Compartilhar

บทที่ 3 จากไปกับคำสาบาน

last update Última atualização: 2026-03-07 15:09:07

นี่คือบิดาที่เคยทะนุถนอมนางมาตั้งแต่เล็กจนโตหรือ ?! นี่คือผลลัพธ์ของการรอคอยและความยึดมั่นของนางใช่หรือไม่ ?! น่าขันยิ่ง! และแสงสว่างสุดท้ายของนาง บุตรในครรภ์ก็ทอดทิ้งนางไปอีกคนแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อสิ่งใดกัน ? สามเดือนที่นางอดทนแบกรับความอัปยศ เพื่อแลกกับความอับอายและความเจ็บปวดที่มากกว่าเดิมเท่านั้นหรือ ?

แววตาของลั่วชิงหวงฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและสิ้นหวัง นางลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ คิดจะหาทางตายให้พ้นไป ทว่า…กลับถูกเงาร่างที่คุ้นเคยรั้งเอาไว้

“หวงเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร ?!” เสียงนั้นทั้งร้อนรนและเจ็บปวดใจ ดวงตาของลั่วชิงหวงพร่ามัว นางเงยหน้าขึ้น บุรุษที่อยู่ตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างามเหนือใคร นี่มิใช่ ‘ลั่วอวิ๋นจื่อ’ พี่ชายแท้ ๆ ของนางหรอกหรือ ?!

“ท่านพี่” ลั่วชิงหวงเมื่อเห็นลั่วอวิ๋นจื่อ ราวกับได้พบที่พึ่งพิง นางโผเข้ากอดลั่วอวิ๋นจื่อและร้องไห้ราวกับห่าฝน นางเพิ่งแท้งบุตร ร่างกายอ่อนแอ ลั่วชิงหวงร้องไห้จนแทบจะหมดสติ

ลั่วอวิ๋นจื่อโอบกอดน้องสาวไว้แน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“หวงเอ๋อร์ อย่าทำเรื่องโง่เขลาอีกเลย รอข้านะ ข้าจะต้องช่วยเจ้าออกไปจากสถานที่บ้าบอนี่ให้ได้!”

ลั่วชิงหวงมองลั่วอวิ๋นจื่อด้วยดวงตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา กำลังจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่…กลับมีเสียงคนดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ ลั่วอวิ๋นจื่อใช้มือเช็ดน้ำตาให้น้องสาว แล้วก็รีบถอยห่างจากไปทันที ลั่วชิงหวงมองเงาร่างของลั่วอวิ๋นจื่อที่จากไป นิ้วมือของนางจิกลงบนเนื้อตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไปจากที่นี่งั้นหรือ ? ในเมื่อบุตรก็จากไปแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ?

หากถ้านางตายไป พี่ชายจะต้องโทษตัวเองไปชั่วชีวิตเป็นแน่ ชีวิตที่เหลือของนางไม่มีสิ่งใดให้นางอาลัยอาวรณ์แล้ว เช่นนั้น…เพื่อคนเดียวในโลกนี้ที่ห่วงใยนางอย่างแท้จริง เพื่อพี่ชายของนาง นางจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้! น่าเสียดายที่สวรรค์กลับเล่นตลกกับนางอีกครั้ง

ปีที่สามสิบเจ็ดแห่งแคว้นจิ่น ลั่วอวิ๋นจื่อบุตรชายคนโตของท่านแม่ทัพใหญ่ ถูกตัดสินประหารด้วยวิธีแล่เนื้อ ด้วยข้อหาก่อกบฏ ในเดือนเดียวกันนั้น องค์ชายเจ็ด ‘จวินชิงอวี่’ ก็ได้ยกทัพก่อการกบฏ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อฮองเฮาลั่วชิงหวง

“ท่านพี่ช่างดีกับพี่หญิงเหลือเกิน ถึงขนาดก่อกบฏเพื่อพี่หญิง! น่าเสียดายที่ต้องจบลงด้วยการถูกแล่เนื้อ!”

ลั่วชิงเฉิงเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก มองไปยังลั่วชิงหวง ใบหน้าอันงดงามอ่อนช้อยของนางฉายแววความอาฆาตมาดร้าย

“ไม่คาดคิดเลยว่า แม้พี่หญิงจะมีผมขาวโพลนเสน่ห์ก็ยังไม่ลดเลือนไปจากปีก่อน องค์ชายเจ็ดถึงกับยกทัพมาก่อกบฏเพื่อเรียกร้องให้เฉียนหลิงมอบตัวพี่หญิงให้เขาเชียวหรือ ?!”

นางไม่ยอม! ลั่วชิงเฉิงใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมทำร้ายลั่วชิงหวงจนตกต่ำ แต่…เหตุใดเล่า แม้ในยามที่ลั่วชิงหวงผมขาวโพลน ไร้อำนาจ ไร้ฐานะ ยังมีผู้คนยอมยกทัพก่อกบฏเพื่อนางอีก สีหน้าของลั่วชิงหวงซีดขาว ไร้สีเลือด แล่เนื้อคำนี้ดุจดั่งตะปูอันแข็งกระด้างตอกตรึงลงในใจของลั่วชิงหวง เปลี่ยนหัวใจที่แหลกสลายอยู่แล้วให้กลายเป็นเนื้อหนังที่เปื่อยยุ่ย

ลั่วชิงหวงกัดริมฝีปากตัวเองจนแทบแตกละเอียด ทว่า…กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย พี่ชายตายแล้ว ถูกลงทัณฑ์ด้วยการแล่เนื้อ บุรุษที่รักนางมาตั้งแต่เล็กจนโต สุดท้าย…สวรรค์ก็ไม่ละเว้นพี่ชายของนาง พี่ชายต้องมาตาย...ก็เพราะนาง!

ยกทัพก่อกบฏ ? บอกว่าต้องการตัวนาง ? นี่มันแผนการอันใดอีกเล่า! นางเหนื่อยล้าจนเกินกว่าจะรับมือกับสิ่งใดได้อีกแล้ว จวินเฉียนหลิงและลั่วชิงเฉิงคงหวังให้นางไปแต่งงานที่อื่น เพื่อจะรักษาราชบัลลังก์ของจวินเฉียนหลิงไว้ และยังสามารถยัดเยียดความผิดฐานสตรีงามล่มเมืองให้นางได้อีกด้วย นางจะยอมให้พวกเขาบงการได้อย่างไร ? บัดนี้…แม้แต่พี่ชายก็จากไปแล้ว นางไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์ในชีวิตนี้อีกต่อไป การมีชีวิตอยู่ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว

“ลั่วชิงเฉิง! ข้าลั่วชิงหวงขอสาบานด้วยโลหิต! หากชาติหน้ามีจริง! ข้าจะทำให้พวกเจ้าทุกข์ทรมานจนปางตาย! อยากมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้! อยากจะตายก็ตายไม่ได้! สิ่งใดที่เจ้าทำกับข้า! ข้าจะตอบแทนคืนเป็นร้อยเท่าพันทวี!”

ดวงตาของลั่วชิงหวงจับจ้องไปยังลั่วชิงเฉิง แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตอันล้ำลึกทำเอาลั่วชิงเฉิงถึงกับผวาถอยหลังไปหลายก้าว ขณะที่ลั่วชิงหวงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดก็พุ่งศีรษะชนเข้ากับเสาหิน โลหิตสดสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง เงาร่างสีแดงเพลิงสายหนึ่งเข้าช้อนร่างของลั่วชิงหวงที่ร่วงหล่นลงมาดุจปุยฝ้าย เสียงอันเย้ายวนและอำมหิตก้องกังวานไปทั่วห้อง

“ลั่วชิงหวง! ข้าไม่ให้เจ้าตาย!” ไม่ให้เจ้าตาย ? น่าขันสิ้นดี เบื้องหลังยังมีผู้ใดที่ไม่อยากให้นางตายอีก นางพยายามลืมตาขึ้นมอง แต่…ก็มองไม่เห็นสิ่งใด เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและตำหนิตนเอง

ใครกันที่กำลังสำนึกผิด และตำหนิตนเองเรื่องอะไร ? นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักบุรุษที่สวมชุดสีแดงเพลิงผู้นี้ ทว่า...นางไม่มีเรี่ยวแรงจะคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ชีวิตนี้ของนาง หมดสิ้นพละกำลังทั้งหมดที่นางมี แต่...นางยังคงแค้นเหลือเกิน ยังคงไม่ยอมจำนน หากสวรรค์ยังเมตตา ให้โอกาสนางอีกครั้ง นางจะทำให้ทุกคนที่ทำร้ายนาง ตกนรกหมกไหม้ไปชั่วนิรันดร์ ด้วยความแค้นที่มีอยู่เต็มอก ลั่วชิงหวงค่อย ๆ สูญเสียสติไป นางหลับตาลงอย่างไม่ยอมจำนน เบื้องหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดในที่สุด...

สติที่เลือนราง ความรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังหมุนคว้าง ลั่วชิงหวงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ภาพที่พร่ามัวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ทว่า…สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลั่วชิงหวงตกตะลึงจนตัวสั่น การจัดวาง รูปแบบ นี่มิใช่ ห้องหอของนางตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานหรอกหรือ ?

“คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว” เสียงที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงสะอื้นดังขึ้นข้างหู ลั่วชิงหวงมองไปยังสาวใช้ผู้งดงามที่ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มราวกับดอกสาลี่อาบน้ำฝนที่อยู่ตรงหน้า

นี่มิใช่ ‘เซียงหลิง’ สาวใช้ข้างกายของนางหรอกหรือ ? นางขับไล่เซียงหลิงออกจากจวนไปเพราะจงใจใส่ร้ายลั่วชิงเฉิงไม่ใช่หรือ ? จนกระทั่งเซียงหลิงประสบเคราะห์กรรมถูกคนชั่วข่มเหงระหว่างทางจนอับอายและผูกคอตายไป ทั้งหมดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

ลั่วชิงหวงยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ แต่…ก็ยังเห็นห้องหอตอนที่นางยังไม่ได้ออกเรือนอยู่ตรงหน้า และข้างกายก็คือเซียงหลิงที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว หรือว่า...นางได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ?

“คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ? อย่าทำให้บ่าวตกใจเลยนะเจ้าคะ”

เซียงหลิงเห็นท่าทางเลื่อนลอยของลั่วชิงหวง จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาโบกไปมาตรงหน้า พร้อมทั้งพึมพำด้วยความเจ็บปวดว่า

“เป็นความผิดของคุณหนูสามเจ้าค่ะ ไฉนคุณหนูจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้ ยอมไปคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาแทนนางถึงหนึ่งชั่วยามกลางลานฝนกระหน่ำเช่นนั้นเล่า”

ลั่วชิงหวงเห็นความห่วงใยและเจ็บปวดในดวงตาของเซียงหลิง ในใจก็พลันรู้สึกขมขื่นไม่น้อย เมื่อก่อน…นางตาบอดไปแล้วหรือไร ? ถึงได้ยอมไล่เซียงหลิงที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อนางเพียงคนเดียวออกจากจวนไป เพียงเพื่อสตรีใจคดอย่างลั่วชิงเฉิง จนเป็นเหตุให้เซียงหลิงถูกลั่วชิงเฉิงวางแผน ถูกคนชั่วข่มเหงจนอับอายและต้องฆ่าตัวตาย

ในอดีต...นางมองคนผิดไปจริง ๆ เชื่อใจลั่วชิงเฉิงมากไป จนทำร้ายเซียงหลิง แต่…บัดนี้ หากสวรรค์ให้โอกาสนางได้หวนกลับมาเกิดใหม่แล้ว นางจะต้องตอบแทนเซียงหลิงอย่างดีงาม จะไม่ยอมให้เซียงหลิงต้องได้รับบาดเจ็บใด ๆ อีกเป็นอันขาด และแน่นอนว่า ลั่วชิงเฉิง จวินเฉียนหลิง สองคนนั้นติดค้างนางอยู่ นางจะเอาคืนทุกอย่างให้สาสาม!

แววตาที่ดำสนิทพลันพวยพุ่งประกายแสงที่น่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้เซียงหลิงตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลั่วชิงหวงเห็นแววตาที่ตื่นตระหนกของเซียงหลิง ก็รู้ว่าตนเองเสียสติไปชั่วขณะ จึงรีบปรับสายตาและสีหน้าให้สงบลง คืนสู่ท่าทางที่อ่อนโยนดังเดิม

“เซียงหลิง ตอนนี้…เป็นปีที่เท่าไหร่ของแคว้นจิ่นแล้ว”

ตอนนี้…เป็นปีที่สามสิบสามของแคว้นจิ่นเจ้าค่ะ คุณหนู ท่านเป็นอะไรไป ? ต้องให้บ่าวไปเชิญหมอมาตรวจดูอีกหรือไม่เจ้าคะ ?”

เซียงหลิงได้ยินลั่วชิงหวงถามเช่นนั้น ก็คิดว่าอาการไข้ของนางยังไม่ลด จึงกล่าวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่จำเป็นหรอก ข้าเพิ่งตื่น ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ เจ้าไปจัดเตรียมอาหารเบา ๆ มาให้ข้าที”

นัยน์ตาสีดำของลั่วชิงหวงฉายแววเข้าใจกระจ่างแจ้ง รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก แล้วหันไปบอกกับเซียงหลิง เมื่อได้ยินลั่วชิงหวงกล่าวเช่นนั้น เซียงหลิงก็ไม่ได้สงสัยอีก จึงเดินไปจัดเตรียมสำรับ เมื่อเซียงหลิงออกไปแล้ว ลั่วชิงหวงก็ประคองขอบเตียงลุกขึ้นยืน ความทรงจำผุดขึ้นมาในสมองไม่ขาดสาย ปีที่สามสิบสามแห่งแคว้นจิ่น นางเพิ่งอายุได้สิบสามหนาว

ในปีนี้…ลั่วชิงเฉิงถูกอนุรองลงโทษให้ไปซักผ้าเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพราะขัดคำสั่งอนุรอง นางเห็นลั่วชิงเฉิงน่าสงสารจริง ๆ จึงไปคุกเข่าวิงวอนขอความเมตตาหน้าห้องของอนุรอง อีกทั้ง…วันนั้นฝนยังตกหนัก แต่…นางซึ่งมีนิสัยดื้อรั้นมาโดยตลอด จึงกล้าที่จะคุกเข่าอยู่เช่นนั้นถึงหนึ่งชั่วยาม

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 12 ต้องชดใช้

    ลั่วชิงหวงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลั่วหยวนได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เรื่องที่หวังโยวรั่วแอบหักเบี้ยหวัดของลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็รู้ เพียงแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น หวังโยวรั่วเป็นคนแบบไหน ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แต่…เขาแค่ไม่ใส่ใจ เขาแค่ต้องการให้หวังโยวรั่วเชื่อฟังเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น“ปกติเจ้าไม่เคยไปที่นั่นไม่ใช่รึ ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงไปที่นั่น ? ไม่รู้หรือว่าอาหารที่นั่นแพงแค่ไหน ?”หวังโยวรั่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก ดวงตาของลั่วชิงหวงหันไปมอง ก่อนจะหัวเราะเยาะในใจ ถามได้ดีมาก นางกำลังรอให้หวังโยวรั่วถามคำถามนี้อยู่พอดีในดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ลั่วชิงหวงมองไปทางหวังโยวรั่วที มองไปทางลั่วหยวนที ทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด สุดท้าย…นางก็กัดฟันกล่าวออกมาว่า“เมื่อหลายวันก่อน ลูกคุกเข่าอยู่ที่หน้าเรือนของอี๋เหนียงเพื่อขอความเมตตาให้ชิงเฉิง ตากฝนแล้วล้มป่วย มีไข้สองวันเต็ม หลังจากฟื้นขึ้นมาร่างกายยังอ่อนแอนัก แต่…อาหารที่ถูกส่งมาให้นั้น ล้วนแต่เป็นของที่กลืนไม่ลง ลูกไม่มีทางเลือกอื่น จึงจำต้องออกไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 11 ปะทะฝีปาก

    เยว่ยวี่หลิวหลีและจวินรั่วเซวียนคือยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่น ซึ่งเป็นสตรีที่งามที่สุดในแคว้นจิ่น แต่…น่าเสียดายที่ต้องเป็นไปตามคำโบราณที่กล่าวไว้ ตั้งแต่โบราณมา คนงามมักอาภัพ สตรีทั้งสองได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน จวินอู่เฉินถึงกับโศกเศร้าอยู่เป็นเวลานาน ก็เพราะการจากไปของจวินรั่วเซวียนและเยว่ยวี่หลิวหลี จวินอู่เฉินจึงถ่ายโอนความรักความเอ็นดูที่เคยมีให้สตรีทั้งสองไปสู่บุตรธิดาของพวกนางเกือบทั้งหมดนี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องแสร้งทำเป็นรักและเอ็นดูต่อลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลของจวินรั่วเซวียน เขาเองก็ไม่ชอบลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเช่นกัน โดยเฉพาะลั่วชิงหวง นางเติบโตมามีใบหน้าที่คล้ายจวินรั่วเซวียนมากเกินไป แม้ว่านิสัยจะอ่อนโยนน่ารัก แต่…ใบหน้าของนางก็ไม่อาจซ่อนเร้นความสูงศักดิ์ที่มีอยู่ในตัวได้ เมื่อใดที่มองหน้านาง ก็ทำให้เขานึกถึงท่าทีใช้อำนาจกดขี่ของจวินรั่วเซวียนทุกครั้ง ดังนั้น…แม้จะรู้ว่าหวังโยวรั่วแอบรังแกลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วยความรักใคร่เอ็นดูจากจวินอู่เฉิน และลั่วชิงหวงที่อ่อนโยนว่าง่ายมาโดยตลอด เขาจึงไม่เคยลงโทษลั่วชิงหวงเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 10 สี่คุณชายแห่งเมืองหลวง

    ลั่วชิงหวงมองดูจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไปในห้องของนางโดยไม่แสดงท่าทีขัดขวางใด ๆ ภายนอกดูราวกับตกใจกลัว ทว่า…ไม่มีใครเห็น ประกายแห่งการวางแผนและความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของดวงตานาง อยากค้นก็ค้นไปเถิด นางกลัวว่าหวังโยวรั่วจะไม่มาค้นห้องของนางต่างหากเล่า หากไม่ค้นห้องของนาง จะหาข้อหาดูหมิ่นกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่มาลงโทษหวังโยวรั่วได้อย่างไรหากไม่ค้นห้องของนาง จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านางมีเงินมากมายขนาดนี้ และเงินที่ถูกตัดทอนไปนั้นหายไปไหน ? หากไม่ค้นห้องของนาง จะทำให้ทุกคนรู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูสายตรงอย่างนางต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างไรจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไป รื้อค้นห้องของลั่วชิงหวงจนข้าวของกระจัดกระจาย เซียงหลิงเห็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณหนูถูกพวกนางจงใจทำแตกหักเสียหาย ก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก คิดจะเดินเข้าไปห้าม“อดทนไว้” ลั่วชิงหวงเห็นการกระทำของเซียงหลิง นางเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วกระซิบบอกเพียงคำเดียวเซียงหลิงได้ยินคำพูดของลั่วชิงหวง ก็พยายามระงับความอยากที่จะพุ่งเข้าไปห้ามไว้ได้ ในเวลาไม่นาน จางม่าม้าและซ่งม่าม้าก็รวบรวมเงินทั้งหมดที่อยู่ในห้องของลั่ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์” คุณชายหลิวจิ่งพับพัด แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูลั่วชิงหวง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน หัวใจของลั่วชิงหวงสั่นไหวอย่างรุนแรง การสนทนากับสถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน แต่…คำพูดนั้น กลับเหมือนกันทุกประการ ทว่า…บัดนี้ นางได้มองเห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว นางจะไม่มีทางหวั่นไหวกับผู้ใดอีกสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ สิ่งที่นางจะต้องทำคือจดจำบทเรียนในครั้งก่อนให้ดี และทวงคืนความเจ็บปวดที่ผู้อื่นเคยทำไว้กับนาง ลั่วชิงหวงไม่ได้เอ่ยตอบ นางพยักหน้าแล้วพาเซียงหลิงเดินจากไป เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เซียงหลิงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกของตนเอง พลางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวว่า“เมื่อครู่นี้ตกใจแทบตายเจ้าค่ะคุณหนู” ลั่วชิงหวงเห็นท่าทางของเซียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

    และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี

    ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวูบหนึ่ง ไข้หวัดนี้ มิใช่เพียงแค่การโบยสามสิบไม้ก็สามารถลบล้างไปได้ หนี้ของนาง...จะทวงคืนอย่างช้า ๆต้นไม้ในสวนเริ่มเผยให้เห็นหน่ออ่อน เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ก็ไม่เห็นความแห้งแล้งซีดเซียวอีกแล้ว แต่…กลับมีสีเขียวสดชื่นเพิ่มเข้ามาหลายส่วน ลั่วชิงหวงสวมเสื้อคลุมสีขาวดุจหิมะ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร่างที่ผอมบางดูอ่อนแอเป็นพิเศษในสายลม ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นนางก็ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างค้ำจุนนางไว้ ทำให้นางดูแน่วแน่และมั่นคงขนตาที่ยาวเหยียดทอดต่ำลง ในดวงตาที่ดำสนิทราวกับซ่อนเร้นความลึกล้ำไว้มากมาย นิ้วมือที่เรียวยาวขาวผ่องยื่นออกไป ค่อย ๆ เปิดบานหน้าต่างออก ลมกระโชกแรงพลันพัดเข้ามา ทำให้นางไอขึ้นมาอีกครั้ง“คุณหนู กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงที

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status