Home / รักโบราณ / หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก / ตอนที่7 ร้านผ้าไหมสูจิ่น

Share

ตอนที่7 ร้านผ้าไหมสูจิ่น

last update Last Updated: 2025-11-22 01:36:26

          เดิมทีเจียงเจิ้งเหวินคิดว่าน้องสาวคนสนใจเรื่องการค้าชั่วครู่ชั่วยาม แต่เมื่อเขาอธิบายกิจการของสกุลเจียงแล้ว เจียงชิงหว่านก็ให้ความสนใจศึกษาอย่างละเอียด และเป็นฝ่ายให้คำแนะนำเขาในบ้างเรื่อง

            “ถ้าพี่ใหญ่บอกว่าบ้านเราไม่ขาดแคลนเงินทอง หว่านวานคิดว่าเราส่งสินค้าใหม่ของเราเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ มอบให้บรรดาฮูหยินขุนนาง ขุนนางเล็กๆที่ถูกมองข้าม เราทำดีกับพวกเขาไว้สักหน่อย วันข้างหน้าอาจได้ผูกมิตรกัน

            “เป็นความคิดที่ดี ปกติพี่ก็ให้คนส่งของขวัญให้บรรดาฮูหยินขุนนาง แต่เราเข้าไม่ถึงพวกเขา”

            “สินค้าของเราเป็นของดีมีคุณภาพ แต่การส่งให้พร่ำเพรื่ออาจถูกมองไม่ดี  เอาอย่างนี้ เรื่องนี้ให้หว่านวานช่วยพี่ใหญ่เองเจ้าค่ะ หว่านวานรู้ว่าฮูหยินของตระกูลใหญ่ชอบสิ่งใด”

            “เจ้ารู้?”

            “ก็พอมีความรู้บ้าง”  หญิงสาวยิ้มอ่อนหวาน “พี่ใหญ่ไม่เชื่อใจหว่านวานหรือเจ้าคะ”

            ถูกน้องสาวออดอ้อนเช่นนี้ หัวใจเจียงเจิ้งเหวินแทบละลายกลายเป็นน้ำ เอาเถิด ถ้านางทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควร เขาคอยหาทางไปขอขมาทีหลังก็ไม่เสียหาย

            “ตามใจเจ้าเถิด”

            “หว่านวานรักพี่ใหญ่ที่สุดเลย”  ชิงหว่านที่นั่งข้างเจียงเจิ้งเหวินเอนตัวพิงต้นแขนกำยำ  เขาเป็นพ่อค้าใหญ่แต่ทุกเช้าก็เห็นฝึกเพลงยุทธ์ แม้บอกว่าไม่ได้ฝึกเพื่อไปประมือกับผู้ใด เพียงแค่ให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่จากที่นางสัมผัส กล้ามเนื้อแขนกำยำเต็มไปด้วยพละกำลัง สมกับที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลเจียง

            “เจ้านี่นะ”  เจียงเจิ้งเหวินไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่เห็นน้องสาวเป็นเช่นนี้เขาก็พอใจที่เห็นนางเติบโตขึ้น ตอนที่นางยังล้มป่วยอยู่นั้น เขากลัวเหลือเกินว่าน้องสาวผู้ไร้เดียงสาจะแบกความทุกข์นี้ไว้ไม่ไหว หากเป็นเช่นนั้นจริง ท่านพ่อท่านแม่ก็พร้อมใจจะย้ายไปอยู่เมืองอื่นเพื่อหลบเลี่ยงคำติชินนินทาต่างๆ แต่ตอนนี้...เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว

            เมื่อนางรบเร้าอยากไปที่ร้านขายผ้าไหมและตรงกับวันที่เขาต้องไปตรวจร้านพอดี วันนี้คุณชายใหญ่สกุลเจียงจึงนั่งรถม้ามาพร้อมกับน้องสาวสุดที่รัก    รถม้าจอดนิ่งดีแล้ว เจียงเจิ้งเหวินลงจากรถม้าแล้วจึงยื่นมือไปประคองน้องสาวลงจากรถ ปกติเขาเห็นเจียงชิงหว่านสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดแต่ก็เข้าใจได้ว่าดรุณีน้อยมักชอบสีสันสดใส แต่ครั้งนี้นางสวมอาภรณ์สีอ่อนรวมกับกิริยาที่เรียบร้อยสุขุมซ่อนความซุกซ่อนในดวงตาพราวระยับ

            หลงจู๊ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง  แต่เมื่อเห็นว่าข้างกายเจียงเจิ้งเหวินมีดรุณีน้อยมาด้วยสีหน้าก็มีแววประหลาดใจ

            “คาวระคุณชายใหญ่เจียง คุณหนูเจียง”

            ชิงหว่านหลุบตาลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นกวาดตามองไปโดยรอบ ร้านผ้าไหมสูจิ่นแม้ไม่ใช่ร้านใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองหลวง แต่นางที่เป็นคณิกาไป๋ลู่เคยได้อยู่บ้าง เป็นร้านค้าที่สุจริตซื่อตรง ผ้าไหมนับว่ามีคุณภาพ แต่ที่ร้านขาดช่างเย็บปักมีฝีมือ ที่มีอยู่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่ไม่พอ จึงไม่มีเสื้อผ้าสำเร็จจำหน่าย 

            “พี่ใหญ่ หลงจู๊ ข้าอยากเดินดูในร้านสักหน่อยได้หรือไม่”

            “ตามใจเจ้า พี่มีเรื่องต้องคุยกับหลงจู๊”

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ”   ชิงหว่านยิ้มน้อยๆ แล้วเดินดูในร้าน การจัดวางเป็นระเบียบแต่ดูแน่นเกินไปชวนให้อึดอัด  นางมองไปรอบๆ กลางวันแต่แสงน้อยทำให้มองเห็นสีของเนื้อผ้าไม่แจ่มชัด  นางวางมือลูบเนื้อผ้าไหม  นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าพี่ใหญ่เดินเข้าไปด้านในแล้วจึงเรียกเด็กในร้านมาสอบถาม

            “นี่คือผ้าไหมจากหนานจิงใช่หรือไม่”

            “ถูกต้องแล้วขอรับ คุณหนูเจียง”

            “เรียบรื่นดุจเมฆคล้อยเป็นผ้าเนื้อดีจากหนานจิงจริงๆ”  นางมองในร้านอีกครั้ง ไม่มีลูกค้าอื่นใด จึงได้กล้าเอ่ยปากสั่ง “ผ้าสวยถึงเพียงนี้ อย่าวางทับกันราวกับผ้าไร้ราคา ตอนนี้ไม่มีลูกค้ามาช่วยข้าจัดวางผ้าเสียใหม่”

        

   “ขอรับคุณหนู” เด็กในร้านเห็นคุณหนูบอบบางจึงเรียกคนอื่นมาช่วย หญิงสาวจึงทำเพียงแค่ถอยออกมายืนกลางห้องแล้วชี้นิ้วสั่งการ

            “หลายวันก่อนฝนตกติดต่อกัน อากาศค่อนข้างชื้น หากำยานมาจุดในร้านไล่ความชื้นในห้องด้วยล่ะ แต่ต้องระวังอย่าให้ดี เข้าใจหรือไม่”

            “ขอรับ”

            หากไม่ใช่ว่านางเข้ามาพร้อมกับคุณชายใหญ่ คงไม่มีใครเชื่อนางคือคุณหนูเจียงชิงหว่าน พวกเขาย่อมได้ยินเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นแต่ไม่มีใครกล้าพูดอันใด แต่เมื่อได้เห็นกับตาว่าคุณเจียงสุขสงบไร้ความหมองเศร้าก็เข้าใจว่าเรื่องที่ได้ยินมาเป็นเรื่องแต่งผสมเรื่องจริงเสียมากกว่า  ใครกันเล่าผ่านเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นยังจะมีหน้าตาแย้มยิ้มเช่นนี้ได้อีก

            “เรามีช่างตัดเย็บประจำร้านหรือไม่”

            “มีขอรับ แต่คนของเราน้อย ร้านอื่น...เอ่อ...แย่งไปหมด”

            นางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น “ข้ารู้จักคนผู้หนึ่งไม่รู้ว่านางยังรับงานเย็บปักหรือไม่ นางชื่อเหมยจื่อมีบุตรสาววัยสองขวบกระมัง อยู่หมู่บ้านตะวันตก ถ้าเจ้าพบนางแล้วก็บอกว่าร้านผ้าของเราเชิญนางมาเป็นช่างเย็บปักที่นี่  ข้าจะหาที่พักให้นางเอง หรือถ้านางไม่เชื่อใจก็ให้ไปพบข้าที่สกุลเจียงได้”

            “ขอรับ”  เด็กรับใช้ท่องจำอยู่ในใจ

            “ข้าอยากได้ผ้าสีกลับบัว สีเขียวบงกชแล้วก็ สีฟ้านี่ก็สวย เอาให้ข้าอย่างละพับ เอาขึ้นรถไว้เลยนะ”

            “ขอรับคุณหนู”

          

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 103 พลาดแล้ว (3)

    บุรุษที่มีใบหน้าสุขุมอยู่เสมอ แม้ในเวลานี้ที่รู้ว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป มีเพียงแววตาและกรุ่นไอสังหารที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องเล็กก็พบมารดานั่งอยู่ข้างเตียง “ท่านแม่ เกิดเรื่องใดขึ้น” ซ่งอวี้หานเอ่ยถามมารดา เขาเดินจากไปไม่นานก็มีคนมารายงานว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป “หมอหลวงมาตรวจแล้ว บอกว่าร่างกายอ่อนเพลียนเท่านั้น” แม่สามีมองลูกสะใภ้ที่ยังหลับอยู่ นางเองอยู่กับลี่กุ้ยเฟย เจียงชิงหว่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นาน นางกำนัลก็วิ่งมารายงานว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป ซ่งอวี้หานค่อยๆ นั่งลงริมเตียง มองใบหน้าที่ซีดเซียวของภรรยาแล้วก็ยกมือมือนางมากุมไว้ “หว่านวาน ตื่นเถิด ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน” เสียงเรียกอ่อนโยนอย่างที่ยากจะได้ยิน แม้แต่คนเป็นมารดาเองก็ตาม หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาตื่น เมื่อเห็นใบหน้าของซ่งอวี้หาน ความวิตกกังวลต่างๆ พลันหายไปหมดสิ้น “ข้าหลับไปหรือ?” “เหตุใดเจ้าขี้เซาถึงเพียงนี้” ซ่งอวี้หานรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับเจียงชิงหว่าน แต่เขาไม่อาจแสดงออกได้ จึงทำได้เพียงแค

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่102 พลาดแล้ว (2)

    นางกำนัลเข้ามาช่วยชิงหว่านผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ชิงหว่านเห็นรอยเลอะเพียงเล็กน้อยบนชุดเดิมที่สวมอยู่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ สถานการณ์ไม่สู้ดีรอยเลอะแค่นี้แทบจะมองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดใหม่ แต่กระนั้นทุกอย่างเป็นธรรมเนียมของชนชั้นสูง นางจะปฏิเสธก็ไม่ได้ หญิงสาวออกมาจากหลังฉากกั้นก็ไม่พบผู้ใด ดวงตางามกวาดมองรอบตัวอย่างงุนงง “เมื่อครู่ยังอยู่เลยนี่...นางกำนัลไปไหนแล้วนะ” ชิงหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางกำลังคิดว่าจะรอให้มีคนมารับนาง หรือเดินออกไปด้วยตนเอง เส้นทางตำหนักลี่กุ้ยเฟยนั้นนางพอรู้ นั้นเพราะชาติก่อนติดตามเฟิงเยี่ยนหลงเข้าวัง มีเส้นทางลับเชื่อมระหว่างตำหนักบูรพาไปยังสถานที่ต่างๆ การเปิดเผยความลับนี้ทำให้นางหลงเชื่อไปว่าตนเป็นคนสำคัญ แท้จริงเป็นเพียงอุบายที่ทำให้นางตายใจ และนำความตายมาสู่ตนเอง หากนางเดินออกไปก็เกรงว่าผู้อื่นจะรู้ว่านางรู้เส้นทาง เช่นนั้นแกล้งโง่รอให้คนมารับก็แล้วกัน หากนางไม่ออกไปประเดี๋ยวแม่สามีก็ต้องส่งคนมาตาม ชิงหว่านคิดได้ดั่งนั้นจึงนั่งลงที่เก้าอี้ แม้มีน้ำชาวางอยู่แต่นางไม่กล้าแตะต้อง ควันสีขาวแทรกเข้ามาในห้องพ

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 101 พลาดแล้ว

    เจียวจูยกน้ำชาขึ้นจิบ แม้หูฟังบทสนทนาของฮ่องเต้แต่อดปรายตามองไปยังสะใภ้ไม่ได้ นางรู้ว่าเจียงชิงหว่านเก่งกาจด้านการค้า ทั้งเรื่องเครื่องประทินโฉมและร้านผ้าไหม แต่เรื่องอื่นนั้นนางไม่มั่นใจนัก แต่ก็เชื่อว่า เจียงชิงหว่าจะทำเรื่องที่ไม่เกินตัว แต่ดูบุตรชายของนางสิ เห็นสีหน้าเรียบนิ่งเช่นนั้นคงเหงื่อเย็นไหลซึมแผ่นหลังแล้ว มือเรียวงามจับพู่กันตวัดอักษร สีหน้านางสงบนิ่งไร้ความกังวล เพียงไม่นานก็เสร็จสิ้น ชิงหว่านกวาดสายตามองอีกครั้งและรับรู้ได้ว่ามีคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ด้วยลักษณะความสูงนั้นนางคิดว่าเป็นซ่งอวี้หาน ทว่าเมื่อเอี้ยวใบหน้าไปมองก็พบว่าเป็น …. “เมล็ดงอกจากพื้นดินเติบโตจากกาลเวลาโรยร่วงสู่พื้นดินช่างมีความหมายยอดเยี่ยมนัก ข้าไม่คิดว่าภรรยาผู้บัญชาการซ่งจะสามารถเขียนกวีสามบรรทัดได้ให้ความหมายลึกซึ้งเช่นนี้”รัชทายาทเฟิงเยี่ยนหลงยืนอยู่ด้านหลังเข้าโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆ แลดูสุภาพและอ่อนโยน ทว่าดวงตาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดพลาดแล้ว! ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในวังหลวง นางไม่เห็นรัชทายาทเฟิงเยี่ยนหลงทำให้คิดว่าเขาคงไม่อยู่ที่นี่ การประชันเขียนบทกวี

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 100 เครือญาติ

    เสียงขันทีรายงานทำให้ทุกคนลุกขึ้นแล้วรอต้อนรับ ชิงหว่านประคองแม่สามี นางหลุบตาลงจึงไม่เห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้ สิ่งที่นางเห็นก็เพียงฉลองพระองค์สีทองอร่ามตา“ตามสบาย” สุรเสียงฮ่องเต้ดังอยู่เหนือศีรษะของชิงหว่าน เมื่อได้รับอนุญาตจึงเงยหน้าขึ้น แต่สิ่งที่นางสนใจคือด้านหลังของฮ่องเต้คือบุรุษผู้สวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเหลือบดำ สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย มีเพียงรอยยิ้มในแววตาที่ทำให้นางคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร“ฝ่าบาท” เจียวจูทักทายด้วยรอยยิ้ม“กลับวังทั้งทีเหตุใดไม่บอกเรา”ฮ่องเต้ยื่นมือไปประคองไหล่เจียวจู เมื่อกาลก่อนยามที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายมักถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแก องค์หญิงเจียวจูมักคอยช่วยเหลืออย่างลับๆ แม้กระทั่งซ่งฉินหยีก็เช่นกัน เพียงแค่ทั้งครอบครัวมักไม่ชอบฉกฉวยความดีความชอบ และขอแค่เพียงได้ใช้ชีวิตสงบสุขนอกวังหลวง“หม่อมฉันกลับเมืองหลวงเพราะบุตรชายแต่งงาน เดิมทีก็คิดจะกลับบ้านชนบท แต่หว่านเอ๋อร์เพิ่งแต่งเข้าจวน เรื่องหลังบ้านหม่อมฉันต้องอบรมสั่งสอนจึงยังไม่ได้กลับไปเพคะ”“บ้านชนบทมีสิ่งใดดีรึถึงรั้งเจ้าไว้ได้” ฮ่องเต้ตรัสไม่จริงจังนักแล้วย้ายสายพระเนตรมองหญิงสาวที่ยืนข้าง

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 99

    ซ่งอวี้หานมาส่งมารดาและภรรยาที่ตำหนักของลี่กุ้ยเฟย แม้ใบหน้าเขาเรียบนิ่งแต่ในใจเป็นกังวลไม่น้อย ทำให้เจียวจูยกพัดขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ “มีแม่อยู่ใครจะกล้าทำอะไรหว่านเอ๋อร์” เจียวจูสวมชุดผ้าไหมสีเขียวเรียบง่ายแต่ตัดเย็บประณีต ปีนี้นางอายุสี่สิบแต่ยังคงความงามอยู่ไม่น้อย แม้จะออกจากวังหลวงไปนานแล้ว แต่ยังพอมีคนจดจำได้บ้างว่านางคือองค์หญิงเจียวจูที่เกิดจากพระสนมชั้นเฟยและนางเคยเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของอดีตฮ่องเต้ หลังจาก อดีตฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ รัชทายาทกลายเป็นฮ่องเต้ นางแต่งงานกับซ่งฉินหยีออกจากวังหลวง และแทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดอีก จนเมื่อซ่งฉินหยีลาออกจากราชการไปพักฟื้นที่บ้านชนบท เรื่องของนางก็แทบไม่มีใครพูดถึงอีกเลย “ท่านแม่ ลูกต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หากมีสิ่งใดให้คนตามลูกได้ทันที” “อย่าได้กังวลไป เจ้าทำหน้าที่ของเจ้า แม่จะดูแลหว่านเอ๋อร์เอง” ชิงหว่านไม่คิดว่าแค่การเข้าวังหลวงจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวลถึงเพียงนี้ หรือเพราะฐานะของนางที่ตอนนี้เป็นซ่งฮูหยินแล้ว หญิงสาวหลุบตามองบนร่างที่สวมอาภรณ์งดงามสีชมพูกลีบบัวปักลายด

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 98

    หวนคืนพลิกลิขิตชะตารักตอนที่ 98 ฝนหยุดตกเสียที แม้ว่าฝนจะหยุดหรือไม่หยุดชิงหว่านก็ยังทำงานไปตามปกติ นางให้คนที่ร้านนำบัญชีมาส่งที่จวนให้นางอ่านและตรวจสอบตามปกติ สองวันก่อนพูดกับพี่สามเรื่องสำนักศึกษาหญิง พี่สามกระตื้อรื้อร้นส่งข่าวมาให้นางว่ามีสถานที่น่าสนใจและยังมีคนที่เต็มใจสอนอีกด้วย เฝ่ยชุ่นและเฝ่ยชิงเห็นเจียงชิงหว่านอารมณ์ดีก็พลอยแย้มยิ้มไปด้วย ครู่หนึ่งพ่อบ้านนำเทียบเชิญมามอบให้ ชิงหว่านมาเมื่อเปิดอ่านแล้วรอยยิ้มจึงเลือนไป “มีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” เฝ่ยชิงอดถามไม่ได้ “ลี่กุ้ยเฟยส่งเทียบเชิญเข้าวังหลวง” “เข้าวังหลวง” เฝ่ยชุ่นอ้าปากกว้าง “ข้าเข้าวังไม่ได้รึ” ชิงหว่านถามยิ้มๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ท่านแม่อยู่ที่ห้องหรือไม่”" “เวลานี้น่าจะอยู่ที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ ได้ยินบ่าวคุยกันว่าฮูหยินเกรงว่าฝนตกติดกันหลายวัน ตำราที่เก็บไว้จะชื้น ให้คนไปจุดกำยานเจ้าค่ะ”“เหตุใดท่านแม่ไปทำเองเล่า เรื่องนี้ให้ข้าทำให้ก็ได้” หญิงสาวเดินตรงไปยังห้องหนังสือก็ซ่งฉินหยีและเจียวจูอยู่ที่ห้องหนังสือก่อนแล้ว“ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status