แชร์

บทที่ 14 วางยา

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 15:29:19

ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจ

ซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้น

มาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นางจึงได้รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะเผิงกวนช่วงเวลานี้ในชาติที่แล้วเขาจะต้องอยู่กับนายเก่าของตนเองมิใช่หรือ

“คนมีฝีมือเฉกเช่นพวกท่าน ไม่น่าจะต้องสิ้นเปลืองฝีมือของตนเองด้วยการมาเป็นผู้คุ้มกันของข้าเลย” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ทั้งหยางไหวและเผิงกวนก็ต่างหันไปมองหน้ากัน แล้วสุดท้ายจึงได้เป็นหยางไหวที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“บางครั้งคนเรามีฝีมือก็ไม่สู้มีโอกาส แต่คุณหนูไม่ต้องรู้สึกลำบากใจแม้ว่าจะเป็นแค่เพียงผู้คุ้มกันแต่พวกข้าก็จะยินดีทำหน้าที่ของตนเองให้ดี อีกทั้งพวกข้าทุกคนก็ต่างเคยได้ยินถึงชื่อเสียงการรับรักษาโรคโดยไม่คิดเงินของท่านตาของท่าน จึงรู้สึกว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีโอกาสได้เป็นผู้คุ้มกันหลานสาวของผู้มีคุณธรรมอย่างท่านหมอหลี่” คำพูดของหยางไหวทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมา

ช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านตาของนางล้วนอุทิศตนเองให้กับการรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านทั่วไป ด้วยหวังเพียงว่าผู้ป่วยทุกชนชั้นจะสามารถเข้าถึงการรักษาของเขา หลายปีที่ต้องใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่าในวังหลวงทำให้ท่านตาของนางเสียดายโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือผู้คน ดังนั้นพอเกษียณตนเองจากสำนักแพทย์หลวงแล้วเขาจึงมักจะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อรักษาผู้คน มีแค่เพียงปีละครั้งเพียงเท่านั้นที่เขาจะกลับไปหานางที่ถูกบิดาส่งตัวไปอยู่ในหมู่บ้านเกษตรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงหลายพันลี้

“เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นโชคดีของข้าที่มีท่านตาเช่นเขา เอาล่ะในเมื่อพวกท่านมาแล้วเช่นนั้นก็ดีเลย คืนนี้ข้ามีเรื่องที่จะให้พวกท่านได้แสดงฝีมือสักหน่อย” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้หยางไหวและเผิงกวนหันไปมองหน้ากันในทันที พวกเขายังมีลูกน้องติดตามมาด้วยอีกสองคนแต่ละคนต่างก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา หยางไหวจึงไม่กังวลว่าจะทำงานที่ซูหลีหลี่มอบหมายให้ทำไม่ได้ แต่เมื่อได้ฟังแผนการของเด็กสาวตรงหน้าทั้งเขาและเผิงกวนก็ต่างมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนักในทันที

“ช่วงหัวค่ำในวันนี้คนของสกุลหวังคงจะมารอรับคำสั่งที่เรือนของมารดาเลี้ยงของข้าแน่ สิ่งที่ข้าต้องการให้พวกท่านทำก็คือลักลอบนำกำยานนี้ไปสับเปลี่ยนในห้องที่พวกเขาพูดคุยกัน ขอบอกตามตรงว่ากำยานนี้คือผงกำยานปลุกกำหนัดดังนั้นรบกวนพวกท่านระมัดระวังตนเองด้วย ข้าจะมอบยาถอนพิษให้พวกท่านพกติดตัวไปด้วยแต่ความรุนแรงของผงกำยานอาจจะทำให้พวกท่านครองสติของตนเองเอาไว้ไม่ได้ ดังนั้นทางที่ดีพวกท่านอย่าได้สูดดมกลิ่นกำยานเหล่านี้จึงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางจ้องมองสีหน้าของหยางไหวและพรรคพวกแล้วสุดท้ายจึงได้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“หากพวกท่านรู้สึกว่างานที่ข้าสั่งให้พวกท่านทำเป็นเรื่องที่ไร้มโนธรรม ข้าก็ต้องขออภัยด้วยที่จะขอบอกว่าเรื่องไร้มโนธรรมนี้หากข้าไม่ลงมือก่อน คนที่จะถูกกระทำก็คงจะเป็นตัวข้า มารดาเลี้ยงของข้าไม่มีทางสั่งให้คนบุกเข้ามาฆ่าข้าในจวนแห่งนี้แน่ สิ่งที่นางจะทำก็คงมีแค่ส่งคนมาทำให้ข้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงจนถึงขั้นอยู่มิสู้ตายเพียงเท่านั้น สตรีเช่นข้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ก็มีแค่เพียงเรื่องเดียวคือเรื่องการสูญเสียความบริสุทธิ์เพียงเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่พวกนางจะลงมือกับข้า ข้าก็แค่ต้องชิงลงมือก่อนเพียงเท่านั้น” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางส่งสัญญาณให้เผิงซีนำขวดใส่ผงกำยานและขวดใส่ยาถอนพิษมาวางไว้ตรงหน้าของพวกเขา

“ขวดสีแดงคือผงกำยานพิษ ส่วนขวดสีขาวคือยาถอนพิษ ข้ามอบให้พวกท่านกรณีที่อาจจะเกิดเหตุฉุกเฉิน หากพวกท่านรู้สึกว่ารับทำงานนี้ไม่ได้ข้าก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเพราะพวกท่านไม่อาจจะถอนตัวได้แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หยางไหวจึงได้หรี่ตาลงแล้วรีบตรวจจับชีพจรของตนเองในทันที

“คุณหนู...นี่ท่านวางยาพวกข้าหรือ” คำถามของหยางไหวเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ด้วยฝีมือระดับพวกเขาหากถูกคนวางยาย่อมจะต้องรู้ตัว แต่ยามนี้ชีพจรของเขามีความผิดปกติไปแล้วเมื่อเขายื่นมือไปตรวจจับของเผิงกวนและลูกน้องอีกสองคนก็พลันตรวจพบความผิดปกติเช่นเดียวกันเขาจึงได้มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจว่านางลงมือวางพวกเขาตอนไหน

“แน่นอนว่านอกจากวิชาแพทย์แล้วข้าย่อมจะต้องมีวิชาที่พอจะใช้ป้องกันตัวอยู่บ้าง วรยุทธ์ข้าไม่ได้ร่ำเรียนมาก็จริงแต่เรื่องการใช้กลโกงในการใช้ยาพิษข้าฝึกฝนและเรียนรู้มาอย่างช่ำชอง” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้หยางไหวหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตักเตือน

“ท่านไม่ควรจะลงมือกับพวกข้า” คำพูดของหยางไหวทำให้ซูหลีหลี่พยักหน้า

“ใช่! ข้าไม่ควรลงมือกับพวกท่าน แต่ในฐานะที่พวกเราพึ่งจะรู้จักกันข้าต้องมีหลักประกันให้ตนเองสามารถเชื่อใจพวกท่านก่อน แต่วางใจเถิดขอเพียงพวกท่านทำงานให้ข้าเสร็จนอกจากข้าจะถอนพิษให้แล้วยังจะจ่ายอย่างงามอีกทั้งยังจะแถมยาบำรุงร่างกายให้พวกท่านด้วย รับรองว่าขอเพียงพวกท่านไม่หักหลังข้ายาพิษที่พวกท่านพึ่งจะได้รับไปจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อร่างกายของพวกท่านอย่างแน่นอน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หยางไหวจึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วพวกข้าสามารถจะไว้ใจคุณหนูได้หรือไม่” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทีเช่นนี้ของหยางไหวนางเคยเห็นในยามที่เขาต้องการข่มขู่และกดดันฝ่ายตรงข้าม นางจึงได้เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความคุ้นเคยที่เคยมีต่อเขาโดยไม่รู้ตัว

“ท่านหยางโปรดวางใจ ข้าไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะทำร้ายพวกท่าน ใครๆ ก็อยากจะได้คนดีมีฝีมือมาทำงานให้กันทั้งนั้นรวมถึงตัวข้าด้วย บอกตามตรงว่าการที่อยู่ๆ พวกท่านก็เสนอตัวมาอย่างได้จังหวะเช่นนี้มันทำให้ข้าอดหวาดระแวงไม่ได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วข้าก็ยังเชื่อว่าการที่พวกท่านเสนอตัวมาทำงานให้ข้านั้นพวกท่านหาได้มีจุดประสงค์อื่น” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หยางไหวก็พลันยิ้มออกมา

“ความหวาดระแวงของคุณหนูข้าเข้าใจดี แต่ขอคุณหนูโปรดวางใจข้าและพรรคพวกของข้าล้วนมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือคอยคุ้มครองคุณหนู” คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจซูหลีหลี่จึงได้พยักหน้า

“เช่นนั้นข้าก็ทำได้แค่เพียงควรจะเชื่อใจพวกท่านเพียงเท่านั้น” นางเอ่ยพลางพยักหน้าให้เผิงซีแจกจ่ายยาแก้พิษที่นางวางไว้ในตอนที่พวกเขาเข้าห้องมา หยางไหวรับยาแก้พิษไปกินโดยไม่ลังเล เผิงกวนและลูกน้องของเขาอีกสองคนก็กินยาแก้พิษโดยไม่ลังเลเช่นเดียวกัน

“อันที่จริงพิษที่พวกท่านโดนก็แค่เพียงยาปั่นป่วนชีพจรเพียงเท่านั้น ข้าต้องการทดสอบดูว่าพวกท่านจะมีปฏิกิริยาเช่นไรหากพบว่าข้าวางยาพิษพวกท่าน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หยางไหวก็พยักหน้า

“ปฏิกิริยาเดียวที่พวกข้าจะมีได้ก็คือคิดว่าในเมื่อคุณหนูมีความสามารถในการวางยาถึงขั้นนี้เหตุใดจึงต้องเรียกใช้งานพวกข้าด้วย” คำพูดของหยางไหวทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาเบาๆ

“ก็เพราะข้าไม่กล้าประมาทคนที่มารดาเลี้ยงของข้าเชิญมาที่จวนอย่างไรเล่า ถึงอย่างไรก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่สกุลหวังชุบเลี้ยง ฝีมือของพวกเขาย่อมจะไม่ธรรมดา คงจะยุ่งยากสำหรับข้ามากเลยที่จะหลบยอดฝีมือเหล่านั้นเข้าไปสับเปลี่ยนกำยาน แต่สำหรับพวกท่านคงไม่ใช่เรื่องยาก” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หยางไหวก็รีบตกปากรับคำในทันที

“ขอคุณหนูได้โปรดวางใจ พวกข้าจะไม่ทำให้คุณหนูต้องผิดหวัง” เมื่อหยางไหวเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า

“เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะรอดูความสำเร็จของพวกท่านก็แล้วกันนะ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางยิ้มออกมาส่วนหยางไหวและเผิงกวนต่างก็หันไปสบตากันในใจก็ได้แต่คิดว่า ท่านอ๋องจะรู้หรือไม่ว่ายามนี้ลูกน้องคนสนิทของท่านอ๋องถูกว่าที่พระชายาของท่านอ๋องออกคำสั่งให้พวกเขาไปวางยาปลุกกำหนัดผู้อื่น

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 15 ลงมือ

    ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 12 ศัตรูของศัตรู

    เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้

    แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status