาณเหล่านั้น เหล่าภูตที่อยู่ข้างกายข้า”

“ไม่ใช่เพียงแค่เขา เมื่อครู่ข้าเองก็มองเห็น แม่นางเจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นชางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงนุ่ม

เห็นสีหน้าของหญิงสาว บวกกับท่าทีกระตือรือร้นอยากได้คำตอบ ซึ่งแตกต่างจากในคราแรกที่หวาดหวั่นของนาง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการกระทำของเซี่ยซีเฟิงหาใช่เรื่องเหลวไหลไม่

“ท่านทำอะไรพวกเขา” นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าภูตผี วิญญาณ หรือปีศาจ หากข้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนหวาดกลัวและหายไปจนสิ้น”

เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ เขาหมุนตัวไปที่โต๊ะรินน้ำชาเย็นชืดก่อนยกขึ้นดื่มรวดเดียว

หลี่เหยาหนิงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา แม้นางมีท่าทีระมัดระวังแต่กลับไม่ได้หวาดกลัวเช่นเมื่อครู่ ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหนีไปแม้ว่าตอนนี้นางจะอยู่กับบุรุษแปลกหน้าถึงสองคนก็ตาม

“แสดงว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไร”

“ใช่” เซี่ยซีเฟิงตอบไปตามตรง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เขาพบว่าเหล่าภูตและวิญญาณเร่ร่อนเห็นเขา เป็นต้องรีบหนีไปทันทีโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยถาม มีหลายครั้งปีศาจขี้สงสัยเคยจู่โจมเขา และทุกครั้งเขาจะรู้ตัวก่อนเสมอและมักจะจัดการได้ในทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่สามารถนึกวิธีรับมือได้มาก่อนเลยก็ตาม

“แม่นาง” เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเครียด “นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าออกปากไล่แล้วยังมีวิญญาณและเหล่าภูตกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้าเป็นครั้งที่สอง เจ้าเป็นใคร”

“ท่านบอกว่าข้ามีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ ท่านรู้ได้อย่างไร”

เขาไม่ตอบแต่กลับจ้องนางเขม็งแล้วถามขึ้นมาอีกหนึ่งคำถาม “ตัวเจ้ามักรายล้อมไปด้วยภูต วิญญาณเร่ร่อน บางครั้งยังมีปีศาจ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่ทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่”

นางพยักหน้า

“นั่นเพราะพวกเขาสูดกลิ่นอายของเจ้าเป็นอาหาร และการทำเช่นนั้นก็ทำให้พวกเขาได้รับกลิ่นอายแห่งความดีงามของทวยเทพที่อยู่รอบกายเจ้า นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้”

หญิงสาวมองออกว่าเขาไม่ได้โกหก เพราะดวงตาของเขาเองก็กังขาในตัวนางเช่นกัน “แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้านั่นเรียกว่ากลิ่นอายแห่งทวยเทพ”

“เพราะเจ้ามีกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับข้าโดยสิ้นเชิง”

ครานี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็เลิกคิ้วมองเขาเป็นเชิงถาม ไม่รอให้ทั้งสองคนเอ่ยถาม เซี่ยซีเฟิงก็กล่าวต่อในทันที

“กลิ่นอายแห่งทวยเทพเป็นกลิ่นอายแห่งชีวิต แต่รอบตัวข้าคือกลิ่นอายแห่งความตาย”

หลี่เหยาหนิงมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง นางกะพริบตามองเขาราวกำลังพิจารณาในสิ่งที่เขาพูดว่าคือเรื่องจริงหรือลวง ทุกครั้งที่นางเข้าใกล้ภูตและเหล่าวิญญาณ นางเองก็แยกแยะออกในทันที แต่กับชายหนุ่มตรงหน้านางกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ที่สำคัญนางไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เขาอ้างถึง

สายตาของหญิงสาวมองเลยไปยังร่างสูงของอวิ๋นชาง ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ท่านเล่า”

“ข้า” อวิ๋นชางเลิกคิ้วมองนาง “ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ข้าเป็นสหายของเขา”

แม้จะประหลาดใจแต่หลี่เหยาหนิงกลับทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว “ท่านอยู่บนโลกมนุษย์มานานเท่าใดแล้ว”

               เซี่ยซีเฟิงส่ายหน้า “เท่าที่ข้าจำได้คือเรื่องราวก่อนสิบห้าปีมานี้ ข้าล้วนลืมเลือนจนสิ้น บางเรื่องรู้แต่ก็เป็นเวลาจวนตัวแล้ว บางเรื่องไม่รู้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคย คงนับได้ว่าข้าอยู่มาสิบห้าปีกระมัง”

               หลี่เหยาหนิงครุ่นคิดเล็กน้อย คำพูดของสองยมทูตในวันนั้นทำให้นางจ้องเซี่ยซีเฟิงเขม็ง ‘ท่านจะได้คำตอบเมื่อคนผู้นั้นมาถึง’

“ว่ากันว่าทั่วทั้งหกภพภูมิมีสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตมากมาย”

เซี่ยซีเฟิงสบตากับหญิงสาวนิ่ง เขารู้ว่านางกำลังพยายามหาคำตอบว่าสิ่งที่เขาพูดนั้น เป็นความจริงหรือว่าเขาเพียงกุเรื่องขึ้นมา กระนั้นหากจะบอกว่าเขาพูดเรื่องจริง ตัวเขาเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเขารู้ได้อย่างไร

หากจะบอกว่าโกหกเช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขารู้สึกนี้เล่า…

“ท่านไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ภูต ไม่เหมือนวิญญาณ ทั้งยังไม่ใช่ปีศาจ” คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อย “ข้าไม่เคยพานพบทวยเทพ อย่างน้อยก็เท่าที่จำได้”

เซี่ยซีเฟิงหรี่ดวงตาลง “แล้วอย่างไร”

“แดนอสูร” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงประกายความลังเล

“แดนอสูรหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว

“เผ่าพันธุ์อสูรถูกปิดตายจากภพภูมิทั้งห้า นับแต่บรรพกาลว่ากันว่าไม่เคยมีใครเคยพบอสูรในอีกห้าภพภูมิ หลังจากเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์มังกรแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะเทพมังกรดำที่พ่ายแพ้ต่อสงครามถูกขังอยู่ในแดนอสูร”

เซี่ยซีเฟิงยิ้มบางๆ “คงไม่คิดว่าข้าคือเทพมังกรดำผู้นั้นกระมัง”

หลี่เหยาหนิงชะงัก “เทพมังกรดำถูกสะกดเอาไว้ ไม่อาจใช้พลัง” หญิงสาวยังคงมีท่าทีไม่ใคร่จะเข้าใจ “แต่มีความเป็นไปได้ว่าท่านคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์อสูร”

“แล้วปีศาจกับอสูรนี่ต่างกันอย่างไรเล่า”

“อสูรนับเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งกว่าปีศาจ แต่กลับโหดเหี้ยมกว่ามาก เหล่าปีศาจไม่มีวิญญาณเพราะนับเป็นเดรัจฉาน แต่อสูรกลับมีวิญญาณแม้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย” เอ่ยจบนางก็สบตากับเซี่ยซีเฟิงนิ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.4 จบ

    หลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.3

    “ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.2

    เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.1

    บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.3

    เซี่ยซีเฟิงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตไปบนเรือนผมแผ่วเบา ปลอบประโลมนางด้วยความอ่อนโยน “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าสมควรปกป้องเจ้าให้ดีกว่านี้”หลี่เหยาหนิงหัวใจอ่อนยวบ นางซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง พึ่งพิงหัวใจอันเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวกว่าพันปี ทิ้งความเข้มแข็งที่นางมั่นใจว่าตลอดหลายปีมานี้นางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเอาไว้ที่เขา“ข้าตั้งใจใช้พลังทั้งหมดส่งเจ้าและชางมายังโลกมนุษย์ เพราะรู้ว่าพวกเจ้าถูกหลอกใช้”“แต่คุณชายอวิ๋นชางเป็นมนุษย์”“นั่นเพราะเขาสละพลังชีวิตของตัวเองให้ข้า ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อเจ้า เขาใช้พลังทั้งหมดส่งข้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงยังคงเป็นจ้าวอสูรคนเดิมที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย”“ท่าน...ท่านตั้งใจส่งข้ามากับเขา แล้วท่านเล่า...ท่านบอกให้ข้ารอ ส่งข้ามายังโลกมนุษย์เพื่อรอ หากอวิ๋นชางไม่ได้ใช้พลังของเขา ท่าน...”“แม้จะใช้เวลานานอีกนิด แต่ข้าจะกลับมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรอข้า มั่นใจในตัวเจ้าเต็มที่ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเช่นนี้”นางถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในยามที่นางกับเขาพบหลิงเซียงเหยา เขาเองก็ปกป้องนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะยังจดจำสิ่งใดไม่ได้“หากรู้ว่าทำเช่นนี้แล้ว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.2

    “เมื่อก่อนเล่า”“เมื่อก่อนข้าแซ่หลิง นามเยี่ยเหยา”“เหยาเอ๋อร์สินะ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เหยาเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้า”“ข้ารอฟังอยู่ ข้าสัญญาว่าจะตอบท่านตามตรงไม่โกหกแม้แต่น้อย”“ข้าขอถามว่าเจ้าคนที่มีดวงตาที่ไม่อาจโกหก เจ้าคนที่ดวงตาสื่อถึงความอ่อนโยน เจ้าคนที่จิตใจมีแต่ความดีงาม เจ้าคนนี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าคนนี้หรือจะเคยทำร้ายข้า” พูดจบก็จุมพิตลงไปยังริมฝีปากอิ่ม เขาผละออกก่อนจะสบตากับนางที่ยังคงมีท่าทีไม่อยากเชื่อ“ข้าพูดจริง ข้า...”“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเจ้าจึงลงมือ”“นั่นเพราะ...” นางกะพริบตามองเขา พยายามเรียบเรียงเรื่องราว ก่อนจะเห็นแววตาคมฉายร่องรอยแห่งความขบขัน“เห็นหรือไม่ เจ้าบอกไม่ได้ หรือหากไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด เจ้าคงถูกหลอกใช้กระมัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับเบิกตามองหน้ามองเขา “ท่าน...”เซี่ยซีเฟิงหัวเราะเสียงเบา “ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย ตอนแรกยังลังเล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเจ้าคงถูกหลอกใช้จริงๆ”ได้ยินดังนั้นนางพลันเม้มปากแน่น ก่อนมองค้อนเขา“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทุกอย่างที่เจ้าคิด เจ้าเผลอแสดงออกมาทางแววตาทั้งหมด ยิ่งในยามที่เจ้าตื่นตระหนก เช่นเมื่อครู่ที่ข้าลองคาดเดา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.1

    อวิ๋นชางลอบชำเลืองมองหลี่เหยาหนิง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ท่านอย่าเข้าใจซีเฟิงผิด เขาไม่ใช่คนใจร้าย แม้ภายนอกของเขาอาจดูเย็นชา แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีปีศาจ”“ท่านหาต้องกังวลไม่ ข้าเข้าใจดี หาไม่เมื่อครู่ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าคงไม่อาจรอดพ้น”ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นชา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.5

    แต่ถึงแม้จะคิดเช่นนั้นภูตเหล่านั้นก็หาผิดไม่ พวกเขาเพียงเข้าใกล้เพื่ออาศัยกลิ่นอายของนางเท่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่พวกเขาจะทำร้ายนาง เช่นนี้นางจะขับไล่ไสส่งพวกเขาไปได้อย่างไรเห็นสีหน้าของหลี่เหยาหนิงเซี่ยซีเฟิงพลันขมวดคิ้ว “ตัดใจไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย“โง่งม คิดว่าพวกเขาจ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.4

    มองดูสายตาคมดุดันที่ลึกล้ำราวกับห้วงทะเลลึก หลี่เหยาหนิงพลันถูกตรึงเอาไว้กับที่ นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มได้ลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหานาง“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีเหลือเกิน แล้วเจ้าเล่า”“ข้าทำไม” นางเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดเอาไว้“เจ้าเป็นใคร”“นามของข้าตอนนี้คือหลี่เหยา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.2

    “เจ้าพูดแบบนี้ทีไรมีปีศาจโผล่มาทุกที ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดเรื่องที่เจ้าเจอแม่นางที่คิดว่ารู้จักดีกว่า ไม่แน่หากเป็นคนที่เจ้ารู้จักจริงๆ นางอาจตอบสิ่งที่เจ้าสงสัยมาตลอดว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน”“วันนั้นข้ามั่นใจว่านางหลบทันทีที่รู้ว่าข้าหันไปมอง”“จริงหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว “หรือว่านางจะรู้จักเจ้าจร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status