Home / รักโบราณ / หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย / บทที่ 2 สูญเสียบุตรในครรภ์

Share

บทที่ 2 สูญเสียบุตรในครรภ์

last update publish date: 2026-03-07 15:08:53

“เป็นอย่างไร ?! ยังไม่รีบมาอีก! อยากให้ข้าเชื้อเชิญเจ้าด้วยตนเองอีกหรือ ?!” จวินเฉียนหลิงกอดลั่วชิงเฉิงไว้แน่น

“ดูเหมือนว่าอดีตฮองเฮาคิดจะเหิมเกริมล่วงเกินเบื้องบนแล้วกระมัง ? เช่นนั้น…ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเรียกคนมาประหารทั้งจวนแม่ทัพใหญ่ ให้มาฝังพร้อมกับเจ้า”

นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่าของลั่วชิงหวง เมื่อได้ยินประโยคที่ว่าประหารทั้งจวนแม่ทัพใหญ่ ให้มาฝังพร้อมกับเจ้า พลันปรากฏแววแห่งความแค้นขึ้นทันที นางก้าวเดินไปข้างเตียงทีละก้าว เล็บมือจิกลงบนฝ่ามืออย่างแรงจนเกือบทะลุ แล้วคุกเข่าลง

ลั่วชิงเฉิงเหลือบมองลั่วชิงหวงด้วยความยินดี จวินเฉียนหลิงเองก็กวาดตามองลั่วชิงหวงอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้น…ก็ปฏิบัติต่อลั่วชิงหวงราวกับนางเป็นเพียงสิ่งของไร้ชีวิต และเริ่มอภิรมย์สมสู่กับลั่วชิงเฉิงอย่างดูดดื่ม เสียงหอบกระเส่าของบุรุษผสานกับเสียงครวญครางของสตรีดังไม่ขาดสายข้างหูลั่วชิงหวง นางบังคับให้ตนเองต้องลืมตาจ้องมองภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาสีดำสนิทค่อย ๆ รวบรวมความแค้นทีละน้อย ทีละน้อย

ลั่วชิงเฉิง นี่คือการตอบแทนที่นางมอบให้ใช่หรือไม่ ?! นางจำได้ว่าปีนั้น เพื่อไม่ให้ลั่วชิงเฉิงต้องรับโทษ นางถูกอนุรองตบหน้าสองครั้งต่อหน้าสาธารณชนจนเสียหน้า ลั่วชิงเฉิงจับมือที่บาดเจ็บของนางแนบกับแก้ม และกล่าวว่าจะดีต่อนางไปจนวันตาย ดีต่อนางไปจนวันตายงั้นหรือ ?! มันเป็นเช่นนี้หรือ ?! คือการแย่งชิงบุรุษของนาง บังคับให้นางดูพวกเขาสุขสมร่วมกันเช่นนี้หรือ ?!

ไม่รู้ว่าคุกเข่าอยู่นานแค่ไหน ในที่สุด พละกำลังของลั่วชิงหวงก็หมดลง นางจึงหมดสติไป เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง หัวเข่าของนางก็ฟกช้ำเป็นปื้น แทบจะยืนไม่ไหวเสียแล้ว ตำหนักเย็นในฤดูเหมันต์นั้นหนาวเหน็บดุจน้ำแข็งทุกวัน อากาศเย็นยะเยือกกัดกินกระดูก ทุกค่ำคืนที่นางต้องนอนบนเตียงที่ลั่วชิงเฉิงและจวินเฉียนหลิงเคยร่วมหลับนอน ภาพความทรงจำในวันนั้นหวนกลับมาในความคิดของนาง ทำให้ความรู้สึกขยะแขยงแทบอาเจียน

ล่วงเลยมาได้ราวสามเดือนในตำหนักเย็น ทนทานต่อการเย้ยหยันและการทรมานทุกรูปแบบจากจวินเฉียนหลิงและลั่วชิงเฉิง ในที่สุด นางก็รอคอยความหวัง การกลับมาของบิดาและพี่ชาย และความหวังในตัวบุตรในครรภ์ของนาง ลั่วชิงหวงลูบท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มแรกในรอบสามเดือน แสงแห่งรอยยิ้มนั้นขับให้ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวของนางกลับมางดงามผุดผ่อง คืนสู่ความงามสง่าของอดีตยอดหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจิ่น

“ลูกรัก ท่านตาและท่านลุงของเจ้ากลับมาแล้ว ไม่ช้าก็เร็ว แม่จะพาเจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้”

ลั่วชิงหวงโอบกอดครรภ์และกล่าวอย่างอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวัง แม้นางยังคงมีความแค้นเคือง แต่…ในเมื่อนางอ่อนแอไร้ทางสู้ ปรารถนาเดียวของนางในตอนนี้คือการพาบุตรในครรภ์ออกจากตำหนักเย็นที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไปให้ได้ ทว่า...ความจริงนั้นโหดร้ายเสมอ

“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงของขันทีดังขึ้นอีกครั้ง

“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” ลั่วชิงหวงยืนขึ้นและทำความเคารพต่อ สวามีของนาง ฮ่องเต้แห่งแคว้นจิ่น จวินเฉียนหลิง

ความเงียบปกคลุมไปทั่ว เงียบสงบได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตกพื้น ลั่วชิงหวงยังคงอยู่ในท่าค้อมคำนับไม่เปลี่ยน ทว่า…จวินเฉียนหลิงกลับมองนางด้วยแววตาที่เย็นชา ไม่ได้เอ่ยปากให้ลุกขึ้นแม้แต่น้อย เมื่อยืนอยู่เนิ่นนาน เหงื่อก็เริ่มซึมจากหน้าผากของลั่วชิงหวง นางเงยหน้าขึ้นมอง หวังจะได้เห็นความเห็นใจในดวงตาของจวินเฉียนหลิง ทว่า…น่าเสียดาย ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนในครั้งอดีต บัดนี้…เหลือเพียงความเย็นชาเป็นที่ตั้ง นางกลั้นรอยยิ้มอันขมขื่นที่มุมปากไว้ แล้วกล่าวพลางค้อมกายว่า

“ฝ่าบาท หม่อมฉันลุกขึ้นได้หรือยังเพคะ ?”

“เป็นฮองเฮามานาน ยังไม่รู้กฎระเบียบอีกหรือ ?! ข้ายังมิได้เอ่ยให้เจ้าลุกขึ้น”

นัยน์ตาเรียวยาวของจวินเฉียนหลิงฉายแววเย้ยหยัน ดูราวกับว่าความอับอายของลั่วชิงหวงเป็นเรื่องสนุก ดวงตาของลั่วชิงหวงสั่นไหวเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันตนเองที่มุมปากก็ยิ่งชัดเจนขึ้น นางกล่าวด้วยความนอบน้อมว่า

“คำตักเตือนของฝ่าบาทถูกต้องแล้วเพคะ หม่อมฉันต่ำต้อยไม่คู่ควรแก่การเอ่ยถึง แต่…ขอฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่บุตรในครรภ์ของหม่อมฉันด้วยเถิด”

“บุตรในครรภ์งั้นหรือ ?” แววตาเย้ยหยันในดวงตาของจวินเฉียนหลิงยิ่งเข้มข้น รอยยิ้มที่มุมปากก็ยิ่งทวีความอำมหิต เขาใช้มือข้างหนึ่งบีบคางของลั่วชิงหวงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

“กล่าวได้ดี! วันนี้…ข้ามาก็เพื่อบุตรในครรภ์ของเจ้า !”

ลั่วชิงหวงถูกจวินเฉียนหลิงบีบจนรู้สึกเจ็บ แต่…นางก็ไม่กล้าดิ้นรน

จวินเฉียนหลิงออกแรงผลักลั่วชิงหวงออกไปไกล แววตาของลั่วชิงหวงเผยความตื่นตระหนก นางยกมือทั้งสองข้างป้องครรภ์ไว้ แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น นางเงยหน้าขึ้นมองจวินเฉียนหลิงด้วยความตกใจ จวินเฉียนหลิงมองลั่วชิงหวงด้วยความรำคาญใจ ในดวงตาฉายแววดูแคลนสามส่วนและรังเกียจเจ็ดส่วน แล้วกล่าวว่า

“เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรที่จะตั้งครรภ์บุตรของข้างั้นหรือ ?! ที่ข้ามาหาเจ้าวันนี้ ก็เพื่อกำจัดไอ้ลูกชั่วนี้ไปเสีย !”

“ฝ่าบาทว่าอย่างไรนะเพคะ ?!” ลั่วชิงหวงมองจวินเฉียนหลิงอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงของนางสั่นเครือ

“ฝ่าบาทอยากจะฆ่าเขาหรือ ?! เขาเป็นสายเลือด เลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่าบาทนะเพคะ!”

นางคิดว่าแม้เขาจะใจร้ายและเลือดเย็นต่อนาง อย่างน้อย เขายังคงมีเมตตาอยู่บ้าง ทว่า…นางไม่คิดว่าเขาถึงกับไม่เหลือความเมตตาแม้กระทั่งต่อสายเลือดของตนเอง เขามิใช่คน จวินเฉียนหลิงหัวเราะเย้ยหยัน เดินเข้ามาใกล้ลั่วชิงหวง มองนางจากที่สูง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า

“เลือดเนื้อเชื้อไขของข้าแล้วอย่างไร ?! บุตรคนแรกของข้าจะต้องเกิดจากชิงเฉิงเท่านั้น! เจ้าไปรอข้าชาติหน้าเถอะ! ยานี้…ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ”

จวินเฉียนหลิงมองลั่วชิงหวงด้วยแววตาสุดแสนจะอ่อนโยน ทว่า…ในความอ่อนโยนนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บจนถึงกระดูก เขากล่าวต่อว่า

“ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวขม เจ้าดูสิ ข้าให้คนเตรียมยาเม็ดมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ รีบกลืนลงไปเสีย อย่าได้ขัดขืน!”

เสียงสุดท้ายถูกเปล่งออกมาจากซอกฟัน แววตาของเขากลับกลายเป็นเหี้ยมโหดอำมหิตขึ้นมาทันที ลั่วชิงหวงตกใจถอยหลังหนี กัดฟันบังคับให้ตนเองสงบสติอารมณ์ นางเงยหน้าขึ้นมองจวินเฉียนหลิง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ท่านพ่อของหม่อมฉันกลับถึงเมืองแล้ว ท่านพ่อไม่ยอมแน่!”

“อดีตฮองเฮาไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ คนทั้งแคว้นต่างรู้ดี ท่านแม่ทัพใหญ่ก็ได้ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับเจ้าต่อหน้าสาธารณชนไปแล้ว บัดนี้…ข้าจะลงมือกำจัดไอ้ลูกชั่วนี้ด้วยตนเอง ไม่มีใครว่าอะไรข้าได้”

จวินเฉียนหลิงกล่าวอย่างไม่แยแส มือของเขาฉวยจับคางของลั่วชิงหวงขึ้นมา แล้วยัดยาเม็ดนั้นเข้าไปในปากของนางอย่างไม่ปรานี ลั่วชิงหวงพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทว่า…ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของจวินเฉียนหลิงได้

“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงพยายามใช้มือล้วงคอเพื่อจะคายยาเม็ดนั้นออกมาให้ได้ แต่…ก็ทำไม่สำเร็จ

จวินเฉียนหลิงมองดูท่าทางทุลักทุเลและสับสนวุ่นวายของลั่วชิงหวง ทว่า…ในดวงตาของเขากลับไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ แม้แต่น้อย เขาสะบัดตัวหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งไว้เพียงเงาที่โหดเหี้ยมให้นางได้มอง ลั่วชิงหวงมือหนึ่งกุมครรภ์ มืออีกข้างยื่นไปเบื้องหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางทนความเจ็บปวดไว้และร้องเรียกอย่างเจ็บปวด

“หมอหลวง! ตามหมอหลวงมาเร็ว! ขอร้องพวกท่าน ได้โปรดช่วยบุตรของข้าด้วย!”

เสียงร้องเรียกอันแสนโศกเศร้าดังก้องกังวานอยู่ในตำหนักเย็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่…ไม่มีผู้ใดเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว เหล่านางกำนัลและทหารยามในตำหนักเย็นเดิมทีก็ไม่สนใจความเป็นความตายของผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือยาที่จวินเฉียนหลิงลงมือป้อนด้วยตนเอง ต่อให้พวกเขากล้าหาญสักร้อยเท่า ก็ไม่กล้าลงมือช่วยเหลืออยู่ดี

นิ้วมือของลั่วชิงหวงจิกลงบนฝ่ามืออย่างแรงจนเลือดไหลซึมออกมา แต่…เมื่อเทียบกับโลหิตที่ทะลักออกมาจากหว่างขาของนางแล้ว เลือดนั้นก็ยิ่งไหลออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของลั่วชิงหวงก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ใบหน้าของนางเผยความคลุ้มคลั่งและเจ็บปวดรวดร้าว บุตรของนาง...สุดท้ายแล้วก็ต้องทิ้งนางไปอีกแล้วใช่หรือไม่ ?!

เหตุใดสวรรค์จึงโหดร้ายต่อนางถึงเพียงนี้ ?! นางแค่ต้องการจะพาบุตรจากไปเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบเท่านั้น พวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยนางไปอีกหรือ ?! ความหวังที่ยิ่งใหญ่ ย่อมนำมาซึ่งความผิดหวังที่ใหญ่หลวง เดิมที…นางยังหวังให้บิดาช่วยนางออกไป หวังจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับบุตร ทว่า...ต่อหน้าอำนาจวาสนา บิดาของนางกลับทอดทิ้งนางอย่างเลือดเย็น ตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกงั้นหรือ ?!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 210 กริชพรากสายเลือด

    แววตาของนางฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ขยับริมฝีปากเอ่ยเนิบๆ ว่า“ความสัมพันธ์อันใดรึ ? ข้าคือภรรยาของเขา” เมื่อได้รับคำตอบจากลั่วชิงหวง เหล่ามือสังหารต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ต่างพากันลังเลมิกล้าบุ่มบ่ามลงมือ ทว่า…ด้วยคำสั่งของจวินเสียนฉี พวกเขายังคงล้อมลั่วชิงหวงไว้แน่น มิยอมให้นางจากไปได้ง่ายๆ“พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก !” จวินเสียนฉีเห็นมือสังหารเอาแต่ล้อมกรอบทว่ากลับขวัญหนีดีฝ่อมิกล้าขยับเขยื้อน ก็แผดเสียงตะคอกด้วยความโกรธจัดเหล่ามือสังหารเมื่อถูกจวินเสียนฉีตะคอกใส่ก็ยิ่งลนลาน ทว่า…ก็ยังมิกล้าบุกเข้าไป คนพวกนี้ล้วนเป็นชาวยุทธที่จวินเสียนฉีใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวมา ทว่า…ชื่อเสียงของคุณชายหลิวจิ่งและหอลั่วซูในยุทธภพนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตลงมือเล่า ?ลั่วชิงหวงกวาดสายตามองเหล่ามือสังหาร แววตาเคร่งขรึม ทว่า…มุมปากกลับยกยิ้ม เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“หากพวกเจ้ากล้าลงมือ ก็จงเตรียมใจรับจุดจบที่จะตามมาไว้ให้ดี”คำขู่ของลั่วชิงหวงทำให้มือสังหารยิ่งขวัญกระเจิง ทุกคนแสดงท่าทีลังเล บางคนที่ใจเสาะเริ่มขยับถอย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 209 พัดเพลิงคร่าวิญญาณ

    “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ในจวนเตรียมชาไว้แล้ว หากมิรีบดื่มเกรงว่าจะเย็นเสียก่อน” หลิวจินซิ่วยิ้มอย่างขัดเขิน พลางเอ่ยต่อ“สถานที่ที่ท่านหญิงว่าไว้วันหน้าพวกเราค่อยไปกันก็ได้”ลั่วชิงหวงครุ่นคิดในใจ หากนางมิยอมเข้าไปยามนี้ มือสังหารที่ซุ่มอยู่ย่อมปรากฏตัวออกมาแน่ ถึงตอนนั้นนางคงยากจะหนทางหนี มิสู้ตามเข้าไปข้างใน แสร้งดื่มชาแล้วค่อยหาทางแก้สถานการณ์ภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงหวงจึงยิ้มอย่างสงบพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เชิญพระชายานำทาง” หลิวจินซิ่วที่เดิมทีกลัวว่าลั่วชิงหวงจะจับพิรุธได้ เมื่อเห็นนางยอมตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพานางเข้าไปในห้องทั้งสองนั่งลง หลิวจินซิ่วรินชาให้ลั่วชิงหวงแก้วหนึ่ง ทว่า…มิได้รีบส่งให้ แต่…นางกลับจ้องมองลั่วชิงหวงนิ่งแล้วเอ่ยว่า“ท่านหญิงชิงหวง ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อ”ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หลิวจินซิ่วจะถามอะไรนางอีก ? แม้จะสงสัย ทว่า…ภายนอกยังคงสงบนิ่ง“มิทราบว่าพระชายามีสิ่งใดจะถามรึเจ้าคะ ?”“องค์ชายเจ็ดจำเป็นต้องชิงบัลลังก์จริงๆ รึ ? หากเสียนฉีได้เป็นฮ่องเต้ ข้าจะช่วยทูลขอให้เขาปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างดี พวกท่านจะยอ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 208 อุบายคนเขลา

    หลิวหยวนเจิงจ้องมองจวินชิงอวี่ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายกำลังรอฟังคำพูดต่อจากนี้ จวินชิงอวี่จึงค่อยๆ เอ่ยปากช้าๆ ว่า“ยามนี้สถานการณ์ของแคว้นจิ่นวิกฤตเพียงใด ข้าคงมิจำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ท่านพี่ใหญ่แม้จะมีใจเมตตา ทว่ากลับขาดรัศมีขัตติยา มิใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ท่านอัครเสนาบดีทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ย่อมมิเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนทำให้ราชสำนักพังพินาศ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยความสามารถประดุจแขนขาอันล้ำค่าเช่นท่าน ข้าย่อมไม่มีวันปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวหยวนเจิงก็เริ่มมีสีหน้าลังเล เขามองจวินชิงอวี่ด้วยแววตาที่สับสนวูบหนึ่ง ทว่า…ยังคงเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท“กระหม่อมย่อมมิกระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎราชสำนัก องค์ชายเจ็ดมิต้องกังวล เพียงแต่เสียนฉีนั้นกระหม่อมเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก แม้นิสัยจะอ่อนแอไปบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะกลายเป็นมหากษัตริย์ที่ดีมิได้”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็มิขอบีบคั้นให้ท่านต้องลำบากใจ ทว่าคำพูดของข้าจะยังคงเป็นจริงเสมอ หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะเก็บไปไตร่ตรองดูให้ดี”จวินชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองหลิวหยวนด้วยรอยยิ้มกึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 207 ไร้วาสนาเคียงคู่

    “จำได้สิเจ้าคะ ตอนนั้นท่านบอกว่าข้าต้องจำไว้ว่ายังติดค้างบุญคุณท่านอยู่หนึ่งอย่าง เช่นนี้…พวกเราต่างฝ่ายต่างก็ติดค้างกันและกัน มิใช่ว่าถูกกำหนดมาให้ต้องผูกพันกันไปชั่วชีวิตหรอกรึ ? ตอนนั้นข้ายังมิอยากจะเชื่อ ทว่า…มิคาดคิดเลยว่า คำพูดในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้”จวินชิงอวี่แย้มยิ้มประดุจสุนัขจิ้งจอกผู้ชนะ เขาออกแรงดึงร่างลั่วชิงหวงเข้ามากอดไว้แนบอก มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ลั่วชิงหวงมาเป็นภรรยาของเขาให้ได้ และจะมิยอมให้นางจากไปไหนชั่วชีวิตลั่วชิงหวงซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของจวินชิงอวี่พลางเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของทั้งสอง ขับเน้นรัศมีอันสง่างามและสูงศักดิ์จนดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่า…กลับดูอบอุ่นและกลมกลืนยิ่งนัก ราวกับว่าโลกทั้งใบได้รวบรวมเอาความงดงามและน่าประทับใจทั้งหมดมาไว้ที่คนคู่นี้เพียงผู้เดียววันถัดมา ลั่วชิงหวงและจวินชิงอวี่มาเดินเล่นริมสระน้ำอีกครั้ง และช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่พวกเขาได้พบกับ หลิงอู่หลิวอีกครั้ง ทว่า…ครานี้ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางคือห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 206 รักมั่นชั่วนิรันดร์

    นางเพียงขอให้เขาช่วยสร้างกระแสเพียงเล็กน้อยก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทว่า…จวินชิงอวี่กลับเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ประโยคเดียวของลั่วชิงหวงที่ยังมิได้แสดงท่าทีโกรธเคืองด้วยซ้ำ ถึงกับประกาศว่าจะมิช่วยเหลือนางอีกในภายภาคหน้า เช่นนี้…จะมิให้นางโกรธขึ้งและขุ่นมัวได้อย่างไร“เหตุใดเล่าเจ้าคะ ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของท่านหญิงชิงหวงรึ ?”หลิงอู่หลิวจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกับความโมโห วาจาที่เอ่ยออกมาจึงมิเกรงใจอีกต่อไป“ขออภัยที่เสียมารยาท ใจคอของท่านหญิงชิงหวงมิคับแคบเกินไปหน่อยรึเจ้าคะ ?”ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหยันโดยมิแยแส นางเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แววตาไหววูบก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมิยินดียินร้ายว่า“ขอองค์หญิงอู่หลิวโปรดอภัยด้วย ข้านั้นใจคอคับแคบเช่นนี้เอง วันหน้าก็โปรดอย่าได้มาแหย่ข้าเล่น มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลิงอู่หลิวมิคาดคิดว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ เดิมที…นางตั้งใจจะใช้คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทว่า…เมื่อเจอคำตอบที่โผงผางชัดเจนของลั่วชิงหวง กลับกลายเป็นนางเองที่ดูใจแคบและช่างจิกกัด ยิ่งพอมองใบหน้าที่ยังคงสง่างา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 205 วาจาซ่อนเข็มพิษ

    เช้าของอีกวัน“หวงเอ๋อร์ ตะวันโด่งแล้ว ยังมิยอมตื่นอีกหรือ ?” จวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดูลั่วชิงหวงปรือตาที่ยังง่วงงุนขึ้นมองจวินชิงอวี่ พลางเอ่ยอย่างงอนๆ ว่า“เหตุใดถึงปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้”“นี่มันยามเที่ยงแล้ว เจ้ามิหิวบ้างหรือ ?” จวินชิงอวี่เห็นท่าทางแง่งอนของนางก็ใจอ่อนยวบ เขาใช้นิ้วเขี่ยจมูกนางอีกครั้งเพื่อกันมิให้นางหลับต่อลั่วชิงหวงเม้มปากอย่างขัดใจพลางลืมตาขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นบังแสงแดดที่ลอดเข้ามาพลางพึมพำ“สายป่านนี้แล้วหรือ ? ข้านอนนานขนาดนั้นเชียว ?” เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของนาง จวินชิงอวี่ก็อดใจมิไหวโน้มตัวลงไปจูบนางอีกครั้ง ลั่วชิงหวงที่เพิ่งตื่นรีบผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงซ่าน“กลางวันแสกๆ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ?”“ข้าเห็นหวงเอ๋อร์ยังมิตื่นเต็มตา เลยต้องใช้วิธีพิเศษช่วยปลุกเท่านั้นเอง”นัยน์ตาหงส์ของจวินชิงอวี่ฉายแววหยอกล้อ มองนางที่กำลังพองลมที่แก้มอย่างนึกสนุกลั่วชิงหวงผลักเขาออกไปอีกครั้ง ในใจเขินอายทำตัวมิถูก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวว่า“ท่านยังมีหน้ามาพูดอีก หากมิใช่เพราะเมื่อคืนท่า

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 18 จัดการไปอีกคน

    ลั่วหยวนเอ่ยสั่งเสียงเรียบ พอไฉ่สวี่ได้ยินว่าต้องถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ นางก็เป็นลมล้มพับไปทันที ลั่วชิงเฉิงอ้าปากพะงาบอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่…สุดท้ายนางก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ นางเป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจดีถึงกลยุทธ์สละเบี้ยรักษาขุน ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางไม่อาจปกป้องไฉ่สวี่ได้ หากขืนดื้อดึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

    และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี

    ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status