Share

เพราะอะไร

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 21:17:23

ความร้อนใจมีอยู่ท่วมท้นใช้เวลาไม่นานหวงซีหยุนก็มาถึงจวนตระกูลจ้าว บ่าวไพร่ที่เห็นหน้าเขาต่างกระอักกระอ่วน คุณชายหวงมาถึงจวนราวกับลมพายุพร้อมกับใบหน้าขึงขังย่อมมิใช่เรื่องที่ดีเท่าใดนัก

"อิงเอ๋อร์อยู่หรือไม่"

เขาถามเมื่อเห็นพ่อบ้านเดินออกมาต้อนรับ

"เอ่อ คุณหนูไปสวดมนต์ที่วัดชุนเจิ้นขอรับ"

"สวดมนต์?"

นางไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องนี้เลยหรือไรถึงมีกะจิตกะใจไปสวดมนต์ที่วัด ไม่รอคอยคำตอบจากพ่อบ้านด้วยความร้อนอกร้อนใจหวงซีหยุนควบม้ามุ่งตรงไปยังวัดชุนเจิ้นต่อทันที เขาต้องรู้เหตุผลเรื่องนี้ให้จงได้ว่าจ้าวเจียอิงถอนหมั้นเพราะเหตุใด

ช่วงเวลาพักของผู้เข้าร่วมสวดมนต์ไหว้พระจ้าวเจียอิงออกมาเดินเล่นด้านนอก สายตาของนางมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังควบม้ามายังจุดที่นางยืนอยู่พอดี

ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันจ้าวเจียอิงอยู่ในอาการสงบนิ่งขณะที่หวงซีหยุนอกแทบระเบิดอยากถามนางให้แน่ใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้นเหตุการณ์ถึงได้ตาลปัตรอย่างนี้ นางย่อกายทำความเคารพท่าทีดูห่างเหินแสดงออกมาชัดเจน ดวงตาของนางดูว่างเปล่าราวกับคนไม่รู้จักกัน หวงซีหยุนยืนนิ่งพิจารณาสตรีตรงหน้า นางกับเขารักกันมากเหตุใดกลับมาครั้งนี้นางถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้

"ข้าได้ยินข่าวที่ไม่ค่อยดีนักจึงรีบมาที่นี่"

จ้าวเจียอิงยิ้มบางนางพอจะรู้ว่าเรื่องใดบุรุษตรงหน้าของนางคือคนรักของเจ้าของร่างเดิม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายรูปร่างกำยำสูงใหญ่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทุก ๆ ด้าน ดวงตาคมกริบมีความอ้อนวอนอยู่ในนั้น

"ข้า...มาสวดมนต์ให้ท่านแม่เจ้าค่ะ"

แม้แต่คำพูดยังฟังดูห่างไกลปกติจ้าวเจียอิงไม่พูดจาแบบนี้ หวงซีหยุนขมวดคิ้วหลังจากฟังจบ

"มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเรื่องราวถึงเป็นเช่นนี้"

เพราะไม่เชื่อในตอนแรกเขาจึงบุ่มบ่ามมาถึงที่นี่ จ้าวเจียอิงเงยหน้าขึ้นยิ้มแย้มให้เขา

"เหตุผลบางอย่างเราก็ไม่เข้าใจมันแต่เมื่อเลือกแล้วก็ควรเดินหน้าต่อไปเส้นทางชีวิตยังอีกยาวไกลเจ้าค่ะ"

นี่นางพูดถึงสิ่งใดเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด

"เจ้าพูดอะไรของเจ้า อิงเอ๋อร์เจ้าไม่เคยเย็นชากับข้ามาก่อน เรา...เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง"

เสียงของหวงซีหยุนอ่อนลงนางจึงบอกชัดเจน

"ท่านคงมาเพราะเรื่องหมั้นหมาย ข้าเป็นคนถอนหมั้นเองเจ้าค่ะ"

เขาได้ยินจากปากมารดามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อได้ยินจากนางอีกครั้งรู้สึกเหมือนคนเอาไม้ท่อนใหญ่มาฟาดลงกลางศีรษะ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงขณะเอ่ยถามความจริง

"เพราะอะไร"

จ้าวเจียอิงเงยหน้ามองหวงซีหยุน จากความทรงจำนี้เขาเป็นคนที่ดีมากทั้งรักและตามใจนางทุกอย่าง เขาปกป้องนางทุกเรื่องจนนางกลายเป็นคนอ่อนแอในสายตาคนอื่นทว่าเขากลับไม่เคยสนใจ ช่างเป็นความรักที่ดีเหลือเกิน น่าเสียดายที่มารดาของเขาไม่ชอบเจ้าของร่างนี้และหวงซีหยุนก็ไม่เคยอยู่จวน อนาคตนางต้องรับใช้แม่สามีแต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่านางจะมีชีวิตสงบสุข

มารดาของหวงซีหยุนเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการชอบบงการชีวิตผู้อื่นเมื่อไม่ชอบหน้านางแล้วจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ตัวเขาเองก็รักเคารพบิดามารดามาก ไม่ได้มีอำนาจใดไปต่อรองเรื่องของตัวเองเพื่อนางได้ ถึงจะเสียดายความรักดี ๆ แต่นางก็ควรตัดใจ

"เพราะข้าคิดว่าท่านเหมือนพี่ชายมาตลอด ข้าไม่อยากหลอกตัวเองและหลอกลวงท่านอีกต่อไป"

"ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ!"

หวงซีหยุนยอมรับไม่ได้ เขากับนางมีเรื่องราวร่วมกันมากมายรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ฐานะพี่ชายกับน้องสาว เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

"เชื่อเถิดเจ้าค่ะ ท่านก็ควรยอมรับความจริงด้วยตอนนี้เป็นถึงรองแม่ทัพแล้วข้าก็ยินดีด้วยเจ้าค่ะ"

นางยังคงพูดจาด้วยท่าทางนิ่งสงบไร้ความหวั่นไหวและกังวล

"เจ้าไม่เสียใจหรือ อิงเอ๋อร์ใครรังแกเจ้าบอกข้ามาข้าจัดการได้"

หวงซีหยุนปรี่เข้าไปจับมือนางเอาไว้ ในตอนนี้ให้เขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอเพียงนางเปลี่ยนใจ จ้าวเจียอิงยิ้มอ่อนโยนค่อย ๆ ดึงมือกลับไป

"แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเองในไม่ช้า ข้าอยากให้ท่านดูแลชีวิตตัวเองและคนรอบข้างให้มากเจ้าค่ะ ส่วนข้าไม่เป็นอะไร"

ประโยคสุดท้ายนางก้มหน้าลงแม้จะพยายามเข้มแข็งทว่าเรื่องราวในชาติก่อนดันผุดขึ้นมาในสมองชวนให้สะเทือนใจ นางไม่อยากแสดงอารมณ์ใดต่อหน้าผู้อื่น

"ใจร้าย เจ้าใจร้ายมาก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทิ้งข้าได้ลงคอ"

น้ำเสียงของรองแม่ทัพผู้แข็งแกร่งสั่นเครือ นางไม่ใจอ่อนเลยสักนิดแม้ว่าเขาจะยอมทุกอย่าง สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้านี้เพื่อนางมันช่างสูญเปล่า เขาทำทุกอย่างก็เพื่อให้นางได้ภูมิใจ ฝ่าฟันอุปสรรคจนก้าวหน้าเพื่อให้ตนเองและนางได้มีเกียรติยศ ไม่คิดว่าวันนี้นางจะหักหลังเขา

เจ้าของร่างบางย่อกายทำความเคารพหันหลังเดินจากไปพร้อมกับบ่าวรับใช้ หวงซีหยุนยืนมองแผ่นหลังเล็กที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจนลับสายตา นับจากนี้นางและเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีกแล้วจริง ๆ น่ะหรือ

กว่าหวงซีหยุนจะได้สติคนที่ออกมาด้านนอกก็เดินกลับเข้าข้างในกันหมดแล้ว เขาขี่ม้าออกมาจากวัดควบช้า ๆ กลับไปที่จวนราวกับคนที่หัวใจแหลกสลาย ในใจเจ็บปวดร้าวดั่งคนที่ไร้วิญญาณ

"คุณชายกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

บ่าวรับใช้ที่ฮูหยินให้ไปยืนหน้าจวนวิ่งเข้ามารายงาน หวงซีหยุนเดินเข้ามาเตรียมตัวเข้าห้องหนังสือ เห็นบ่าวคนสนิทยืนอยู่หน้าห้องก็สั่งเอาไว้

"ข้าไม่ต้องการพบใคร"

"ขอรับ"

ยังไม่ทันได้หันหลังเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา

"แต่แม่ต้องการพูดกับเจ้า"

"ท่านแม่"

ฮูหยินก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วแววตาของนางมีความจริงจังเปิดเผย

"ลูกไปหานางมาแม่รู้ ในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกันแล้วก็ไม่ควรไปตอแยอีก อย่าลืมสิว่าเจ้ายังมีหน้าที่อีกมากมาย ส่วนเรื่องแต่งงานแม่จะเป็นคนจัดการให้เอง บุตรสาวเจ้ากรมขุนนางทั้งสวยทั้งเพียบพร้อมหรือแม้แต่ลูกหลานเชื้อพระวงศ์เจ้ายังสามารถไขว่คว้ามาได้ เลิกอาลัยอาวรณ์กับพวกไม่รู้จักเจียมตัวเถอะ"

ฮูหยินเห็นท่าทางหม่นหมองของบุตรชายนางอดพูดอบรมไม่ได้ นางไม่ชอบจ้าวเจียอิงถึงแต่งเข้ามานางก็จะหาทางแต่งภรรยาที่นางพอใจให้เขาจนได้ในวันหนึ่งและนางสามารถผลักไสจ้าวเจียอิงไปเป็นอนุหรือคนรับใช้ก็ย่อมได้

นางเคยคิดว่าหากทั้งสองคนได้แต่งงานกันจริงนางจะทำเช่นนี้ บุตรชายมีแต่จะก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ เหตุใดต้องมีภรรยาต่ำต้อยเช่นนั้นด้วยเล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   รักเจ้าเหลือเกิน(ตอนจบ)

    ก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่

    "ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

    จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ห้ามยุ่งกับนาง

    หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เพื่ออนาคตของเรา

    ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เรื่องน่ายินดี

    ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เตรียมตัว

    ลูกหลานทั้งห้าคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของจางซื่อ การไปค้าขายในที่แห่งใหม่อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าเมืองต้าซุนแต่อย่างน้อยก็ทำให้พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้และที่นั่นยังมีตระกูลหลี่ของหลี่ซูหรงคอยหนุนหลังช่วย หากตระกูลจ้าวย้ายไปก็คงราบรื่นไม่น้อย เมืองเล็ก ๆ อย่างต้าหลี่ไม่เหมือนต้าซุนที่การแข่งขัน

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ข้าสำนึกแล้ว

    ช่วงหลังอาหารค่ำที่คนในบ้านรวมตัวกันพร้อมหน้า จ้าวเจียวหมิงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าจางซื่อและพี่น้องทุกคนพร้อมกับโขกศีรษะลงบนพื้น "ข้าขอโทษท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่ซูหรง พี่ซืออี้และอิงเอ๋อร์ ที่ข้าทำตัวต่ำช้าและทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะข้า ต่อไปนี้ข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ ตั้งใจทำงานช่วยพวกท่านและข้าจะ

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   กลับบ้าน

    เมื่อจ้าวเจียวหมิงสร่างเมาก็นอนครุ่นคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้น เขาเคยเป็นคุณชายมีชีวิตที่สุขสบายเที่ยวเล่นไปวัน ๆ สมบัติก็ไม่เคยพร่อง แต่ครั้งนี้กลับต่างกัน เขาเอากิจการของตระกูลมาวางเดิมพันเสียรู้นักพนันในบ่อนมากมาย คนที่ไว้ใจที่สุดเปรียบดั่งพี่ชายแท้ ๆ เห็นเขาเป็นแค่ตัวเงินตัวทองเท่านั้น ทั้งที่เขาท

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   สูญเสีย(2)

    "จ้าวเจียวหมิง!" จ้าวเหลียนได้ฟังแทบกระอักเริ่มหายใจหอบถี่พร้อมทรุดตัวลงบนเก้าอี้ "ท่านพี่/ท่านพ่อ" ทุกคนส่งเสียงตกใจขึ้นพร้อมกัน จ้าวหลงเซิ่งได้สติก่อนใครวิ่งออกไปข้างนอกร้องเรียกรถม้าที่จอดอยู่ด้านหน้า "ไปพาหมอมาเร็วท่านพ่อไม่สบาย" ผ่านไปครู่หนึ่งหมอก็มาถึงและรีบเข้าไปดูอาการทว่า "นายท่านหั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status