Partager

อีกครั้งหรือ

last update Date de publication: 2025-12-14 12:15:13

เสียงร้องไห้ดังกระทบโสตประสาทของจ้าวเจียอิง นางลืมตาตื่นขึ้นเพราะอยากรู้ที่มา ฉับพลันนางก็ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามาในสมองครู่หนึ่งพอทุกอย่างปกตินางลืมตาขึ้นอีกครั้งพลางถอนหายใจ

"ให้ตายสิ ทะลุมิติอีกแล้ว"

บ่าวรับใช้ใกล้ตัวได้ยินเสียงพึมพำเบา ๆ จึงเงยหน้าขึ้น แต่แล้วดวงตาของนางก็เบิกโพลง

"คะ...คุณหนู ตายแล้วนี่"

เสียงนี้ทำให้คนอื่น ๆ ทั้งห้องหันมามองชะโงกหน้ามาดูพลางปาดน้ำตา

"ใครตายกัน เจ้าเหลวไหลไปเรื่อย"

นางเอ่ยปากพูดน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก ดูเหมือนจ้าวเจียอิงจะชาชินกับการทะลุมิติไปแล้วนางถึงได้แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาเช่นนี้

"ก็เมื่อครู่ คุณหนูไม่หายใจแล้วนี่เจ้าคะ"

สาวรับใช้ยังมึนงงก็นางเป็นคนจับชีพจรเองจะบอกว่าไม่ตายได้อย่างไร

"เจ้าหลอกพวกเราให้ตกใจไม่พอยังแช่งคุณหนูอีก ข้าเกือบไปรายงานนายท่านให้เรื่องใหญ่โตแล้ว"

สหายของนางขัดขึ้นตำหนิที่อีกฝ่ายหลอกลวงผู้อื่นต่อหน้าต่อตา

"พอได้แล้ว ข้านิ่งไปไม่ได้แปลว่าตายสักหน่อย"

จ้าวเจียอิงตัดบท นางเจอเสียงร้องไห้มาสามหนแล้วเบื่อจะคิดซ้ำซากว่าเพราะเหตุใดถึงทะลุมิติมาอีก นางเลิกผ้าห่มคลุมตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าหวีผมเผ้าเรียบร้อยเตรียมตัวเดินออกจากห้อง

"นั่นจะไปไหนเจ้าคะ"

จ้าวเจียอิงหันมายิ้มพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

"ไปฟังการหารือเรื่องแต่งงาน"

ฉับพลันสาวรับใช้ก็ปรี่เข้ามาหาพยายามห้ามเอาไว้

"ไม่ได้เจ้าค่ะ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุณหนูรอฟังข่าวที่เรือนก็พอแล้ว"

คนพูดดึงรั้งแขนของนางเอาไว้

"จะเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวหรือ"

นางบิดแขนที่ถูกเหนี่ยวรั้งออกก้าวเดินจากห้องมุ่งหน้าสู่ห้องโถงหน้าจวน จากความทรงจำร่างนี้ว่าที่แม่สามีไม่พึงใจนางเช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันยาก หวงซีหยุนไม่เคยอยู่จวนนางแต่งเข้าตระกูลหวงจะมีชีวิตอย่างไร ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเจ้าของร้างเดิมคิดสิ่งใดอยู่ถึงได้น้อยเนื้อต่ำใจได้ขนาดนั้น

นางผู้มีประสบการณ์มาแล้วสองชาติรู้ดีว่าแม่สามีร้ายกาจแค่ไหน สิ่งที่จ้าวเจียอิงพบเจอนางก็เคยเจอมาก่อน ไยต้องทำร้ายตัวเองจนชีวิตดับสูญ ชีวิตที่ได้เกิดมานั้นแสนมีค่าควรใช้ให้คุ้มค่าดีกว่ามาสังเวยให้คนที่มองไม่เห็นมันต่างหาก

จ้าวเจียอิงเดินมาถึงห้องโถงเจอผู้ใหญ่ทั้งสามคนนั่งทำหน้าเคร่งเครียดนางจึงย่อกายทำความเคารพ จ้าวถิงเห็นบุตรสาวเดินเข้ามาก็เกิดความไม่สบายใจแต่เพราะความรักลูกจึงอนุญาตให้นั่งลงข้าง ๆ ได้

ฮูหยินเคยพบหน้าจ้าวเจียอิงมาแล้วตั้งแต่เด็ก เห็นหน้าเด็กคนนี้แล้วชวนให้เหนื่อยใจ เด็กสาวในตระกูลเล็ก ๆ ที่ไม่มีความสามสารถหรือคุณสมบัติใดเหมาะสมกับบุตรชายของนาง หากแต่งเข้าตระกูลมีแต่จะทำให้อับอาย นอกจากความงดงามแล้วนางไม่มีสิ่งใดที่โดดเด่นเลย

"เจียอิง ที่ข้ากับใต้เท้ามาวันนี้ก็จะมาหารือกับพ่อของเจ้าเรื่องแต่งงาน"

ดูสิ คำเรียกขานที่เคยเรียกว่าอิงเอ๋อร์ก็หายไป คำแทนตัวว่าลุงกับป้าก็หายไปคงคิดว่าลูกชายของตัวเองได้เป็นรองแม่ทัพแล้วสิถึงได้ห่างเหินชัดเจนเช่นนี้ จ้าวเจียอิงได้แต่นึกเวทนาเจ้าของร่างเดิมที่ยังรักเขาหัวปักหัวปำ

"เจ้าค่ะ"

ขณะที่หวงฉีนิ่งเงียบมองนางด้วยสายตาหนักใจฮูหยินก็พูดขึ้นมาอีก

"ข้ากับใต้เท้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็ก เจ้าก็เหมือนเป็นน้องสาวของซีหยุนคนหนึ่ง"

อ้อ พูดได้ดีและฟังดูดีเชียวล่ะ

เช่นนั้นก็ชัดเจนแล้วว่าอะไรเป็นอะไร นางมิใช่คนเก่าแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับรองแม่ทัพคนนั้น

"เช่นนั้นหมายความว่าเมื่อข้าไม่คู่ควรกับตระกูลหวงก็ยกเลิกสัญญาหมั้นดีกว่าเจ้าค่ะ สินสอดทองหมั้นจะส่งกลับไปที่ตระกูลหวงในวันพรุ่งนี้ ข้าเข้าใจใต้เท้ากับฮูหยินและข้าก็ไม่เสียใจเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของนางราบเรียบและสงบนิ่ง ผู้อาวุโสทั้งสามคนต่างนิ่งงันไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ใต้เท้าหวงมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัดส่วนฮูหยินดูเหมือนว่านางจะพึงพอใจมากทีเดียว

เสียงของจ้าวเจียอิงมิได้สั่นเครือแววตามั่นคงไร้ความหลุกหลิก ใบหน้างามไม่ขึ้นสีแดงเรื่อหรือแม้แต่ดวงตาของนางก็ไร้วี่แววของน้ำตาคลอเบ้านั่นแสดงว่านางทำใจมาพักหนึ่งแล้ว

จ้าวถิงรู้สึกสงสารลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างยิ่งนางคงแบกรับความอึดอัดนี้มานานแล้วคงเป็นตั้งแต่หวงซีหยุนได้ขึ้นตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพ แม้แต่ตัวของเขายังรู้สึกได้ว่าสหายและครอบครัวมีท่าทีเปลี่ยนไปราวกับว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าวอีก

หวงฉีก็พูดน้อยลงดูห่างเหินและไม่ค่อยยิ้มแย้มยามที่พบหน้ากัน

"ถ้าเป็นความประสงค์ของเจ้าก็เอาตามนี้ ใต้เท้าจ้าวกับใต้เท้าหวงจะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย การแต่งงานของสองตระกูลสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันนี้ ข้าจะได้ไปจัดการเรื่องอื่นต่อ"

หวงฉีลุกขึ้นยืนอันที่จริงเขาก็ละอายใจอยู่เหมือนกันแต่ไม่อยากทะเลาะกับฮูหยินอีกจึงตกลงตามนี้

"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เอาไว้พบกันที่ประชุม"

"ใต้เท้าและฮูหยินเดินทางดี ๆ ขอรับ"

ทั้งสองพ่อลูกเดินไปส่งแขกขึ้นรถม้ารอจนกระทั่งเคลื่อนออกนอกจวนจ้าวเจียอิงจึงเตรียมตัวเดินกลับห้อง

"อิงเอ๋อร์"

จ้าวถิงเป็นห่วงความรู้สึกของบุตรสาวมากเรื่องที่เกิดขึ้นเขารู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องนางได้

"เจ้าคะ"

นางหยุดลงตรงหน้าบิดาเงยหน้ามองเขาแววตาใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนมีคำถาม

"พ่อขอโทษที่พ่อ..."

จ้าวเจียอิงเอื้อมมือเรียวจับมือบิดาเอาไว้ตบลงเบา ๆ

"ลูกสบายใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อไปพักผ่อนเถิด"

นางหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ท่าทางสงบไร้ความเสียใจหรือเสียดายทำให้จ้าวถิงทั้งโล่งใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านี้สองวันนางยังตื่นเต้นกับเรื่องนี้อยู่เลย เขารู้จักบุตรสาวคนเล็กดีว่านางรักและคาดหวังในตัวของหวงซีหยุนเป็นอย่างมาก นางเป็นคนจิตใจอ่อนไหวและค่อนข้างเอาแต่ใจ เหตุใดเรื่องอย่างนี้ถึงกล้าตัดสินใจเอง

"พ่อเป็นห่วงเจ้า"

ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อดเป็นห่วงนางไม่ได้ จ้าวเจียอิงเผยรอยยิ้มสดใสออกมา รอยยิ้มของนางมักสะกดให้ผู้คนสบายใจได้อยู่เสมอ

"ลูกตัดสินใจแน่นอนแล้วไม่คิดมากอีกเจ้าค่ะ"

จ้าวเจียอิงทำความเคารพบิดาอย่างนอบน้อม ถึงนางจะกำพร้ามารดามาตั้งแต่เกิดแต่ก็ไม่เคยขาดหายเรื่องความรักครอบครัวของนางมีความรักความอบอุ่นต่อกันถือว่าเรื่องนี้เป็นอย่างเดียวที่โชคดีในชาตินี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   รักเจ้าเหลือเกิน(ตอนจบ)

    ก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่

    "ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

    จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ห้ามยุ่งกับนาง

    หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เพื่ออนาคตของเรา

    ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เรื่องน่ายินดี

    ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ปัญหาน่าหนักใจ

    นางประกาศขึ้นมากลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด เล่อคุณเห็นสาวงามผู้กล้าหาญตรงหน้าลุกขึ้นยืนปรบมือแสดงความนับถือพลางยิ้มกริ่มส่งสายตาเจ้าชู้ตามวิสัยที่เคยทำกับผู้อื่นไม่เกรงใจผู้อาวุโสแม้แต่น้อย "แม่นางน้อยผู้นี้คือใครหรือ เหตุใดข้าไม่รู้จัก" "อิงเอ๋อร์ถอยออกมา" จ้าวเหลียนออกคำสั่งให้หลานสาวอยู่ห

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ของเดิมพัน

    จวนตระกูลหวง สตรีสองคนเดินทอดน่องอยู่ในสวนข้างจวน หยางฮูหยินมองไปยังเบื้องหน้าขบคิดถึงแผนการที่คิดเอาไว้ "บุตรสาวตระกูลเยี่ยอดีตแม่ทัพของต้าเหลียน ปีนี้ก็อายุสิบห้าแล้วนางยังไม่มีคู่แต่งงาน" หยางฮูหยินพูดกับบ่าวคนสนิทเป็นเชิงหารือ "คุณชายจะยินยอมหรือไม่เจ้าคะ" แม่นางลิ่วเหยียน บ่าวคนสนิทที่เป็

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   สาดน้ำไล่

    "หลงจู๊ คุณชายรองมา" เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่หน้าร้านมองเห็นจ้าวเจียวหมิงกำลังเดินเข้ามาเขารีบรุดไปแจ้งแก่หลงจู๊ที่กำลังนับเงินอยู่ "อ้ะ จะทำอย่างไรดีคุณหนูอยู่หลังร้านด้วย เอาอย่างนี้เจ้าไปต้อนรับก่อนข้าจะเอาเงินไปเก็บ" หลงจู๊บอกเสี่ยวเอ้อด้วยความกังวลเร่งมือเก็บเงินใส่ถุงเดินหลบไปทางหลังร้านเสี่ยว

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   นี่มันไม่ถูกต้อง

    "ยังไม่กลับเจ้าค่ะท่านพ่อ" จ้าวซืออี้ไม่รู้ว่าบิดามารดาได้บอกจ้าวเจียอิงเรื่องจ้าวเจียวหมิงหรือไม่ นางพูดเท่านั้นก็ขอตัวไปพักผ่อน ใช้เวลาพูดคุยกันไม่นานหลี่ซูหรงลูกสะใภ้คนโตก็เดินเข้ามาแจ้งว่าท่านป้าต้องดื่มยาเข้าพักผ่อนทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับเรือนของตนเอง หลี่ซูหรงไม่สามารถออกไปช่วยทำการค้าได้เพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status