Se connecterภายในรถม้าฮูหยินยิ้มแย้มไปตลอดทางด้วยความพึงพอใจส่วนใต้เท้าหวงได้แต่ถอนหายใจ เรื่องนี้ทำให้ใต้เท้าคิดสิ่งใดไม่ออก
"ท่านพี่ไม่ดีใจหรือเจ้าคะที่ข้ายังไม่ได้เอ่ยปาก เจียอิงก็เสนอขึ้นมาก่อน" หวงฉีกลอกตามองภรรยาก่อนเมินหน้าออกไปมองด้านนอก "ข้าคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีวันนี้" นางหุบยิ้มทำหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที "ใครจะคิดถึงกันเล่าเจ้าคะ แต่ดูเหมือนว่านางรู้สถานะของตัวเองดีนับว่ายังมีความเจียมตัว หากแต่งเข้าจวนมีแต่จะทำให้เราอับอายขายหน้า ลูกชายเราเป็นถึงรองแม่ทัพนะเจ้าคะ" หวงฉีหันกลับมามองฮูหยินก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง "หยุนเอ๋อร์กลับมาจะเป็นอย่างไร ลูกจะเสียใจหรือไม่" "ลูกต้องเข้าใจสถานการณ์แน่นอนเจ้าค่ะ เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับคนสองคนไม่ได้ควรนึกถึงหน้าตาวงศ์ตระกูลบ้าง ตระกูลหวงยิ่งใหญ่บรรพบุรุษเป็นถึงเจ้ากรมขุนนาง ตำแหน่งของท่านก็มิใช่เล็ก ๆ ตระกูลหยางของข้าก็สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ แล้วเราจะแต่งสะใภ้จากตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลจ้าวได้อย่างไรกัน" ที่นางพูดมาก็ถูกต้องเพียงแต่เขาแค่กังวลใจเท่านั้น หวงฉีถอนหายใจอีกรอบไร้คำพูดคัดค้านฮูหยิน "ใต้เท้าจ้าวเป็นขุนนางระดับล่างสุดจนป่านนี้ยังไม่เคยได้เลื่อนสักตำแหน่ง บุตรชายสองคนก็ยังเป็นขุนนางระดับล่างไร้ความก้าวหน้า ข้ามองไม่เห็นอนาคตที่ดีของตระกูลนี้เลยเจ้าค่ะ" นางจะบอกผู้เป็นสามีว่านางคิดอย่างนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว จ้าวเจียอิงนั่งอยู่ในห้อง นางสั่งให้คนเตรียมของหมั้นไปคืนแก่ตระกูลหวงแล้ว อีกสองวันคงดำเนินการเรียบร้อย "คุณหนูเจ้าคะอีกเจ็ดวันคุณชาย เอ่อ รองแม่ทัพหวงจะกลับมาแล้ว คุณหนูจะทำอย่างไรต่อไปเจ้าคะ" บ่าวรับใช้คนสนิทถามขึ้นเพราะเป็นห่วงนาง ยามนี้คนที่อ่อนแอที่สุดคงหนีไม่พ้นจ้าวเจียอิง "เขากลับมาคนที่จวนก็คงบอกเอง เราสองตระกูลไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว อีกอย่างบุรุษที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมคงหาคนใหม่ได้ไม่ยาก" นางพูดสบาย ๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องของตนเองบ่าวรับใช้ยิ่งฟังก็ยิ่งงุนงง คุณหนูทั้งรักทั้งหวงรองแม่ทัพออกปานนั้นไฉนตอนนี้ถึงยินยอมปล่อยไปง่าย ๆ เล่า รองแม่ทัพรูปงามสมชายชาตรี มีสตรีหมายปองมากมายมาแต่ไหนแต่ไร ทำเช่นนี้มิเท่ากับปล่อยอ้อยเข้าปากช้างหรือ จ้าวเจียอิงนอนทิ้งตัวลงบนที่นอนกางแขนออกจนสุดสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด "ตอนนี้ข้าสบายใจที่สุด" จะไม่ให้นางสบายใจได้อย่างไรเวลานี้นางหมดวาสนาต่อหวงซีหยุนแล้ว การแต่งเข้าจวนตระกูลหวงเท่ากับพาตัวเองไปลงนรก หยางฮูหยินไม่ชอบใจนางเมื่อสามีไม่เคยอยู่ที่จวนนางจะลำบากเพียงใด สตรีแต่งออกไปแล้วเท่ากับว่าไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเดิมอีกเมื่อนางอยู่อย่างลำบากใครจะช่วยนางได้ ถึงท่านพ่อและพี่ชายอยากช่วยแต่ตำแหน่งขุนนางระดับล่างคงทำอะไรไม่ได้มาก นางจะทนเห็นคนที่นางรักต้องปวดใจได้อย่างไร กับหวงซีหยุนนางเชื่อมั่นว่าต่อไปภายหน้าเรื่องนี้ต้องมีปัญหาแน่นอนและฮูหยินก็คงแต่งภรรยาให้เขาอีกซึ่งไม่รู้ว่าต้องมีสักกี่คน ที่สำคัญนางมิได้มีใจรักใคร่ผูกพันเหตุใดต้องเสียดาย ช่วงค่ำสี่คนพ่อลูกรับประทานอาหารร่วมกันเหมือนทุกวัน จ้าวอี้หานบุตรชายคนโตสอบเข้าทำงานได้ในตำแหน่งเล็ก ๆ ที่เดียวกับบิดา ส่วนจ้าวจื่อหานก็เป็นขุนนางระดับล่างในกรมการคลัง เรียกว่าทั้งสองคนก็คล้ายบิดายังไม่มีวี่แววได้เลื่อนตำแหน่งหรือมีความก้าวหน้าจึงยังไม่มีคู่แต่งงานทั้งที่ถึงวัยออกเรือนแล้ว จะมีสตรีคนใดสนใจขุนนางเล็ก ๆ อย่างพวกเขา ถึงจะหน้าตาดีแต่อนาคตยังมืดมน ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังไม่สนใจสตรีคนใดยังคงทำงานของตนเองไปเรื่อย ๆ จ้าวจื่อหานคนรองนั้นสนใจเรื่องการค้าขาย เขาทำการค้าเล็ก ๆ เป็นอาชีพเสริมส่วนจ้าวอี้หานทำงานช่วยบิดาเป็นหลัก ทั้งสองคนกินข้าวเงียบ ๆ วันนี้มีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับจ้าวเจียอิงแต่นางกลับกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยกว่าทุกวันราวกับมีความสุขล้นเหลือ ที่ผ่านมาแม้นางจะดูมีความสุขดีทว่าไม่เคยกินข้าวได้น่าอร่อยขนาดนี้ กระนั้นพี่ชายของนางทั้งสองคนก็ไม่กล้าถามเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจในช่วงเวลาที่นางกำลังมีความสุขกับการกินอาหาร ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันไปมาพร้อมกับมองบิดาที่พยักหน้าเบา ๆ คล้ายจะบอกว่าอย่าขัดจังหวะการกินของน้องสาว หลังรับประทานอาหารค่ำเสร็จจ้าวถิงและจ้าวอี้หานขอตัวไปทำงานที่ค้างเอาไว้ต่อ ส่วนจ้าวจื่อหานและจ้าวเจียอิงออกมาเดินเล่นข้างนอก "วันนี้พระจันทร์สวยนะเจ้าคะพี่รอง" ดวงตาของนางเปล่งประกายสดใสเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนคนไร้ความทุกข์ตรม จ้าวจื่อหานมองตามน้องสาวเห็นพระจันทร์ก็สวยเช่นนี้มาตลอดไม่ได้ต่างไปจากเดิม แต่เพราะอยากเอาใจน้องสาวเขาจึงเออออตามนาง "พี่ก็ว่าอย่างนั้น" จ้าวเจียอิงยิ้มกว้าง รอยยิ้มจริงใจของนางทำให้คนที่พบเห็นสบายใจได้เสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง "เอ่อ...เรื่องวันนี้เจ้าไม่..." จ้าวจื่อหานรวบรวมความกล้าที่มีเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยนเพราะเกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจของน้องสาวคนเดียว จ้าวเจียอิงเข้าใจดีเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ใครเล่าจะไม่ถาม "ข้าเป็นคนตัดสินใจเองเจ้าค่ะแล้วก็สบายใจมากที่ทำแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าจะถูกผู้ใหญ่ตำหนิเสียอีก" น้ำเสียงของนางฟังสบาย ๆ จ้าวจื่อหานพยักหน้ากล้าถามประโยคต่อไปมากขึ้น "น้อง...รักเขามิใช่หรือเหตุใดถึงตัดใจเล่า แล้วซีหยุนจะไม่เสียใจหรือ" พี่ชายของนางกำลังจะบอกว่านางเห็นแก่ตัวงั้นหรือ จ้าวเจียอิงมีโอกาสจึงอธิบายกับพี่ชายคนรองอย่างเปิดเผย "พี่รองอาจจะไม่รู้ว่าน้องต้องแบกรับความกดดันมานานแค่ไหน หวงซีหยุนเป็นคนที่ดีมากจนข้าคิดว่าชาตินี้จะได้เจอคนแบบนี้อีกหรือไม่ แต่อย่าลืมว่าเขายังมีพ่อแม่ มีหน้าตาวงศ์ตระกูลต้องรักษา เมื่อผู้ใหญ่รังเกียจข้า รังเกียจตระกูลของเราแล้วข้ายังดื้อดึงแต่งเข้าไปยิ่งจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง" จ้าวเจียอิงหลุบตาลงต่ำนึกถึงอดีตสองชาติที่ผ่านมา นางเคยพบเจอเหตุการณ์เหล่านี้มามากพอแล้ว แต่ละชาตินางไม่ได้มีคู่รักเพียงคนเดียว ความรักแต่ละครั้งนางพบเจอเรื่องให้ผิดหวังแตกต่างกันไปก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้
"ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร
จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา
หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่
ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้
ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ







