เข้าสู่ระบบ“อาพูดตรงๆ นะแทน อาไม่มีเงินจ่ายดอกให้แทนหรอก มันตั้งหลายล้าน รีสอร์ตอาไม่มีลูกค้า ร้านอาหารก็มีคนเข้ามากินแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ นอกนั้นก็ร้าง ผลไม้ในสวนก็ออกลูกไม่มาก มีรายได้แค่พอให้อาได้ใช้จ่าย เงินไม่กี่ล้าน เล็กน้อยมากสำหรับแทน แทนยกให้อาพร้อมกับเงินต้นไม่ได้เหรอ ยังไงพวกเราก็จะดองกันอยู่แล้ว อาขอร้องนะแทน”
“ผมไม่รับเงินสดได้ครับ ขอเปลี่ยนเป็นสวนลำไยสิบไร่ของพ่อเลี้ยงแล้วกันนะครับ แปลงที่อยู่ติดกับไร่ผม ราคาประเมินอาจจะไม่เทียบเท่าดอกเบี้ย แต่ส่วนต่างพวกนั้นผมยกให้ครับ มันเล็กน้อยมากสำหรับผม”
รอยยิ้มของแทนคุณใครเห็นก็ต้องกลัวทั้งนั้น ไม่เว้นผู้สูงวัยที่แพ้ให้คนหนุ่มอย่างศิโรราบ หัวคิ้วพ่อเลี้ยงขมวดมาชนกัน เขาเครียดจนเผลอกำมือเก็บกดอารมณ์โกรธ ไม่อยากเสียสมบัติ แต่ถ้าปฏิเสธออกไปแล้วแทนคุณโกรธถึงขั้นยกเลิกงานแต่ง เขาอาจจะชวดทั้งหนี้ยี่สิบล้าน สินสอดสิบล้าน และเงินก้อนอื่นๆ ที่จะได้รับการจุนเจือจากทางฝ่ายชาย
เสียสวนลำไยแค่สิบไร่เพื่อแลกกับผลประโยชน์อื่นอาจจะคุ้มค่า
“ตกลง แทนส่งทนายมาจัดการเอกสารได้เลย อายกให้”
“พ่อเลี้ยงคะ ที่ดินแปลงนั้น...”
ถูกเอ็ดทางสายตาให้เงียบ คุณแจ่มสงบปากสงบคำ ทั้งที่ร่างท้วมสั่นเครือด้วยความกลัวจะเสียของรักไป
“เราคนกันเอง ยกให้แทนไป แทนแต่งงานกับลูกอา ก็กลายเป็นของลูกของหลานของอาอยู่ดี อาขอบใจมากนะ ที่แทนหาทางออกไว้ให้”
“ขอบคุณมากครับที่เข้าใจ ผมหมดธุระแล้ว ขอตัวกลับนะครับ”
“ขับรถกลับบ้านดีๆ แจ่ม เธอออกไปส่งคุณแทนแทนฉันที”
ไม่ได้เต็มใจ แต่ขัดคำสั่งเจ้าของบ้านไม่ได้
หญิงวัยกลางคนยืนส่ง กระทั่งท้ายรถแทนคุณพ้นจากเขตบ้าน พาร่างท้วมกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาโวยวาย
“พ่อเลี้ยงจะยกสวนลำไยให้คุณแทนจริงเหรอคะ”
“ก็จริงน่ะสิ ฉันพูดออกไปแล้วจะให้ฉันกลับคำได้ยังไง”
“แต่พ่อเลี้ยงเคยสัญญาจะยกที่ดินแปลงนั้นให้ดิฉัน เพื่อตอบแทนที่ดิฉันอยู่ดูแลพ่อเลี้ยง และช่วยเลี้ยงคุณหนูลิตามายี่สิบปี”
“เธอเหลือตัวคนเดียว เอาไปแล้วจะเอาไปทำอะไร! ถ้าฉันไม่ยกสวนลำไยให้แทน ฉันจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายดอกเบี้ยให้เขา หรือจะให้ฉันยกบ้านหลังนี้ให้แทน ทั้งเธอทั้งฉันจะได้ไม่ต้องมีที่ให้ซุกหัวนอน!”
“แต่สวนลำไยสวนนั้น เป็นสมบัติของคุณคมสามีเก่าดิฉัน! และคุณคมก็เป็นเพื่อนสนิทของคุณ!”
“ไอ้คมมันตายไปนานแล้ว ตอนนี้สวนเป็นของฉัน ไม่ใช่ของมัน!”
“มันเป็นของพ่อเลี้ยง เพราะพ่อเลี้ยงโกงมาจากคุณคม!”
“เธอว่าฉันโกงเหรอ!”
เข้าไปกุมไหล่ภรรยาของเพื่อนเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่เพราะสงสารที่แจ่มจันทร์ไม่มีที่ไป ซ้ำร้ายลูกชายคนเดียวยังถูกไฟคลอกตาย พ่อเลี้ยงธงไทยจึงรับมาอยู่ด้วย ให้ช่วยดูแลลลิตา บ้าน และตัวท่าน ผ่านมากว่ายี่สิบปีที่แจ่มจันทร์อยู่กับเขา แล้วจะไปอาลัยอาวรณ์ถึงไอ้คมทำไม
ป่านนี้มันไปเกิดใหม่แล้วมั้ง!
“ไอ้คมมันยืมเงินฉัน ไม่มีคืน ฉันยึดที่ดินมันก็ถูกต้องแล้ว! เธอน่ะ หุบปากเน่าๆ ของเธอไปเลยนะแจ่ม เลิกพูดถึงสวนลำไย เลิกพูดถึงผัวเก่าเธอ ถ้าเธอไม่พอใจฉัน อยากจะไปจากที่นี่ก็ไปเลย อายุปูนนี้แล้ว ถ้าฉันไม่รับเธอมาอยู่ด้วยกัน ฉันก็อยากรู้นัก ว่าคนจนตรอกไร้ญาติอย่างเธอจะไปทำมาหากิน หรือจะไปซุกหัวนอนที่ไหน อับจนแล้วยังไม่เจียม ยังมีหน้ามาทำตาขวางใส่ฉัน! ทำเกินหน้าที่บ่อยๆ เข้าเถอะ ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากบ้าน!”
พ่อเลี้ยงธงไทยไม่ได้จิ้มนิ้วลงบนหน้าผาก แต่เอามือผลักจนเรือนร่างท้วมที่ไม่มีส่วนไหนสวยของเมียเก่าเพื่อนล้มบนพื้น เขาโกรธจนไม่อยากมองหน้า เดินกระทืบเท้ากลับเรือนกล้วยไม้
“คุณแจ่ม! เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงเหรอคะ”
มาลินีกับดนุเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านในตอนนั้นพอดี เธอเข้ามาพยุงท่านขึ้นนั่งบนชุดรับแขก รับกระดาษทิชชูจากดนุมาซับคราบน้ำบนแก้มย้วยฉบับผู้หญิงมีอายุ
“ช่างมันเถอะ ฮึก...”
คุณแจ่มตัดใจเรื่องสวนลำไย กดปลายนิ้วกรีดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะมองตาเด็กสาว เห็นดื้อๆ อย่างนี้ แต่นังมาร์มันรักท่านมาก คุณแจ่มรู้ เพราะรู้ ถึงได้ไว้ใจมาลินีมากกว่าใคร
“เรื่องคุณลิตาไปถึงไหน แกกับนุตามหาตัวเธอเจอหรือเปล่า”
“ไม่เจอค่ะ เพื่อนเธอบอกว่าน่าจะไปกรุงเทพฯ เห็นลงสตอรี่ถ่ายติดปีกเครื่องบินในโคลสเฟรนด์”
“ลองไปแล้วไม่กลับมาเลยสิ จะได้รู้ ว่าใครจะเดือดร้อนถ้าไม่ใช่พ่อของตัวเอง เพราะแค่แทนมาที่บ้านแล้วไม่เจอว่าที่เจ้าสาว เขาก็โกรธถึงขั้นยึดสวนลำไยของพวกเรา ถ้าสมมุติว่างานแต่งถูกยกเลิก แกคิดดูสิมาร์ ว่าพวกเราจะเหลืออะไร”
ความเลือดเย็นของแทนคุณเรียกเลือดฝาดไหลเวียนขึ้นมาบนแก้มใส มาลินีผินใบหน้าไปทางผู้จัดการหนุ่ม ไม่ต่างกันเลย ดนุเองก็เครียดเหมือนเธอ
“ขากลับจากในเมือง พี่น่าจะพามาร์แวะไปซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ ขอโทษนะ พี่ลืม มาร์ก็เลยต้องใช้หมอนเก่าผ้าห่มเก่าของพี่”
“ได้แค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ นอนแค่คืนเดียว พรุ่งนี้มาร์ก็กลับหอแล้ว”
ทั้งสองเดินด้วยกันในความมืด มาลินีอุ้มหมอนกับผ้าห่ม ดนุหิ้วพัดลมหน้าสิบหกนิ้ว เขาทักท้วงว่าในห้องนอนของเธอไม่เหลืออะไรเลย ระหว่างทางเดินกลับจากบ้านใหญ่ เขาจึงพาแวะไปที่บ้านพักหลังเล็กกะทัดรัด แบ่งเอาหมอน ผ้าห่ม พัดลมให้เธอใช้แก้ขัดไปก่อน
“รถของมาร์ยังซ่อมไม่เสร็จ จะกลับยังไง ให้พี่ไปส่งไหม”
“มีรถสองแถวผ่านหน้ารีสอร์ต ส่งตรงไปถึงในเมืองเลยค่ะ”
“พี่ไปส่งจะสบายกว่า มาร์ยังเจ็บ ไม่ต้องลำบากต่อรถเข้ามหา’ลัย”
“มาร์ไม่เจ็บแล้ว มาร์ไปเองดีกว่าค่ะ ฟังจากที่แม่เลี้ยงเล่า มาร์ว่าพี่นุจะต้องยุ่งกับงานในรีสอร์ตแน่เลยค่ะ ต้องช่วยพ่อเลี้ยงจัดการหลายๆ อย่าง ก่อนจะต้องโอนที่ดินให้คนบ้านนั้น ขามาร์ไม่เจ็บแล้ว แขนก็ไม่เจ็บ มาร์ช่วยเหลือตัวเองได้สบายมาก ดูสิคะ มาร์จะกางแขนให้ดู”
เธอตีปีกพับๆ ด้วยกิริยาน่ารักที่ทำให้ดนุหยุดยิ้มไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า! อย่างกับคนละคนกับเด็กขี้แยเมื่อเช้าเลยมาร์”
“คนนั้นตัวปลอมค่ะ คนนี้ต่างหากตัวจริง มาร์สตรองอยู่แล้ว”
“พี่เชื่อ มาร์ของพี่ทั้งเข้มแข็งแล้วก็เก่งที่สุด”
“ขอน้อมรับคำชมค่ะท่านพี่”
โค้งคำนับเป็นนางเอกซีรีส์จีนย้อนยุคให้ดนุขำเสียงดังกว่าเดิม
มาถึงหน้าร้านอาหารแล้วไม่ยอมแยกย้ายแต่พวกเขาเดินหายเข้าไปในร้านด้วยกัน โดยไม่รู้เลย ว่ามีหมาหวงก้างตัวหนึ่งแอบซุ่มมองผ่านความมืดไม่วางตา
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







