Masuk“อาพูดตรงๆ นะแทน อาไม่มีเงินจ่ายดอกให้แทนหรอก มันตั้งหลายล้าน รีสอร์ตอาไม่มีลูกค้า ร้านอาหารก็มีคนเข้ามากินแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ นอกนั้นก็ร้าง ผลไม้ในสวนก็ออกลูกไม่มาก มีรายได้แค่พอให้อาได้ใช้จ่าย เงินไม่กี่ล้าน เล็กน้อยมากสำหรับแทน แทนยกให้อาพร้อมกับเงินต้นไม่ได้เหรอ ยังไงพวกเราก็จะดองกันอยู่แล้ว อาขอร้องนะแทน”
“ผมไม่รับเงินสดได้ครับ ขอเปลี่ยนเป็นสวนลำไยสิบไร่ของพ่อเลี้ยงแล้วกันนะครับ แปลงที่อยู่ติดกับไร่ผม ราคาประเมินอาจจะไม่เทียบเท่าดอกเบี้ย แต่ส่วนต่างพวกนั้นผมยกให้ครับ มันเล็กน้อยมากสำหรับผม”
รอยยิ้มของแทนคุณใครเห็นก็ต้องกลัวทั้งนั้น ไม่เว้นผู้สูงวัยที่แพ้ให้คนหนุ่มอย่างศิโรราบ หัวคิ้วพ่อเลี้ยงขมวดมาชนกัน เขาเครียดจนเผลอกำมือเก็บกดอารมณ์โกรธ ไม่อยากเสียสมบัติ แต่ถ้าปฏิเสธออกไปแล้วแทนคุณโกรธถึงขั้นยกเลิกงานแต่ง เขาอาจจะชวดทั้งหนี้ยี่สิบล้าน สินสอดสิบล้าน และเงินก้อนอื่นๆ ที่จะได้รับการจุนเจือจากทางฝ่ายชาย
เสียสวนลำไยแค่สิบไร่เพื่อแลกกับผลประโยชน์อื่นอาจจะคุ้มค่า
“ตกลง แทนส่งทนายมาจัดการเอกสารได้เลย อายกให้”
“พ่อเลี้ยงคะ ที่ดินแปลงนั้น...”
ถูกเอ็ดทางสายตาให้เงียบ คุณแจ่มสงบปากสงบคำ ทั้งที่ร่างท้วมสั่นเครือด้วยความกลัวจะเสียของรักไป
“เราคนกันเอง ยกให้แทนไป แทนแต่งงานกับลูกอา ก็กลายเป็นของลูกของหลานของอาอยู่ดี อาขอบใจมากนะ ที่แทนหาทางออกไว้ให้”
“ขอบคุณมากครับที่เข้าใจ ผมหมดธุระแล้ว ขอตัวกลับนะครับ”
“ขับรถกลับบ้านดีๆ แจ่ม เธอออกไปส่งคุณแทนแทนฉันที”
ไม่ได้เต็มใจ แต่ขัดคำสั่งเจ้าของบ้านไม่ได้
หญิงวัยกลางคนยืนส่ง กระทั่งท้ายรถแทนคุณพ้นจากเขตบ้าน พาร่างท้วมกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาโวยวาย
“พ่อเลี้ยงจะยกสวนลำไยให้คุณแทนจริงเหรอคะ”
“ก็จริงน่ะสิ ฉันพูดออกไปแล้วจะให้ฉันกลับคำได้ยังไง”
“แต่พ่อเลี้ยงเคยสัญญาจะยกที่ดินแปลงนั้นให้ดิฉัน เพื่อตอบแทนที่ดิฉันอยู่ดูแลพ่อเลี้ยง และช่วยเลี้ยงคุณหนูลิตามายี่สิบปี”
“เธอเหลือตัวคนเดียว เอาไปแล้วจะเอาไปทำอะไร! ถ้าฉันไม่ยกสวนลำไยให้แทน ฉันจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายดอกเบี้ยให้เขา หรือจะให้ฉันยกบ้านหลังนี้ให้แทน ทั้งเธอทั้งฉันจะได้ไม่ต้องมีที่ให้ซุกหัวนอน!”
“แต่สวนลำไยสวนนั้น เป็นสมบัติของคุณคมสามีเก่าดิฉัน! และคุณคมก็เป็นเพื่อนสนิทของคุณ!”
“ไอ้คมมันตายไปนานแล้ว ตอนนี้สวนเป็นของฉัน ไม่ใช่ของมัน!”
“มันเป็นของพ่อเลี้ยง เพราะพ่อเลี้ยงโกงมาจากคุณคม!”
“เธอว่าฉันโกงเหรอ!”
เข้าไปกุมไหล่ภรรยาของเพื่อนเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่เพราะสงสารที่แจ่มจันทร์ไม่มีที่ไป ซ้ำร้ายลูกชายคนเดียวยังถูกไฟคลอกตาย พ่อเลี้ยงธงไทยจึงรับมาอยู่ด้วย ให้ช่วยดูแลลลิตา บ้าน และตัวท่าน ผ่านมากว่ายี่สิบปีที่แจ่มจันทร์อยู่กับเขา แล้วจะไปอาลัยอาวรณ์ถึงไอ้คมทำไม
ป่านนี้มันไปเกิดใหม่แล้วมั้ง!
“ไอ้คมมันยืมเงินฉัน ไม่มีคืน ฉันยึดที่ดินมันก็ถูกต้องแล้ว! เธอน่ะ หุบปากเน่าๆ ของเธอไปเลยนะแจ่ม เลิกพูดถึงสวนลำไย เลิกพูดถึงผัวเก่าเธอ ถ้าเธอไม่พอใจฉัน อยากจะไปจากที่นี่ก็ไปเลย อายุปูนนี้แล้ว ถ้าฉันไม่รับเธอมาอยู่ด้วยกัน ฉันก็อยากรู้นัก ว่าคนจนตรอกไร้ญาติอย่างเธอจะไปทำมาหากิน หรือจะไปซุกหัวนอนที่ไหน อับจนแล้วยังไม่เจียม ยังมีหน้ามาทำตาขวางใส่ฉัน! ทำเกินหน้าที่บ่อยๆ เข้าเถอะ ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากบ้าน!”
พ่อเลี้ยงธงไทยไม่ได้จิ้มนิ้วลงบนหน้าผาก แต่เอามือผลักจนเรือนร่างท้วมที่ไม่มีส่วนไหนสวยของเมียเก่าเพื่อนล้มบนพื้น เขาโกรธจนไม่อยากมองหน้า เดินกระทืบเท้ากลับเรือนกล้วยไม้
“คุณแจ่ม! เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงเหรอคะ”
มาลินีกับดนุเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านในตอนนั้นพอดี เธอเข้ามาพยุงท่านขึ้นนั่งบนชุดรับแขก รับกระดาษทิชชูจากดนุมาซับคราบน้ำบนแก้มย้วยฉบับผู้หญิงมีอายุ
“ช่างมันเถอะ ฮึก...”
คุณแจ่มตัดใจเรื่องสวนลำไย กดปลายนิ้วกรีดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะมองตาเด็กสาว เห็นดื้อๆ อย่างนี้ แต่นังมาร์มันรักท่านมาก คุณแจ่มรู้ เพราะรู้ ถึงได้ไว้ใจมาลินีมากกว่าใคร
“เรื่องคุณลิตาไปถึงไหน แกกับนุตามหาตัวเธอเจอหรือเปล่า”
“ไม่เจอค่ะ เพื่อนเธอบอกว่าน่าจะไปกรุงเทพฯ เห็นลงสตอรี่ถ่ายติดปีกเครื่องบินในโคลสเฟรนด์”
“ลองไปแล้วไม่กลับมาเลยสิ จะได้รู้ ว่าใครจะเดือดร้อนถ้าไม่ใช่พ่อของตัวเอง เพราะแค่แทนมาที่บ้านแล้วไม่เจอว่าที่เจ้าสาว เขาก็โกรธถึงขั้นยึดสวนลำไยของพวกเรา ถ้าสมมุติว่างานแต่งถูกยกเลิก แกคิดดูสิมาร์ ว่าพวกเราจะเหลืออะไร”
ความเลือดเย็นของแทนคุณเรียกเลือดฝาดไหลเวียนขึ้นมาบนแก้มใส มาลินีผินใบหน้าไปทางผู้จัดการหนุ่ม ไม่ต่างกันเลย ดนุเองก็เครียดเหมือนเธอ
“ขากลับจากในเมือง พี่น่าจะพามาร์แวะไปซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ ขอโทษนะ พี่ลืม มาร์ก็เลยต้องใช้หมอนเก่าผ้าห่มเก่าของพี่”
“ได้แค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ นอนแค่คืนเดียว พรุ่งนี้มาร์ก็กลับหอแล้ว”
ทั้งสองเดินด้วยกันในความมืด มาลินีอุ้มหมอนกับผ้าห่ม ดนุหิ้วพัดลมหน้าสิบหกนิ้ว เขาทักท้วงว่าในห้องนอนของเธอไม่เหลืออะไรเลย ระหว่างทางเดินกลับจากบ้านใหญ่ เขาจึงพาแวะไปที่บ้านพักหลังเล็กกะทัดรัด แบ่งเอาหมอน ผ้าห่ม พัดลมให้เธอใช้แก้ขัดไปก่อน
“รถของมาร์ยังซ่อมไม่เสร็จ จะกลับยังไง ให้พี่ไปส่งไหม”
“มีรถสองแถวผ่านหน้ารีสอร์ต ส่งตรงไปถึงในเมืองเลยค่ะ”
“พี่ไปส่งจะสบายกว่า มาร์ยังเจ็บ ไม่ต้องลำบากต่อรถเข้ามหา’ลัย”
“มาร์ไม่เจ็บแล้ว มาร์ไปเองดีกว่าค่ะ ฟังจากที่แม่เลี้ยงเล่า มาร์ว่าพี่นุจะต้องยุ่งกับงานในรีสอร์ตแน่เลยค่ะ ต้องช่วยพ่อเลี้ยงจัดการหลายๆ อย่าง ก่อนจะต้องโอนที่ดินให้คนบ้านนั้น ขามาร์ไม่เจ็บแล้ว แขนก็ไม่เจ็บ มาร์ช่วยเหลือตัวเองได้สบายมาก ดูสิคะ มาร์จะกางแขนให้ดู”
เธอตีปีกพับๆ ด้วยกิริยาน่ารักที่ทำให้ดนุหยุดยิ้มไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า! อย่างกับคนละคนกับเด็กขี้แยเมื่อเช้าเลยมาร์”
“คนนั้นตัวปลอมค่ะ คนนี้ต่างหากตัวจริง มาร์สตรองอยู่แล้ว”
“พี่เชื่อ มาร์ของพี่ทั้งเข้มแข็งแล้วก็เก่งที่สุด”
“ขอน้อมรับคำชมค่ะท่านพี่”
โค้งคำนับเป็นนางเอกซีรีส์จีนย้อนยุคให้ดนุขำเสียงดังกว่าเดิม
มาถึงหน้าร้านอาหารแล้วไม่ยอมแยกย้ายแต่พวกเขาเดินหายเข้าไปในร้านด้วยกัน โดยไม่รู้เลย ว่ามีหมาหวงก้างตัวหนึ่งแอบซุ่มมองผ่านความมืดไม่วางตา
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดิ
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนี
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดู&n







