แชร์

บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 15:28:58

ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง

“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้

“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที

“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาของเสียนอ๋องแน่นอนว่าย่อมจะทำให้คนไม่พอใจ หากเป็นแค่เพียงความริษยาภายในจวนข้าย่อมจะสามารถปกป้องนางได้ แต่บังเอิญว่าคู่กรณีของนางคือมารดาเลี้ยงที่มาจากสกุลหวัง คุณหนูของข้าเกรงว่าทางจวนสกุลหวังจะส่งนักผู้ฝึกยุทธ์ฝีมือดีมาจัดการกับนาง นางจึงต้องการให้ข้าหาคนไปคุ้มครองนาง” เมื่อเผิงซีเอ่ยเช่นนี้อาจารย์ของนางก็พลันขมวดคิ้ว

“สกุลหวังคงมิใช่สกุลของมหาเสนาบดีกระมัง ศิษย์พี่ของเจ้าหลายคนก็เคยทำงานให้พวกเขา เท่าที่พวกศิษย์พี่ของพวกเจ้าเล่าให้อาจารย์ฟังคนสกุลหวังมีมโนธรรมพอสมควร แค่สตรีตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งพวกเขาคงไม่ถึงขั้นลงมือใช้ผู้เยี่ยมยุทธ์ไปจัดการกระมัง” คำพูดของอาจารย์ทำให้เผิงซีร้องเฮอะ! ออกมาในทันที

“หากมีมโนธรรมจริง ฮูหยินคนใหม่ที่มาจากสกุลหวังผู้นั้นคงจะไม่หาเรื่องขับไล่คุณหนูของข้าไปอยู่ในหมู่บ้านเกษตรที่อยู่ห่างไกลหรอก อีกทั้งหลายปีมานี้ยังส่งคนไปกลั่นแกล้งนางสารพัด สาเหตุที่นางและท่านตาแท้ๆ ของนางมาที่นี่เพื่อรับตัวข้าไปอยู่ด้วยก็ล้วนเป็นเพราะสตรีจากสกุลหวังผู้นี้ วันนี้นางยังพูดจาข่มขู่คุณหนูของข้าอย่างที่ไม่เคยทำ อีกทั้งยังส่งคนไปขอผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือจากจวนสกุลหวัง ข้าและคุณหนูจึงได้สังหรณ์ใจว่านางกำลังจะลงมือจัดการกับคุณหนูขั้นเด็ดขาด” เมื่อเผิงซีเอ่ยเช่นนี้ทั้งอาจารย์ของนางและศิษย์พี่ของนางก็ต่างนิ่งเงียบไป

“พวกข้าก็อยากจะช่วยเจ้าแต่หากเจ้าต้องการคนวันนี้ พวกข้าจะไปตามหาคนให้เจ้าได้ที่ไหน คุณหนูของเจ้าเป็นสตรีย่อมจะต้องเลือกใช้คนที่ไว้ใจได้จะไปหาคนชุ่ยๆ ตามตลาดมืดย่อมจะไม่ได้แน่” คำพูดของอาจารย์ของนางทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมา พลางคิดในใจว่าเห็นที่ต้องใช้แผนการที่สองของคุณหนูนั่นก็คือไปขอคนจากท่านแม่ทัพเหอ แม้จะไม่อยากจะใช้คนของกองกำลังรักษาเมืองแต่หากนางหาคนจากสำนักยุทธ์ของตนเองไม่ได้ก็คงต้องไปพึ่งพาคนของกองกำลังรักษาเมืองแล้ว

“ได้ยินว่าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์หรือ หากพวกข้าเสนอตัวจะได้ไหม” เสียงที่เอ่ยขึ้นทางด้านหลังทำให้เผิงซีต้องหันไปมอง ชายแปลกหน้าคือคนพูดส่วนคนที่ตามหลังคือศิษย์พี่ใหญ่ผู้มีฝีมือดีที่สุดในสำนักยุทธ์แห่งนี้ เผิงซีพลันยิ้มออกมาในทันทีแล้วเอ่ยโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการท้าทาย

“หากท่านมีฝีมือดีกว่าศิษย์พี่ใหญ่ของข้า ข้าก็ย่อมจะไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” คำพูดของเผิงซีทำให้เผิงกวนพลันมีสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก เขารีบส่งเสียงตักเตือนศิษย์น้องของตนเองในทันที

“เผิงซีเจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล ฝีมือของข้าจะเทียบเท่ากับท่านหยางได้อย่างไร” เมื่อศิษย์พี่ใหญ่ของนางเอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็พลันหรี่ตาในทันที ส่วนหยางไหวที่ได้เห็นสายตาหวาดระแวงของนางก็รีบเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

“ข้าคือหยางไหว เป็นศิษย์เอกของท่านเจ้าสำนักเฝิงแห่งหุบเขาจันทรา เรื่องฝีมือก็ถือได้ว่าไม่เคยทำให้อาจารย์ต้องขายหน้า เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังหาคนไปคุ้มครองคุณหนูของเจ้า ข้าและบรรดาสหายของข้าเหล่านี้กำลังว่างงานอยู่พอดี จึงได้ขออาสารับงานคุ้มครองคุณหนูของเจ้าเอง” เมื่อหยางไหวเอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็พลันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจในทันที

หุบเขาจันทราคือสำนักยุทธ์ที่น้อยคนนักจะได้เข้าไปเป็นศิษย์ ฝีมือการต่อสู้ของคนในหุบเขาถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์แคว้นต้าเหลียงและแคว้นข้างเคียง หยางไหวที่บอกว่าตนเองคือศิษย์เอกของเจ้าสำนักฝีมือย่อมจะไม่ธรรมดา เผิงซีได้แต่คิดว่าเหตุใดคนระดับเขาจึงได้มาขอรับงานคุ้มกันธรรมดาๆ เช่นนี้

“แน่นอนว่างานนี้ข้าคงจะทำได้แค่เพียงช่วงคราว ขอบอกตามตรงช่วงนี้ข้าและสหายมีเรื่องที่ต้องใช้เงินหวังว่าแม่นางจะเข้าใจ” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็หันไปส่งสายตาสอบถามอาจารย์ของนางในทันที

“ระดับศิษย์เอกของเจ้าสำนักเฝิงเชียวนะ แค่มีเขาเพียงคนเดียวคุณหนูของเจ้าก็ปลอดภัยแล้ว” เมื่ออาจารย์ของนางเอ่ยเช่นนี้เผิงกวนก็พลันเอ่ยแย้งขึ้นมาในทันที

“อาจารย์พวกข้าเองก็ต้องการเงิน ท่านอย่าได้พูดจาตัดรอนช่องทางหาเงินของพวกข้าเช่นนี้สิ” เมื่อเผิงกวนเอ่ยเช่นนี้เผิงซีจึงได้ยิ้มออกมา ศิษย์พี่ใหญ่ของนางผู้นี้แม้ว่าจะไม่ได้สนิทสนมกับนางเท่าใดนักแต่เขาเป็นคนที่ไว้ใจได้และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม หากมีเขาอยู่ด้วยนางย่อมอุ่นใจ เผิงจิ้งผู้เป็นศิษย์พี่ของนางจึงได้เอ่ยกับนางเสียงเบา

“ศิษย์น้อง คนระดับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์เอกของเจ้าสำนักหุบเขาจันทรามาขอทำงานด้วยเช่นนี้หากเป็นข้า ข้าย่อมจะต้องรีบตอบรับ คุณหนูของเจ้าเป็นถึงหลานสาวของหมอหลี่ นางย่อมไม่ขาดแคลนเงินทองที่จะจ่ายพวกเขาอยู่แล้ว เจ้าก็รีบตอบตกลงเสียเถิด” คำพูดของเผิงจิ้งแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่ว่าผู้อื่นย่อมจะได้ยิน เผิงซีจึงทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาแล้วคารวะขออภัยศิษย์พี่ใหญ่ของตนเองและบรรดาสมัครพรรคพวกของพวกเขา

“หากศิษย์พี่ของข้าพูดจาล่วงเกินพวกท่านข้าต้องขออภัยแทนเขาด้วย เช่นนั้นก็เป็นอันตกลง หากสามารถติดตามข้ากลับจวนได้เลยยิ่งเป็นการดี คุณหนูคาดเดาเอาไว้ว่าคืนนี้คนของฮูหยินจะต้องมีความเคลื่อนไหวเป็นแน่ ดังนั้นคุณหนูของข้าจึงต้องการที่จะลงมือก่อน นางไม่คิดจะรอตั้งรับการโจมตีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว” คำพูดของเผิงซีทำให้หยางไหวขมวดคิ้วแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา นอกจากหันไปส่งสัญญาณให้คนของเขาที่เฝ้าติดตามเขาอยู่ห่างๆ ให้รีบไปรายงานเรื่องนี้ให้เสียนอ๋องผู้เป็นนายที่แท้จริงของเขาได้รับทราบเรื่องนี้ จวนสกุลซูแท้จริงแล้วหาได้สงบสุขอย่างที่คิด คุณหนูใหญ่สกุลซูถึงขั้นต้องส่งคนออกมาหาผู้คุ้มกันอย่างเร่งด่วนเช่นนี้เขาจึงคิดว่าควรจะต้องรีบรายงานให้เสียนอ๋องรู้เอาไว้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 15 ลงมือ

    ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 12 ศัตรูของศัตรู

    เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้

    แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status