INICIAR SESIÓN“พรุ่งนี้หวานต้องไปส่งสร้อย ดักรอคุณสีสันนะ เอ...ต้องเรียกว่าคุณรามสิเนาะ”
“แล้วนี่ไม่ทำงานทำการหรือยังไงกันน่ะ คุณสร้อย”
ว่าแล้วก็ปรายตามองเพื่อนสาว ที่ตอนนี้กำลังนอนมาร์คหน้าอยู่บนเตียงของเธอ
“ขอลางานแม่แพนเค้กวันหนึ่งน่ะ นานๆ หยุดที แม่ไม่ว่า อิอิ ถ้าจะบ้าผู้”
“แนะ”
ฟังแล้วก็อดใจคอไม่ดีแทนน้องชายนัก เธอรู้ว่านาวินคิดยังไงกับสร้อยสาย คงจะแปลบใจใช่เล่นเลยล่ะ ที่สาวที่ตัวเองแอบรัก ตอนนี้ดูจะชื่นชมผู้ชายคนอื่นอย่างออกนอกหน้ามาก
“ก็แค่เอฟซี แฟนคลับเฉยๆ คนมันปลื้มอะเค้าเขียนหนังสือสนุกจริงๆ นะยัยหวาน ต้องลองอ่าน แล้วจะติดหนึบๆ”
“ที่กรี๊ดกร๊าดตานั่นกันนี่เพราะผลงานสินะ”
“อันนั้นก็เรื่องหนึ่ง ของแถมคือคุณรามอะหล่อมากกกก”
สร้อยสายลากเสียง เธอดึงมาร์คหน้าที่แห้งแล้วออก เอาแผ่นที่แปะหน้าเมื่อครู่ลูบแขน เพราะเผื่อว่ายังมีตัวบำรุงเหลือจะได้บำรุงผิวตรงส่วนอื่นไปด้วยจะได้ใช้ให้คุ้มค่า
“อะนะ”
“เห็นในอินสตาแกรมปุ๊บนะ ฉันขอสมัครเป็นแฟนคลับไปยาวๆ เลย อิอิอิ”
“เยอะนะเราอะ”
หวานใจมองเพื่อนแล้วค้อน สร้อยสายมานั่งข้างๆ เธอก่อนจะยิ้มกว้าง เอียงซ้ายเอียงขวาให้หวานใจมองดูหน้าของเธอ
“ดูให้หน่อย ว่าหน้าอิ่ม ฉ่ำ เด้งหรือยัง”
“มันก็เหมือนเดิมรึเปล่าอะ”
“พูดจาตัดกำลังใจจริงๆ มาร์คนี่เคลมว่าทำให้ผิวฟู เด้งดี ภายในสามชั่วโมงเชียวนะยะ แผ่นหนึ่งแพงนะนี่ ลงทุนพกมามาร์คด้วย เพราะพรุ่งนี้จะไปเจอคุณรามนี่แหละ”
“ฉันไม่เห็นว่าหน้าแกจะเด้งขึ้นนะสร้อย เห็นแต่...”
ว่าแล้วก็ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเพื่อนอย่างหยอกๆ นัยน์ตาระยับขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“สิวแกขึ้นหรือเปล่าน่ะ ดูสิมีรอยแดงๆ ตรงหน้าผากเลย”
“หะ...เหรอ ตายแล้วๆๆ”
พอลุกพรวดขึ้นไปส่องกระจก สร้อยสายก็ร้องกรี๊ดๆ ทำให้คนที่ใจจะแกล้งหัวเราะคิกคัก เออ...ทุกคนดูจะเป็นเอามากจริงๆ เกี่ยวกับเรื่องของนายธงรามอะไรนี่
พรุ่งนี้เธอจะต้องไปเป็นสารถีให้ตานั่นอีกวันสินะ
โอ๊ย...ไม่อยากไป แต่จะทำไงได้ล่ะ รู้ทันเสียอีกนะว่าเธอแกล้งเอาให้กินอาหารพื้นเมืองแบบชวนหวาดเสียว แล้วก็ดันกล้ากิน แถมยังมาตักแบ่งเธอ จนทำให้เธอพานกินข้าวไม่อร่อยมาจนถึงตอนนี้
ล้างแค้นสิบปียังไม่สายสินะ
แล้วเธอจะจัดการหมอนี่ยังไงดีนะ
บางทีหวานใจก็โตแต่อายุ ใจบางอย่างก็ยังเป็นเด็กๆ จอมซนอยู่บ้าง โดยเฉพาะกรรมพันธุ์เรื่องขี้แกล้ง เรื่องนี้ถ่ายทอดมาจากพ่อของเธอคือเพลิงแบบเกือบร้อย
เธอคิดทบทวนไปมาว่าจะหาทางจัดการหมอนั่นยังไงดี ให้หายเจ็บใจก็ยังดีเอ้า!
หูก็ฟังสร้อยสายพร่ำบ่นถึงเรื่องสิว แถมด้วยเรื่องจะแต่งตัวยังไงดี ชุดที่เอามาสวยหรือยังนะ ใจก็คิดยุ่งไปหมดว่าจะทำยังไงกับนายธงรามดี สักพักก็มีเสียงเคาะประตูห้อง นาวินนั่นเอง เขายิ้มปริ่มข้ามเธอไปมองสร้อยสาย ที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายุ่ง สาละวนอยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง
“มีอะไร?”
“มาชวนลับสมอง” เขาอวดสำรับไพ่ในมือ
“ไหนๆ วันนี้ก็อยู่กันเกือบครบขา เล่นป๊อกเด้งกันไหมพี่หวาน ผมเป็นเจ้ามือเอง”
“มาๆ เข้ามา ยัยสร้อย มาเล่นป๊อกเด้งกับนาวินกัน”
“หืม…”
สร้อยสายหูผึ่งเลยล่ะกับคำว่าป๊อกเด้ง เธอชอบเล่นกับมารดาบ้างเพื่อนบ้าง เล่นพนันขันต่อกันนิดหน่อย ห้าบาทสิบบาทพอสนุก ถึงจะชอบแต่นานๆ จะได้เล่นสักที เพราะมัวแต่ทำงาน และไม่มีโอกาส
“เอาจริงเหรอนาวิน”
“เอาจริงสิพี่สร้อย”
เขามองสาวเจ้าตาเยิ้ม ขณะที่สาวไม่ได้มองเขาเลย โถ...พ่อข้าวเหนียวนึ่งที่น่าสงสารของพี่หวานใจเอ๊ย หวานใจมองน้องชายอย่างนึกเอ็นดู
“หมดตัวเหมือนหนก่อนอย่างมาโอดนา”
“ไม่น่า...ก็ตาล่ะห้าบาทสิบบาทก็พอแล้ว พี่สร้อยอย่างแทงหนักสิ”
“พี่มีทุนแค่สองร้อยนี่ล่ะ”
สร้อยสายถูมือ นัยน์ตาเป็นประกายวิ้งๆ เลยทีเดียว เมื่อจะได้ทำเรื่องโปรด หวานใจหาผ้ามาปูเพื่อรองรับไพ่ กะเล่นกันบนพื้นข้างเตียงนั่นแหละ แต่ก่อนที่พวกหล่อนจะทันได้เล่นกัน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกหน ทำเอาเก็บรวบหลักฐานแทบไม่ทัน
“อ้าวแม่จ๋า”
หวานใจคนไปเปิดประตู ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นมารดา เพราะปรกติเวลานี้ท่านมันจะอยู่ทำงานกับบิดาในห้องทำงาน
“พรุ่งนี้ฝากเซ็นหนังสือให้แม่อีกเล่มสิ”
ท่านวางหนังสือบนมือของหวานใจ แล้วชะโงกมองว่าเด็กๆ กำลังทำอะไรกัน นาวินนั่งทับบนผ้าที่มีไพ่ซ่อนอยู่ ทำเป็นมองโทรทัศน์ข้างๆ มีสร้อยสายที่มองจ้องทีวีตาเป๋ง ใจเต้นตึกๆ เพราะรู้ว่าตวงรักไม่ชอบให้เล่นการพนัน ถ้ารู้คงจะโดนดุเรียงตัวล่ะงานนี้
“ได้สิแม่”
เจ้าตัวทำจมูกฟุตฟิต เมื่อได้กลิ่นวานิลาลอยกรุ่นมาจากตัวมารดา และกลิ่นเหมือนขนม
“แม่จ๋าทำอะไรหรือเปล่าอะ ทำไมหอมๆ”
“แม่ทำคุกกี้เม็ดมะม่วง จะฝากไปให้คุณรามเขาพรุ่งนี้ แอบสืบมาว่าเขาชอบ ก็เลยอยากจะทำสูตรเด็ดของแม่ไปให้ชิม ให้พลังงานนักเขียนคนโปรดสักหน่อย จะได้อ่านเรื่องใหม่เร็วๆ”
“น้าตวงขา...”
สร้อยสายถึงกับถลามาที่ประตู เมื่อได้ยินว่าตวงรักพูดว่าจะทำอะไรไปให้คนโปรดของพวกเธอ
“สร้อยไปช่วยทำนะคะ จะได้ใส่ความรักลงไปเยอะๆ พี่รามจะได้มีกำลังใจเขียนนิยายให้พวกเราอ่าน”
“ไปๆ”
แล้วสองสาวต่างวัยก็จูงมือกันลงไปเสียอย่างนั้น นาวินอ้าปากหวอ ส่วนหวานใจได้แต่ยักไหล่ ก่อนจะถอนใจเฮือก แล้วมานั่งแปะข้างๆ น้องชาย
“โห...อุตส่าห์หลบแม่พกไพ่มาด้วยอะ”
“ต้องไปหัดเขียนนิยายให้เก่งๆ นะนาวิน ยัยสร้อยจะได้กรี๊ดเอาบ้าง” พี่สาวว่าแบบนั้น ทำเอาน้องชายยิ้มแหย หน้าแดงเถือกขึ้นทันที
“อะไรอะพี่หวาน”
“แกนั่นแหละ อะไร? แอบชอบยัยสร้อยมันล่ะสิ มิน่าล่ะ ถึงไม่สนใจน้องวาวา ที่ไล่เพียรตามตื๊อ ตื๊อเช้าตื๊อเย็น จนเพื่อนเรางาบไปกินเสียเอง”
“แหม...”
อายจนไม่รู้จะทำอย่างไร ไหนๆ พี่สาวก็รู้ความในใจไปแล้ว ก็เลยนอนกับพื้น เอาหมอนอิงบนโซฟามาปิดหน้าแก้เขิน เห็นอาการของน้องชายแล้ว หวานใจก็ขำกิ๊ก แล้วไปทรุดลงนั่งขัดสมาธิข้างๆ กันกับนาวิน
“มาหนนี้ ก็บุกให้สำเร็จเลยสินาวิน”
“ผมอายอะ ไม่กล้า...ผมจะจีบยังไงล่ะ พี่สร้อยคงเห็นผมเป็นแค่น้องนะพี่หวาน แบบ...เฮ้อ...พี่หวานไม่รู้อะไรพี่สร้อยน่ะ เผลอๆ เห็นผมเป็นเพศเดียวกันไปหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ยังไง?”
ขมวดคิ้วแล้วมองหน้าน้องชาย ที่ตอนนี้จากเขินหนัก ก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นเซ็งจัดได้อย่างรวดเร็ว เขาเอาหมอนมากอด แล้วทรงตัวขึ้นนั่ง พลางเริ่มระบาย
“พอผมจะเริ่มเลียบๆ เคียงๆ ชวนคุยแบบพิเศษๆ อะไรแบบนี้ พี่สร้อยก็จะชอบเท้าความไปถึงเรื่องอดีตของพวกเรา ตอนที่เป็นเด็ก วิ่งแก้ผ้าลงกระโดดน้ำฝายในสวนโครมๆ ด้วยกัน ยังล้อผมเรื่อง...”
หน้าของนาวินแดงจัดอีกหน เมื่อรำลึกถึงอดีต เหมือนว่าหวานใจก็จำได้ว่าพ่อตัวดีทำอะไรไว้ เธอก็เลยหัวเราะคิกออกมา
“พี่หวาน หัวเราะอะไรอะ ตอนนั้นมันเด็กรึเปล่า? เลยทำลงไป”
“เรื่องที่เราเอาจู๋ไปหนีบขาไว้ แล้วบอกว่าเป็นผู้หญิงเหมือนพวกพี่แล้ว เสกจู๋หายไปแล้ว ขอเล่นตุ๊กตากระดาษด้วยน่ะเหรอ ร้องไห้ขี้มูกยืดที่พวกพี่ไม่ให้เล่นด้วยเพราะเป็นผู้ชาย ก็เลยไปทำลายหลักฐานตัวเอง แก้ผ้ามาอวดอะนะ”
“โอ๊ย...พี่หวานนนน” นาวินลากเสียง อายจนไม่รู้จะอายยังไง
“ก็ตอนนั้นมันสี่ขวบรึเปล่าอะ แล้วพวกพี่ทำไมถึงจำ...จ๊ำจำกันนะเรื่องบ้าๆ แบบนี้”
“แหม...” หวานใจขำจนน้ำหูน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงอดีตวัยเยาว์
“ก็มันประทับใจน่ะสิพ่อคุณ โอ๋ๆ อย่ามาร้องน้า ตอนนี้เป็นหนุ่ม กล้ามโตบะเริ่ม นมก็จะโตกว่านมพี่ไปล่ะเราน่ะ อิอิอิ เอ...ที่เพาะกล้าม เลยไปเพาะนมนี่ เพราะอยากมีนม มาเล่นกับพวกพี่อีกหรือเปล่านะ”
“พี่หวาน!”
ทำเสียงเข้ม แล้วก็ต้องถอนใจ เมื่อเห็นพี่สาวตัวดียังหัวเราะ เอาเถอะ ขำกันเข้าไป หวานใจขำน่ะไม่เท่าไหร่ แต่กับอีกคนนี่ เขาไม่อยากให้หล่อนจำเรื่องน่าอายอะไรแบบนี้เลยสักนิด
“ก็นั่นล่ะ...ผมจะไปรอดเหรอ กับพี่สร้อยน่ะ จะเริ่ม จะจีบ ก็น่ะ...”
“อืม...”
หวานใจชักจะหนักใจหนักอกแทนน้องชาย อย่างว่าเรื่องของหัวใจบางทีก็ลึกล้ำซับซ้อนเหลือเกิน เรื่องของใครก็คงจะต้องจัดการเอาเองนั่นแหละ
“แถมยังมีนายสีสันอะไรนั่นอีก เสน่ห์แรงจริงๆ ผมเข้าใจความรู้สึกของลุงเพลิงล่ะแหะ โอย...หงุดหงิด หึงอะ”
“นายนี่...ดูท่าจะเอาไว้ในรีสอร์ตของเราไม่ได้จริงๆ พี่อยากจะให้ย้ายออกไป เช็คเอ้าท์ออกไปเสียวันนี้พรุ่งนี้”
“ผมก็ชักจะอยากทำแบบนั้นเหมือนกัน” นาวินว่า
“สองหัวดีกว่าหัวเดียวนะนาวิน เคยได้ยินสุภาษิตนี้หรือเปล่า?”
พี่สาวตาเป็นประกายทันที ขณะที่น้องชายขมวดคิ้วนิดๆ
“แล้วเราทั้งสองหัวจะโดนป้าตวง โบกเอาคนล่ะที หรือเอาหนังสติ๊กยิงไหมล่ะพี่หวาน”
“แหม...มันก็ต้องเนียนๆ สิ มาช่วยคิดสิ ว่าจะทำแบบไหน ทำยังไง ให้ตานั่นเคือง ไม่ชอบที่นี่ จนอยากจะหนีเช็คเอ้าท์ออกไปน่ะ”
“อืม”
แล้วปฏิบัติการสองหัวดีกว่าหัวเดียวของสองพี่น้อง ก็เริ่มขึ้น...
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ





![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

