LOGINบทที่ 7.1 คุณแม่การละคร
สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณนายจิตตาคิด น้ำฝนไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่มาหาคิมหันต์ถึงบ้านเพื่อจะเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเมียบ้าบออะไรนั่น หากไม่ได้มารดารับจบทุกอย่างด้วยการให้เงินพร้อมทำสัญญาจะไม่ข้องเกี่ยวกับเขาอีก เรื่องมันคงไม่จบลงด้วยดีอย่างนี้
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมาป้าเสียเงินไปหลายล้านเพื่อปิดปากผู้หญิงพวกนั้นและเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ป้าต้องหาทางหยุดการกระทำของคิมหันต์”
“คุณป้าจะทำอย่างไรหรือคะ”
ณัฐนิชาเองก็กังวลไม่น้อย เป็นห่วงสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้มีพระคุณด้วยต้องมานั่งเครียดเรื่องของชายหนุ่มอยู่ทุกวัน ขณะที่ตัวต้นเรื่องออกไปเที่ยวเตร่ไม่เคยอยู่บ้าน จะกลับมาแค่ตอนนอนอย่างเดียวเท่านั้นเอง
“ทางออกเดียวที่คิดได้คือ...คิมหันต์ต้องแต่งงาน แค่มีเมียเป็นตัวเป็นต้นไปเสีย ปัญหาทุกอย่างก็จะจบ”
“ตะ..ต้องถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ”
คนฟังใจแป้ว หากชายหนุ่มต้องแต่งงานไปจริง ๆ รักข้างเดียวนับสิบปีของเธอก็คงต้องจบลง จะให้แอบรักสามีคนอื่นต่อไปคงน่าเกลียดพิลึก
“แต่คนอย่างคิมหันต์ แค่ออกคำสั่งคงไม่ยอมทำตามง่าย ๆ แน่ ป้าต้องมีแผนหรือเหตุผลมากพอที่จะบีบให้เขาทำตามที่ต้องการ”
“หนูว่าลองคุยกับพี่คิมดูก่อนดีไหมคะ”
หญิงสาวพยายามพูดช่วยเขา หรืออันที่จริงก็เพื่อช่วยตนเองนั่นแหละ เธอไม่อยากให้คิมหันต์ต้องแต่งงาน อย่างน้อยก็ขอแอบรักเขาไปอีกสักห้า-หกปีก็ยังดี
“คนอย่างคิมหันต์มีอะไรให้คุยด้วยได้อีก ต้องมัดมือชก ชนะน็อกในครั้งเดียวเท่านั้น”
“ละ...แล้วคุณป้าจะทำอย่างไรล่ะคะ”
คนถูกถามไม่ยอมตอบ แต่ยิ้มแบบมีเลศนัยออกมาแทน หญิงสาวลอบถอนหายใจด้วยรู้สึกกังวลว่าอาจจะมีงานช้างตามมา
คิมหันต์นัดเจอกับเพื่อนอีกตามเคย ข้าง ๆ เขามีสาวสวยคอยนั่งประกบอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยเพราะยังไม่พร้อมจะหยุดอยู่ที่ใครเพียงคนเดียว แม้จะรู้ว่าหลายวันที่ผ่านมามีผู้หญิงมาหาเขาที่บ้านมากมายและมารดาต้องเสียเงินมากแค่ไหนเพื่อหยุดเรื่องนี้
“แล้วเรื่องผับที่จะเปิดไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“คืบหน้าไปมากแล้วล่ะ อีกไม่นานก็จะเปิดได้แล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะจัดงานเลี้ยงเปิดผับ พวกนายทุกคนอย่าลืมไปด้วยล่ะ”
เขามองหน้าเพื่อนทีละคนก่อนจะมาหยุดที่คนข้างตัว เธอนั่งกอดแขนเขาอยู่ตลอดแทบจะลุกไปนั่งบนตักอยู่แล้ว
“คุณคิมคะ ได้ยินว่าที่บ้านของคุณมีสวนกว้างมาก ๆ ฉันอยากเห็นจังเลยค่ะ”
“ก็แค่สวนผลไม้ทั่วไปครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจ...”
ครืดๆ ครืดๆ
พูดยังไม่ทันจบก็มีสายเรียกเข้าจากณัฐนิชา สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันทีเพราะไม่อยากรับสายสักเท่าไหร่ ทว่าอีกฝ่ายกลับกระหน่ำโทรไม่หยุดจนเพื่อนร่วมโต๊ะพากันมองอย่างสงสัย ปกติเวลาอยู่บ้านคิมหันต์จะหลีกเลี่ยงการพบหน้าหล่อนตลอดเวลา
เขาไม่ชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นเวลาเห็นหน้าเธอ..
ความสับสนที่ตีกันจนยุ่งแบบนั้น...ชายหนุ่มอยากสลัดมันออกไปให้หมด
“ไม่รับสายเหรอวะ อาจจะมีเรื่องด่วนก็ได้นะ”
“อือๆ”
สุดท้ายเขาก็ต้องยอมกดรับสายเพราะเธอยังโทรมาไม่เลิก ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยโทรมาเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนที่เขาอยู่เมืองนอกหล่อนก็ไม่เคยโทรมา ส่วนที่มีเบอร์กันได้ก็เพราะมารดาบังคับให้บันทึกเอาไว้
“มีอะไร”
[พะ...พี่คิม แย่แล้วค่ะ คุณป้าอยู่โรงพยาบาลค่ะ]
ปลายสายบอกเสียงสั่น คิมหันต์ลุกพรวดออกจากเก้าอี้ทันทีจนผู้หญิงที่เอนซบเขาอยู่เกือบหน้าทิ่มลงพื้น
“จะไปไหนเหรอคะ”
“โทษทีนะ คุณแม่ฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันต้องรีบกลับก่อน นิชา ตอนนี้คุณแม่อยู่โรงพยาบาลอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่”
ชายหนุ่มบอกลาเพื่อนและคู่ควงอย่างรวดเร็วก่อนจะออกจากร้านอาหารไป ณัฐนิชาบอกรายละเอียดคร่าว ๆ ให้เขาฟังแล้ววางสาย คิมหันต์บึ่งไปหามารดาทันทีด้วยความเป็นห่วง
เขาเคยเสียบิดาไปแล้ว ตอนนั้นทำเอาเสียศูนย์ไปพอสมควรเพราะสำหรับลูกชายแล้ว พ่อก็เหมือนกับชีวิต คิมหันต์รับปากกับเขาเอาไว้ว่าจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด ชายหนุ่มว้าวุ่นด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อมารดา พอมาถึงรถก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว เหยียบคันเร่งจนมิดเข็มไมล์
ฝากกดเข้าชั้น กดใจด้วยนะคะ
บทที่ 54 จบบริบูรณ์ NCหกเดือนต่อมาณัฐนิชาและ ‘ณัชชา’ ลูกสาววัยหกเดือนของเธอออกจากโรงพยาบาลและย้ายกลับมาอยู่บ้านสวนเพื่อจะได้มีคนคอยดูแลช่วยเลี้ยงลูกเรียบร้อยแล้ว คิมหันต์ต้องคอยไป ๆ มา ๆ กับกรุงเทพฯ ด้วยยังมีงานที่ผับที่เขายังต้องจัดการดูแล หญิงสาวตั้งใจจะเลี้ยงลูกเองจนกว่าจะเข้าเรียนอนุบาลแล้วค่อยกลับไปเรียนต่อปีสี่ให้จบ หล่อนปรึกษาเรื่องนี้กับชายหนุ่มแล้วและเขาเองก็เห็นด้วยด้านคดีความของลอร่ายังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายซึ่งอีกไม่นานก็คงจะมีการตัดสินออกมา แม้คิมหันต์จะไม่เอาเรื่องแต่เนื่องจากเป็นคดีอาญาจึงต้องว่ากันในชั้นศาลต่อไป พวกเขาไม่ได้เจอกันอีกเลยนอกจากติดต่อและรู้เรื่องของกันและกันผ่านทนายไตรรัตน์เท่านั้นในส่วนของพีรดาและดนัยเพื่อนรักก็เรียนจบพร้อมกันและได้เข้าทำงานที่เดียวกัน ยังคงไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนสมัยเรียนไม่มีผิด มีเวลาเป็นไม่ได้ต้องพากันขับรถมาเยี่ยมณัฐนิชากับลูก จนหญิงสาวแอบลุ้นให้มีผีมาผลักคู่นี้เสียทีเพราะตั้งแต่คลอดลูก ก็สังเกตเห
บทที่ 53 สารภาพรักเพี๊ยะ!“บอกแล้วไงคะว่าไม่เอา แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าด้วย กลับไปซะ!”เป็นอีกวันที่คิมหันต์ต้องทนรับฝ่ามืออรหันต์จากณัฐนิชาทันทีที่ปรากฏตัวออกมาให้เธอเห็นเพื่อคอยดูแล การคลอดก่อนกำหนดผ่านไปได้ด้วยดี ปลอดภัยทั้งแม่และลูก แต่ตัวของเด็กยังต้องอยู่ในตู้อบและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ ทั้งสองจึงยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสลูกของตนเองโดยตรงนอกจากมองผ่านห้องกระจกกั้น“พี่เห็นว่านิชาไม่ค่อยกินอาหารของโรงพยาบาลเลยไปซื้อมาให้ เป็นข้าวต้มจากร้านอร่อยเลยนะ คุณพยาบาลบอกว่ากินได้ นิชาจะได้อยากอาหารไง”“ที่หนูไม่อยากอาหารไม่ใช่เพราะอาหารของโรงพยาบาลไม่อร่อยหรอกค่ะ แต่เพราะพี่ต่างหาก การเห็นหน้าพี่มันทำให้อาหารไม่อร่อยเลยค่ะ”หล่อนตอบอย่างเย็นชา ทุกสิ่งที่ชายหนุ่มทำตลอดกว่าสามเดือนที่เธอหนีไปจากเขาและไม่คิดติดต่อกลับไป รวมถึงความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด ณัฐนิชาได้รับรู้มันจากปากของเพื่อนสนิททั้งสองและทนาย ไตรรัตน์หมดแล้ว ภาพที่เขามานั่งคุกเข่าอยู่หน้าคณะฯ ทุกวันรวมถึงเที่ยว
บทที่ 52 ลูกเมีย“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเคยเห็นผู้หญิงในรูปหรือเปล่าครับ”กว่าสามเดือนแล้วที่คิมหันต์ออกตามหาณัฐนิชาแทบพลิกแผ่นดิน ขอเพียงได้เบาะแสจากใครก็ตาม ไม่ว่าจะใช่หล่อนหรือไม่ชายหนุ่มก็จะรีบมาตรวจสอบดูทันทีเพื่อความแน่ใจ ไม่เคยมีวันไหนเลยที่เขาไม่ออกตามหาเธอทุก ๆ วันนอกจากขับรถตระเวนหาในทุกที่ที่คิดว่าเธอจะไป คิมหันต์ยังทำใบปลิวรูปของหล่อนแจกไปทั่วเผื่อว่าจะมีใครเคยเห็นแล้วให้เบาะแสกับเขาได้ ชายหนุ่มไม่เคยล้มเลิกความพยายามเลยสักครั้งเดียวแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานขนาดนี้แล้วก็ตาม“วันนี้ก็มาอีกแล้วแฮะ”“ช่างเขา ไม่ต้องสนใจ เดินผ่านไปเลยเหมือนเห็นต้นไม้ก็พอ”พีรดาบอกกับดนัย คิมหันต์มานั่งคุกเข่าที่หน้าคณะฯ ทุกวันเพราะหวังว่าหญิงสาวจะยอมใจอ่อนยกโทษให้กับเรื่องที่เขาทำให้เพื่อนรักของเธอต้องเจ็บปวดเสียใจ เพราะทั้งสองคนคือคนที่รู้ว่าณัฐนิชาอยู่ที่ไหนแต่ปิดบังไว้ไม่บอกคิมหันต์ไม่ได้ตื๊อหรือคุกคามอะไรนอกจากนั่งคุกเข่าเงียบ ๆ ปล่อยให้พีรดากับดนัยเดินผ่านไป เขาทำอย่างนี้ซ้ำ
บทที่ 51 สำนึกผิดคิมหันต์มาถึงห้องของลอร่าก่อนตำรวจและไตรรัตน์เพราะจากผับของเขามามันใกล้กว่าเยอะ รหัสผ่านเข้าห้องยังคงเหมือนเดิมทำให้เขาเข้ามาได้โดยไม่ต้องกดออด หญิงสาวกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ปรายตามองผู้มาเยือน ไม่ได้มีทีท่าตกใจเลยแม้แต่นิดเดียว“มาช้ากว่าที่คิดอีกนะคะ นับจากวันที่เด็กคนนั้นออกจากบ้านไป ฉันนึกว่าคุณจะรู้ตัวได้เร็วกว่านี้”“คุณรู้อยู่แล้วสินะว่าถึงอย่างไรผมก็จะรู้ความจริง”เขาตามมานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม พยายามอย่างมากที่จะอดทนไม่บีบคอคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดทว่ายังไม่ทันจะเริ่มคุยอะไร ทนายไตรรัตน์กับสารวัตรกองปราบก็ตามมาถึงพร้อมตำรวจอีกกลุ่มหนึ่ง ชายหนุ่มส่งสายตาเป็นเชิงให้ทุกคนหยุดรอเพื่อที่เขาจะได้คุยกับหล่อน คิมหันต์อยากรู้แรงจูงใจทั้งหมดที่ลอร่าทำเรื่องพวกนี้ เธอเหมือนเป็นคนที่เขาไม่เคยรู้จักไปแล้ว“รู้สิคะ ความจริงมันไม่ได้ตามหายากสักหน่อย ก็แค่มาคอยดูว่าคุณจะรู้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง”“เป้าหมายของคุ
บทที่ 50 คนร้ายตัวจริงตึกๆๆๆ“ถอยไป มันอยู่ไหน”“ข้างในครับบอส”ปัง!คิมหันต์ผลักประตูเข้าไปเต็มแรง ตรงเข้าไปหาคนร้ายที่ยังถูกเขากักตัวเอาไว้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดีระหว่างส่งให้ตำรวจหรือปล่อยไปด้วยตอนนั้นยังคิดว่าคนบงการคือณัฐนิชา เขายกเท้าถีบอีกฝ่ายจนหงายหลังต่อด้วยตามไปนั่งคร่อมแล้วง้างหมัดขึ้นหมายจะทำร้ายให้ยอมเปิดปาก“บอสครับ ใจเย็นก่อนครับ บอส!”การ์ดเข้าไปรั้งตัวชายหนุ่มเอาไว้เพราะกลัวเขาจะพลั้งมือฆ่ามันตายเสียก่อน คิมหันต์โกรธจนหน้าดำหน้าแดง นาทีนี้ต่อให้ต้องฆ่าใครตายก็ไม่สนทั้งสิ้น“บอกมาเดี๋ยวนี้ ปิ่นโตวันนั้นแกไปเอามาจากไหน บอกมา!”“ผมกลัวแล้ว ๆ อย่าทำอะไรผมเลยครับ อยากรู้อะไรผมจะบอกตามความจริงทุกอย่างเลย อย่าฆ่าผมเลยนะครับ”มันพนมมืออ้อนวอนทั้งน้ำตา ฉี่ไหลพรากด้วยความกลัวเมื่อคิมหันต์เอาปืนขึ้นมาขู่ เขาสะบัดตัวจนหลุดจากการเกาะกุมของการ์ดแล้วกดปากกระบอกปืนลงบนขมับของคนร้าย“บอกมา วันนั้นแกเอาปิ่นโตมาจากไหน”
บทที่ 49 หลักฐานเกร้ง...เป็นอีกวันที่คิมหันต์ใช้ชีวิตอย่างคนไร้วิญญาณ กินแต่เหล้าเพื่อให้ลืมเรื่องทุกข์ใจ เกือบสามวันแล้วที่ณัฐนิชาหย่ากับเขาแล้วออกไปจากบ้านหลังนี้ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ที่เคยเติมเต็มความเป็นอยู่ของชายหนุ่มก็หายไปด้วยเช่นกัน แม้จะพยายามบอกกับตนเองว่าทำถูกแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม...ถึงเอาแต่เป็นห่วงหล่อนอยู่ได้“คุณคิมหันต์...”ทนายไตรรัตน์เดินทางมาหาเขาที่บ้านหลังจากไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายทางโทรศัพท์ได้เลย ทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูมาก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งไปทั่ว ภายในบ้านมืดสนิท ปิดม่านจนไม่เห็นแสงจากภายนอก“มีอะไรครับ หรือว่าจัดการเรื่องมรดกเสร็จแล้ว ตกลงผมจะสามารถเอามรดกในส่วนที่คุณแม่ให้นิชาไปคืนมาได้หรือเปล่า มีทางไหนที่จะเรียกร้องคืนได้บ้าง”“ผมมาเพราะเรื่องนั้นครับ จริง ๆ คุณนิชาทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดที่ได้จากคุณนายจิตตาให้กับคุณไว้ตั้งแต่จดทะเบียนสมรสใหม่ ๆ แล้วครับ ในพินัยกรรมระบุว่าจะมีผลทันทีหากพวกคุณหย่ากันหรือเธอมีอันเป็นไป แน่นอนว่ารวมไปถึงสินสมรสหรือใด ๆ ก็ตามที







