“อีหล่าตกลงแม่นบ่”เสียงถามของบิดา ทำให้จันดาลีเขินจนตัวแทบจะแทรกลงไปในโซฟา เธอหน้าแดงก่ำ แล้วก้มหน้างุด รอยยิ้มแยกกว้างเต็มที่ ตากลมคมสวยเปล่งประกายระยิบระยับ อาการของลูกสาวเพียงแค่นี้ก็บอกแล้วล่ะว่า จะตกลงหรือไม่ตกลง“เบิ่ง(ดู) หน้าลูกสิ เบิกบานปานดงดอกไม้ คงจะบ่ขัดหรอก”มารดาเอ่ยขึ้นมาสำทับ ทำให้คนที่เขินจนตัวบิดสุดจะทนแล้วตอนนี้ เธอลุกพรวดขึ้น ทำให้ท่านทั้งสองมองหน้าเธอพร้อมๆ กันด้วยความตกใจที่จู่ๆ เธอลุกพรวดพราดขึ้นแบบนั้น“โอย...แก้มหอม ไปเฮ็ดเวียก (ทำงาน)ก่อนล่ะเจ้า” “จะไปเฮ็ดอิหยัง (ทำอะไร) ป่านนี้ นี่เราอยู่เมืองไทย บ่ได้อยู่เวียงจันทร์นะอีหล่า”“นั่นล่ะ น้องมีงานจะต้องเฮ็ดมากมายพะเนิน ไปล่ะเด้อ”ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินปร๋อ หนีพ่อแม่ที่มองหน้ากันพลางอมยิ้ม“ขนาดนุ่งซิ่น ยังเดินปานซิ่งไปเลยนะนั่น ลูกสาวหล่าเฮา”“ถ้าจะเขินอายล่ะสิ” คุณพอนไซหันมายิ้มกับภรรยา“ก็แอบฮัก (รัก) เขามาตั้งนานนมล่ะหนอ” คุณบุหงาถอนหายใจเบาๆ“แต่ที่เราทำนี่ มันเหมาะแล้วเนาะเจ้าอ้าย ที่ว่า...เอ่อ...” เธอย่นจมูกนิดๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนกับสามีทำลงไปหนนี้“เราสองคนทำเหมือนเอาลูกสาวไปใส่พานถวายเขา แถม
آخر تحديث : 2026-05-18 اقرأ المزيد