Share

บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัย

last update publish date: 2026-10-15 17:06:13

บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัย

ดาลเหล็กหนาหนักลั่นปิดสนิทลง ตัดขาดแสงตะวันอบอุ่นจากโลกภายนอกจนเหลือเพียงความมืดมิด กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและหยดน้ำซึมผ่านรอยแยกของผนังหินศิลาแลงใต้ดินลึกแปดจั้งของศาลต้าหลี่

จ้าวเจ๋อเหยียนทรุดกายนั่งพิงมุมห้องขังอันหนาวเหน็บ โซ่ตรวนเหล็กกล้าเส้นหนาล่ามตรึงข้อเท้าสองข้างไว้กับเสาหินอย่างแน่นหนา อาภรณ์ปักดิ้นทองขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบโคลนตม มงกุฎหยกประจำตำแหน่งและป้ายทองพระราชทานสูญสิ้นไปตามพระบรมราชโองการถอดถอนฐานันดรศักดิ์ สภาพร่างกายบอบช้ำ ขาทั้งสองข้างปวดระบมจนขยับแทบไม่ได้ ไร้เงาข้ารับใช้คอยพะเน้าพะนอ ไร้สุราเลิศรส มีเพียงความมืดและความเงียบงันที่คอยตอกย้ำความพินาศย่อยยับ

อดีตองค์ชายสามกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดสดไหลซึมผ่านร่องนิ้ว แววตาเคียดแค้นจ้องเขม็งผ่านลูกกรงเหล็กออกไปในความมืดมิด

ตรงกันข้ามกับความมืดมิดในคุกหลวง จวนชินอ๋องทางทิศเหนือของเมืองหลวงสว่างไสวด้วยแสงโคมกระดาษสีนวลตา ลมราตรีพัดพาความเย็นสดชื่นผ่านยอดไผ่เขียวชอุ่ม เสียงกิ่งไผ่เสียดสีกันแผ่วเบาเคล้าเสียงสายน้ำไหลรินในสระบัว สวนหลังเรือนชิงซงเงียบสงบปราศจากเสียงรบกวน ทหารเวรยามต่างถอยร่นออกไปรักษาการณ์อยู่นอกแนวกำแพงตามคำสั่ง ปล่อยให้ศาลาแปดเหลี่ยมริมน้ำกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบสงัด

บนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวเตี้ยภายในศาลา กาสุราเคลือบสีมรกตส่งกลิ่นหอมหวานละมุนของดอกสาลี่หมักสามสิบปีอบอวลไปทั่ว เซียวจิ้งหลานนั่งเอนหลังพิงหมอนอิงแพรผืนใหญ่ เสื้อคลุมตัวนอกสีดำทมิฬถูกปลดวางไว้ข้างกาย เหลือเพียงชุดตัวในสีหมึกปักลายเมฆาจางๆ รูปร่างสูงใหญ่ผ่อนคลายลงอย่างหาได้ยาก แผ่นอกกว้างสะท้อนแสงจันทร์เป็นเงาสลัว

ตรงข้ามกันนั้น เซี่ยอวิ๋นซีสวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ทับด้วยเสื้อคลุมขนกระต่ายสีครามที่เซียวจิ้งหลานมอบให้ เรือนผมดำขลับสยายยาวจรดเอว มีเพียงปิ่นหยกขาวเล่มเดิมปักตรึงไว้อย่างเรียบง่าย แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบเสี้ยวหน้าหวาน ผิวขาวผ่องเปล่งประกายดุจหยกเนื้อดี ขับเน้นดวงตาหงส์ที่ทอดมองผิวน้ำนิ่งสงบ

เซียวจิ้งหลานเอื้อมมือยกกาสุราขึ้น รินน้ำสุราสีใสลงในจอกหยกขาวสองใบอย่างแช่มช้า

"สุราดอกสาลี่พันราตรี หมักไว้ตั้งแต่สิบปีก่อนตอนเปิ่นหวางชนะศึกแรกที่ชายแดนทักษิณ" สุรเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบ "รสหวานนุ่มคอ ไม่บาดลำคอ เหมาะสำหรับเจ้า"

เซี่ยอวิ๋นซีรับจอกสุราขึ้นมา กลิ่นหอมหวานเจือความสดชื่นของดอกไม้แตะจมูก ปลายนิ้วเรียวยกจอกขึ้นจรดริมฝีปาก ลิ้มรสสัมผัสหวานนุ่มที่แผ่ซ่านลงสู่ลำคอ ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหลอดอาหารลงสู่กลางอก แตกต่างจากรสขมปร่าของสุราพิษในอดีตชาติอย่างสิ้นเชิง

"สุราเลิศรสพ่ะย่ะค่ะ" เซี่ยอวิ๋นซียกยิ้มบาง วางจอกหยกขาวลงบนโต๊ะ "เพียงไม่กี่วัน แผนการที่เคยวางไว้กลับราบรื่นถึงเพียงนี้ จ้าวเจ๋อเหยียนสูญสิ้นฐานันดรศักดิ์ เซี่ยอวี่หลินบาดเจ็บสาหัส ตระกูลเซี่ยระส่ำระสายจนไม่กล้าก้าวออกจากจวน"

"นั่นเพราะเจ้าลงมือได้อย่างแม่นยำ" เซียวจิ้งหลานมองสบตานิ่ง ปลายนิ้วแกร่งหมุนจอกสุราในมือเล่น "กระบี่ของเจ้าบนลานประลองพลิกแพลงจนแม่ทัพเฒ่าหลายคนยังต้องอ้าปากค้าง เจ้าฝึกฝนวิชานี้มาจากที่ใด?"

เซี่ยอวิ๋นซีชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหงส์ไหวระริก ชาติก่อนเขาเรียนรู้วิชากระบี่นี้จากตำราลับที่เสด็จแม่ทิ้งไว้ให้ ก่อนจะยอมทุ่มเทฝึกฝนเพื่อช่วยปกป้องราชบัลลังก์ให้จ้าวเจ๋อเหยียน

"หม่อมฉันเพียงอ่านตำราตกทอดของท่านแม่แล้วลองฝึกฝนด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ"

เซียวจิ้งหลานมิได้ซักไซ้ต่อ มือหนาเอื้อมข้ามโต๊ะไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนตักขึ้นมา วางทาบลงบนฝ่ามืออุ่นของตนเอง นิ้วหัวแม่มือลูบไล้รอยแดงบางๆ บนฝ่ามือขาวผ่องที่เกิดจากแรงสะท้อนของด้ามกระบี่ในยามกลางวัน

"เปิ่นหวางบอกแล้วว่าอย่าให้มีบาดแผล" น้ำเสียงทุ้มแฝงความดุเบาๆ แววตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย

"นี่มิใช่บาดแผลสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่รอยเสียดสี พรุ่งนี้เช้าก็จางหายแล้ว" เซี่ยอวิ๋นซีพยายามดึงมือกลับ ทว่ามือหนากลับบีบกระชับแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดพ้นไปได้

"สำหรับเปิ่นหวาง รอยแดงเพียงนิดเดียวบนตัวเจ้า ก็นับเป็นแผลใหญ่หลวงแล้ว"

คำพูดตรงไปตรงมาทำให้ใบหน้าของเซี่ยอวิ๋นซีร้อนผ่าว หัวใจที่เคยปิดตายเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ แสงจันทร์สลัวขับเน้นโครงหน้าคมสันและสันกรามเด่นชัดของเซียวจิ้งหลาน แววตาดุดันที่เคยทำให้ผู้คนทั่วหล้าหวาดกลัว บัดนี้กลับทอดมองเขาด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง

เซียวจิ้งหลานขยับกายลุกขึ้น ย้ายมานั่งลงเคียงข้างเซี่ยอวิ๋นซีบนเบาะนวมผืนเดียวกัน ร่างสูงใหญ่โอบล้อมร่างโปร่งบางไว้ด้วยกลิ่นหอมอบอุ่นของไม้กฤษณา มือหนาประคองรินสุราเติมลงในจอกใหม่อีกครั้ง ยกขึ้นจ่อชิดริมฝีปากบาง

"ดื่มอีกจอก ค่ำคืนนี้ฉลองให้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเจ้า"

เซี่ยอวิ๋นซีสบสายตาคมปราบ ยอมอ้าปากจิบสุราจากมือของชินอ๋องอย่างว่าง่าย หยาดสุราสีใสหยดหนึ่งไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอระหง เซียวจิ้งหลานมองตามหยาดน้ำนั้นด้วยสายตาเข้มลึก นิ้วโป้งหยาบกร้านยกขึ้นเกลี่ยเช็ดหยดสุราที่มุมปากให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสแนบชิดทำให้ลมหายใจของเซี่ยอวิ๋นซีสะดุด

"ท่านอ๋อง..."

"เรียกชื่อข้า" เซียวจิ้งหลานกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "ยามอยู่กันตามลำพัง เจ้าไม่ต้องมีราชาศัพท์ ไม่ต้องมีคำว่าหม่อมฉัน เรียกข้าว่าจิ้งหลาน"

เซี่ยอวิ๋นซีเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากบุรุษข้างกาย ความอ่อนโยนและการปกป้องที่ได้รับอย่างต่อเนื่องกำลังทลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขาทีละชั้น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเรียกเสียงแผ่วหวาน

"จิ้งหลาน..."

มุมปากของเซียวจิ้งหลานหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ แขนแกร่งวาดโอบเอวบางดึงร่างโปร่งเข้ามาแนบชิดแผงอกกว้าง เซี่ยอวิ๋นซีมิได้ขัดขืน เขาทิ้งน้ำหนักตัวพิงซบลงกับไหล่หนา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงและหนักแน่นของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่

"จ้าวเจ๋อเหยียนและเซี่ยอวี่หลินเป็นเพียงจุดเริ่มต้น" เซี่ยอวิ๋นซีเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตามองทอดไปยังดวงจันทร์บนฟากฟ้า "เบื้องหลังยังมีเสิ่นฮองเฮา และเงาลึกลับในอดีตที่ยังไม่เปิดเผยตัว หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตรายถึงชีวิต"

เซียวจิ้งหลานยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มสลวย ปลายนิ้วสอดผ่านเส้นผมสีหมึกอย่างทะนุถนอม สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นดั่งขุนเขา

"ต่อให้ขวากหนามนั้นเป็นเพลิงบรรลัยกัลป์ เปิ่นหวางจะก้าวเหยียบมันนำหน้าเจ้าเอง หากราชสำนักนี้เน่าเฟะ ข้าจะรื้อถอนมัน หากบัลลังก์นั้นไร้ความชอบธรรม ข้าจะชิงมันมาวางแทบเท้าเจ้า ขอเพียงเจ้าอยู่เคียงข้างข้า อย่าหนีหายไปไหนอีก"

คำว่า 'อย่าหนีหายไปไหนอีก' กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเซี่ยอวิ๋นซี ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเซียวจิ้งหลาน แววตาของชินอ๋องเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวงแหนที่สะสมมาเนิ่นนาน ราวกับเคยสูญเสียเขาไปแล้วครั้งหนึ่งจริงๆ

เซี่ยอวิ๋นซียกมือทั้งสองข้างขึ้นทาบลงบนอกแกร่ง สัมผัสไออุ่นที่ทะลุผ่านเนื้อผ้า ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มงดงาม

"ข้าไม่หนีไปไหนทั้งนั้น ชาตินี้... ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุดของกระดานนี้"

เซียวจิ้งหลานโน้มใบหน้าลงมา ประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนกลีบปากนุ่มอย่างแช่มช้า จุมพิตหวานล้ำเจือกลิ่นสุราดอกสาลี่แผ่ซ่านไปทั่วโสตประสาท เป็นจุมพิตที่ไร้ความรุนแรง มีเพียงความทะนุถนอมและความลึกซึ้งที่หลอมละลายความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งสองใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 3 : กำเนิดทายาทบุญธรรม

    ตอนพิเศษ 3 : กำเนิดทายาทบุญธรรมสายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านยอดสนโบราณ หอบเอาไอเย็นสดชื่นและกลิ่นหอมสะอาดของใบชาป่าลอยอบอวลไปทั่วลานหน้าตำหนักเฉียนชิง แสงแดดยามสายสาดส่องผืนหญ้าสีเขียวขจีประกายระยับ เสียงตวัดพู่กันและเสียงท่องตำราพิชัยสงครามดังก้องกังวานเป็นจังหวะเนิบช้า สลับกับเสียงผ่าฟืนและเสียงฝึกอาวุธของทหารองครักษ์จากระยะไกลบนเฉลียงไม้สักทองหน้าตำหนัก จ้าวอวิ๋นซีประทับนั่งเอกเขนกบนตั่งไม้นวม ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองลายเมฆาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีครามสบายตา พระหัตถ์เรียวประคองถ้วยชาดอกเก๊กฮวยอบน้ำผึ้งป่า ทอดสายตามองลานกว้างเบื้องล่างด้วยแววตาอ่อนโยนกึ่งกลางลานหินอ่อน ร่างของเด็กชายวัยแปดขวบในชุดฝึกยุทธ์รัดกุมสีน้ำเงินเข้ม กำลังยืนจัดท่าทางโก่งคันธนูไม้อย่างมุ่งมั่นเด็กน้อยผู้นี้คือ จ้าวเฉิงอัน บุตรชายกำพร้าของรองแม่ทัพน้อยประจำกองทัพบูรพา ผู้ยอมสละชีพนำกำลังทหารเพียงห้าร้อยนายเข้ายันข้าศึกแดนประจิมเพื่อปกป้องราษฎรสามหมื่นชีวิตในอดีต ยามที่บิดามารดาสละชีพในสนามรบ จ้าวอวิ๋นซีและเซียวจิ้งหลานเดินทางไปเคารพศพด้วยตนเอง และมองเห็นประกายความมุ่งมั่น กตัญญู และควา

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 2 : วันวานอันแสนหวาน

    ตอนพิเศษ 2 : วันวานอันแสนหวานแสงอรุณสีทองสาดส่องผ่านม่านหมอกยามเช้า กระทบยอดเสามังกรหยกทองคำของท้องพระโรงใหญ่ไท่เหอเตี้ยน บรรยากาศการประชุมขุนนางในเช้าวันนี้ควรจะสงบราบรื่นดั่งเช่นทุกวัน หากมิใช่เพราะม้วนฎีกาผ้าไหมสีแดงสดผูกริบบิ้นทองคำในมือของ หลี่ซั่งซู เสนาบดีกรมพิธีการ ขุนนางเฒ่าผู้ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณยิ่งกว่าชีวิตจ้าวอวิ๋นซีประทับนั่งสง่างามบนบัลลังก์มังกรทองคำ ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวปักดิ้นทองลายเมฆาทิ้งชายยาว มงกุฎมังกรทองคำฝังไข่มุกราตรีสิบสองสายทอดประกายระยับ พระเนตรหงส์ทอดมองขุนนางเฒ่าที่ก้าวออกมาคุกเข่ากึ่งกลางลานหินอ่อนด้วยความสงบนิ่งเคียงข้างบัลลังก์มังกร เซียวจิ้งหลานยืนตระหง่านในชุดขุนนางผู้สำเร็จราชการสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลนทองคำ มือหนาวางทาบบนด้ามกระบี่พยัคฆ์ทมิฬ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองม้วนฎีกาสีแดงในมือเสนาบดีกรมพิธีการด้วยสายตาเย็นเยียบ รังสีอำมหิตบางเบาเริ่มแผ่กระจายออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องโถงหลวงลดฮวบลงอย่างรวดเร็วหลี่ซั่งซูกระแอมไอเบาๆ ยกม้วนฎีกาขึ้นเหนือศีรษะ สุรเสียงสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยปาก"ทูลฝ่าบาท... บัดนี้แผ่นดินต้าชิงสงบสุข

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 1 : ชาติก่อนที่ไม่มีเจ้า

    ตอนพิเศษ 1 : ชาติก่อนที่ไม่มีเจ้าพายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงจนทัศนวิสัยเบื้องหน้าขาวโพลน เสียงฝีเท้าม้าศึกย่ำฝ่าผืนหิมะหนาหนักดังกึกก้องไปตามถนนหลวงเมืองหลวงต้าชิง เซียวจิ้งหลานในชุดเกราะแม่ทัพสีดำทมิฬเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังจากการศึกชายแดนทิศประจิม ควบม้าทะยานฝ่าลมหนาวมุ่งหน้าตรงสู่ประตูด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวังหลังอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟาดแส้ลงบนสะโพกม้าไม่หยุด ลมหายใจหอบถี่พ่นไอสีขาวฟุ้งกระจายในอากาศตลอดสามปีที่ถูกส่งไปตรึงกำลังรบ ณ ชายแดนอันห่างไกล หัวใจของเขาไม่เคยละทิ้งความห่วงใยที่มีต่อเด็กหนุ่มผู้นั้นแม้แต่วินาทีเดียวสายสืบกองทัพพยัคฆ์ทมิฬลอบส่งข่าวด่วนมาถึงค่ายทหารกลางดึก... จ้าวเจ๋อเหยียนขึ้นครองราชย์ เสิ่นฮองเฮาสั่งปลดเซี่ยอวิ๋นซีออกจากตำแหน่งพระชายา นำตัวไปคุมขังไว้ในตำหนักเย็น และเพิ่งส่งมอบสุราพระราชทานเข้าไปเมื่อช่วงพลบค่ำหัวใจของเซียวจิ้งหลานร่วงหล่นสู่ก้นเหวลึก ร่างสูงใหญ่ทิ้งกองทัพไว้เบื้องหลัง ควบม้าศึกตัวเดียวข้ามวันข้ามคืนพันลี้โดยไม่หยุดพักม้าศึกส่งเสียงร้องโหยหวน ขาทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหิมะหน้าประตูวังหลังด้วยความอ่อนแรงเซียวจิ้งหลานกระโดดลงจากหลังม้า พุ

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 50 : หงส์คู่พยัคฆ์ทมิฬ (จบบริบูรณ์)

    บทที่ 50 : หงส์คู่พยัคฆ์ทมิฬ (จบบริบูรณ์)สายลมวสันต์พัดโชยระลอกใหญ่ผ่านยอดเขาสูงตระหง่านทางทิศเหนือ หอบเอาไอดินอุ่นและกลิ่นหอมหวานของดอกท้อบานสะพรั่งเข้าสู่เมืองหลวงต้าชิง ท้องฟ้ายามบ่ายแก่โปร่งใส ปราศจากเมฆหมอกหม่นหมอง แสงสุริยันสีส้มทองสาดทอประกายระยับลงบนผิวกระเบื้องเคลือบสีเหลืองอร่ามของพระราชวังหลวง เสียงระฆังมงคลบนยอดหอสูงดังกังวานเป็นจังหวะเนิบช้า ผสานเข้ากับเสียงดนตรีพื้นบ้านและเสียงหัวเราะเบิกบานของราษฎรที่ดังแว่วมาจากทุกตรอกซอกซอยแผ่นดินต้าชิงก้าวเข้าสู่ยุคทองแห่งความรุ่งโรจน์อย่างสมบูรณ์แบบนโยบายการปฏิรูปกฎหมาย ยกเลิกการลงทัณฑ์เก้าชั่วโคตร และการยกเว้นภาษีเกษตรกรรม ช่วยฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้มั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ยุ้งฉางทุกหัวเมืองมีข้าวเปลือกกักเก็บเต็มพื้นที่ แปลงสมุนไพรของสำนักแพทย์ไป๋อวิ๋นแผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วทุกมณฑล ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ผู้ยากไร้โดยไร้ค่าใช้จ่าย มู่ชิงนำศิษย์แพทย์รุ่นเยาว์ออกตรวจรักษาตามหมู่บ้านชนบทอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ขณะที่แม่ทัพเฒ่ากวนหยวนฝึกฝนกองทัพบูรพาและกองทัพพยัคฆ์ทมิฬให้เป็นดั่งกำแพงเหล็กกล้าพิทักษ์ชายแดน จนแคว้นรอบข้า

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 49 : ท่องหล้าเคียงคู่

    บทที่ 49 : ท่องหล้าเคียงคู่สายลมยามค่ำพัดโชยผ่านยอดกิ่งหลิวริมสระน้ำหลวง นำพาความเย็นฉ่ำของต้นฤดูใบไม้ผลิมาเยือนผืนแผ่นดิน แสงอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงจันทร์วันเพ็ญดวงโตลอยเด่นอยู่กึ่งกลางฟากฟ้าสีครามเข้ม สาดประกายแสงสีเงินนวลตาลงกระทบกระเบื้องเคลือบหลังคาตำหนักเฉียนชิง เสียงประทัดเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟดังก้องแว่วมาจากนอกแนวกำแพงวังหลวง บ่งบอกถึงความคึกคักของราษฎรในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนอ้ายภายในห้องแต่งพระองค์ชั้นในของตำหนักหลวง ม่านแพรไหมสีทึบปิดกั้นสายตาจากภายนอกอย่างมิดชิดฉลองพระองค์คลุมมังกรทองเก้าเล็บและชุดขุนนางผู้สำเร็จราชการผ้าไหมหนาหนัก แขวนสงบนิ่งอยู่บนราวไม้ชิงชันจ้าวอวิ๋นซียืนอยู่หน้าคันฉ่องสำริดบานใหญ่ สวมชุดผ้าไหมยาวสีฟ้าครามเรียบง่าย ไร้ลวดลายดิ้นทอง ไร้ตราสัญลักษณ์ราชวงศ์ ชายเสื้อปล่อยทิ้งตัวสบายตา สายรัดเอวผ้าแถบสีน้ำเงินเข้มขับเน้นช่วงเอวบางให้ดูโปร่งเพรียว เรือนผมดำขลับมัดรวบขึ้นครึ่งศีรษะ รัดเกล้าด้วยปิ่นไม้ไผ่เหลาเกลี้ยงเกลา ใบหน้าหวานหมดจดปราศจากเครื่องประทินโฉม อาบแสงเทียนสลัวทอประกายสดใสดั่งคุณชายสูงศักดิ์ตระกูลบัณฑิตเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 48 : หยอกเย้าในห้องทรงอักษร

    บทที่ 48 : หยอกเย้าในห้องทรงอักษรแสงสุริยันยามบ่ายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้สักทองฉลุลายกิ่งไผ่ ทอดประกายสีส้มทองอบอุ่นลงบนโต๊ะทรงพระอักษรไม้ชิงชันตัวใหญ่ กลิ่นหอมสะอาดของหมึกจีนโบราณเคล้าคลอกลิ่นควันกำยานไม้กฤษณาที่ลอยกรุ่นจากกระถางทองเหลือง เสียงพลิกหน้ากระดาษสาดังก้องเป็นจังหวะเนิบช้าท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทรงพระอักษรใหญ่ตำหนักเฉียนชิงกองฎีกาผ้าไหมสีเหลืองและเล่มพับกระดาษข่อยของเหล่าเสนาบดี เรียงรายซ้อนกันเป็นระเบียบสามกองสูงจ้าวอวิ๋นซีนั่งเหยียดกายตรงบนเก้าอี้มังกรบุเบาะนวมหนานุ่ม ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีครามสบายตา เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวมังกรหงส์ ใบหน้าหวานหมดจดแผ่รังสีสงบนิ่งจริงจัง พระเนตรหงส์จับจ้องมองรายงานการขุดลอกคูคลองและการจัดสรรงบประมาณของสำนักแพทย์ไป๋อวิ๋นอย่างพินิจพิเคราะห์มือเรียวกุมพู่กันขนกระต่ายด้ามหยก จุ่มหมึกชาดสีแดงสด บรรจงเขียนลายพระหัตถ์ตอบรับข้อเสนอทีละฉบับเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยาม กล้ามเนื้อต้นคอและข้อมือเรียวเริ่มตึงแน่น จ้าวอวิ๋นซีวางพู่กันลงบนที่วางหยก ยกพระหัตถ์ขึ้นนวดคลึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status