Share

บทที่3

last update Tanggal publikasi: 2026-05-18 14:49:49

“กดผิดไปเป็นหนึ่งแสนเหรียญ!!!”

ดวงตาเบิกกว้าง พร้อมสูดปากร้อง

“ฮือ ๆ ๆ… ไม่น่าเลย!”

แล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ ปล่อยให้มันผ่านไปแบบเจ็บ ๆ คันคัน เมื่อทำใจได้แล้ว เธอฮึดลุกขึ้นจากเตียงแต่งตัวและเดินลงไปชั้นล่างอีกครั้ง

“นังตี้ นี่แกหลับหรือแกตายหะ!”

“ตื่นแล้วเจ๊…”

เสียงตอบเบา ๆ พร้อมร่างที่ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน ตี้ตี้เดินเซไปเข้าห้องนอน ทิ้งให้เจ๊ปูยืนมองตามด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ เธอเดินไปหยิบกับข้าวสำเร็จรูปในตู้เย็น ยัดเข้าไมโครเวฟทีละกล่องอย่างรวดเร็ว

เมนูที่มีก็หลากหลายตามใจอยาก แกงเขียวหวานไก่ หมูสามชั้นไข่พะโล้ และ เป็ดย่างฮ่องกง ข้าวหอมมะลิ เธอเลือกสินค้าพวกนี้จากในห้างของเธอมากักตุนไว้ยามเมาหรือขี้เกียจ

“ฉันเป็นเจ้านายหรือเป็นลูกน้องของมันกันแน่นะ ต้องเตรียมข้าวให้กินทุกวัน”

เธอบ่นพลางหัวเราะหึ ๆ ในคอ พอไมโครเวฟส่งเสียงติ๊ง! เป็นสัญญาณบอกว่าของร้อนพร้อม เจ๊ปูก็จัดการเทข้าวสองจานวางลงบนโต๊ะอาหารซึ่งตั้งอยู่ติดมุมครัว ไม่นานตี้ตี้ก็เปิดประตูห้องออกมา

“แหม...สภาพนางฟ้าคืนสวรรค์เชียวนะย่ะ”

คำพูดประชดของเจ๊ปูเรียกรอยยิ้มของตี้ตี้ที่จัดผมเรียบร้อย ใส่เสื้อยืดกับกางเกงวอร์มแบบง่าย ๆ เดินนวยนาดเหมือนนางแบบบนรันเวย์

“ไอ้ตี๋! มากินข้าว”

“เจ๊! อย่าเรียกตี้ว่าตี๋เซ่!”

“เร็ว ๆ เข้าเถอะ!”

ตี้ตี้ทำหน้ามุ่ย ๆ ตามสไตล์ แต่ก็ยอมเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร

“เจ๊ ไหนบอกจะลดความอ้วนไง นี่มันของอ้วนทั้งนั้นเลย!”

“ก็มันอยากกิน! ไม่ต้องพูดมาก กินซะ กินเสร็จจะได้รีบไปทำบุญที่วัด”

เจ๊ปูตักข้าวเข้าปากหนึ่งคำก่อนจะทำหน้าฟินเล็กน้อย ตี้ตี้เลยยอมตามน้ำ ตักแกงเขียวหวานกินบ้าง

ระหว่างเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ที่โต๊ะอาหาร เจ๊ปูปล่อยความคิดล่องลอยไปกับความทรงจำในอดีต เหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน…

วันนั้นเป็นเช้าตรู่ในตลาดเก่าที่เธอเดินสำรวจเป็นประจำ เจ๊ปูสะดุดตากับเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ยืนพยายามดื่มน้ำจากก๊อกน้ำประปา เขายื่นมือเล็ก ๆ รวบกระชับเสื้อที่ขาดวิ่นไม่ให้เปิดออก เห็นได้ชัดว่าเสื้อนั้นเก่าเกินกว่าจะใช้งานได้อีก

เจ๊ปูยืนมองด้วยความสงสัย และคิดว่าอาจเป็นแค่เด็กในชุมชนที่วิ่งเล่นอยู่แถวนี้ แต่พอวันต่อมา เธอก็ยังเห็นเด็กคนเดิมยืนดื่มน้ำที่ก๊อกเดิมด้วยท่าทางที่ไม่ต่างกัน คราวนี้เธอทนไม่ไหว เดินเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เฮ้ย หนู เอ็งมาทำอะไรที่นี่ทุกวัน?”

เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา

“ผมหิว… ไม่มีอะไรจะกินครับ”

คำตอบนั้นทำให้เจ๊ปูชะงัก เธอถามต่อจนได้ความว่าเด็กคนนี้ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่มีบ้านให้อยู่ ไม่มีเงินให้ใช้ ตกกลางคืนก็แอบนอนขดตัวอยู่ตามซอกกำแพงตลาดเพื่อหลบฝนหลบลม หาช่วยงานคนในตลาดแลกข้าว เธอฟังจบก็สงสารที่ชะตาเด็กคนนี้ช่างโหดร้ายนัก

“เอาเถอะ ตามฉันมา”

 เธอพูดพลางจูงมือเด็กชายตัวเล็กมอมแมมเหมือนลูกหมาข้างถนนกลับบ้านไปด้วย วันนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยง เด็กชายที่เธอหวังไว้ว่าอาจเป็นน้องชาย แต่วันเวลาผ่านไป เด็กชายกลับกลายเป็นนังตี้ น้องสาวที่ซ่าและแซ่บที่สุดในชีวิตของเธอ

ภาพของตลาดในวันเก่า ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง ตลาดแห่งนี้เคยอยู่ในสภาพทรุดโทรมและแทบจะล่มสลาย ตลาดตอนนั้นเป็นของเจ๊ณี เพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่วัยเด็ก เจ๊ณีเป็นเจ้าของตลาดที่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อถูกสามีทอดทิ้งไปมีเมียน้อย ซ้ำร้ายยังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

ในวันหนึ่งที่เจ๊ณีอาการทรุดหนัก เธอเรียกเจ๊ปูมาที่บ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมองและพูดประโยคนึงที่เจ๊ปูไม่มีวันลืม

“ปู ฉันขออะไรเธออย่างหนึ่งได้ไหม… ช่วยดูแลตลาดให้ฉันด้วย ฉันไม่มีใครอีกแล้ว ขอแค่เธอทำบุญส่งไปให้ฉันบ้างก็พอ”

คำขอร้องนั้นเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและน้ำตา เจ๊ปูในตอนนั้นก็มีมรดกที่เป็นตลาดที่ต้องดูแลอยู่แล้ว แต่ก็พูดไม่ออกเพราะสงสารเพื่อนสาว เธอเลยพยักหน้ารับด้วยความหนักใจ แต่ลึก ๆ ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

หลังจากที่เจ๊ณีจากไป ตลาดที่ใกล้เจ๊งก็กลายเป็นภาระที่เธอต้องรับไว้ เจ๊ปูเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงทุกอย่างใหม่ทั้งหมด จากตลาดที่มีแค่แผงเล็ก ๆ ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นตลาดกึ่งห้าง ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งครบวงจร เธอทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พยายามดึงดูดลูกค้าทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้ามา

“ถ้าจะทำ ก็ต้องทำให้มันดี!”

นี่คือคติประจำใจของเจ๊ปู เธอไม่เคยหยุดพัฒนา จนตลาดแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักและรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

เจ๊ปูยิ้มบาง ๆ เมื่อคิดถึงอดีตที่ผ่านมา เธอตักข้าวอีกคำพลางมองนังตี้ที่ยังคงทำหน้ามุ่ยอยู่ข้าง ๆ

แกมันตัวป่วน แต่ฉันก็ดีใจที่วันนั้นรับแกมาเลี้ยง เธอพูดในใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ กับภาพชีวิตที่ดูเหมือนวุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทพิเศษ

    ดินแดนเหนือซึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบและความแร้นแค้น บัดนี้กลับกลายเป็นดินแดนทองคำที่ผู้คนต่างแย่งชิงอยากเข้ามาใช้ชีวิตอาคารโรงเรือนเพาะปลูกขยายตัวไปอีกนับสิบเรือน ท้องทุ่งที่เคยถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งยามฤดูหนาว บัดนี้กลับอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารเมล็ดพันธุ์ที่พระชายานำมาในตอนแรกถูกชาวบ้านมองว่าเป็นเพียงความฝัน แต่ในวันนี้พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะดังทั่วท้องตลาด แม่ค้าต่างส่งเสียงเรียกขานลูกค้ากันอย่างคึกคัก ขณะที่แรงงานของทางการนั่งล้อมวงกอดเงินก้อนแรกของตนเองไว้แน่น รอยยิ้มเปื้อนน้ำตาแสดงถึงความปลื้มปิติ"ฮือ...ข้ามีเงินแล้ว!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสะอื้นออกมา สายตาของเขาเปล่งประกาย"โชคดีเหลือเกิน ที่วันนั้นพวกเขาทิ้งเรามาให้นายหญิง!"หญิงชราคนหนึ่งพึมพำ พร้อมยกแขนเสื้อซับน้ำตา"สวรรค์ ขอบคุณท่านที่ส่งพระชายามาให้พวกเรา!"เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วลานกว้าง ทุกคนรู้ดีว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยถูกทอดทิ้ง ให้มองเป็นเพียงแรงงานที่ไร้ค่าของครอบครัว แต่ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นผู้มีชีวิตที่มั่นคง ได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรม ไม่มีผู้ใดกล้าหยามหมิ่นพวกเขาอีกต่อไปแ

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 92

    ข่าวการตั้งครรภ์ของพระชายาดังกระฉ่อนไปทั่วแดนเหนือเร็วยิ่งกว่าลมหนาว ชาวบ้านพากันออกมาโค้งคำนับขอบคุณสวรรค์กันที่หน้าประตูเรือนเสียงสวดอวยพรดังกระหึ่ม บ้างก็ตื่นเต้นเสียจนเผลอจุดประทัดน้อย ๆ ฉลองกันเองโดยไม่ต้องรอประกาศจากวังเมิ่งเหยาถูกดูแลประคบประหงมราวกับไข่ทองคำที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ หัวจะโขกโต๊ะหน่อยก็มีมือมารับ ผ้าห่มหล่นจากไหล่ก็มีคนพร้อมจะเข้ามาคลุมให้เหนื่อยหน่อยก็มีหมอนนุ่มวางให้พิงอย่างกับราชินี แม้แต่น้ำชาในถ้วยก็ยังมีคนทดสอบอุณหภูมิให้ก่อนดื่ม! และที่สำคัญที่สุด ท่านอ๋องไท่เฟิงก็ประกบติดนางราวเงา มีดวงตาคมกริบจับจ้องไม่ให้คลาดสายตา เหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักโทษชั้นสูง ในเรือนจำแดนเหนือเสียจริง ๆนางเข้าใจอยู่หรอกว่าสามีรักมาก แต่จะเฝ้าไม่ให้ห่างถึงขนาดนี้มันมากไปไหม!? แค่เดินไปล้างหน้าล้างตา นางก็ต้องถูกพยุงขึ้นลงราวกับเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ของโลกนี้! ดีที่นางมีมิติเป็นที่หลบภัยเวลาจะถ่ายหนัก! คิดแล้วก็สะท้านใจ ถ้านางไม่มีมิติต้องแย่แน่ ๆ ! แค่คิดว่าจะต้องนั่งปลดทุกข์โดยมีคนหล่อเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ นางก็อยากกลั้นไปจนชาติหน้าแล้ว!หากเป็นเช่นนั้น สักวันนางคงได้เป็นโรคริ

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่91

    แดนเหนือยามนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหิมะขาวโพลน อุณหภูมิที่หนาวเหน็บทำให้บรรยากาศรอบด้านดูเงียบสงบ ราวกับทั้งเมืองต้องมนตร์ในฤดูหนาวแต่ปีนี้นั้นแตกต่างออกไป ชาวบ้านทุกครัวเรือนได้รับของแจกจากพระชายาแห่งแดนเหนือ ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ ผ้าห่มผืนใหญ่หนานุ่มที่แต่เดิมมีเพียงขุนนางหรือคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถครอบครอง บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวได้รับ ชาวบ้านที่เคยต้องอดทนต่ออากาศหนาวกัดกระดูก ยามนี้สามารถหลับตาลงอย่างอบอุ่นภายในเรือนของตนเองแม้พระชายาจะยังไม่ได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเรียกนางเป็นอื่นไปได้นอกจากพระชายาหรือนายหญิง ทุกคำเรียกขานเต็มไปด้วยความเคารพและสำนึกในบุญคุณในตำหนักของท่านอ๋องแห่งแดนเหนือ ไฟในเตาผิงลุกโชนให้ความอบอุ่น เมิ่งเหยานั่งเอนกายพิงอกแกร่งของไท่เฟิง ขณะที่ดวงตาคู่งามจับจ้องจดหมายในมือ นางอ่านข้อความของบิดาอย่างตั้งใจ[เหยาเอ๋อร์ลูกรัก ลูกเป็นเช่นไรบ้าง สบายดีหรือไม่ พ่อสบายดี เจ้าไม่ต้องกังวล พ่ออยากขอบคุณลูกนับร้อยนับพันครั้ง วันที่ลูกบอกกับพ่อวันนั้นพ่อยังไม่เข้าใจ แต่วันนี้พ่อได้เข้าใจแล้ว พ่อได้พบนางแล้ว แม

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 90

    เมิ่งเหยาตั้งตารอคอยการกลับมาของไท่เฟิงมาถึงเจ็ดวันแล้ว แต่เขากลับไร้ซึ่งข่าวคราว นางที่เริ่มกระวนกระวายจึงไม่อาจรอได้อีกต่อไป"ฉีคัง รายงานมาเดี๋ยวนี้" นางเอ่ยเสียงเย็น สายตาจับจ้ององครักษ์หนุ่มที่ยืนตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม ฉีคังก้มศีรษะก่อนตอบ"นายหญิง พวกเราไม่ได้รับการติดต่อจากท่านอ๋องเลยขอรับ เมื่อสองวันก่อนข้าส่งคนไปแล้ว วันนี้น่าจะได้ข่าวแน่ขอรับ""ที่ที่เขาไปนั้น ไกลมากหรือไม่?"เมิ่งเหยาถามต่อ"ใช้ม้าเดินทางหนึ่งวันขอรับ"เมิ่งเหยาพยักหน้าแม้ใจจะยังร้อนรุ่ม แต่ความเชื่อมั่นในตัวเขายังไม่เสื่อมคลายบ่ายวันนั้นคนของฉีคังก็กลับมาพร้อมข่าวดี"นายหญิง ท่านอ๋องเสด็จมาถึงแล้วขอรับ"ดวงตาของเมิ่งเหยาฉายแววโล่งใจ นางยกยิ้มบางก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปยังลานหน้าตำหนัก ทว่าเมื่อขบวนของไท่เฟิงมาถึง นางกลับต้องชะงัก‘สตรีนางนั้นเป็นใคร?’ดวงตาคมของนางจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่ก้าวลงมาจากรถม้า‘นี่สินะ...เหตุผลที่ทำให้เขาต้องกลับมาช้า’ไท่เฟิงลงจากหลังม้าและเดินตรงเข้ามาหานางทันที แขนแกร่งคว้าร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแน่นหนา ราวกับต้องการปลอบโยนนางให้คลายกังวล“พี่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก”เมิ่งเหยาเอง

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 89

    รถม้าของเมิ่งเหยาวิ่งเข้าไปภายในวังหลวงอย่างราบรื่น ด้านข้างมีทหารรักษาการณ์ที่เฝ้าดูอยู่ตลอดทาง ไม่มีใครกล้าหยุดรถม้าที่ประทับตราสัญลักษณ์ของไท่เฟิงล้อรถหมุนอย่างมั่นคง ตรงไปยังเขตชั้นกลางของวังหลวง จุดที่สูงศักดิ์เพียงพอให้ขุนนางระดับสูงเข้าถึงได้ แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงเขตชั้นในซึ่งเป็นที่พำนักขององค์จักรพรรดิเมิ่งเหยาลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้ในใจจะร้อนรนแต่นางยังคงรักษาความสงบไว้ดั่งเดิมเมื่อเท้าแตะพื้น หญิงสาวก้าวเดินไปยังตำหนักฮองเฮาโดยไม่หยุดชะงัก องครักษ์และนางกำนัลที่เฝ้าตำหนักต่างก้มหัวคำนับทันทีที่เห็นเมิ่งเหยาเข้ามา"เหยาเอ๋อร์ ทำไมกลับมาไว?"เสียงหวานของตานชิงดังขึ้น ก่อนที่ร่างของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์จะเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมิ่งเหยาไม่รอช้าเข้าไปจับมือนางแน่น ดวงตาฉายแววจดจ่อและหนักแน่น"ชิงชิง ข้ามีเรื่องต้องแจ้งเจ้า"น้ำเสียงของนางจริงจังจนตานชิงชะงักไปรอยยิ้มจางลง ก่อนจะพยักหน้าแล้วดึงเมิ่งเหยาเข้าไปด้านในนางเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่ที่นางพบเด็กขอทาน คำโกหกของเถ้าแก่ร้านขายข้าว และกระท่อมเก่าของปู่หลานที่แทบไม่มีข้าวกรอกหม้อนางบอกเล่าถึงสายต

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 88

    เด็กน้อยกอดถุงข้าวแน่นจนมือน้อย ๆ เกร็งขึ้น เขาวิ่งตรงไปที่ท้ายประตูเมืองทางทิศตะวันตก ราวกับกลัวว่าหากช้ากว่านี้ สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนจะสูญหายไปสายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ทุกย่างก้าวรีบเร่งขาเล็กเล็กที่ผอมแห้งแทบจะไม่มีแรงพยุงร่าง แต่เขากลับไม่หยุด เด็กน้อยหลบเลี้ยวหายเข้าไปในซอกกำแพงแคบแคบ จนร่างเล็ก ๆ ของเขากลืนหายไปกับเงามืดเมิ่งเหยามองตามร่างนั้นด้วยสายตาครุ่นคิด ความสงสัยในใจนางทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีเงื่อนงำบางอย่างถูกซ่อนไว้ นางไม่ลังเลที่จะก้าวตามเข้าไปมุมหลืบเล็ก ๆ นี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงทางตัน แต่จากท่าทางเร่งรีบของเด็กน้อย นางมั่นใจว่าต้องมีเส้นทางลับบางอย่างอาเปี่ยวรับรู้ความต้องการของนายหญิงโดยไม่ต้องเอ่ยคำ เขาตรวจสอบบริเวณรอบรอบอย่างละเอียด ก่อนจะพบช่องลับเล็ก ๆ ทางหมารอด ที่เด็กน้อยมุดออกไปนอกกำแพงเมือง เมิ่งเหยาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เอวบางของนางถูกโอบประคองโดยองครักษ์หนุ่ม ก่อนที่ร่างทั้งสองจะทะยานข้ามกำแพงเมืองไปอย่างรวดเร็วทันทีที่เท้าของพวกเขาสัมผัสพื้นด้านนอก สายลมเย็นยะเยือกจากป่ารกชัฏกรีดผ่านผิวกาย บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกั

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 16 NC

    เมิ่งเหยาถูกอุ้มขึ้นอย่างง่ายดายราวกับนางไม่มีน้ำหนัก เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ดวงตาเฉี่ยวคมเหลือบมองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้ความคิดบางอย่างพลันผุดขึ้นในใจอย่างอดไม่ได้‘ผู้ชายที่นี่งานดีมาก ชิงชิงต้องกรี๊ดแน่ หล่อเหลาอย่างกับเทพบุตรในภาพวาด! นี่เรียกได้ว่า หล่อวัวตายควายล้ม หล

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 9

    ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนในวันแรกที่ตี้ตี้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างใหม่แล้วเจอกับบุรุษที่น่ากลัว นางรีบตั้งหลักทันที ตี้ตี้เริ่มประมวลปรับตัวกับชีวิตใหม่ในร่างของหลินตานชิงฮองเฮาผู้เลอโฉม น่าแปลกที่ความทรงจำของนางนั้นไม่ปะติดปะต่อ เธอจึงต้องสอบถามหลี่หยู นางกำนันคนสนิทเกี่ยวกับตัวตนของนางเพิ่มเติมเมื่อ

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 8

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านยอดไม้ในป่าลึก เมิ่งเหยาค่อย ๆ ออกจากมิติด้วยสีหน้าสงบก่อนมองไปรอบ ๆ จุดที่นางเข้ามิติเมื่อวันก่อน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนางหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะเรียกเข็มทิศออกมาจากมิติ เป็นเข็มทิศโลหะสีดำที่ดูเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกหนักแน่นในมือ เมิ่งเหย

  • หวังเมิ่งเหยาตัวร้ายสายแซ่บ   บทที่ 7

    “ได้… เจ๊จะใช้ชีวิตของหวัง เมิ่งเหยาต่อเอง…แต่ไม่ใช่แบบตัวร้ายโง่ ๆ หลงรักพระเอกแน่นอน!”เจ๊ปูประกาศกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น แล้วนั่งเปิดแอปอ่านนิยาย ซึ่งยังพอเปิดแบบออฟไลน์ได้ ไล่ตั้งแต่บทแรกจนถึงบทล่าสุด เพื่ออยากจะให้แน่ใจว่าไม่พลาดเนื้อหาตรงไหนพระเอก จ้าว จื่อฮ่าว และนางเอกเจอกันตั้งแต่เด็ก มีใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status