تسجيل الدخولความรักก็ส่วนความรักความจริงก็ส่วนความจริง ในเมื่อทั้งสองเรื่องไม่เป็นไปในทางเดียวกันนางขอเลือกอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า จ้าวจื่อหานพยักหน้าเข้าใจเขาสงสารน้องสาวมากนางเป็นเด็กสาวที่มีความฝันมีแต่คนรักใคร่จนดูอ่อนแอมาตลอด แต่วันนี้นางกล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญได้นับว่าเข้มแข็งยิ่งนัก
"เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว" เขาเอื้อมมือลูบหัวนางเบา ๆ ความรู้สึกของพี่ชายหนักอึ้งในอก เขากับหวงซีหยุนสนิทกันเป็นสหายร่วมเรียนมาด้วยกัน คิดแล้วก็นึกละอายใจขณะที่หวงซีหยุนเลื่อนตำแหน่งมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแต่เขายังย่ำอยู่ที่เดิม จ้าวจื่อหานตั้งใจว่าต่อไปนี้เขาจะทำงานหนักขึ้นเพื่อความก้าวหน้า เพื่อครอบครัวจะได้ลืมตาอ้าปากได้มากกว่านี้จะได้ไม่มีคนมาดูถูกเหยียดหยามเหมือนที่เป็นอยู่ "พี่จะทำงานให้หนักขึ้นจะได้ไม่มีใครมารังแกเจ้าได้อีก" จ้าวเจียอิงยิ้มบางซบหน้าลงกับไหล่กว้างของพี่ชาย นางโชคดีที่ทะลุมิติมาเจอครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่คอยปกป้องไม่ว่าจะผิดหรือถูกและนางก็จะใช้ชีวิตให้ดีหลังจากนี้เช่นเดียวกัน ช่วงเช้าจ้าวเจียอิงเข้าไปขออนุญาตบิดา นางไม่ได้ไปสวดมนต์นานแล้วครั้งนี้ถือโอกาสดีจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และทำบุญให้มารดา "ท่านพ่อเจ้าคะลูกจะมาขออนุญาตไปสวดมนต์ขอพรทำบุญให้บรรพบุรุษแล้วก็ท่านแม่เจ้าค่ะ" จ้าวถิงเห็นว่านางคงมีเรื่องไม่สบายใจจึงอยากไปสงบจิตใจที่วัดและคงอยากระลึกถึงมารดาที่จากไปตั้งแต่ยังเป็นทารกจึงอนุญาตให้ไปได้ "ครั้งนี้จะไปกี่วันล่ะ" "สิบวันเจ้าค่ะ" เพราะนางเพิ่งผ่านเรื่องราวที่ยากลำบากมาแค่หนึ่งวันจ้าวถิงจึงไม่ขัดใจให้นางไปที่วัดได้ตามใจปรารถนา ถึงอย่างไรนางก็ไปบ่อยแล้ว "เช่นนั้นไปเตรียมตัวเถิด" "เจ้าค่ะ" จ้าวเจียอิงขอตัวกลับเรือนเพื่อเตรียมตัวไปนอนที่วัดกับบ่าวรับใช้เพียงหนึ่งคนคือหลิงหลิงที่เป็นคนสนิทของนาง "ไปวัดครั้งนี้นานหลายวันคุณหนูคงสงบจิตใจได้มากเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็นไว้ให้แล้ว" หลิงหลิงรายงาน นางคอยจัดข้าวของเป็นประจำรู้ว่าต้องใช้สิ่งของใดบ้างการเตรียมตัวจึงรวดเร็วขึ้น "ดีเลย พรุ่งนี้เราจะเดินทางแต่เช้า" "เจ้าค่ะ" รุ่งเช้าจ้าวเจียอิงรับประทานอาหารเช้าเสร็จนางก็ได้ร่ำลาบิดาและพี่ชายทั้งสองคน "แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่รองไปส่ง" จ้าวจื่อหานเป็นห่วงนางขึ้นมาถึงจะไปวัดบ่อยแล้วทว่าครั้งหลังสุดก็ห่างไปนานมากแล้ว "ไม่มีเรื่องต้องกังวลเจ้าค่ะ" พูดคุยกันอยู่ชั่วครู่นางก็ขึ้นรถม้าที่จ้าวถิงจัดเตรียมเอาไว้ให้แล่นออกจากจวนมุ่งหน้าสู่วัดชุนเจิ้นที่อยู่นอกเมืองหลวงออกไปไม่ไกลใช้เวลาเดินทางชั่วยามครึ่งก็ถึง รถม้าจอดเทียบที่หน้าวัด วันนี้เป็นวันธรรมดาไม่มีคนพลุกพล่านอีกสามวันเป็นวันหยุดเหล่าสตรีจากเมืองหลวงจึงจะออกมาสวดมนต์กันเนืองแน่น ตอนนี้นางมองเห็นรถม้าสามคันจอดก่อนนางแล้ว ถึงวัดชุนเจิ้นจะห่างไกลจากเมืองหลวงออกมาเล็กน้อยทว่าคนในเมืองหลวงต่างนิยมมาไหว้พระขอพรที่นี่ เนื่องจากวัดมีขนาดใหญ่บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เชื่อกันว่าหากคู่รักมาไหว้พระขอพรมักสมหวังกันทุกคู่ ซึ่งนางและหวงซีหยุนก็เคยมาที่นี่ด้วยกันครั้งหนึ่ง แต่นางคงเป็นคู่แรกกระมังที่ไม่สมหวังในเรื่องคู่ครอง จ้าวเจียอิงถอนหายใจขจัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปและเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสำรวม สถานการณ์ในสนามรบขณะนี้สงบลงแล้ว หวงซีหยุนเตรียมตัวกลับเข้าเมืองหลวง ก่อนที่เขาจะมายังชายแดนรอบนี้บิดามารดาบอกว่าจะไปพูดคุยเรื่องแต่งงานที่จวนตระกูลจ้าว ป่านนี้เรื่องคงเรียบร้อยแล้ว "รองแม่ทัพซีหยุนกลับไปคราวนี้ก็จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วย" แม่ทัพเฟิงทราบข่าวนี้มาเช่นเดียวกับคนอื่น คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าหวงซีหยุนและจ้าวเจียอิงเป็นคู่รักกันมานาน สานสัมพันธ์จากวัยเยาว์จนกระทั่งถึงวัยออกเรือนนับว่าเป็นคู่รักที่มั่นคงและน่าชื่นขม "ขอบคุณท่านแม่ทัพ ข้าต้องส่งบัตรเชิญไปยังจวนแม่ทัพอย่างแน่นอน" แม่ทัพเฟิงหัวเราะร่วนตบไหล่กว้างเบา ๆ ให้กำลังใจและขอแยกตัวไปเตรียมของกลับเมืองหลวงเช่นเดียวกัน ในใจของชายหนุ่มเมื่อนึกถึงใบหน้างดงามของคนรักเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข "อีกไม่นานเจ้ากับข้าก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว อิงเอ๋อร์" วัดชุนเจิ้น จ้าวเจียอิงสวดมนต์พร้อมกับคนอื่นเข้าวันที่ห้าแล้ว ที่นี่เงียบสงบจนนางคิดว่าไม่อยากกลับเมืองหลวงตามกำหนดเวลา ด้วยธรรมชาติที่ยังงดงามทำให้นางอยากชื่นชมต่อไปอีกหลายวัน จวนตระกูลหวง หวงซีหยุนกลับมาถึงเขาได้เข้าไปคารวะบิดามารดา ครั้งนี้ออกจากจวนไปนานกลับมาคราวนี้ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่เมืองหลวงได้นานขึ้น "เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ยังมีงานมากขอรับกลับจากชายแดนรอบนี้สามารถใช้สิทธิ์สอบเลื่อนขั้นเป็นขุนนางได้ลูกคิดเอาไว้แล้วว่าจะสอบทำงานในวังหลวงจะได้อยู่กับครอบครัว" หวงฉีและฮูหยินต่างดีใจที่บุตรชายจะไม่ต้องออกสนามรบแล้ว เขาออกนอกเมืองหลวงและไป ๆ มา ๆ ตั้งแต่อายุสิบสองขวบจนตอนนี้อายุสิบแปดปีนับว่าสมควรต้องหยุดเพื่อหาความก้าวหน้าให้ตัวเอง "ดีเลยลูกแต่เจ้าไม่เสียดายตำแหน่งรองแม่ทัพแล้วหรือ" ฮูหยินเห็นว่าบุตรชายเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่จึงนึกเป็นห่วง "ท่านแม่ทัพอนุญาตเองและเตรียมตัวตั้งรองแม่ทัพสำรองเอาไว้แล้วขอรับ อีกไม่นานข้าต้องแต่งงานไม่อยากไปอยู่ไกล" หวงซีหยุนพูดด้วยรอยยิ้ม ในแววตาของเขาเปล่งประกายสดใสเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฮูหยินหุบยิ้มลงในทันทีหันไปมองหน้าหวงฉีแล้วพูดกับบุตรชาย "เช่นนั้นก็ดีภรรยาก็อยากให้สามีอยู่ใกล้ ๆ จะได้อุ่นใจครอบครัวไม่ห่างเหินกัน" หวงซีหยุนพยักหน้าพลางถามความคืบหน้ากับบิดามารดา "ท่านพ่อท่านแม่ได้ฤกษ์แต่งงานของลูกกับอิงเอ๋อร์แล้วหรือขอรับ" หวงฉีถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยขึ้น "เจียอิงยกเลิกการหมั้นหมายแล้ว ตระกูลจ้าวก็ส่งสินสอดมาคืนหลายวันแล้ว" สมองของหวงซีหยุนอื้ออึงเขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ฮูหยินจึงอธิบายให้ฟัง "หยุนเอ๋อร์ นางเป็นฝ่ายยกเลิกการหมั้นหมายเอง พ่อกับแม่ก็ไม่สามารถบังคับได้" หวงซีหยุนไม่เข้าใจเรื่องนี้เขาไม่อาจยอมรับได้ต้องมีการเข้าใจผิดแน่นอน "อิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเช่นนี้ ข้าจะไปหานาง" อารมณ์ของเขารุนแรงดั่งพายุพูดจบก็หันหลังควบม้าออกไปโดยที่ไม่มีใครห้ามได้ทัน "ทำไมเป็นอย่างนี้ลูกไม่ยอมฟังเราเลยท่านพี่" จากที่นางคิดว่าจะอธิบายได้ง่าย ๆ ทว่าตอนนี้กลับต้องมานั่งกุมขมับแทนก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้
"ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร
จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา
หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่
ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้
ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ
นางประกาศขึ้นมากลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด เล่อคุณเห็นสาวงามผู้กล้าหาญตรงหน้าลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความนับถือพลางยิ้มกริ่มส่งสายตาเจ้าชู้ตามวิสัยที่เคยทำกับผู้อื่นไม่เกรงใจผู้อาวุโสแม้แต่น้อย "แม่นางน้อยผู้นี้คือใครหรือ เหตุใดข้าไม่รู้จัก" "อิงเอ๋อร์ถอยออกมา" จ้าวเหลียนออกคำสั่งให้หลานสาวอยู่ห
จวนตระกูลหวง สตรีสองคนเดินทอดน่องอยู่ในสวนข้างจวน หยางฮูหยินมองไปยังเบื้องหน้าขบคิดถึงแผนการที่คิดเอาไว้ "บุตรสาวตระกูลเยี่ยอดีตแม่ทัพของต้าเหลียน ปีนี้ก็อายุสิบห้าแล้วนางยังไม่มีคู่แต่งงาน" หยางฮูหยินพูดกับบ่าวคนสนิทเป็นเชิงหารือ "คุณชายจะยินยอมหรือไม่เจ้าคะ" แม่นางลิ่วเหยียน บ่าวคนสนิทที่เป็
"หลงจู๊ คุณชายรองมา" เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่หน้าร้านมองเห็นจ้าวเจียวหมิงกำลังเดินเข้ามาเขารีบรุดไปแจ้งแก่หลงจู๊ที่กำลังนับเงินอยู่ "อ้ะ จะทำอย่างไรดีคุณหนูอยู่หลังร้านด้วย เอาอย่างนี้เจ้าไปต้อนรับก่อนข้าจะเอาเงินไปเก็บ" หลงจู๊บอกเสี่ยวเอ้อด้วยความกังวลเร่งมือเก็บเงินใส่ถุงเดินหลบไปทางหลังร้านเสี่ยว
"ยังไม่กลับเจ้าค่ะท่านพ่อ" จ้าวซืออี้ไม่รู้ว่าบิดามารดาได้บอกจ้าวเจียอิงเรื่องจ้าวเจียวหมิงหรือไม่ นางพูดเท่านั้นก็ขอตัวไปพักผ่อน ใช้เวลาพูดคุยกันไม่นานหลี่ซูหรงลูกสะใภ้คนโตก็เดินเข้ามาแจ้งว่าท่านป้าต้องดื่มยาเข้าพักผ่อนทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง หลี่ซูหรงไม่สามารถออกไปช่วยทำการค้าได้เพ







