Share

ตอนที่ 2 เริ่มเห็นผลกำไร

last update publish date: 2026-08-30 21:29:42

หนึ่งเดือนผ่านไป

การค้าขาย​เป็นไปอย่างราบรื่น​ ไม่เพียงขายใบชาตากแห้งเท่านั้น เจียงซู่ยังปรับวิธีการ​สร้างสินค้า​ใหม่ขึ้นมาอีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือผงชาเขียว

ซึ่งผงชาเขียวอันนี้ เป็นที่นิยมในหมู่หญิงสาววัยแรกรุ่น​ พวกนางนำไปชงดื่มกับนมแพะแทนการดื่มน้ำชาทั่วไป​ หากชอบความหวานก็สามารถ​เติมน้ำผึ้ง​หรือว่าน้ำตาลลงไปได้อีก กลิ่นหอมของใบชาผสมกับรสหวาน นับว่าเป็นอะไรที่ลงตัวยิ่งนัก ไม่ว่าผู้ใดได้ลองก็ต้องติดใจ

และแน่นอน​ว่า...สินค้า​ของนางกลายเป็นที่พูดถึง​เป็นวงกว้าง​ พ่อค้าคนกลาง​ที่จะนำสินค้า​ไปขายที่เมืองหลวง ต่างพากันมาติดต่อ​ค้าขาย​กับนางทั้งนั้น

เป็นครั้งแรก​ที่เจียงซู่เห็นเงินมากมายขนาดนี้ นางเปิดร้านได้เพียงหนึ่งเดือน ก็สามารถ​มีเงินหนึ่งหมื่น​ตำลึงได้แล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางจะต้องมีเงินเพียงพอสำหรับ​เลี้ยงดู​ตนเองและท่านย่าแน่!

ครั้นนึกถึง​ท่านย่า ใบหน้าที่เคยเบ่งบาน​ก็เริ่มสลดลง ชาติที่แล้ว หลังจาก​นางแต่งงานไปได้สองปี ท่านย่าของนางก็สิ้นใจด้วยโรคชรา นางไม่มีโอกาส​ได้กลับมาลาท่านย่าเป็นครั้งสุดท้าย​เสียด้วยซ้ำ​ หากสามีไม่เป็นผู้พามา ภรรยาในห้องหอเช่นนางก็หมดสิทธิ์ที่จะ​ออกมาข้างนอก

ชาติก่อน​ นางทำตัวไม่มีปากมีเสียง​ราวกับคนโง่เขลา​ ไม่ว่าแม่สามีหรือสามีจะพูดอะไร นางล้วนเชื่อฟัง ยอมให้คนพวกนั้นกดขี่​เอาเปรียบ​สารพัด สินเดิม​ที่ท่านย่ามอบให้ ก็ถูกนำมาใช้จ่าย​ไปกับความสุรุ่ยสุร่าย​ของคนในจวนสามี

เพราะนึกถึงข้อปฏิบัติ​ของสตรีมากเกินไป จึงทำให้ชีวิต​ของนางยุ่งเหยิง​เช่นนั้น แต่ต่อจากนี้​จะไม่เป็นเยี่ยงนั้นอีกแล้ว นางจะลุกขึ้น​มาสู้รบ​ตบมือ​กับทุกคนที่เข้ามาทำร้ายนาง

เพราะเจียงซู่คนโง่เขลา​ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว!

" ถั่วหลัน! นำสมุดบัญชี​การค้า​ของเมืองหลวง​มาให้ข้า พรุ่งนี้​เราจะต้องจัดส่ง​สินค้า​ให้ใต้เท้าหนานแล้ว " เจียงซู่กล่าวกับสาวใช้คนสนิท อีกฝ่ายเป็นทั้งผู้ดูแลนางและเป็นผู้ทำบัญชี​ ส่วนนางมีหน้าที่ตรวจสอบ​ความเรียบร้อยอีกที

" นี่เจ้าค่ะคุณหนู​ " ถั่วหลันนำสมุดบัญชี​มาวางบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย ก่อนจะพูดบางอย่าง​ขึ้นมา " รอบนี้ใต้เท้าหนานสั่งสินค้าของเราไปเยอะมากเลยนะเจ้าคะ "

" อืม! " เจียงซู่ตอบรับในลำคอ พลางก้มเขียนบางอย่าง​ลงในสมุด​ " เห็นเขาบอกว่าสินค้าของเราตีตลาด​ในเมืองหลวง​ได้แล้ว จากนี้ไปคงมีการสั่งซื้อ​มามากขึ้น เจ้ากับข้าจะต้องเหนื่อยกว่านี้แน่! "

" เรื่องเหนื่อยบ่าวไม่กลัวเจ้าค่ะ ขอแค่ให้กิจการ​ของคุณหนู​รุ่งเรือง​ก็พอ " ถั่วหลันพูดด้วยรอยยิ้ม

เจียงซู่ยิ้มน้อยๆ " ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น หากข้ามีเงินมากกว่านี้ ข้าก็จะสามารถ​เลี้ยงดู​ตนเองได้ และก็ไม่จำเป็น​ต้องแต่งงาน "

" คุณหนู​ไม่อยากแต่งงานหรือเจ้าคะ? "

" ใช่! ข้าไม่อยากแต่ง " นางไม่อยากกลับไปลิ้มลอง​รสชาติ​ของความเจ็บปวด​อีกแล้ว ความรักลึกซึ้ง​อะไรนั่น ล้วนไร้ค่าสิ้นดี​

ถั่วหลันพยักหน้า​เห็นด้วยกับผู้เป็นนาย " หากคุณ​หนู​ยืนยัน​เช่นนั้น บ่าวก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณ​หนูเองเจ้าค่ะ เพราะบ่าวก็ไม่อยากแต่งงานเหมือนกัน​ "

คำพูด​ของถั่วหลันทำเจียงซู่ขำขัน​ นึกเอ็นดู​คนที่มีอายุน้อยกว่า​ ไม่ว่านางจะทำอะไร ถั่วหลันล้วนสนับสนุน​ไม่เคยขัดขวาง​ ราวกับว่ามั่นใจในการตัดสินใจ​ของนางนักหนา​....

เช้าวันรุ่งขึ้น​

เจียงซู่กับถั่วหลันมาตรวจงานที่ท่าเรือ​ด้วยตนเอง นางต้องมา​ตรวจสอบ​ดูว่าสินค้าที่ใต้เท้าหนานสั่งซื้อ​ไปครบถ้วน​หรือไม่ หากครบแล้ว นางจะต้องให้อีกฝ่ายประทับลายมือ​ลงในหนังสือ​สัญญา​ค้าขายในรอบนั้นๆ​

ที่ทำเช่นนี้ เป็นเพราะต้องการ​จะปกป้อง​ตนเอง หากพ่อค้าคนกลาง​คิดยักยอก​สินค้า​ของนางขึ้นมา แล้วมากล่าวอ้าง​ทีหลังว่าได้สินค้าไม่ครบ นางจะได้นำสัญญา​ฉบับ​นี้ออกมาใช้เป็นหลักฐาน​ได้

ครั้นจัดการ​ทุกอย่างเรียบร้อย​แล้ว เจียงซู่ก็แวะไปที่ไร่ชาต่อ มีหลายคนถามนางว่า เหตุใด​จึงไม่เพาะปลูก​ชาเอง ทำไมจะต้องไปรับซื้อต่อจากผู้อื่นด้วย เหตุผล​ที่นางไม่ปลูกเอง เป็นเพราะไม่มั่นใจว่าตนเองจะชำนาญ​มากพอ การรับซื้อจากผู้อื่นสามารถ​เปลี่ยนแปลง​ได้ทุกเมื่อ​ ถ้าไร่ชานั้นไร้คุณภาพ​ แต่ถ้าปลูกเอง หากใช้งานไม่ได้ขึ้นมา กิจการ​ก็ต้องหยุดพักตามไปด้วย ซึ่งชั่งน้ำหนัก​จากผลกำไร​แล้ว การรับซื้อย่อมได้กำไร​ดีกว่า อีกอย่างถือเป็นการแบ่งผลกำไร​ไปให้ชาวบ้านคนอื่น​ไปในตัวด้วย

" ท่านลุงเซียง! " เจียงซู่ตะโกน​เรียกเจ้าของไร่ชา

ชายชราเงยหน้าจากการเก็บใบชา เขาแบกตะกร้า​สะพายหลังเดินไปหาหญิงสาว มือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาถอดหมวกฟางที่สวมอยู่ออก

" คุณหนู​เจียง วันนี้ท่านมาดูใบชาหรือ? " น้ำเสียงแหบแห้ง​เอ่ยถามอย่างเป็นมิตร​

เจียงซู่พยักหน้า​พร้อมกับ​ยิ้มแย้ม​ " เจ้าค่ะ ข้าแวะมาดูใบชาตากแห้ง​ "

" เช่นนั้นก็เชิญ​ไปที่โรงเก็บชา " เจ้าของไร่ชาเดินนำหน้าเจียงซู่ไปที่โรงเก็บใบชา

ไร่ชาแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่าสิบไร่ด้วยกัน​ แบ่งการเพาะปลูก​เป็นชาสองชนิด ได้แก่ชาขาวและชาเขียว ชาขาวที่เจียงซู่รับซื้อนางจะให้เจ้าของไร่อัดเป็นก้อนก่อนส่งขาย ส่วนชาเขียวนางรับซื้อเป็นใบสด เพื่อนำไปผ่านกระบวนการ​ก่อนกลายเป็นผงชาเขียว

สายลมพัดเอื่อย​มาปะทะ​ใบหน้างาม ปลายจมูก​โด่งได้กลิ่นหอมของดินที่เปียกชื้น​คละเคล้า​กับกลิ่นใบชา ให้ความรู้สึก​สดชื่น​และผ่อนคลาย​ จนเจียงซู่ต้องหยุดเดินเพื่อสูดดม​กลิ่นหอมอยู่หลายครั้ง

เหตุผล​ที่นางเลือกไร่ชาแห่งนี้เป็นคู่​ค้า​ เป็นเพราะท่านลุงเซียงใส่ใจ​ดูแลต้นชาทุกต้นเป็นอย่างดี ไม่คิดเอาเปรียบ​ผู้รับซื้อ หากใบชาอันไหนไร้คุณภาพ​ อีกฝ่ายจะคัดแยกออกให้ทันที

" ใกล้ถึงฤดู​หนาวแล้ว เกรงว่าใบชาที่จะส่งไปให้คุณ​หนูรอบนี้ น่าจะเป็นรอบสุดท้าย​ก่อนสิ้นสุด​ฤดูกาล ​" ท่านลุงเซียงกล่าวขึ้น ในขณะที่​เปิดประตู​โรงเก็บชาออก

" โชคดี​ที่ปีนี้เราเก็บเกี่ยว​ผลผลิต​ได้เยอะ หน้าหนาว​ที่จะถึงนี้จึงไม่ต้องกังวล​มากนักเจ้าค่ะ "

ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ต้องหยุดพักการเก็บเกี่ยว เจ้าของไร่จะทำการตัดแต่ง​กิ่ง เพื่อให้พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว​ในรอบถัดไป​ อีกทั้งยังต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน​ เมืองอวี๋โจวเป็นเมืองที่มีหิมะตกหนัก​ในช่วงฤดูหนาว​ หากดูแลไม่ดีต้นชามีโอกาส​ป่วยตายในช่วงนี้ ถ้าปลูกใหม่ก็ต้องรอไปอีกสี่ปีกว่าจะทำการเก็บเกี่ยว​ได้

" เพราะมีคุณหนู​จึงทำให้พวกข้ามีอยู่มีกินเช่นทุกวันนี้ " ชายชราพูดขึ้น หลังจากพาอีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านในโรงเก็บชา

" พูดอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? เป็นแค่การค้าขาย​กันธรรมดา ข้าไม่ได้ช่วยอะไรพวกท่านเลยสักนิด " เจียงซู่ปฏิเสธ​

ชายชราส่ายหน้า​ " ไม่จริงสักนิด! มีแค่ท่านคนเดียวที่ไม่กดราคาเรา "

ตอนแรกที่คุณหนู​เจียงมาทำสัญญา​ซื้อขาย​กับเขา เขายังคิดอยู่เลยว่าการผูกขาด​การค้าเช่นนี้จะเป็นผลดีหรือ คงไม่แคล้ว​ถูกกดราคาอีกกระมัง!

แต่ใครจะคิดเล่าว่า...นางจะให้ราคาสูงกว่าพ่อค้าคนกลาง​ทุกคน อีกทั้งราคายังสามารถ​ปรับขึ้นได้ตลอดเวลา หากการเพาะปลูก​ในรอบนั้นๆ มี​ค่าใช้จ่าย​ที่เพิ่มมากขึ้น​

" ท่านลุงเซียง อย่าถือว่าเป็นบุญคุณ​อะไรเลยเจ้าคะ ให้คิดเสียว่าต่างคนต่างช่วยกัน หากไม่มีพวกท่าน กิจการ​ของข้าก็คงไม่รุ่งเรือง​เหมือนทุกวันนี้ อีกอย่างใบชาที่มาจากไร่ของท่าน ล้วนเป็นของดีมีคุณภาพ ไม่ว่าใครก็อยากทำการค้ากับท่านทั้งนั้น " เจียงซู่พูดจากใจจริง

ชายชรายิ้มน้อยๆ " ขอบคุณ​ท่านมากนะคุณ​หนู "

เจียงซู่พบท่านลุงเซียงด้วยความบังเอิญ​ อีกฝ่ายหอบใบชาอัดก้อนไปขายที่ตลาด แต่กลับถูกพ่อค้าคนกลาง​ที่รับซื้อกดราคาอย่างหนัก ทั้งที่ใบชามีคุณภาพตามมาตรฐาน​ถึง​ขนาดนั้น พอเห็นสีหน้าและท่าทางน่าสงสารของชายชรา เจียงซู่ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ​ แต่กลับถูกพ่อค้าคนนั้นต่อว่า...หาว่านางไม่มีความรู้​เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังกล้าสอดปากเข้ามาพูด

เพราะความเจ็บแค้น​ใจ จึงทำให้เจียงซู่คิดบางอย่าง​ออก ในเมื่อนางอยากทำการค้า เช่นนั้นก็ควรเริ่มจากการค้าใบชาก่อนเลย ลบคำสบประมาท​ของพ่อค้าคนนั้นที่บอกว่านางไม่มีความรู้​

ฝากกดหัวใจให้กำลังใจ​ไรท์​ด้วยนะคะ จะได้มีแรงสร้างสรรค์​ผลงาน​ชิ้นต่อไป หรือถ้าใครอย่าติชม​ก็สามารถ​คอมเม้นเข้ามาได้นร้า แต่ขอไม่ใช่คำหยาบนะคะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 31 บทส่งท้าย /2

    ครั้นเห็นว่าภรรยากำลังโกรธจัด​ เฉินอวี้ก็ยอมสงบนิ่ง​ ไม่ขยับเข้าไปกวนใจนางอีก เพราะกลัวว่าหากแกล้งนางมากไปกว่านี้ เกรงว่าตนเองจะได้นอนนอกห้อง...นับว่าเป็นความโชคดี​ของเขา ที่รู้จัก​เอาใจสตรีเป็น มิเช่นนั้น​คืนนี้เจียงซู่คงให้อีกฝ่ายนอนนอกห้องไปแล้ว" ชอบหรือไม่? " เฉินอวี้ถามเจียงซู่พยักหน้า​ " ชอบเพคะ "นัยน์ตา​คู่สวยทอดสายตา​มองทิวทัศน์​เบื้องหน้า​ สถานที่ที่เขาพานางมา คล้ายกับสถานที่ที่นางเคยฝันถึง​ไม่มีผิดเพี้ยน​ ทุ่งหญ้า​กว้างใหญ่​สีเขียวขจี​ ห้อมล้อม​ไปด้วยเทือกเขาหลายลูก พอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็จะเห็นเมฆสีขาวก้อนใหญ่​ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ​ สายลมเย็นพัดเอื่อยมาเป็นระยะ นำพาความหอมสดชื่น​ของกลิ่นหญ้าและกลิ่นดิน​ขึ้นมาปะทะปลายจมูก​เฉินอวี้ปล่อยให้ภรรยาตัวน้อยได้วิ่งเล่นในทุ่งหญ้า​จนกว่าจะพอใจ ส่วนเขาขอแค่ได้เดินตามหลังนาง มองดูความสดใสของนาง​ก็พอ" ท่านอ๋อง!" เจียงซู่กวักมือ​เรียกชายหนุ่มเฉินอวี้ก้าวเท้าไปหาภรรยาอย่างเร่งรีบ​ ครั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เจียงซู่ก็สวมมงกุฎ​ดอกหญ้าลงบนศีรษะ​ของเขาทันที" หม่อมฉัน​ทำมาเผื่อเพคะ " เจียงซู่ฉีกยิ้มจนเต็มใบหน้า พลางสวมมงกุฎดอกหญ้า​อีกอั

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 31 บทส่งท้าย /1

    หลายวันผ่านไป ได้เวลาที่เจียงซู่จะต้องเดินทาง​กลับไปเยี่ยมบ้านเก่า ซึ่งก็คือบ้านของท่านย่าที่เมืองอวี๋โจว นางออกเดินทาง​พร้อมกับ​เฉินอวี้ เขาบอกนางว่าจะพาไปยังสถานที่ที่ต้องใช้ชีวิต​ร่วมกัน ​ เฉินอวี้ตัดสินใจ​ไม่อยู่ที่เมืองหลวงต่อ​ ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากอยู่อย่างสงบกับภรรยาสองคน ในวังมีกฎระเบียบ​มากมายจนจำแทบไม่หมด หากรั้งอยู่มีแต่จะทำให้เจียงซู่ใช้ชีวิต​ลำบาก​ เพราะนางชอบอิสระ​มากกว่าการผูกมัด​ " ได้ยินว่าน้องสาวของเจ้าจะแต่งงานกับซื่อจื่ออู่ผิงโหวงั้นรึ?" เฉินอวี้เอ่ยถามสตรีข้างกาย ใบหน้าหวานผละออกจากอกแกร่ง ช้อนตาขึ้นมองเจ้าของอ้อมอก​อุ่น " เพคะ! เห็นว่าไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งงานกับเขาสักคน ท่านโหวก็เลยมาสู่ขอเจียงเจียวให้ไปเป็นภรรยาของซื่อจื่อเพคะ " ตอนแรกทางนั้นไม่ยอมมาสู่ขอเจียงเจียวไปเป็นภรรยาเอก เพราะรู้สึก​อับอายขายหน้า​กับเรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่จวนสกุลเจียงคราวก่อน​ ทว่ายามนี้กลับเป็นบุตรชายของฝ่ายนั้นเสียเองที่ทำเรื่องเสื่อมเสีย​ชื่อเสียง​ จนไม่มีสตรีนางใดกล้าแต่งเข้าไปในจวนอู่ผิงโหว มีเพียงเจียงเจียวคนเดียวที่ตอบรับไมตรีจากคนพวกนั้น ส่วนหนึ่ง​อาจเป็นเพราะนางกำลัง

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 30 เข้าหอ /2

    นิ้วสากเคลื่อนเข้าใกล้กลางกายสาวที่ชุ่มฉ่ำ​ไปด้วยหยาดน้ำหวานสีใส ท้องนิ้วสากลูบวนส่วนนั้นจนน้ำเมือกสีใสชโลม​ทั่วกลีบบุปผา​" ไม่ได้ อ๊า! " หญิงสาวนอนบิดเร่า​ไปมา พยายามส่งเสียงห้ามปราม​อีกฝ่าย ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับมีแต่เสียงร้องครวญคราง​ปลายนิ้วเรียวยาวสอดใส่เข้าไปในร่องฉ่ำแฉะ เพียงแค่สอดนิ้วเข้าไป ร่างบางก็พลันกระตุกสั่น แอ่นสะโพก​ขึ้นรับสัมผัส​วาบหวาม​จนแผ่นหลังลอยไม่ติดพื้นเฉินอวี้ยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะขยับนิ้วเข้าออกอย่างเชื่องช้า​ รอจนเจ้าของร่างปรับตัวได้ เขาจึงสอดนิ้วเข้าไปเพิ่มอีกนิ้วปลายนิ้วร้ายกาจ​งัดเสยจุดอ่อน​ไหวภายใน บดคลึง​จุดเสียวอย่างหนักหน่วง​ จนหยาดน้ำสีใสไหลทะลัก​ออกมาจากร่องแคบราวกับเขื่อนแตก" อ๊ะ!"ดวงหน้า​งามเชิดครางดังลั่น มือขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกเกร็งระบายความเสียวซ่าน​ปลายนิ้วร้อนเปลี่ยนมาเกลี่ยวนเกสรบุปผา​ เคล้นคลึงแผ่วเบาก่อนจะเร่งจังหวะ​เขี่ยเกาแรงขึ้น จนร่างบางสั่นสะท้าน ก่อนจะ​กรีดร้องอย่างสุขสมอีกครั้งดวงตาคมกริบก้ม​มองกลีบบุปผา​ที่กำลังแย้มบาน ขับหยาดน้ำหวานสีใสไหลออกมาอย่างเชิญชวน​ให้เข้าไปลิ้มลอง ปลายลิ้นหนาเลียขอบปา

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 30 เข้าหอ /1

    หลายวันผ่านไป เจ้าสาว​เข้ามารอเจ้าบ่าวอยู่ในห้องหอที่จัดเตรียมไว้ในตำหนัก​ชิงหลิง เจียงซู่รู้สึก​ประหม่าเป็นอย่างมาก รอคอยช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับสามีอย่างใจจดใจจ่อ​ หลังจากผ่านคืนนี้ไป นางกับเขาก็จะกลายเป็นสามีภรรยา​กันโดยสมบูรณ์​ ครั้นได้ฤกษ์​ยามเข้าหอแล้ว หญิงสาวก็รีบยกพัดกลมสีแดงขึ้นมาปิดบังใบหน้า รอให้เจ้าบ่าวเปิดประตู​เข้ามา ผ่านไปไม่นาน เฉินอวี้ก็เปิดประตู​เข้าไปในห้อง ดวงตาคมกริบ​จับจ้อง​อยู่ที่สตรีในชุดอาภรณ์​สีแดง ซึ่งกำลัง​นั่งรออย่างสงบเสงี่ยม​อยู่บนเตียง รอยยิ้มปลื้มปิติพลัน​ฉายชัดบนใบหน้าคมคาย​ ร่างกำยำก้าวเดินไปยังเตียงนอน มือหนายื่นออกไปจับข้อมือเล็กให้ลดพัดกลมลง นัยน์ตา​สีดำขลับจับจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลา​ของหญิงสาว เขากำลังจะโน้มกายลงประกบจูบ ทว่า... " ต้องดื่มสุรามงคลก่อนเพคะ" มือนุ่มดันใบหน้าสามีไว้ เฉินอวี้ชะงัก​ ก่อนจะยืดตัวตรง เอื้อมมือไปประคองภรรยาให้ลุกขึ้นยืน " เช่นนั้นเรารีบดื่มกันเถอะ " เจียงซู่มองหน้าคนรีบร้อน​พร้อมกับ​ส่ายศีรษะ​ด้วยความเอ็นดู​ สองสามีภรรยา​พากันเดินไปที่โต๊ะ​กลม ซึ่งมีสุรามงคล อาหารและผลไม้วางไว้อยู่ ก่อนหน้านี้​เจียงซู

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 29 แต่งงานกันเถอะ

    หนึ่งเดือนผ่านไป ภาพเฉินอวี้เดินตามหลังเจียงซู่ต้อยๆ คล้ายกับลูกสุนัข กลายเป็นภาพชินตาแก่ผู้ที่พบเห็น มาดผู้นำกองทัพผู้เก่งกาจ​หายไปในชั่วพริบตา​ ยามเฉินอวี้ได้อยู่กับคนรัก ผู้มีสายเลือด​เดียวกัน​กับเฉินอวี้ มองภาพสองชายหญิงกำลังเดินเล่นในสวนดอกไม้ด้านหลังตำหนัก​ชิงหลิงด้วยสีหน้าเบิกบานใจ​ เจียงซู่ได้รับอนุญาต​เป็นกรณีพิเศษ​จากฮ่องเต้​ สามารถ​เข้าออกวังหลวงได้ตลอดเวลา และไม่มีการตรวจค้นรถที่ใช้นำส่งนาง​ ซึ่งองค์​รัชทายาท​เป็นผู้รับผิดชอบ​เรื่องนี้ เขาต้องคอยส่งคนไปรับเจียงซู่มาหาเฉินอวี้ทุกวัน หากวันใดนางไม่ได้มา เฉินอวี้จะอาละวาด​จนวังแทบแตก และแน่นอน​ว่า​วิธีที่จะทำให้เฉินอวี้สงบลงได้ คือเขาต้องรีบไปนำตัวเจียงซู่มา ยิ่งคิดก็คิดยิ่งแปลกใจ เขามีตำแหน่ง​เป็นถึงองค์รัชทายาท​ เหตุใด​น้องชายจึงปฏิบัติ​ต่อเขาราวกับเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา​เยี่ยงนี้ ไม่ใช่ว่าเฉินอวี้ต้องเป็นฝ่ายเชื่อฟังเขาหรือ? " พี่ใหญ่! ท่านดูอะไรของท่าน? " องค์​ชายสามเอ่ยถามพี่ชาย พลางชะเง้อ​มองตามอีกฝ่าย " เปล่า! ข้ามองพี่รองกับว่าที่พี่สะใภ้​ของเจ้าอยู่ " องค์​รัชทายาท​เอ่ย " พวกเขาดูรักใคร่กันดีเสียจ

  • หวนคืนครานี้เห็นทีต้องเอาคืน   ตอนที่ 28 ดูแล /2

    ฝ่ามือหยาบเร่งจังหวะ​ชักรูดท่อนเนื้อหนักหน่วง​ขึ้น เพียงแค่ได้กลิ่นหอมจากตัวนาง ส่วนนี้ของเขาก็พลันลุกชันขึ้นมา หากไม่รีดเค้น​นำน้ำกามออกมา มีหวังเขาได้ปวดหน่วงจนนอนไม่หลับเป็นแน่ถึงพยายาม​เท่าไร เขาก็ไม่เสร็จ​สมเสียที ด้วยว่ายามหดเกร็งหน้าท้อง เขาจะรู้สึก​เจ็บแผล จนไม่สามารถ​ออกแรงได้ในเมื่อทำเองไม่ได้ เช่นนั้นก็เหลือเพียงทางเดียว" ซู่ซู่! ช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าทรมาน​เหลือเกิน​" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยอ้อนวอนหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้อยู่" ชะ...ช่วยสิ่งใดเพคะ" เจียงซู่ถามตะกุกตะกัก​ ภายในใจเต้นกระหน่ำ​ราวกับกลองออกศึกเฉินอวี้จับไหล่บางหันกลับมา เจียงซู่หลับตาแน่น นางไม่กล้ามองภาพตรงหน้า ดวงตาสีเข้มก้มมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว รู้สึก​เอ็นดู​ในท่าทางไม่ประสีประสา​ของนางยิ่งนัก" ลืมตาสิ! "" ไม่เพคะ! ท่านอ๋องจะให้หม่อมฉัน​ช่วยสิ่งใดก็รีบทำเถิดเพคะ! " เจียงซู่ยืนกรานหนักแน่นให้ตายนางก็ไม่ลืมตาเด็ดขาด!ในเมื่อนางว่ามาเช่นนั้น เขาก็ไม่อยากฝืนใจนาง ชายหนุ่ม​ประคองมือหญิงสาวไปกอบกุมส่วนร้อนรุ่ม​ของตนเอง แค่เพียงปลายนิ้วของนางสัมผัส​ลง ความเสียวซ่าน​ก็พลันแล่นปราดไปทั่วร่าง จนเผลอส่งเสียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status