공유

บทที่ 2.3

last update 게시일: 2026-03-10 11:11:31

ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเอง

เพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่

“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”

“หากไม่รู้จักตอนนั้นเหตุใดจึงรีบหลบหน้า” เซี่ยซีเฟิงถามขึ้นทันทีที่นางพูดจบประโยค

ได้ผลเพราะคำพูดประโยคนั้นของเขาทำให้คิ้วเรียวชะงักทันที

“ไม่รู้สิ อาจเพราะมีบางอย่างบอกข้าว่าต้องหนีกระมัง” นางเองก็หาเข้าใจไม่

“ท่าน...มองเห็นพวกเขาใช่หรือไม่ วิญญาณเหล่านั้น เหล่าภูตที่อยู่ข้างกายข้า”

“ไม่ใช่เพียงแค่เขา เมื่อครู่ข้าเองก็มองเห็น แม่นางเจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นชางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงนุ่ม

เห็นสีหน้าของหญิงสาว บวกกับท่าทีกระตือรือร้นอยากได้คำตอบ ซึ่งแตกต่างจากในคราแรกที่หวาดหวั่นของนาง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการกระทำของเซี่ยซีเฟิงหาใช่เรื่องเหลวไหลไม่

“ท่านทำอะไรพวกเขา” นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าภูตผี วิญญาณ หรือปีศาจ หากข้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนหวาดกลัวและหายไปจนสิ้น”

เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ เขาหมุนตัวไปที่โต๊ะรินน้ำชาเย็นชืดก่อนยกขึ้นดื่มรวดเดียว

หลี่เหยาหนิงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา แม้นางมีท่าทีระมัดระวังแต่กลับไม่ได้หวาดกลัวเช่นเมื่อครู่ ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหนีไปแม้ว่าตอนนี้นางจะอยู่กับบุรุษแปลกหน้าถึงสองคนก็ตาม

“แสดงว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไร”

“ใช่” เซี่ยซีเฟิงตอบไปตามตรง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เขาพบว่าเหล่าภูตและวิญญาณเร่ร่อนเห็นเขา เป็นต้องรีบหนีไปทันทีโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยถาม มีหลายครั้งปีศาจขี้สงสัยเคยจู่โจมเขา และทุกครั้งเขาจะรู้ตัวก่อนเสมอและมักจะจัดการได้ในทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่สามารถนึกวิธีรับมือได้มาก่อนเลยก็ตาม

“แม่นาง” เซี่ยซีเฟิงเอ่ยเสียงเครียด “นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าออกปากไล่แล้วยังมีวิญญาณและเหล่าภูตกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้าเป็นครั้งที่สอง เจ้าเป็นใคร”

“ท่านบอกว่าข้ามีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ ท่านรู้ได้อย่างไร”

เขาไม่ตอบแต่กลับจ้องนางเขม็งแล้วถามขึ้นมาอีกหนึ่งคำถาม “ตัวเจ้ามักรายล้อมไปด้วยภูต วิญญาณเร่ร่อน บางครั้งยังมีปีศาจ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่ทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่”

นางพยักหน้า

“นั่นเพราะพวกเขาสูดกลิ่นอายของเจ้าเป็นอาหาร และการทำเช่นนั้นก็ทำให้พวกเขาได้รับกลิ่นอายแห่งความดีงามของทวยเทพที่อยู่รอบกายเจ้า นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้”

หญิงสาวมองออกว่าเขาไม่ได้โกหก เพราะดวงตาของเขาเองก็กังขาในตัวนางเช่นกัน “แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้านั่นเรียกว่ากลิ่นอายแห่งทวยเทพ”

“เพราะเจ้ามีกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับข้าโดยสิ้นเชิง”

ครานี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็เลิกคิ้วมองเขาเป็นเชิงถาม ไม่รอให้ทั้งสองคนเอ่ยถาม เซี่ยซีเฟิงก็กล่าวต่อในทันที

“กลิ่นอายแห่งทวยเทพเป็นกลิ่นอายแห่งชีวิต แต่รอบตัวข้าคือกลิ่นอายแห่งความตาย”

หลี่เหยาหนิงมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง นางกะพริบตามองเขาราวกำลังพิจารณาในสิ่งที่เขาพูดว่าคือเรื่องจริงหรือลวง ทุกครั้งที่นางเข้าใกล้ภูตและเหล่าวิญญาณ นางเองก็แยกแยะออกในทันที แต่กับชายหนุ่มตรงหน้านางกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ที่สำคัญนางไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เขาอ้างถึง

สายตาของหญิงสาวมองเลยไปยังร่างสูงของอวิ๋นชาง ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ท่านเล่า”

“ข้า” อวิ๋นชางเลิกคิ้วมองนาง “ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ข้าเป็นสหายของเขา”

แม้จะประหลาดใจแต่หลี่เหยาหนิงกลับทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว “ท่านอยู่บนโลกมนุษย์มานานเท่าใดแล้ว”

               เซี่ยซีเฟิงส่ายหน้า “เท่าที่ข้าจำได้คือเรื่องราวก่อนสิบห้าปีมานี้ ข้าล้วนลืมเลือนจนสิ้น บางเรื่องรู้แต่ก็เป็นเวลาจวนตัวแล้ว บางเรื่องไม่รู้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคย คงนับได้ว่าข้าอยู่มาสิบห้าปีกระมัง”

               หลี่เหยาหนิงครุ่นคิดเล็กน้อย คำพูดของสองยมทูตในวันนั้นทำให้นางจ้องเซี่ยซีเฟิงเขม็ง ‘ท่านจะได้คำตอบเมื่อคนผู้นั้นมาถึง’

“ว่ากันว่าทั่วทั้งหกภพภูมิมีสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตมากมาย”

เซี่ยซีเฟิงสบตากับหญิงสาวนิ่ง เขารู้ว่านางกำลังพยายามหาคำตอบว่าสิ่งที่เขาพูดนั้น เป็นความจริงหรือว่าเขาเพียงกุเรื่องขึ้นมา กระนั้นหากจะบอกว่าเขาพูดเรื่องจริง ตัวเขาเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเขารู้ได้อย่างไร

หากจะบอกว่าโกหกเช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขารู้สึกนี้เล่า…

“ท่านไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ภูต ไม่เหมือนวิญญาณ ทั้งยังไม่ใช่ปีศาจ” คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อย “ข้าไม่เคยพานพบทวยเทพ อย่างน้อยก็เท่าที่จำได้”

เซี่ยซีเฟิงหรี่ดวงตาลง “แล้วอย่างไร”

“แดนอสูร” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงประกายความลังเล

“แดนอสูรหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว

“เผ่าพันธุ์อสูรถูกปิดตายจากภพภูมิทั้งห้า นับแต่บรรพกาลว่ากันว่าไม่เคยมีใครเคยพบอสูรในอีกห้าภพภูมิ หลังจากเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์มังกรแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะเทพมังกรดำที่พ่ายแพ้ต่อสงครามถูกขังอยู่ในแดนอสูร”

เซี่ยซีเฟิงยิ้มบางๆ “คงไม่คิดว่าข้าคือเทพมังกรดำผู้นั้นกระมัง”

หลี่เหยาหนิงชะงัก “เทพมังกรดำถูกสะกดเอาไว้ ไม่อาจใช้พลัง” หญิงสาวยังคงมีท่าทีไม่ใคร่จะเข้าใจ “แต่มีความเป็นไปได้ว่าท่านคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์อสูร”

“แล้วปีศาจกับอสูรนี่ต่างกันอย่างไรเล่า”

“อสูรนับเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งกว่าปีศาจ แต่กลับโหดเหี้ยมกว่ามาก เหล่าปีศาจไม่มีวิญญาณเพราะนับเป็นเดรัจฉาน แต่อสูรกลับมีวิญญาณแม้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย” เอ่ยจบนางก็สบตากับเซี่ยซีเฟิงนิ่ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.4 จบ

    หลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.3

    “ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.2

    เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.1

    บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.3

    เซี่ยซีเฟิงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตไปบนเรือนผมแผ่วเบา ปลอบประโลมนางด้วยความอ่อนโยน “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าสมควรปกป้องเจ้าให้ดีกว่านี้”หลี่เหยาหนิงหัวใจอ่อนยวบ นางซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง พึ่งพิงหัวใจอันเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวกว่าพันปี ทิ้งความเข้มแข็งที่นางมั่นใจว่าตลอดหลายปีมานี้นางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเอาไว้ที่เขา“ข้าตั้งใจใช้พลังทั้งหมดส่งเจ้าและชางมายังโลกมนุษย์ เพราะรู้ว่าพวกเจ้าถูกหลอกใช้”“แต่คุณชายอวิ๋นชางเป็นมนุษย์”“นั่นเพราะเขาสละพลังชีวิตของตัวเองให้ข้า ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อเจ้า เขาใช้พลังทั้งหมดส่งข้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงยังคงเป็นจ้าวอสูรคนเดิมที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย”“ท่าน...ท่านตั้งใจส่งข้ามากับเขา แล้วท่านเล่า...ท่านบอกให้ข้ารอ ส่งข้ามายังโลกมนุษย์เพื่อรอ หากอวิ๋นชางไม่ได้ใช้พลังของเขา ท่าน...”“แม้จะใช้เวลานานอีกนิด แต่ข้าจะกลับมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรอข้า มั่นใจในตัวเจ้าเต็มที่ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเช่นนี้”นางถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในยามที่นางกับเขาพบหลิงเซียงเหยา เขาเองก็ปกป้องนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะยังจดจำสิ่งใดไม่ได้“หากรู้ว่าทำเช่นนี้แล้ว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.2

    “เมื่อก่อนเล่า”“เมื่อก่อนข้าแซ่หลิง นามเยี่ยเหยา”“เหยาเอ๋อร์สินะ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เหยาเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้า”“ข้ารอฟังอยู่ ข้าสัญญาว่าจะตอบท่านตามตรงไม่โกหกแม้แต่น้อย”“ข้าขอถามว่าเจ้าคนที่มีดวงตาที่ไม่อาจโกหก เจ้าคนที่ดวงตาสื่อถึงความอ่อนโยน เจ้าคนที่จิตใจมีแต่ความดีงาม เจ้าคนนี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าคนนี้หรือจะเคยทำร้ายข้า” พูดจบก็จุมพิตลงไปยังริมฝีปากอิ่ม เขาผละออกก่อนจะสบตากับนางที่ยังคงมีท่าทีไม่อยากเชื่อ“ข้าพูดจริง ข้า...”“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเจ้าจึงลงมือ”“นั่นเพราะ...” นางกะพริบตามองเขา พยายามเรียบเรียงเรื่องราว ก่อนจะเห็นแววตาคมฉายร่องรอยแห่งความขบขัน“เห็นหรือไม่ เจ้าบอกไม่ได้ หรือหากไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด เจ้าคงถูกหลอกใช้กระมัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับเบิกตามองหน้ามองเขา “ท่าน...”เซี่ยซีเฟิงหัวเราะเสียงเบา “ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย ตอนแรกยังลังเล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเจ้าคงถูกหลอกใช้จริงๆ”ได้ยินดังนั้นนางพลันเม้มปากแน่น ก่อนมองค้อนเขา“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทุกอย่างที่เจ้าคิด เจ้าเผลอแสดงออกมาทางแววตาทั้งหมด ยิ่งในยามที่เจ้าตื่นตระหนก เช่นเมื่อครู่ที่ข้าลองคาดเดา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 1.1

    “นางคือปีศาจ”“เผานางเลย”“สตรีผู้นี้ไม่มีวันแก่ นางคือแม่มด”“เผานาง”ความร้อนอันแผดเผา ความเจ็บปวดที่แผ่ลามไปทั่วทั้งอณู ความชอกช้ำที่โดนหักหลัง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจอันบอบช้ำ กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความชินชาห้วงเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความทรงจำเริ่มเลือนรางไปพร้อมกับกาลเวลา ร่างก

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.4

    “เช่นนั้นก็พูดมาสิข้าจะรอฟัง”ประโยคนั้นของเซี่ยซีเฟิง ทำให้ทั้งอวิ๋นชางและหลี่เหยาหนิงประหลาดใจ คนทั้งสองหันไปมองหน้ากัน ก่อนลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มและหญิงสาวผู้มาใหม่เงียบๆ“ตรงนี้หรือ” หลิงเซียงเหยาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“‘บางอย่าง’ ก็ไม่อาจเชื้อเชิญเข้าไปในบ้าน เชื้อเชิญเพียงครั้งเดี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 1.3

    “กลับกันเถิดเจ้าคะ วันนี้นายหญิงดูแปลกไป”“นั่นสินะ”หลี่เหยาหนิงส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนวางมือลงบนอกของตน จังหวะการเต้นของหัวใจยังคงไม่กลับมาเป็นปกติ ความหวาดหวั่น ความตื่นเต้นยังคงอยู่ และสุดท้ายนางยังคงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกสักครา“ไปเถิด กลับบ้านกันได้แล้ว” กล่าวจบก็เดินน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 1.2

    “นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับแพรพรรณงดงามถึงห้าพับ หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม “ภูตบุปผาแวะมาเจ้าค่ะ พวกนางบอกว่าเป็นของขวัญให้ท่าน”“งดงามเหลือเกิน งดงามเกินไป” หญิงสาวมุ่นคิ้วน้อยๆ“ข้าน้อยบอกพวกนางแล้วเจ้าค่ะ แต่พวกนางบอกว่าท่านอยู่ที่นี่ต้องใช้เงิน มนุษย์เหล่านั้นช่างสงสัย ข้าเอ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status