แชร์

บทที่ 3 จากไปกับคำสาบาน

ผู้เขียน: เต้าหู้ยิ้ม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-07 15:09:07

นี่คือบิดาที่เคยทะนุถนอมนางมาตั้งแต่เล็กจนโตหรือ ?! นี่คือผลลัพธ์ของการรอคอยและความยึดมั่นของนางใช่หรือไม่ ?! น่าขันยิ่ง! และแสงสว่างสุดท้ายของนาง บุตรในครรภ์ก็ทอดทิ้งนางไปอีกคนแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อสิ่งใดกัน ? สามเดือนที่นางอดทนแบกรับความอัปยศ เพื่อแลกกับความอับอายและความเจ็บปวดที่มากกว่าเดิมเท่านั้นหรือ ?

แววตาของลั่วชิงหวงฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและสิ้นหวัง นางลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ คิดจะหาทางตายให้พ้นไป ทว่า…กลับถูกเงาร่างที่คุ้นเคยรั้งเอาไว้

“หวงเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร ?!” เสียงนั้นทั้งร้อนรนและเจ็บปวดใจ ดวงตาของลั่วชิงหวงพร่ามัว นางเงยหน้าขึ้น บุรุษที่อยู่ตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างามเหนือใคร นี่มิใช่ ‘ลั่วอวิ๋นจื่อ’ พี่ชายแท้ ๆ ของนางหรอกหรือ ?!

“ท่านพี่” ลั่วชิงหวงเมื่อเห็นลั่วอวิ๋นจื่อ ราวกับได้พบที่พึ่งพิง นางโผเข้ากอดลั่วอวิ๋นจื่อและร้องไห้ราวกับห่าฝน นางเพิ่งแท้งบุตร ร่างกายอ่อนแอ ลั่วชิงหวงร้องไห้จนแทบจะหมดสติ

ลั่วอวิ๋นจื่อโอบกอดน้องสาวไว้แน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“หวงเอ๋อร์ อย่าทำเรื่องโง่เขลาอีกเลย รอข้านะ ข้าจะต้องช่วยเจ้าออกไปจากสถานที่บ้าบอนี่ให้ได้!”

ลั่วชิงหวงมองลั่วอวิ๋นจื่อด้วยดวงตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา กำลังจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่…กลับมีเสียงคนดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ ลั่วอวิ๋นจื่อใช้มือเช็ดน้ำตาให้น้องสาว แล้วก็รีบถอยห่างจากไปทันที ลั่วชิงหวงมองเงาร่างของลั่วอวิ๋นจื่อที่จากไป นิ้วมือของนางจิกลงบนเนื้อตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไปจากที่นี่งั้นหรือ ? ในเมื่อบุตรก็จากไปแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ?

หากถ้านางตายไป พี่ชายจะต้องโทษตัวเองไปชั่วชีวิตเป็นแน่ ชีวิตที่เหลือของนางไม่มีสิ่งใดให้นางอาลัยอาวรณ์แล้ว เช่นนั้น…เพื่อคนเดียวในโลกนี้ที่ห่วงใยนางอย่างแท้จริง เพื่อพี่ชายของนาง นางจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้! น่าเสียดายที่สวรรค์กลับเล่นตลกกับนางอีกครั้ง

ปีที่สามสิบเจ็ดแห่งแคว้นจิ่น ลั่วอวิ๋นจื่อบุตรชายคนโตของท่านแม่ทัพใหญ่ ถูกตัดสินประหารด้วยวิธีแล่เนื้อ ด้วยข้อหาก่อกบฏ ในเดือนเดียวกันนั้น องค์ชายเจ็ด ‘จวินชิงอวี่’ ก็ได้ยกทัพก่อการกบฏ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อฮองเฮาลั่วชิงหวง

“ท่านพี่ช่างดีกับพี่หญิงเหลือเกิน ถึงขนาดก่อกบฏเพื่อพี่หญิง! น่าเสียดายที่ต้องจบลงด้วยการถูกแล่เนื้อ!”

ลั่วชิงเฉิงเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก มองไปยังลั่วชิงหวง ใบหน้าอันงดงามอ่อนช้อยของนางฉายแววความอาฆาตมาดร้าย

“ไม่คาดคิดเลยว่า แม้พี่หญิงจะมีผมขาวโพลนเสน่ห์ก็ยังไม่ลดเลือนไปจากปีก่อน องค์ชายเจ็ดถึงกับยกทัพมาก่อกบฏเพื่อเรียกร้องให้เฉียนหลิงมอบตัวพี่หญิงให้เขาเชียวหรือ ?!”

นางไม่ยอม! ลั่วชิงเฉิงใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมทำร้ายลั่วชิงหวงจนตกต่ำ แต่…เหตุใดเล่า แม้ในยามที่ลั่วชิงหวงผมขาวโพลน ไร้อำนาจ ไร้ฐานะ ยังมีผู้คนยอมยกทัพก่อกบฏเพื่อนางอีก สีหน้าของลั่วชิงหวงซีดขาว ไร้สีเลือด แล่เนื้อคำนี้ดุจดั่งตะปูอันแข็งกระด้างตอกตรึงลงในใจของลั่วชิงหวง เปลี่ยนหัวใจที่แหลกสลายอยู่แล้วให้กลายเป็นเนื้อหนังที่เปื่อยยุ่ย

ลั่วชิงหวงกัดริมฝีปากตัวเองจนแทบแตกละเอียด ทว่า…กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย พี่ชายตายแล้ว ถูกลงทัณฑ์ด้วยการแล่เนื้อ บุรุษที่รักนางมาตั้งแต่เล็กจนโต สุดท้าย…สวรรค์ก็ไม่ละเว้นพี่ชายของนาง พี่ชายต้องมาตาย...ก็เพราะนาง!

ยกทัพก่อกบฏ ? บอกว่าต้องการตัวนาง ? นี่มันแผนการอันใดอีกเล่า! นางเหนื่อยล้าจนเกินกว่าจะรับมือกับสิ่งใดได้อีกแล้ว จวินเฉียนหลิงและลั่วชิงเฉิงคงหวังให้นางไปแต่งงานที่อื่น เพื่อจะรักษาราชบัลลังก์ของจวินเฉียนหลิงไว้ และยังสามารถยัดเยียดความผิดฐานสตรีงามล่มเมืองให้นางได้อีกด้วย นางจะยอมให้พวกเขาบงการได้อย่างไร ? บัดนี้…แม้แต่พี่ชายก็จากไปแล้ว นางไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์ในชีวิตนี้อีกต่อไป การมีชีวิตอยู่ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว

“ลั่วชิงเฉิง! ข้าลั่วชิงหวงขอสาบานด้วยโลหิต! หากชาติหน้ามีจริง! ข้าจะทำให้พวกเจ้าทุกข์ทรมานจนปางตาย! อยากมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้! อยากจะตายก็ตายไม่ได้! สิ่งใดที่เจ้าทำกับข้า! ข้าจะตอบแทนคืนเป็นร้อยเท่าพันทวี!”

ดวงตาของลั่วชิงหวงจับจ้องไปยังลั่วชิงเฉิง แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตอันล้ำลึกทำเอาลั่วชิงเฉิงถึงกับผวาถอยหลังไปหลายก้าว ขณะที่ลั่วชิงหวงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดก็พุ่งศีรษะชนเข้ากับเสาหิน โลหิตสดสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง เงาร่างสีแดงเพลิงสายหนึ่งเข้าช้อนร่างของลั่วชิงหวงที่ร่วงหล่นลงมาดุจปุยฝ้าย เสียงอันเย้ายวนและอำมหิตก้องกังวานไปทั่วห้อง

“ลั่วชิงหวง! ข้าไม่ให้เจ้าตาย!” ไม่ให้เจ้าตาย ? น่าขันสิ้นดี เบื้องหลังยังมีผู้ใดที่ไม่อยากให้นางตายอีก นางพยายามลืมตาขึ้นมอง แต่…ก็มองไม่เห็นสิ่งใด เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและตำหนิตนเอง

ใครกันที่กำลังสำนึกผิด และตำหนิตนเองเรื่องอะไร ? นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักบุรุษที่สวมชุดสีแดงเพลิงผู้นี้ ทว่า...นางไม่มีเรี่ยวแรงจะคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ชีวิตนี้ของนาง หมดสิ้นพละกำลังทั้งหมดที่นางมี แต่...นางยังคงแค้นเหลือเกิน ยังคงไม่ยอมจำนน หากสวรรค์ยังเมตตา ให้โอกาสนางอีกครั้ง นางจะทำให้ทุกคนที่ทำร้ายนาง ตกนรกหมกไหม้ไปชั่วนิรันดร์ ด้วยความแค้นที่มีอยู่เต็มอก ลั่วชิงหวงค่อย ๆ สูญเสียสติไป นางหลับตาลงอย่างไม่ยอมจำนน เบื้องหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดในที่สุด...

สติที่เลือนราง ความรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังหมุนคว้าง ลั่วชิงหวงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ภาพที่พร่ามัวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ทว่า…สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลั่วชิงหวงตกตะลึงจนตัวสั่น การจัดวาง รูปแบบ นี่มิใช่ ห้องหอของนางตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานหรอกหรือ ?

“คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว” เสียงที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงสะอื้นดังขึ้นข้างหู ลั่วชิงหวงมองไปยังสาวใช้ผู้งดงามที่ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มราวกับดอกสาลี่อาบน้ำฝนที่อยู่ตรงหน้า

นี่มิใช่ ‘เซียงหลิง’ สาวใช้ข้างกายของนางหรอกหรือ ? นางขับไล่เซียงหลิงออกจากจวนไปเพราะจงใจใส่ร้ายลั่วชิงเฉิงไม่ใช่หรือ ? จนกระทั่งเซียงหลิงประสบเคราะห์กรรมถูกคนชั่วข่มเหงระหว่างทางจนอับอายและผูกคอตายไป ทั้งหมดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

ลั่วชิงหวงยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ แต่…ก็ยังเห็นห้องหอตอนที่นางยังไม่ได้ออกเรือนอยู่ตรงหน้า และข้างกายก็คือเซียงหลิงที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว หรือว่า...นางได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ?

“คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ ? อย่าทำให้บ่าวตกใจเลยนะเจ้าคะ”

เซียงหลิงเห็นท่าทางเลื่อนลอยของลั่วชิงหวง จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาโบกไปมาตรงหน้า พร้อมทั้งพึมพำด้วยความเจ็บปวดว่า

“เป็นความผิดของคุณหนูสามเจ้าค่ะ ไฉนคุณหนูจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้ ยอมไปคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาแทนนางถึงหนึ่งชั่วยามกลางลานฝนกระหน่ำเช่นนั้นเล่า”

ลั่วชิงหวงเห็นความห่วงใยและเจ็บปวดในดวงตาของเซียงหลิง ในใจก็พลันรู้สึกขมขื่นไม่น้อย เมื่อก่อน…นางตาบอดไปแล้วหรือไร ? ถึงได้ยอมไล่เซียงหลิงที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อนางเพียงคนเดียวออกจากจวนไป เพียงเพื่อสตรีใจคดอย่างลั่วชิงเฉิง จนเป็นเหตุให้เซียงหลิงถูกลั่วชิงเฉิงวางแผน ถูกคนชั่วข่มเหงจนอับอายและต้องฆ่าตัวตาย

ในอดีต...นางมองคนผิดไปจริง ๆ เชื่อใจลั่วชิงเฉิงมากไป จนทำร้ายเซียงหลิง แต่…บัดนี้ หากสวรรค์ให้โอกาสนางได้หวนกลับมาเกิดใหม่แล้ว นางจะต้องตอบแทนเซียงหลิงอย่างดีงาม จะไม่ยอมให้เซียงหลิงต้องได้รับบาดเจ็บใด ๆ อีกเป็นอันขาด และแน่นอนว่า ลั่วชิงเฉิง จวินเฉียนหลิง สองคนนั้นติดค้างนางอยู่ นางจะเอาคืนทุกอย่างให้สาสาม!

แววตาที่ดำสนิทพลันพวยพุ่งประกายแสงที่น่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้เซียงหลิงตกใจจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลั่วชิงหวงเห็นแววตาที่ตื่นตระหนกของเซียงหลิง ก็รู้ว่าตนเองเสียสติไปชั่วขณะ จึงรีบปรับสายตาและสีหน้าให้สงบลง คืนสู่ท่าทางที่อ่อนโยนดังเดิม

“เซียงหลิง ตอนนี้…เป็นปีที่เท่าไหร่ของแคว้นจิ่นแล้ว”

ตอนนี้…เป็นปีที่สามสิบสามของแคว้นจิ่นเจ้าค่ะ คุณหนู ท่านเป็นอะไรไป ? ต้องให้บ่าวไปเชิญหมอมาตรวจดูอีกหรือไม่เจ้าคะ ?”

เซียงหลิงได้ยินลั่วชิงหวงถามเช่นนั้น ก็คิดว่าอาการไข้ของนางยังไม่ลด จึงกล่าวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่จำเป็นหรอก ข้าเพิ่งตื่น ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ เจ้าไปจัดเตรียมอาหารเบา ๆ มาให้ข้าที”

นัยน์ตาสีดำของลั่วชิงหวงฉายแววเข้าใจกระจ่างแจ้ง รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก แล้วหันไปบอกกับเซียงหลิง เมื่อได้ยินลั่วชิงหวงกล่าวเช่นนั้น เซียงหลิงก็ไม่ได้สงสัยอีก จึงเดินไปจัดเตรียมสำรับ เมื่อเซียงหลิงออกไปแล้ว ลั่วชิงหวงก็ประคองขอบเตียงลุกขึ้นยืน ความทรงจำผุดขึ้นมาในสมองไม่ขาดสาย ปีที่สามสิบสามแห่งแคว้นจิ่น นางเพิ่งอายุได้สิบสามหนาว

ในปีนี้…ลั่วชิงเฉิงถูกอนุรองลงโทษให้ไปซักผ้าเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพราะขัดคำสั่งอนุรอง นางเห็นลั่วชิงเฉิงน่าสงสารจริง ๆ จึงไปคุกเข่าวิงวอนขอความเมตตาหน้าห้องของอนุรอง อีกทั้ง…วันนั้นฝนยังตกหนัก แต่…นางซึ่งมีนิสัยดื้อรั้นมาโดยตลอด จึงกล้าที่จะคุกเข่าอยู่เช่นนั้นถึงหนึ่งชั่วยาม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 210 กริชพรากสายเลือด

    แววตาของนางฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ขยับริมฝีปากเอ่ยเนิบๆ ว่า“ความสัมพันธ์อันใดรึ ? ข้าคือภรรยาของเขา” เมื่อได้รับคำตอบจากลั่วชิงหวง เหล่ามือสังหารต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ต่างพากันลังเลมิกล้าบุ่มบ่ามลงมือ ทว่า…ด้วยคำสั่งของจวินเสียนฉี พวกเขายังคงล้อมลั่วชิงหวงไว้แน่น มิยอมให้นางจากไปได้ง่ายๆ“พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก !” จวินเสียนฉีเห็นมือสังหารเอาแต่ล้อมกรอบทว่ากลับขวัญหนีดีฝ่อมิกล้าขยับเขยื้อน ก็แผดเสียงตะคอกด้วยความโกรธจัดเหล่ามือสังหารเมื่อถูกจวินเสียนฉีตะคอกใส่ก็ยิ่งลนลาน ทว่า…ก็ยังมิกล้าบุกเข้าไป คนพวกนี้ล้วนเป็นชาวยุทธที่จวินเสียนฉีใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวมา ทว่า…ชื่อเสียงของคุณชายหลิวจิ่งและหอลั่วซูในยุทธภพนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตลงมือเล่า ?ลั่วชิงหวงกวาดสายตามองเหล่ามือสังหาร แววตาเคร่งขรึม ทว่า…มุมปากกลับยกยิ้ม เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“หากพวกเจ้ากล้าลงมือ ก็จงเตรียมใจรับจุดจบที่จะตามมาไว้ให้ดี”คำขู่ของลั่วชิงหวงทำให้มือสังหารยิ่งขวัญกระเจิง ทุกคนแสดงท่าทีลังเล บางคนที่ใจเสาะเริ่มขยับถอย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 209 พัดเพลิงคร่าวิญญาณ

    “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ในจวนเตรียมชาไว้แล้ว หากมิรีบดื่มเกรงว่าจะเย็นเสียก่อน” หลิวจินซิ่วยิ้มอย่างขัดเขิน พลางเอ่ยต่อ“สถานที่ที่ท่านหญิงว่าไว้วันหน้าพวกเราค่อยไปกันก็ได้”ลั่วชิงหวงครุ่นคิดในใจ หากนางมิยอมเข้าไปยามนี้ มือสังหารที่ซุ่มอยู่ย่อมปรากฏตัวออกมาแน่ ถึงตอนนั้นนางคงยากจะหนทางหนี มิสู้ตามเข้าไปข้างใน แสร้งดื่มชาแล้วค่อยหาทางแก้สถานการณ์ภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงหวงจึงยิ้มอย่างสงบพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เชิญพระชายานำทาง” หลิวจินซิ่วที่เดิมทีกลัวว่าลั่วชิงหวงจะจับพิรุธได้ เมื่อเห็นนางยอมตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพานางเข้าไปในห้องทั้งสองนั่งลง หลิวจินซิ่วรินชาให้ลั่วชิงหวงแก้วหนึ่ง ทว่า…มิได้รีบส่งให้ แต่…นางกลับจ้องมองลั่วชิงหวงนิ่งแล้วเอ่ยว่า“ท่านหญิงชิงหวง ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อ”ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หลิวจินซิ่วจะถามอะไรนางอีก ? แม้จะสงสัย ทว่า…ภายนอกยังคงสงบนิ่ง“มิทราบว่าพระชายามีสิ่งใดจะถามรึเจ้าคะ ?”“องค์ชายเจ็ดจำเป็นต้องชิงบัลลังก์จริงๆ รึ ? หากเสียนฉีได้เป็นฮ่องเต้ ข้าจะช่วยทูลขอให้เขาปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างดี พวกท่านจะยอ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 208 อุบายคนเขลา

    หลิวหยวนเจิงจ้องมองจวินชิงอวี่ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายกำลังรอฟังคำพูดต่อจากนี้ จวินชิงอวี่จึงค่อยๆ เอ่ยปากช้าๆ ว่า“ยามนี้สถานการณ์ของแคว้นจิ่นวิกฤตเพียงใด ข้าคงมิจำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ท่านพี่ใหญ่แม้จะมีใจเมตตา ทว่ากลับขาดรัศมีขัตติยา มิใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ท่านอัครเสนาบดีทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ย่อมมิเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนทำให้ราชสำนักพังพินาศ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยความสามารถประดุจแขนขาอันล้ำค่าเช่นท่าน ข้าย่อมไม่มีวันปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวหยวนเจิงก็เริ่มมีสีหน้าลังเล เขามองจวินชิงอวี่ด้วยแววตาที่สับสนวูบหนึ่ง ทว่า…ยังคงเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท“กระหม่อมย่อมมิกระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎราชสำนัก องค์ชายเจ็ดมิต้องกังวล เพียงแต่เสียนฉีนั้นกระหม่อมเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก แม้นิสัยจะอ่อนแอไปบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะกลายเป็นมหากษัตริย์ที่ดีมิได้”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็มิขอบีบคั้นให้ท่านต้องลำบากใจ ทว่าคำพูดของข้าจะยังคงเป็นจริงเสมอ หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะเก็บไปไตร่ตรองดูให้ดี”จวินชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองหลิวหยวนด้วยรอยยิ้มกึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 207 ไร้วาสนาเคียงคู่

    “จำได้สิเจ้าคะ ตอนนั้นท่านบอกว่าข้าต้องจำไว้ว่ายังติดค้างบุญคุณท่านอยู่หนึ่งอย่าง เช่นนี้…พวกเราต่างฝ่ายต่างก็ติดค้างกันและกัน มิใช่ว่าถูกกำหนดมาให้ต้องผูกพันกันไปชั่วชีวิตหรอกรึ ? ตอนนั้นข้ายังมิอยากจะเชื่อ ทว่า…มิคาดคิดเลยว่า คำพูดในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้”จวินชิงอวี่แย้มยิ้มประดุจสุนัขจิ้งจอกผู้ชนะ เขาออกแรงดึงร่างลั่วชิงหวงเข้ามากอดไว้แนบอก มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ลั่วชิงหวงมาเป็นภรรยาของเขาให้ได้ และจะมิยอมให้นางจากไปไหนชั่วชีวิตลั่วชิงหวงซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของจวินชิงอวี่พลางเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของทั้งสอง ขับเน้นรัศมีอันสง่างามและสูงศักดิ์จนดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่า…กลับดูอบอุ่นและกลมกลืนยิ่งนัก ราวกับว่าโลกทั้งใบได้รวบรวมเอาความงดงามและน่าประทับใจทั้งหมดมาไว้ที่คนคู่นี้เพียงผู้เดียววันถัดมา ลั่วชิงหวงและจวินชิงอวี่มาเดินเล่นริมสระน้ำอีกครั้ง และช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่พวกเขาได้พบกับ หลิงอู่หลิวอีกครั้ง ทว่า…ครานี้ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางคือห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 206 รักมั่นชั่วนิรันดร์

    นางเพียงขอให้เขาช่วยสร้างกระแสเพียงเล็กน้อยก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทว่า…จวินชิงอวี่กลับเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ประโยคเดียวของลั่วชิงหวงที่ยังมิได้แสดงท่าทีโกรธเคืองด้วยซ้ำ ถึงกับประกาศว่าจะมิช่วยเหลือนางอีกในภายภาคหน้า เช่นนี้…จะมิให้นางโกรธขึ้งและขุ่นมัวได้อย่างไร“เหตุใดเล่าเจ้าคะ ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของท่านหญิงชิงหวงรึ ?”หลิงอู่หลิวจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกับความโมโห วาจาที่เอ่ยออกมาจึงมิเกรงใจอีกต่อไป“ขออภัยที่เสียมารยาท ใจคอของท่านหญิงชิงหวงมิคับแคบเกินไปหน่อยรึเจ้าคะ ?”ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหยันโดยมิแยแส นางเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แววตาไหววูบก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมิยินดียินร้ายว่า“ขอองค์หญิงอู่หลิวโปรดอภัยด้วย ข้านั้นใจคอคับแคบเช่นนี้เอง วันหน้าก็โปรดอย่าได้มาแหย่ข้าเล่น มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลิงอู่หลิวมิคาดคิดว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ เดิมที…นางตั้งใจจะใช้คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทว่า…เมื่อเจอคำตอบที่โผงผางชัดเจนของลั่วชิงหวง กลับกลายเป็นนางเองที่ดูใจแคบและช่างจิกกัด ยิ่งพอมองใบหน้าที่ยังคงสง่างา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 205 วาจาซ่อนเข็มพิษ

    เช้าของอีกวัน“หวงเอ๋อร์ ตะวันโด่งแล้ว ยังมิยอมตื่นอีกหรือ ?” จวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดูลั่วชิงหวงปรือตาที่ยังง่วงงุนขึ้นมองจวินชิงอวี่ พลางเอ่ยอย่างงอนๆ ว่า“เหตุใดถึงปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้”“นี่มันยามเที่ยงแล้ว เจ้ามิหิวบ้างหรือ ?” จวินชิงอวี่เห็นท่าทางแง่งอนของนางก็ใจอ่อนยวบ เขาใช้นิ้วเขี่ยจมูกนางอีกครั้งเพื่อกันมิให้นางหลับต่อลั่วชิงหวงเม้มปากอย่างขัดใจพลางลืมตาขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นบังแสงแดดที่ลอดเข้ามาพลางพึมพำ“สายป่านนี้แล้วหรือ ? ข้านอนนานขนาดนั้นเชียว ?” เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของนาง จวินชิงอวี่ก็อดใจมิไหวโน้มตัวลงไปจูบนางอีกครั้ง ลั่วชิงหวงที่เพิ่งตื่นรีบผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงซ่าน“กลางวันแสกๆ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ?”“ข้าเห็นหวงเอ๋อร์ยังมิตื่นเต็มตา เลยต้องใช้วิธีพิเศษช่วยปลุกเท่านั้นเอง”นัยน์ตาหงส์ของจวินชิงอวี่ฉายแววหยอกล้อ มองนางที่กำลังพองลมที่แก้มอย่างนึกสนุกลั่วชิงหวงผลักเขาออกไปอีกครั้ง ในใจเขินอายทำตัวมิถูก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวว่า“ท่านยังมีหน้ามาพูดอีก หากมิใช่เพราะเมื่อคืนท่า

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 42 เอาคืนทีละนิด

    ดวงตาของลั่วชิงหวงขยับเบา ๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตาที่ประดับด้วยขนตาหนาเป็นแพขึ้น นางเอ่ยด้วยท่าทีเฉยเมยว่า“ข้าแค่อยากจะพักผ่อนสักครู่ เรื่องเล็ก ๆ นี้อี๋เหนียงรองก็ยังมิอนุญาตหรือเจ้าคะ?”“เหอะ! เจ้ายังมีอารมณ์มาพักผ่อนอีกรึ ?!” หวังโยวรั่วจ้องมองลั่วชิงหวงด้วยความอาฆาตแค้น เมื่อเห็นท่าทางผ่อนคลายสบาย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 34 เสาะหาพันธ์มิตร

    นางแค่อยากจะสั่งสอนลั่วชิงหวงสักครา ไม่นึกเลยว่าจะกลับกลายเป็นตบหน้าตนเองเสียฉาดใหญ่ เมื่อครู่…นางเพิ่งจะเหน็บแนมเสื้อผ้าของลั่วชิงหวงว่าซอมซ่อ ใครจะไปคิดว่ามันคืออาภรณ์ที่ทำจากไหมฟ้าจริง ๆ กลายเป็นว่าตัวนางเองที่เป็นคนไร้ความรู้ความเห็น“หุบปากเดี๋ยวนี้!” จวินอวี่เยียนตวัดสายตามองเด็กสาวผู้นั้นด้ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 24 ตำแหน่งจวิ้นจู่

    “ปกติ…อี๋เหนียงรองเป็นคนมัธยัสถ์ในการดูแลจวนเพคะ จึงแบ่งเบี้ยหวัดรายเดือนให้หลานไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนที่ควรจะได้ ด้วยเหตุนี้ หลานจึงไม่มีเงินสำรองไว้ใช้สอย จนต้องนำปิ่นปักผมของท่านแม่ไปจำนำ อี๋เหนียงรองไม่ทราบเรื่องนี้ จึงคิดว่าหลานหลอกลวงนาง เมื่อเรื่องเข้าใจผิดลุกลามใหญ่โต ท่านพ่อทรงเมตตาหลานจึงสั

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 19 ต่างคนต่างเหลี่ยม

    ทว่า…สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ลั่วชิงหวงไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังไม่มีท่าทีตัดพ้อเลยสักนิด นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและราบเรียบว่า“เจ้าค่ะคุณชาย” เมื่อได้ยินคำตอบ สีหน้าของคุณชายหลิวจิ่งก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่…สุดท้ายก็เงียบไป เขาขยับกายเพียงวูบเดียวก็ห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status