تسجيل الدخولวันนี้จันดาลีมีความสุขมากมายจนล้นอาบ สุขนี้ฉ่ำอิ่มเอิบในอารมณ์ เพราะเธอได้ใกล้ชิดกับอ้ายรามของเธอเป็นอย่างยิ่งวันนี้ในการถ่ายภาพ
เธอยังรู้สึกเหมือนอยู่ในอ้อมแขนของเขาจนถึงตอนนี้ แม้จะเป็นการกอดกันเพราะช่างภาพสั่งก็เถอะ เขาพึมพำขอโทษเธอทุกหนยามแตะเนื้อต้องตัวเธอ มันทำให้จันดาลียิ่งรู้สึกชอบเขามากขึ้น ธงรามเป็นสุภาพบุรุษมาก ขนาดจะแต่งงานกับเธออยู่แล้วแท้ๆ
ความหวีดนี้ปล่อยไว้คนเดียว เขินคนเดียวไม่ไหว จะต้องระบายกับเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นสาวไทยแท้ รุ่นพี่หุ้นส่วนทำธุรกิจของเธออย่าง ริสา
ส่งรูปอะไรมา แหมๆๆ อิจฉานะยะหล่อน
รูปเฮากับอ้ายราม เหมาะสมกันหลาย อิอิอิ
อีกไม่กี่วันก็จะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ แกจะต้องมาให้ฉันพาไปทำหน้า จัดคอร์สให้นะคะคุณจันดาลี
ย่ะ เดี๋ยวก็บินกลับล่ะ ถึงแล้วจะรีบไปเลยไม่อยากพัก อยากงาม
เอ่อ...แล้วใครมาส่งล่ะ อ้ายรามหรือเปล่า พามาให้ดูตัวเป็นๆ มั่งสิ
บ่ใช่ อ้ายลักษณ์...
พิมพ์ข้อความนี้แล้วก็อดเหลือบตามองคนข้างๆ ไม่ได้ เขากำลังก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ของตนเองเช่นกัน สีหน้าเคร่งเครียด เธอแอบเบ้ปากน้อยๆ จริงๆ แล้วเธอกลับมาที่เวียงจันทร์เองก็ได้ จะตามมารับตามมาส่งทำไมก็ไม่รู้
นั่นสินะ เขาจะตามมาทำไม ขณะที่เจ้าบ่าวตัวจริงอย่างธงราม บอกกับเธอว่ามีธุระด่วน แล้วก็ขึ้นรถกลับไปเลยหลังจากที่ถ่ายรูปเสร็จ
อ้ายลักษณ์ อร้าย คนนี้อยากเจอกว่าอ้ายรามสิบเท่า
อะไรของเสี่ยว (เพื่อน) ยัยสา
แหมๆ ก็อ้ายลักษณ์ก็ยังโสด ฉันก็ยังโสด แฮปปี้เลยอะ
โอ๊ย...เว้าไปทั่วไปหลาย แค่นี้ละนะ สัญญาณรัดเข็มขัดขึ้นแล้ว
ตอบกลับเพื่อนรักอย่างขัดใจ ที่ริสาแสดงออกนอกหน้าว่าชื่นชมปลื้มธงลักษณ์ ไม่เห็นจะน่าปลื้มอะไรตรงไหนเลยสักนิด คนบ้าคนบอ จันดาลีคิดในใจ
เอ...
แต่ขากลับมานี้ เขาก็ไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือจะหยอกแหย่อะไรเธอ กลับนั่งเงียบเสียด้วยซ้ำ เธอแอบมองหน้าเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหันมามองเธอพอดี ตาต่อตาสบกัน ก่อนจะเมินหลบ และต่างคนก็ต่างเงียบจนเครื่องบินทะยานขึ้นไปบนฟ้า
จันดาลีก้มลงมองโทรศัพท์ รูปเซลฟี่ของเธอและธงรามวันนี้ รวมถึงรูปคู่อีกสองสามรูปที่ให้พนักงานพรีเวดดิ้งช่วยถ่ายลงในโทรศัพท์ให้เธอ มันสร้างความสุขให้เธอจนต้องดูวนแล้ววนอีก
นัยน์ตาคมกริบของคนข้างๆ ชำเลืองมอง เห็นล่ะว่าเธอกำลังดูอะไร เห็นแล้วก็ให้แปลบใจนัก แต่เอาเถอะ...เขาอดทนได้
อดเปรี้ยวไปก่อนนะธงลักษณ์
แล้วค่อยเคี้ยวให้หวานอร่อยลิ้นทีเดียว...
..................................................................................................................................................................
“เดี๋ยวพี่คงจะต้องบินกลับเลย มีประชุมรออยู่”
ธงลักษณ์เอ่ย ขณะที่เครื่องลงจอดแล้วเรียบร้อย เขากำลังเดินมาส่งเธอที่ยังบริเวณผู้โดยสารขาออก
“จริงๆ แล้วอ้ายลักษณ์บ่เห็นจะต้องมาส่งแก้มหอมถึงเวียงจันทร์ก็ได้นะ แก้มหอมไม่ใช่เด็กน้อย ลงตรงสุวรรณภูมิก็ได้นะคะ”
“ต้องมาส่งสิ ของสำคัญของครอบครัว”
เขาตอบแบบนั้น เล่นเอาคนฟังคิ้วขมวด ของสำคัญ? ทำไมเขาถึงพูดจาอะไรแปลกๆ
“อ้ายลักษณ์หมายความว่ายังไงเจ้า ของสำคัญนี่คือแก้มหอมอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่สิครับ”
เขาว่า แล้วจู่ๆ ก็ทำให้จันดาลีตกใจสุดขีด ด้วยการคว้าเธอเข้าไปกอด
“อ้ายลักษณ์”
เธออุทาน ใบหน้าคมสันนั่นก้มลงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของเขากดลงมาบนกลีบปากนุ่ม จันดาลีตกใจจนตัวแข็งค้าง ธงลักษณ์หัวเราะเบาๆ ชิดปากอิ่มแล้วถอยออก พลางเดินก้าวยาวๆ กลับไปด้านในเกทอีกหน
จันดาลีได้แต่กะพริบตาปริบๆ มือของเธอลูบที่ปากนิ่ม ถามตัวเองอย่างสับสน ว่าธงลักษณ์ทำแบบนั้นกับเธอทำไม?
ถ้าธงรามเป็นคนทำเธอจะไม่สับสนเท่านี้เลยจริงๆ แล้วชีวิตหลังแต่งงานของเธอกับธงราม ถ้าเกิดว่ายังอยู่ใกล้ๆ กับธงลักษณ์...มันจะเป็นอย่างไรกันนะ
หัวใจของเธอกำลังเต้นระทึกกับการกระทำของผู้ชายที่ได้ชื่อว่ากำลังมาเป็นน้องเขยของเธอในอนาคต
เริ่มเต้นแรงกว่าเวลาที่เธอเจอะเจอกับว่าที่สามีของเธอเสียอีก
มันจะดีหรือเปล่านั่นจันดาลี
หญิงสาวสะบัดหน้าน้อยๆ เหมือนจะไล่ความรู้สึกที่เริ่มฟุ้งเตลิดของตนให้ยุติลง เธอต้องเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของธงราม ในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว เธอก็จะได้ผู้ชายในฝันของเธอมานอนข้างๆ แล้ว จะมาคิดเลื่อนเปื้อนเลอะเทอะ ไปถึงผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่เธอบอกกับตัวเองว่าแสนจะเกลียดเขาไปทำไมกัน
แล้วเขาจูบเธอทำไม?
คำถามนี้ยังคงลอยวนอยู่ในสมอง
และไม่กล้าที่จะไปเอ่ยเล่าให้ใครได้ยินด้วย เพราะมันเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างกันจนน่าอันตราย
จันดาลีนั่งอยู่ในรถ ยังไม่ได้ขับออกมา เพราะเธอกำลังคุยโทรศัพท์ติดพันกับลูกค้า และเมื่อวางสาย เธอก็เห็นข้อความเฟซบุ๊คเด้งแจ้งเตือนอะไรบางอย่าง จึงกดเข้าไปดู แล้วก็ยิ้มกริ่มชอบใจ คนคู่นั้นคงจะตกลงกันได้แล้วสินะ เธอนึกดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีคนรู้ใจเสียทีออกมาหรือยังครับออกมาแล้วเจ้าพี่มีข่าวดีจะบอกด้วยล่ะข่าวอิหยังไว้มาถึงร้านค่อยบอก พี่น่าจะถึงก่อนเธอย่นจมูกน้อยๆ เธอเองก็มีข่าวดีจะบอกเขาเหมือนกัน และเพิ่งแน่ใจกับข่าวดีของตนเองเมื่อเช้านี้ มือของเธอทาบไว้ที่หน้าท้องที่แบนเรียบของตนเอง แล้วยิ้มบางไม่รู้ว่าข่าวของใครจะทำให้เซอร์ไพรส์กว่ากันล่ะวันนี้..........................................................................................................................................................................“จริงบ่เจ้า”“อืม...เห็นนายรามบอกมากับพ่อแม่ หึๆ ให้ไปจัดการให้ แต่ก็คงหมั้นกันก่อน”ธงลักษณ์อดขำไม่ได้ เมื่อนึกภาพตามที่พี่ชายเล่าและส่งภาพมาให้ดู ตอนนี้ธงรามเข้าโรงพยาบาล เพราะถูกว่าที่เจ้าสาวพาหนี จนมุมโดนว่าที่พ่อตาจับได้ หวานใจพาธงรามควบมอเตอร์ไซค์ทิ้งโค้งห
“เย็นนี้ไปกินข้าวที่ฝั่งไทย กับเฮากับอ้ายลักษณ์นะยัยสา”จันดาลีเอ่ยชวน ตอนนี้ธงลักษณ์ย้ายมาอยู่ที่หนองคาย เพื่อคุมกิจการทางนี้ เขาไม่ต้องวิ่งรอกไปมาหลายที่อีก เพราะส่วนอื่นมีคนลงไปรับผิดชอบแทน สิ่งที่เขาหอบหิ้วตามมาคือเลขานุการคู่ใจอย่างวิรงรองเพียงเท่านั้น หลังๆ มาหล่อนสนิทสนมกับจันดาลีมากชนิดที่พากันหนีเขาไปช้อปปิ้งกันที่ฝั่งไทยบ้าง ฝั่งลาวบ้าง ไปกันแบบสาวๆ โดยทิ้งเจ้านายไว้เฝ้าออฟฟิศก็เคยระยะทางไม่ถึงห้าสิบกิโลเมตร ของชายแดนทั้งสองฝั่ง ทำให้เขาและจันดาลีสะดวกกับการใช้ชีวิต และมีเวลาให้กันมากยิ่งขึ้น เธออยู่ฝั่งไทย เวลาทำงานก็ข้ามไปฝั่งลาว ขับรถไปกลับได้อย่างสะดวกสบาย“ไม่ว่างน่ะสิ” ริสาว่า เธอกำลังกางตัวอย่างแคตตาล็อกเครื่องสำอางที่สั่งทำออกตรวจ จันดาลีอมยิ้ม มองหน้าเพื่อนรักแล้วกระเซ้าเสียงหวาน“แนะ...มีเดตเหรอ อ้ายรบชวนดินเนอร์ล่ะสิเสี่ยว”“ก็...” ริสายกแคตตาล็อกขึ้นมาบังหน้า แล้วเสเอ่ยเรื่องอื่น“สีตรงนี้มันเข้มไปไหมนะยัยแก้มหอม สั่งลดสีหน่อยดีไหม มันทำให้รูปนางแบบดูดำไปน่ะ”“อย่ามาไขสือน่าเสี่ยว ผู้บ่าวชวนแม่นบ่ เฮาแอบส่องเฟซ เห็นหมดล่ะ ว่าวันนี้อ้ายรบจะพาเสี่ยวไปกินข้า
ธงลักษณ์มีครอบครัวแล้วตอนนี้ ก็ควรจะมีเวลามีชีวิตของตนเอง “ก็ทำงานให้น้อยลงสิ จะได้มีเวลา ส่วนงานของยัยแก้มหอมน่ะ ทางบี๋ว่าจะคุยกับลูกสาวให้ อยากจะให้เบามือเพลาลง เพราะแต่งงานแต่งการแล้ว แม่ว่าจะให้เราไปคุมงานที่หนองคายยาวๆ ไป ส่วนงานทางนี้เดี๋ยวแม่หาคนมาจัดการทำ แกจะว่ายังไงหืม...ตาลักษณ์”“ครับ...” เขาไม่คาดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากมารดา ท่านหัวเราะมาตามสาย“ดูทำเสียงเข้า ไปคุมงานทางโน้นอะไรจะได้ง่ายๆ บ้านที่หนองคายทางบี๋ยกให้เป็นเรือนหอของแกกับแก้มหอม แกจะว่ายังไงล่ะตาลักษณ์ แม่จะยกกิจการที่นั่นให้แกไปเลย จะทำให้เจ๊ง หรือจะทำให้รวย ก็เรื่องของแก ไม่ต้องเอามาเข้ากงสี”“ขอบคุณมากครับแม่” “มีหลานให้แม่ไวๆ ล่ะ อำนวยความสะดวกให้ขนาดนี้ล่ะ ส่วนพี่แก แม่จะต้องคุยจริงจัง ให้เลิกเอ้อระเหยกับงานที่มันรักนักหนา มาช่วยกิจการครอบครัวเสียบ้าง แล้ว...หึๆ คอยดูนะหนนี้แม่จะจับคู่ให้นายรามได้แต่งตามแกไปแน่ๆ”“แม่คงไม่ต้องจับคู่ให้แล้วล่ะครับ นายรามมีสาวของตัวเองแล้วล่ะ”ธงลักษณ์ว่า เขาค่อนข้างจะแน่ใจเลยล่ะ ว่าพี่ชายของเขา ชักจะยังไงๆ กับสาวที่ไปร่วมชะตากรรมมาด้วยแน่ๆ “หืม...”“หึๆ แค่นี้ก่อ
ธงลักษณ์โผเข้าหาพี่ชาย เมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยคนทั้งสองออกมาได้ ธงรามนอนอยู่ในเปล เขาถูกขนย้ายมาทางเฮลิคอปเตอร์มายังจุดที่พักเจ้าหน้าที่ ขาของเขาเข้าเฝือกไว้“นายราม”“ยังไม่ตาย”พี่ชายตอบ พร้อมกับชูสองนิ้วให้ จันดาลีเองก็วิ่งตามสามีมาติดๆ เธอเห็นสภาพของธงรามแล้วก็หน้าซีด เธอยืนนิ่งอยู่ข้างๆ สามี ธงรามมองมายังเธอ แล้วเอ่ยทักเสียงแหบ“น้องแก้มหอม มาด้วยหรือครับ แหะๆ พี่ต้องขอโทษหลายๆ เรื่องเลย”“ค่ะ” เธอตอบเพียงแค่นั้น แล้วยิ้มแหยส่งให้เขา “พ่ออย่าไปหาเรื่องอะไรพี่รามเข้าล่ะ เค้าช่วยหวานจนขาเจ็บ”เสียงใสๆ ดังขึ้น ร่างเพรียวชะลูดถูกห่อพันไว้ด้วยผ้าห่มไปครึ่งตัว เขาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของหล่อนที่โผล่พ้นชายผ้าห่มออกมา “แล้วใครล่ะพาหวานไปเจ็บตัว”ผู้เป็นบิดาเอ่ยสวน นั่นแหละเขาถึงได้เห็น ‘เด็กจอมซน’ เข้าเต็มๆ ตา เมื่อหล่อนดึงผ้าห่มออก แล้วเถียงบิดาฉอดอย่างจะปกป้องธงราม“หวานนี่แหละ พาเค้าไปเจ็บตัว ถ้าไม่ได้พี่รามนะ ไม่รู้หวานจะเป็นไงบ้าง”ใบหน้านั้นแม้จะมอมแมม แต่ก็ยังสวย...หล่อนเป็นลูกครึ่งแน่นอน นัยน์ตาคมกริบวาวหวาน จมูกโด่งเป็นสันสวย ปากอิ่มเอิบมีเสน่ห์ อื้อหือ...พี่ชายเขานี่ ตาแหลม
ธงลักษณ์ขับรถควงคนเดียวยาวจนถึงเชียงใหม่ เพราะหาไฟล์ทบินไม่ได้ในเวลากะทันหันแบบนี้ จันดาลีกระโดดตามเขาขึ้นรถมาด้วย เธอพยายามพูดปลอบโยนเขาตลอดทาง ขณะที่เขานิ่งเงียบเพราะเครียดเรื่องความปลอดภัยของพี่ชายเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน กว่าจะถึงเชียงใหม่ บริเวณที่เจ้าหน้าที่กำลังทยอยกำลังกันเดินเท้าเข้าไปตามหาธงราม ก็เกือบเก้าโมงเช้า จันดาลีเกาะอยู่ข้างๆ สามี อย่างเป็นห่วง เธอเองก็แค่งีบๆ ไปในรถเพราะเพลียจัด แต่ก็ยังได้พัก ส่วนธงลักษณ์นั้นไม่ได้พักเลย“กี่ชั่วโมงแล้วครับ ที่พี่ชายผมติดอยู่ที่นั่น” “ก็...เกือบสิบห้าชั่วโมงแล้วครับ แต่เรากำลังตามรอยกันอยู่ เจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่า พบเห็นรอยเท้าแล้วก็ร่องรอยของคนทั้งคู่แล้วบ้างครับ”“ผมพอจะช่วยอะไรได้ไหมครับ”ธงลักษณ์ว่า จันดาลีมองหน้าสามี ตาของเขาแดงก่ำ เพราะอดนอน เธอเอ่ยแทรกเสียงเบา“อ้ายลักษณ์ไปพักก่อนบ่เจ้า บ่ได้นอนทั้งคืนเลย ทางนี้ก็ปล่อยเจ้าหน้าที่เผิ่นทำงานก่อนเนาะ”“พี่ห่วงนายราม คงจะพักไม่ได้ หลับไม่ลงหรอก”“ไปพักก่อน” จันดาลีพยายามเกลี้ยกล่อม “นอนสักนิด หาอิหยังกินสักหน่อยก่อน แก้มหอมขอนะ แก้มหอมกลัวอ้ายลักษณ์บ่ซำบาย” เธอไม่เคยเอ่
ดูเหมือนว่าการลงรูปการรับประทานอาหารของพวกเธอทั้งสี่คน จะทำให้ข่าวเรื่องเลสเบี้ยนระหว่างเธอกับริสาเปลี่ยนไป ตอนนี้คนกำลังเริ่มจับตาและเชียร์อัพนักรบและริสา ถึงกับมีการสร้างเพจลุ้นรักนักรบขึ้น ให้กำลังใจชายหนุ่มเอาชนะใจริสาให้สำเร็จอืม...กระแสในโซเชียลนี่ ก็มาไวไปไวดีเหลือเกิน แต่ก็ยังเหลือคอมเมนต์ และยังมีบางเพจ มาเล่นข่าวปลอมๆ ทำโจมตีเธออยู่ไม่เลิก เห็นแล้วก็พานนึกเพลีย จันดาลีถอนใจน้อยๆ ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานใดๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสื่อนี่ เธอก็ว่าจะเลิกเล่นโซเชียลสักพักล่ะ คนพวกนี้คิดอะไรอยู่นะ กับการเล่นเรื่องเสียหายทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนนี่ สนุก? หรือว่าอะไร ริสาบอกว่าอาจจะเป็นคู่แข่งทางการค้าดิสเครดิตหรือเปล่า แต่...ใครจะเล่นสกปรกกันได้ขนาดนี้กันคิดไม่ออกจริงๆ จันดาลีเลยได้แต่ถอนใจ เธอกำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ ข้อความแชทของริสาก็เด้งขึ้นมา ทำให้เธออมยิ้ม ขณะที่พิมพ์ข้อความลงไปไงคะ?อะไรยะอิอิอิขำอะไรยัยแก้มหอมขำคนกำลังจะดังแทนเฮาไม่ชอบเลย นี่แทบจะไม่อยากเล่นเฟซ เล่นไอจีล่ะ ลงรูปอะไรก็มีแต่คนเมนต์นั่นนี่เยอะแยะชอบหรือซัง (ชัง)ตอบไปทางนั้นเงียบกริบ จันดาล






![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
