Compartir

บทที่ 2.3

last update Última actualización: 2026-03-10 11:11:31

ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเอง

เพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่

“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”

“หากไม่รู้จักตอนนั้นเหตุใดจึงรีบหลบหน้า” เซี่ยซีเฟิงถามขึ้นทันทีที่นางพูดจบประโยค

ได้ผลเพราะคำพูดประโยคนั้นของเขาทำให้คิ้วเรียวชะงักทันที

“ไม่รู้สิ อาจเพราะมีบางอย่างบอกข้าว่าต้องหนีกระมัง” นางเองก็หาเข้าใจไม่

“ท่าน...มองเห็นพวกเขาใช่หรือไม่ วิญญาณเหล่านั้น เหล่าภูตที่อยู่ข้างกายข้า”

“ไม่ใช่เพียงแค่เขา เมื่อครู่ข้าเองก็มองเห็น แม่นางเจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นชางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงนุ่ม

เห็นสีหน้าของหญิงสาว บวกกับท่าทีกระตือรือร้นอยากได้คำตอบ ซึ่งแตกต่างจากในคราแรกที่หวาดหวั่นของนาง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการกระทำของเซี่ยซีเฟิงหาใช่เรื่องเหลวไหลไม่

“ท่านทำอะไรพวกเขา” นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าภูตผี วิญญาณ หรือปีศาจ หากข้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนหวาดกลัวและหายไปจนสิ้น”

เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ เขาหมุนตัวไปที่โต๊ะรินน้ำชาเย็นชืดก่อนยกขึ้นดื่มรวดเดียว

หลี่เหยาหนิงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา แม้นางมีท่าทีระมัดระวังแต่กลับไม่ได้หวาดกลัวเช่นเมื่อครู่ ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหนีไปแม้ว่าตอนนี้นางจะอยู่กับบุรุษแปลกหน้าถึงสองคนก็ตาม

“แสดงว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไร”

“ใช่” เซี่ยซีเฟิงตอบไปตามตรง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เขาพบว่าเหล่าภูตและวิญญาณเร่ร่อนเห็นเขา เป็นต้องรีบหนีไปทันทีโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยถาม มีหลายครั้งปีศาจขี้สงสัยเคยจู่โจมเขา และทุกครั้งเขาจะรู้ตัวก่อนเสมอและมักจะจัดการได้ในทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่สามารถนึกวิธีรับมือได้มาก่อนเลยก็ตาม

“แม่นาง” เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเครียด “นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าออกปากไล่แล้วยังมีวิญญาณและเหล่าภูตกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้าเป็นครั้งที่สอง เจ้าเป็นใคร”

“ท่านบอกว่าข้ามีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ ท่านรู้ได้อย่างไร”

เขาไม่ตอบแต่กลับจ้องนางเขม็งแล้วถามขึ้นมาอีกหนึ่งคำถาม “ตัวเจ้ามักรายล้อมไปด้วยภูต วิญญาณเร่ร่อน บางครั้งยังมีปีศาจ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่ทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่”

นางพยักหน้า

“นั่นเพราะพวกเขาสูดกลิ่นอายของเจ้าเป็นอาหาร และการทำเช่นนั้นก็ทำให้พวกเขาได้รับกลิ่นอายแห่งความดีงามของทวยเทพที่อยู่รอบกายเจ้า นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้”

หญิงสาวมองออกว่าเขาไม่ได้โกหก เพราะดวงตาของเขาเองก็กังขาในตัวนางเช่นกัน “แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้านั่นเรียกว่ากลิ่นอายแห่งทวยเทพ”

“เพราะเจ้ามีกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับข้าโดยสิ้นเชิง”

ครานี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็เลิกคิ้วมองเขาเป็นเชิงถาม ไม่รอให้ทั้งสองคนเอ่ยถาม เซี่ยซีเฟิงก็กล่าวต่อในทันที

“กลิ่นอายแห่งทวยเทพเป็นกลิ่นอายแห่งชีวิต แต่รอบตัวข้าคือกลิ่นอายแห่งความตาย”

หลี่เหยาหนิงมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง นางกะพริบตามองเขาราวกำลังพิจารณาในสิ่งที่เขาพูดว่าคือเรื่องจริงหรือลวง ทุกครั้งที่นางเข้าใกล้ภูตและเหล่าวิญญาณ นางเองก็แยกแยะออกในทันที แต่กับชายหนุ่มตรงหน้านางกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ที่สำคัญนางไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เขาอ้างถึง

สายตาของหญิงสาวมองเลยไปยังร่างสูงของอวิ๋นชาง ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ท่านเล่า”

“ข้า” อวิ๋นชางเลิกคิ้วมองนาง “ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ข้าเป็นสหายของเขา”

แม้จะประหลาดใจแต่หลี่เหยาหนิงกลับทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว “ท่านอยู่บนโลกมนุษย์มานานเท่าใดแล้ว”

               เซี่ยซีเฟิงส่ายหน้า “เท่าที่ข้าจำได้คือเรื่องราวก่อนสิบห้าปีมานี้ ข้าล้วนลืมเลือนจนสิ้น บางเรื่องรู้แต่ก็เป็นเวลาจวนตัวแล้ว บางเรื่องไม่รู้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคย คงนับได้ว่าข้าอยู่มาสิบห้าปีกระมัง”

               หลี่เหยาหนิงครุ่นคิดเล็กน้อย คำพูดของสองยมทูตในวันนั้นทำให้นางจ้องเซี่ยซีเฟิงเขม็ง ‘ท่านจะได้คำตอบเมื่อคนผู้นั้นมาถึง’

“ว่ากันว่าทั่วทั้งหกภพภูมิมีสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตมากมาย”

เซี่ยซีเฟิงสบตากับหญิงสาวนิ่ง เขารู้ว่านางกำลังพยายามหาคำตอบว่าสิ่งที่เขาพูดนั้น เป็นความจริงหรือว่าเขาเพียงกุเรื่องขึ้นมา กระนั้นหากจะบอกว่าเขาพูดเรื่องจริง ตัวเขาเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเขารู้ได้อย่างไร

หากจะบอกว่าโกหกเช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขารู้สึกนี้เล่า…

“ท่านไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ภูต ไม่เหมือนวิญญาณ ทั้งยังไม่ใช่ปีศาจ” คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อย “ข้าไม่เคยพานพบทวยเทพ อย่างน้อยก็เท่าที่จำได้”

เซี่ยซีเฟิงหรี่ดวงตาลง “แล้วอย่างไร”

“แดนอสูร” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงประกายความลังเล

“แดนอสูรหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว

“เผ่าพันธุ์อสูรถูกปิดตายจากภพภูมิทั้งห้า นับแต่บรรพกาลว่ากันว่าไม่เคยมีใครเคยพบอสูรในอีกห้าภพภูมิ หลังจากเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์มังกรแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะเทพมังกรดำที่พ่ายแพ้ต่อสงครามถูกขังอยู่ในแดนอสูร”

เซี่ยซีเฟิงยิ้มบางๆ “คงไม่คิดว่าข้าคือเทพมังกรดำผู้นั้นกระมัง”

หลี่เหยาหนิงชะงัก “เทพมังกรดำถูกสะกดเอาไว้ ไม่อาจใช้พลัง” หญิงสาวยังคงมีท่าทีไม่ใคร่จะเข้าใจ “แต่มีความเป็นไปได้ว่าท่านคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์อสูร”

“แล้วปีศาจกับอสูรนี่ต่างกันอย่างไรเล่า”

“อสูรนับเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งกว่าปีศาจ แต่กลับโหดเหี้ยมกว่ามาก เหล่าปีศาจไม่มีวิญญาณเพราะนับเป็นเดรัจฉาน แต่อสูรกลับมีวิญญาณแม้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย” เอ่ยจบนางก็สบตากับเซี่ยซีเฟิงนิ่ง

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.1

    อวิ๋นชางลอบชำเลืองมองหลี่เหยาหนิง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ท่านอย่าเข้าใจซีเฟิงผิด เขาไม่ใช่คนใจร้าย แม้ภายนอกของเขาอาจดูเย็นชา แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีปีศาจ”“ท่านหาต้องกังวลไม่ ข้าเข้าใจดี หาไม่เมื่อครู่ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าคงไม่อาจรอดพ้น”ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นชางก็ยิ้มกว้าง “ท่านเข้าใจก็ดีแล้ว ข้ายังคงยืนยันว่าหากแม่นางต้องการความช่วยเหลือ บ้านของข้ายินดีต้อนรับเสมอ”“แล้วพวกท่านย้ายมาที่นี่เพื่อ...”“ข้ากับซีเฟิงเพิ่งเข้าทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย พรุ่งนี้ก็จะเริ่มทำงานแล้ว ตั้งใจว่าทำงานเก็บเงินสักเล็กน้อยค่อยวางแผนว่าจะทำเช่นไรต่อ แล้วแม่นางเล่า”“ข้าย้ายไปเรื่อยๆ แต่ละเมืองจะไม่เกินสิบหรือยี่สิบปี”“นั่นสินะ”อวิ๋นชางพยักหน้าก่อนมองไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน คิ้วเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อย จากนั้นก็มองเข้าไปในบ้านเช่าของตน “ข้าไปส่งเจ้าดีกว่า อย่างไรเจ้าก็นับว่าเป็นอิสตรี ดูว่าคนของเจ้ากลับมาแล้วหรือยัง”หญิงสาวเข้าใจในความหมายจึงพยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้ในความหวังดีของอีกฝ่าย “ขอบคุณท่านมาก”“ข้าเองก็ไม่ใคร่จะเห็นเรื่องเหนือธรรมชาติเหล่านั้นกับตัวบ่อยนัก ที

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.5

    แต่ถึงแม้จะคิดเช่นนั้นภูตเหล่านั้นก็หาผิดไม่ พวกเขาเพียงเข้าใกล้เพื่ออาศัยกลิ่นอายของนางเท่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่พวกเขาจะทำร้ายนาง เช่นนี้นางจะขับไล่ไสส่งพวกเขาไปได้อย่างไรเห็นสีหน้าของหลี่เหยาหนิงเซี่ยซีเฟิงพลันขมวดคิ้ว “ตัดใจไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย“โง่งม คิดว่าพวกเขาจริงใจกับเจ้าเช่นนั้นหรือ อย่าบอกนะว่าเจ้าอยู่รอดปลอดภัยมาได้ โดยที่ไม่มีเรื่องปีศาจไล่ล่า คิดว่าปีศาจเหล่านั้นเข้าถึงตัวเจ้าได้อย่างไรหากไม่ใช่ถูกผู้อื่นชักนำมา”“ท่าน...” หลี่เหยาหนิงเงยหน้ามองเขา “ท่านรู้ได้อย่างไร”“วิถีผู้ล่าไม่จำเป็นต้องออกติดตามด้วยตัวเอง เพียงมีเบาะแสแค่จับเดรัจฉานสักตนมาก็ได้แล้ว คิดว่าภูตผีวิญญาณเหล่านั้นจะยอมตายเพื่อเจ้าทุกตนหรืออย่างไร” เขาแค่นเสียงเรื่องนี้หลี่เหยาหนิงเองก็เถียงไม่ออก เพียงแต่นางไม่อยากจะยอมรับเท่านั้น “แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ช่วยข้าเอาไว้หลายครั้ง อีกอย่างพวกเขาหาได้ทำสิ่งใดผิด ที่ทำเช่นนั้นเพียงเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตนเอาไว้เท่านั้น”อวิ๋นชางกะพริบตามองท่าทีของสหายก่อนจะมองใบหน้าจนใจของหญิงสาว“อย่าได้ถือสาสหายของข้าคนนี้เลย เขาก็นิสัยเช่นนี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.4

    มองดูสายตาคมดุดันที่ลึกล้ำราวกับห้วงทะเลลึก หลี่เหยาหนิงพลันถูกตรึงเอาไว้กับที่ นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มได้ลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหานาง“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีเหลือเกิน แล้วเจ้าเล่า”“ข้าทำไม” นางเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดเอาไว้“เจ้าเป็นใคร”“นามของข้าตอนนี้คือหลี่เหยาหนิง” นางตอบออกมาเสียงเบาก่อนรีบกะพริบตาอย่างตื่นตระหนก“ที่แท้ก็แม่นางหลี่” เสียงขัดจังหวะของอวิ๋นชางไม่ได้มีผลต่อคนทั้งสองที่ยังคงสบตากันนิ่งหลี่เหยาหนิงขมวดคิ้ว ก่อนบังคับสายตาให้ละไปจากชายหนุ่ม ครู่หนึ่งที่นางเหมือนจะสังเกตเห็นว่าดวงตาของเขามีประกายแดงวาบขึ้น จากนั้นนางก็ไม่อาจควบคุมตัวเอง“เจ้าไม่ใช่มนุษย์”นางสะดุ้งเฮือก “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“มนุษย์ไม่ตอบสนองการสะกดจิตของข้า” เขาตอบเสียงเรียบ “ตอบข้ามาเจ้าเป็นใคร”หญิงสาวมุ่นคิ้ว “ข้าบอกท่านไม่ได้เพราะตัวข้าเองก็ไม่รู้” นางถอนหายใจออกมาเซี่ยซีเฟิงมองหญิงสาวนิ่งนาน กระนั้นกลับไม่ได้พยายามคาดคั้นเนื่องจากมองเห็นแววตาหดหู่ของหญิงสาว เขาเองก็พอจะเดาได้ว่านางพูดความจริง“หลายปีมานี้ข้าย้ายจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งโดยมีเหล่าภูตเป็นสหาย

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.3

    ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเองเพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”“หากไม่รู้จักตอนนั้นเหตุใดจึงรีบหลบหน้า” เซี่ยซีเฟิงถามขึ้นทันทีที่นางพูดจบประโยคได้ผลเพราะคำพูดประโยคนั้นของเขาทำให้คิ้วเรียวชะงักทันที“ไม่รู้สิ อาจเพราะมีบางอย่างบอกข้าว่าต้องหนีกระมัง” นางเองก็หาเข้าใจไม่ “ท่าน...มองเห็นพวกเขาใช่หรือไม่ วิญญาณเหล่านั้น เหล่าภูตที่อยู่ข้างกายข้า”“ไม่ใช่เพียงแค่เขา เมื่อครู่ข้าเองก็มองเห็น แม่นางเจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นชางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงนุ่มเห็นสีหน้าของหญิงสาว บวกกับท่าทีกระตือรือร้นอยากได้คำตอบ ซึ่งแตกต่างจากในคราแรกที่หวาดหวั่นของนาง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการกระทำของเซี่ยซีเฟิงหาใช่เรื่องเหลวไหลไม่“ท่านทำอะไรพวกเขา” นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล“ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าภูตผี วิญญาณ หรือปีศาจ หากข้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนหวาดกลัวและหายไปจนสิ้น”เ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.2

    “เจ้าพูดแบบนี้ทีไรมีปีศาจโผล่มาทุกที ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดเรื่องที่เจ้าเจอแม่นางที่คิดว่ารู้จักดีกว่า ไม่แน่หากเป็นคนที่เจ้ารู้จักจริงๆ นางอาจตอบสิ่งที่เจ้าสงสัยมาตลอดว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน”“วันนั้นข้ามั่นใจว่านางหลบทันทีที่รู้ว่าข้าหันไปมอง”“จริงหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว “หรือว่านางจะรู้จักเจ้าจริงๆ”“อาจใช่…”อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบประโยค อวิ๋นชางก็ต้องสะดุ้งเฮือก เซี่ยซีเฟิงที่ยืนอยู่ข้างเขา อยู่ๆ ก็เหินกายไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งตามไปทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร กระทั่งมองเห็นผู้เป็นสหายคว้าข้อมือของหญิงสาวผู้หนึ่ง...ที่เขาทำได้ก็คืออ้าปากค้างมองด้วยความตื่นตะลึงสตรีผู้นั้นหันกลับมามองเซี่ยซีเฟิงด้วยความตกใจ เขาเองก็ไม่ได้ต่างไปนัก แต่ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าการกระทำของสหายเมื่อครู่เขามองเห็นข้างกายหญิงสาวผู้นี้มีคนอยู่สองคน กระนั้นทันทีที่เซี่ยซีเฟิงคว้าหญิงสาวเอาไว้ ร่างของคนที่ยืนอยู่กับนางกลับหายวับไปทันที“เป็นเจ้าเองหรือที่อยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อคืน” เซี่ยซีเฟิงดึงหญิงสาวเข้าหาตัว สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ จากนั้นคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น“ท่านจะทำอะไร!” หญิงส

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.1

    หลี่เหยาหนิงงัวเงียลุกจากเตียง เสียงตะโกนด้านนอกทำให้นางสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก กวาดสายตามองเตียงนอนเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมห้อง ภูตวารีไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไปยืนใกล้ประตู แง้มประตูออกเล็กน้อยจากนั้นก็แอบมองลอดออกไปตามช่อง“มีอะไรหรือ”“นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยสะดุ้ง “ข้าน้อยทำท่านตื่นหรือเจ้าคะ”“เปล่า ข้าได้ยินเสียงตะโกน เกิดอะไรขึ้นหรือ”“ความตาย ข้าน้อยได้กลิ่นอายแห่งความตายเจ้าค่ะ”“เอ๋” หลี่เหยาหนิงเดินไปหยุดข้างๆ ภูตวารี เมื่อพยายามมองลอดออกไปแล้วไม่เห็นสิ่งใด มือเล็กจึงผลักประตูออกคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าสะดุ้งสุดตัวก่อนเอื้อมมือไปจับบานประตูปิดเข้ามาดังเดิม “นายหญิง!”“ไม่เห็นมีอะไรเลย” นอกจากความเงียบคิดได้ดังนั้นหญิงสาวพลันขมวดคิ้ว ชีวิตนางไม่คุ้นเคยกับความเงียบ เพราะไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น หรือดึกดื่น เหล่าภูต วิญญาณ หรือแม้กระทั่งบางครั้งยังมีปีศาจตัวน้อยๆ ต่างพยายามหาทางเข้าใกล้นาง ซึ่งนั่นมักจะทำให้เกิดเสียงอยู่ตลอดเวลา หากไม่ใช่เสียงพูดคุยซุบซิบ ก็จะเป็นเสียงการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบา ราวกับสายลมพัดผ่านใบหลิว“ข้าจะออกไปดู”“ไม่ได้นะเจ้าคะ!” เสี่ยวสุ่ยคว้าแขนของหลี่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status