مشاركة

กลับเมืองหลวง

last update تاريخ النشر: 2025-12-14 21:16:34

ความรักก็ส่วนความรักความจริงก็ส่วนความจริง ในเมื่อทั้งสองเรื่องไม่เป็นไปในทางเดียวกันนางขอเลือกอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า จ้าวจื่อหานพยักหน้าเข้าใจเขาสงสารน้องสาวมากนางเป็นเด็กสาวที่มีความฝันมีแต่คนรักใคร่จนดูอ่อนแอมาตลอด แต่วันนี้นางกล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญได้นับว่าเข้มแข็งยิ่งนัก

"เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว"

เขาเอื้อมมือลูบหัวนางเบา ๆ ความรู้สึกของพี่ชายหนักอึ้งในอก เขากับหวงซีหยุนสนิทกันเป็นสหายร่วมเรียนมาด้วยกัน คิดแล้วก็นึกละอายใจขณะที่หวงซีหยุนเลื่อนตำแหน่งมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแต่เขายังย่ำอยู่ที่เดิม

จ้าวจื่อหานตั้งใจว่าต่อไปนี้เขาจะทำงานหนักขึ้นเพื่อความก้าวหน้า เพื่อครอบครัวจะได้ลืมตาอ้าปากได้มากกว่านี้จะได้ไม่มีคนมาดูถูกเหยียดหยามเหมือนที่เป็นอยู่

"พี่จะทำงานให้หนักขึ้นจะได้ไม่มีใครมารังแกเจ้าได้อีก"

จ้าวเจียอิงยิ้มบางซบหน้าลงกับไหล่กว้างของพี่ชาย นางโชคดีที่ทะลุมิติมาเจอครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่คอยปกป้องไม่ว่าจะผิดหรือถูกและนางก็จะใช้ชีวิตให้ดีหลังจากนี้เช่นเดียวกัน

ช่วงเช้าจ้าวเจียอิงเข้าไปขออนุญาตบิดา นางไม่ได้ไปสวดมนต์นานแล้วครั้งนี้ถือโอกาสดีจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และทำบุญให้มารดา

"ท่านพ่อเจ้าคะลูกจะมาขออนุญาตไปสวดมนต์ขอพรทำบุญให้บรรพบุรุษแล้วก็ท่านแม่เจ้าค่ะ"

จ้าวถิงเห็นว่านางคงมีเรื่องไม่สบายใจจึงอยากไปสงบจิตใจที่วัดและคงอยากระลึกถึงมารดาที่จากไปตั้งแต่ยังเป็นทารกจึงอนุญาตให้ไปได้

"ครั้งนี้จะไปกี่วันล่ะ"

"สิบวันเจ้าค่ะ"

เพราะนางเพิ่งผ่านเรื่องราวที่ยากลำบากมาแค่หนึ่งวันจ้าวถิงจึงไม่ขัดใจให้นางไปที่วัดได้ตามใจปรารถนา ถึงอย่างไรนางก็ไปบ่อยแล้ว

"เช่นนั้นไปเตรียมตัวเถิด"

"เจ้าค่ะ"

จ้าวเจียอิงขอตัวกลับเรือนเพื่อเตรียมตัวไปนอนที่วัดกับบ่าวรับใช้เพียงหนึ่งคนคือหลิงหลิงที่เป็นคนสนิทของนาง

"ไปวัดครั้งนี้นานหลายวันคุณหนูคงสงบจิตใจได้มากเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็นไว้ให้แล้ว"

หลิงหลิงรายงาน นางคอยจัดข้าวของเป็นประจำรู้ว่าต้องใช้สิ่งของใดบ้างการเตรียมตัวจึงรวดเร็วขึ้น

"ดีเลย พรุ่งนี้เราจะเดินทางแต่เช้า"

"เจ้าค่ะ"

รุ่งเช้าจ้าวเจียอิงรับประทานอาหารเช้าเสร็จนางก็ได้ร่ำลาบิดาและพี่ชายทั้งสองคน

"แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่รองไปส่ง"

จ้าวจื่อหานเป็นห่วงนางขึ้นมาถึงจะไปวัดบ่อยแล้วทว่าครั้งหลังสุดก็ห่างไปนานมากแล้ว

"ไม่มีเรื่องต้องกังวลเจ้าค่ะ"

พูดคุยกันอยู่ชั่วครู่นางก็ขึ้นรถม้าที่จ้าวถิงจัดเตรียมเอาไว้ให้แล่นออกจากจวนมุ่งหน้าสู่วัดชุนเจิ้นที่อยู่นอกเมืองหลวงออกไปไม่ไกลใช้เวลาเดินทางชั่วยามครึ่งก็ถึง

รถม้าจอดเทียบที่หน้าวัด วันนี้เป็นวันธรรมดาไม่มีคนพลุกพล่านอีกสามวันเป็นวันหยุดเหล่าสตรีจากเมืองหลวงจึงจะออกมาสวดมนต์กันเนืองแน่น ตอนนี้นางมองเห็นรถม้าสามคันจอดก่อนนางแล้ว ถึงวัดชุนเจิ้นจะห่างไกลจากเมืองหลวงออกมาเล็กน้อยทว่าคนในเมืองหลวงต่างนิยมมาไหว้พระขอพรที่นี่ เนื่องจากวัดมีขนาดใหญ่บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เชื่อกันว่าหากคู่รักมาไหว้พระขอพรมักสมหวังกันทุกคู่

ซึ่งนางและหวงซีหยุนก็เคยมาที่นี่ด้วยกันครั้งหนึ่ง แต่นางคงเป็นคู่แรกกระมังที่ไม่สมหวังในเรื่องคู่ครอง จ้าวเจียอิงถอนหายใจขจัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปและเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสำรวม

สถานการณ์ในสนามรบขณะนี้สงบลงแล้ว หวงซีหยุนเตรียมตัวกลับเข้าเมืองหลวง ก่อนที่เขาจะมายังชายแดนรอบนี้บิดามารดาบอกว่าจะไปพูดคุยเรื่องแต่งงานที่จวนตระกูลจ้าว ป่านนี้เรื่องคงเรียบร้อยแล้ว

"รองแม่ทัพซีหยุนกลับไปคราวนี้ก็จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วย"

แม่ทัพเฟิงทราบข่าวนี้มาเช่นเดียวกับคนอื่น คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าหวงซีหยุนและจ้าวเจียอิงเป็นคู่รักกันมานาน สานสัมพันธ์จากวัยเยาว์จนกระทั่งถึงวัยออกเรือนนับว่าเป็นคู่รักที่มั่นคงและน่าชื่นขม

"ขอบคุณท่านแม่ทัพ ข้าต้องส่งบัตรเชิญไปยังจวนแม่ทัพอย่างแน่นอน"

แม่ทัพเฟิงหัวเราะร่วนตบไหล่กว้างเบา ๆ ให้กำลังใจและขอแยกตัวไปเตรียมของกลับเมืองหลวงเช่นเดียวกัน ในใจของชายหนุ่มเมื่อนึกถึงใบหน้างดงามของคนรักเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

"อีกไม่นานเจ้ากับข้าก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว อิงเอ๋อร์"

วัดชุนเจิ้น

จ้าวเจียอิงสวดมนต์พร้อมกับคนอื่นเข้าวันที่ห้าแล้ว ที่นี่เงียบสงบจนนางคิดว่าไม่อยากกลับเมืองหลวงตามกำหนดเวลา ด้วยธรรมชาติที่ยังงดงามทำให้นางอยากชื่นชมต่อไปอีกหลายวัน

จวนตระกูลหวง

หวงซีหยุนกลับมาถึงเขาได้เข้าไปคารวะบิดามารดา ครั้งนี้ออกจากจวนไปนานกลับมาคราวนี้ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่เมืองหลวงได้นานขึ้น

"เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ยังมีงานมากขอรับกลับจากชายแดนรอบนี้สามารถใช้สิทธิ์สอบเลื่อนขั้นเป็นขุนนางได้ลูกคิดเอาไว้แล้วว่าจะสอบทำงานในวังหลวงจะได้อยู่กับครอบครัว"

หวงฉีและฮูหยินต่างดีใจที่บุตรชายจะไม่ต้องออกสนามรบแล้ว เขาออกนอกเมืองหลวงและไป ๆ มา ๆ ตั้งแต่อายุสิบสองขวบจนตอนนี้อายุสิบแปดปีนับว่าสมควรต้องหยุดเพื่อหาความก้าวหน้าให้ตัวเอง

"ดีเลยลูกแต่เจ้าไม่เสียดายตำแหน่งรองแม่ทัพแล้วหรือ"

ฮูหยินเห็นว่าบุตรชายเพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่จึงนึกเป็นห่วง

"ท่านแม่ทัพอนุญาตเองและเตรียมตัวตั้งรองแม่ทัพสำรองเอาไว้แล้วขอรับ อีกไม่นานข้าต้องแต่งงานไม่อยากไปอยู่ไกล"

หวงซีหยุนพูดด้วยรอยยิ้ม ในแววตาของเขาเปล่งประกายสดใสเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฮูหยินหุบยิ้มลงในทันทีหันไปมองหน้าหวงฉีแล้วพูดกับบุตรชาย

"เช่นนั้นก็ดีภรรยาก็อยากให้สามีอยู่ใกล้ ๆ จะได้อุ่นใจครอบครัวไม่ห่างเหินกัน"

หวงซีหยุนพยักหน้าพลางถามความคืบหน้ากับบิดามารดา

"ท่านพ่อท่านแม่ได้ฤกษ์แต่งงานของลูกกับอิงเอ๋อร์แล้วหรือขอรับ"

หวงฉีถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยขึ้น

"เจียอิงยกเลิกการหมั้นหมายแล้ว ตระกูลจ้าวก็ส่งสินสอดมาคืนหลายวันแล้ว"

สมองของหวงซีหยุนอื้ออึงเขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ฮูหยินจึงอธิบายให้ฟัง

"หยุนเอ๋อร์ นางเป็นฝ่ายยกเลิกการหมั้นหมายเอง พ่อกับแม่ก็ไม่สามารถบังคับได้"

หวงซีหยุนไม่เข้าใจเรื่องนี้เขาไม่อาจยอมรับได้ต้องมีการเข้าใจผิดแน่นอน

"อิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเช่นนี้ ข้าจะไปหานาง"

อารมณ์ของเขารุนแรงดั่งพายุพูดจบก็หันหลังควบม้าออกไปโดยที่ไม่มีใครห้ามได้ทัน

"ทำไมเป็นอย่างนี้ลูกไม่ยอมฟังเราเลยท่านพี่"

จากที่นางคิดว่าจะอธิบายได้ง่าย ๆ ทว่าตอนนี้กลับต้องมานั่งกุมขมับแทน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   รักเจ้าเหลือเกิน(ตอนจบ)

    ก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่

    "ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

    จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ห้ามยุ่งกับนาง

    หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เพื่ออนาคตของเรา

    ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เรื่องน่ายินดี

    ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ปัญหาน่าหนักใจ

    นางประกาศขึ้นมากลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด เล่อคุณเห็นสาวงามผู้กล้าหาญตรงหน้าลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความนับถือพลางยิ้มกริ่มส่งสายตาเจ้าชู้ตามวิสัยที่เคยทำกับผู้อื่นไม่เกรงใจผู้อาวุโสแม้แต่น้อย "แม่นางน้อยผู้นี้คือใครหรือ เหตุใดข้าไม่รู้จัก" "อิงเอ๋อร์ถอยออกมา" จ้าวเหลียนออกคำสั่งให้หลานสาวอยู่ห

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ของเดิมพัน

    จวนตระกูลหวง สตรีสองคนเดินทอดน่องอยู่ในสวนข้างจวน หยางฮูหยินมองไปยังเบื้องหน้าขบคิดถึงแผนการที่คิดเอาไว้ "บุตรสาวตระกูลเยี่ยอดีตแม่ทัพของต้าเหลียน ปีนี้ก็อายุสิบห้าแล้วนางยังไม่มีคู่แต่งงาน" หยางฮูหยินพูดกับบ่าวคนสนิทเป็นเชิงหารือ "คุณชายจะยินยอมหรือไม่เจ้าคะ" แม่นางลิ่วเหยียน บ่าวคนสนิทที่เป็

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   สาดน้ำไล่

    "หลงจู๊ คุณชายรองมา" เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่หน้าร้านมองเห็นจ้าวเจียวหมิงกำลังเดินเข้ามาเขารีบรุดไปแจ้งแก่หลงจู๊ที่กำลังนับเงินอยู่ "อ้ะ จะทำอย่างไรดีคุณหนูอยู่หลังร้านด้วย เอาอย่างนี้เจ้าไปต้อนรับก่อนข้าจะเอาเงินไปเก็บ" หลงจู๊บอกเสี่ยวเอ้อด้วยความกังวลเร่งมือเก็บเงินใส่ถุงเดินหลบไปทางหลังร้านเสี่ยว

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   นี่มันไม่ถูกต้อง

    "ยังไม่กลับเจ้าค่ะท่านพ่อ" จ้าวซืออี้ไม่รู้ว่าบิดามารดาได้บอกจ้าวเจียอิงเรื่องจ้าวเจียวหมิงหรือไม่ นางพูดเท่านั้นก็ขอตัวไปพักผ่อน ใช้เวลาพูดคุยกันไม่นานหลี่ซูหรงลูกสะใภ้คนโตก็เดินเข้ามาแจ้งว่าท่านป้าต้องดื่มยาเข้าพักผ่อนทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง หลี่ซูหรงไม่สามารถออกไปช่วยทำการค้าได้เพ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status