INICIAR SESIÓNธงรามปิดปากหาว พลางถอดแว่นสายตาที่ใช้ยามทำงานออก ตามองจ้องจำนวนคำและจำนวนหน้าบนเครื่องโน๊ตบุ๊ค แล้วยิ้มอย่างพอใจ วันนี้งานคืบหน้าแหะ เป็นการเปิดเรื่องที่ไม่เลวเลยล่ะ เขาทำงานในสถานการณ์แบบนี้ได้ถึงสามหน้า ถือว่าเป็นการทำงานที่ลื่นไหลกว่าสถานการณ์ปรกติเสียด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มส่งข้อความ หาเพื่อนสนิทที่เป็นบรรณาธิการ ทิวสนจะได้ไม่เป็นห่วงเขามากเกินไปนัก น้องชายบอกสั่งไว้ว่าระหว่างที่เคลียร์เรื่องวุ่นๆ นี้ให้เขาหายหัวไปก่อน ห้ามติดต่อใคร แต่กับทิวสน ธงรามขออนุญาตละเมิดคำสั่งน้อง แอบแวบติดต่อไป เพราะนึกสงสารเพื่อนรัก ที่ป่านนี้คงจะว้าวุ่นมากแน่ๆ
เขาหยิบบุหรี่ เดินออกไปนอกบ้าน เพื่อสูบมันที่ตรงบริเวณม้านั่งหน้าบ้านพักของเขา อากาศในยามดึกเย็นสบาย เขามองเหม่อไปยังท้องฟ้าที่มีเพียงดวงดาวส่องประกายระยิบระยับทักทายเขา คืนเดือนมืดไร้จันทร์ เผยความงามของเหล่าดวงดาวให้เขาได้ชื่นชมกับธรรมชาติ
โทรศัพท์ที่เขาถือติดมาด้วยสั่นเบาๆ เป็นสัญญาณบอกว่ามีสายเข้า เขาหรี่ตาเพื่อเพ่งมองว่าเป็นหมายเลขของใคร สูดลมหายใจเข้าน้อยๆ อย่างจะเตรียมรับมือ
“ไอ้ราม ไอ้ห่า ไอ้...”
คำด่าสบถ ออกมาอีกเป็นชุดจากปลายสาย เขารอจนทางนั้นพักเหนื่อย แล้วจึงส่งเสียงทักทายกลับ
“ไง”
“ยังจะมาไงอีก กูนี่เกือบโดนคุณนายแม่ของมึงจิกหัว อื้อหือ...วุ่นวายกันทั้งสำนักพิมพ์”
“อา...”
“เค้าหาว่ากูพามึงหนีครับ ไอ้ราม พุทโธ่ กูจะพามึงหนีทำแมวอะไรวะ มึงสวยเหมือนลิซ่าก็ยังพอว่า จะพาหนีได้คุ้มหน่อย นี่ตัวยังกับควาย แดกก็เปลือง งานก็กว่าจะส่งกูแต่ล่ะที กูเข็นแล้วเข็นอีก ฮ่วย!”
“เอ่อ...”
ฟังไปก็อดขำไม่ได้ พยายามจะเปิดช่องหาทางคุยแก้ตัวสักนิด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เว้นช่องไฟให้เขาเลยสิน่า
“แล้วมึงเป็นอะไรของมึงไอ้ราม หะ! สีดาของมึงสวยขนาดนั้น โอ้โห...ยังจะเสือกหนี ปล่อยให้พระลักษณ์คาบไปแดกแทนซะงั้นอะ”
“สีดานั่นแม่กู”
เขาว่าปรามๆ เขาชื่อคล้ายตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ พวกเพื่อนบางทีก็ล้อคนที่มาเป็นคนรักของเขาว่าสีดาของเขา ซึ่งมันก็ดันไปพ้องกับชื่อของมารดา เหมือนการหยอกล้อแหย่กันแรงๆ ตามประสาเพื่อนผู้ชายห้าวๆ
“จริงนะ กูเห็นตอนไปงานมึง อื้อหือ น้องจันดาลีน่ะ สวยจนกูเคลิ้มเลย แล้วมึงทำไมถึงหนีหอวะ ปล่อยให้ไอ้ลักษณ์ มันกลายเป็นเจ้าบ่าวไปแทนซะอย่างนั้น แถมพวกกูก็พลอยโดนด่าไปด้วย ข้อหาสมคบคิดให้มึงหนี”
“ข่าวข้างนอกเป็นยังไงบ้าง เอ่อ...น้องแก้มหอมโดนว่าเสียหายอะไรหรือเปล่า?”
“ก็ไม่มีข่าวอะไรนะ ปิดกันเงียบเลย ที่กูรู้ว่าไอ้ลักษณ์กลายเป็นเจ้าบ่าวแทนมึง ก็จากแม่มึงนั่นแหละว่ะ ที่มาอาละวาดวันนั้นแหละ”
“งั้นก็โล่งอกไปที”
เขาเองนึกสงสารจันดาลีและครอบครัวของเธอเหมือนกัน ถ้าจะต้องมามีชื่อเสียเพราะตัวเขา แต่...เขาเอ็นดูเธอแบบน้องสาวเท่านั้น ความรักมันบังคับกันไม่ได้จริงๆ ขืนแต่งกันไปจริงๆ วันหนึ่งเขาอาจจะต้องขอให้เธอเลิกรากับเขาจนได้นั่นแหละ
ความรัก...
อืม...
ภาพใบหน้าของใครบางคน แวบเข้ามาในห้วงนึก
“ตกลงมึงไปสิงอยู่แถวไหนวะไอ้ราม แล้วเรื่องงานล่ะ”
“กูอยู่ที่...เอ่อ กูไม่บอกดีกว่า”
“กลัวกูปากโป้งรึไง ไม่หรอก...อีกอย่างคุณนายแม่ของมึงเค้าก็เลิกมาจ้องจับผิดกูล่ะ กูจะไปสิงอยู่ด้วยคนว่ะ”
“หืม?”
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ กูจะลาพักร้อนเฮียหนุ่มเค้าสามอาทิตย์ จะได้อ้างว่าไปเกาะตามงานมึงไง จะได้ลาง่ายหน่อย”
“มึงมีเรื่องอะไรวะ”
“กูกำลังจะโดนเหมือนที่มึงโดนจนต้องหนีเตลิดอยู่นี่ไง”
“หืม”
“เอ่อน่ะ ส่งพิกัดมาด่วน เดี๋ยวกูจะไปหามึงด้วยความรวดเร็ว ส่งมาทางไลน์นะไอ้ราม ถ้าไม่ส่งกูจะแช่งให้แม่มึงตามหามึงเจอ แล้วก็ลากมึงกลับมาเข้าหออีกที”
“เอ่อๆ”
“กูวางล่ะ ไอ้ห่า...ปั่นงานด้วยล่ะมึงน่ะ กูไปอ้างกับเฮียว่าพักร้อนกะตามงานมึง กูก็ต้องมีผลงานนะโว้ย”
“เอ่อ”
ตอบได้แค่นั้น ทางนั้นก็วางสาย แล้วก็มีเสียงข้อความดังขึ้นแทน ธงรามจำต้องส่งพิกัดไปให้อีกฝ่าย เพราะไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องโดนตื๊อไม่เลิกแน่ๆ
เรื่องที่ธงรามอยากให้เป็นความลับ มันชักจะไม่ค่อยลับเสียล่ะ
เขาลังเลว่าจะส่งข้อความหาน้องชายดีไหม อยากถามไถ่ว่าเรื่องราวไปถึงไหนแล้ว แต่ก็ควรทำตามที่ธงลักษณ์สั่งเรื่องติดต่อกัน เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอีกหน แล้วขยี้มันกับจานรอง ลุกขึ้นยืนพลางเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ตามองเหม่อไปในความมืด ใจล่องลอยไปไกล
ทอดอารมณ์อีกสักพัก เขาก็กลับเข้าห้อง ล้างหน้าแปรงฟันลวกๆ ก่อนจะขึ้นเตียงนอน แต่ยังข่มตาหลับไม่ลง เขานอนก่ายหน้าผาก ตายังคงมองจ้องไปที่ความมืด
แบบนี้...เรื่องยุ่งๆ ของธงลักษณ์กับจันดาลีจะจบได้เมื่อไหร่กันนะ
แล้วเมื่อไหร่เขาจะพ้นผิดได้กลับบ้านกันหนอ
แต่...
การอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวหรอก
............................................................................................................................................................................
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในยามสาย คนที่นอนเกือบค่อนรุ่งเพราะมัวแต่คิดอะไรวุ่นวายถึงกับสะดุ้งตื่น เขางัวเงียเดินไปเปิดประตู แล้วก็ตื่นเต็มตา เมื่อเห็นคนที่ยืนหน้าหงิกๆ มือถือถุงกระดาษ ที่เป็นคนมาเคาะห้องเขาในยามสายวันนี้
“คุณลูกค้า...”
ปัง!
เขาปิดประตูดังปัง แล้วรีบก้าวเข้าไปในห้องน้ำ หยิบน้ำยาบ้วนปากมากลั้วปาก หยิบเอาหวีมาหวีผมลวกๆ เสยมันไปข้างหลัง แล้วรวบเอาไว้ด้วยยางรัดผม ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูอีกหน คนที่กำลังงงๆ เพราะถูกปิดประตูใส่หน้า ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ธงรามกระแอม พร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋า แล้วยิ้มส่งให้เธอ
“ครับ”
“เอ่อ...เอ้า...ขนมค่ะ แฟนคลับของคุณทำมาให้”
หายงงแล้วหวานใจจึงยื่นถุงขนมส่งให้เขา ธงรามรับไว้ เขาพึมพำขอบคุณเธอ นัยน์ตาคมจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ มองเพลินไปตามคิ้ว ตา จมูกปาก อย่างละสายตาแทบไม่ได้ คนถูกมองกะพริบตาเมื่อเห็นว่ากำลังถูกจ้อง แล้วเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับทำเสียงแข็งๆ
“มองอะไรคะ?”
ธงรามสะดุ้ง เหมือนจะรู้ตัวว่าเผลอมองเธอเพลินไป เขาเพียงยิ้มส่งให้ แล้วกระแอมก่อนจะก้มลงมองถุงกระดาษที่รับมาจากเธอ สิ่งของในนั้นทำให้เขาถึงกับเริ่มหิวขึ้นมาทันที
“คุกกี้ น่ากินจังเลยครับ แฟนคลับนี่ คุณแม่ของคุณหรือเปล่าครับ”
“หวาน...บอกคุณธงรามหรือยัง เรื่องจัดทริปพิเศษให้เค้าน่ะ อุ๊ย...คุณธงราม”
เสียงใสๆ เอ่ยดังแทรกขึ้น พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินแกมวิ่งตรงมายังเธอและเขา หล่อนรูปร่างเล็กกว่าหวานใจ ใบหน้าสวยคม ผมของหล่อนปล่อยยาวจนถึงเอว เป็นคนที่ผมสวยมาก ผมหล่อนมันและดำขลับ ยามวิ่งมันสะบัดทิ้งตัวตามหลังเจ้าของ ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพู หล่อนสวมชุดเอี๊ยมสีเขียวขนมเปียกปูน เสื้อตัวในเป็นเสื้อยืดสีขาว มันทำให้หล่อนดูสดใสน่ารักสมวัย
“กำลังจะบอก”
หวานใจทำเสียงเบื่อๆ เอ้าไหนๆ เพื่อนของเธออยากจะนำเสนอ ก็ให้บอกกันเองไปเลยก็แล้วกัน เธอรุนหลังสร้อยสายให้ยืนตรงหน้าระหว่างเธอและธงราม
“สวัสดีค่ะ”
สร้อยสายยกมือไหว้เขา ยิ้มกว้างให้เขา ตามองเขาด้วยนัยน์ตาชื่นชม ธงรามมักจะเจอกับสายตาแบบนี้เสมอๆ ยามที่เขาพบปะกับแฟนนิยายของเขา มันเป็นสายตาที่เทิดทูนบูชา และทำให้ธงรามอดชื่นใจปลื้มใจไม่ได้ทุกครั้ง
“สวัสดีครับ”
“คือ...”
พอเจอขวัญใจตัวจริงๆ ตรงหน้า แถมยังโต้ตอบเธอด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาทำให้สร้อยสายขาสั่น แทบจะเป็นลม เธอไม่กล้ามองหน้าเขาแบบเต็มตา โอย...เขิน เขินไม่ไหวแล้ว สาวน้อยคิดเพียงแค่นั้น แล้วก็เขินจัด จนต้องวิ่งหนีกลับไปดื้อๆ ทิ้งให้ธงรามมองตามหลัง แล้วร้องออกมาว่า
“อ้าว...”
“ยัยเพี้ยนเอ๊ย”
หวานใจมองตามหลังเพื่อน อดขำสร้อยสายไม่ได้ เธอหันมามองก็เจอว่าธงรามกำลังมองเธออยู่พอดี จึงยักไหล่ เผลอทำแก้มป่อง ซึ่งทำให้คนมองอยู่หัวใจสะดุดตุบ...
โครม!
หัวใจเขากำลังหล่นร่วงลงไปในอะไรบางอย่าง
ทำไมเธอถึงได้
น่ารักมากขนาดนี้กันนะ...สาวน้อย
“ยัยสร้อยเป็นแฟนคลับนิยายคุณน่ะ แล้วก็เป็นคนช่วยทำขนมในถุงนี้ด้วย ส่วนเรื่อง เอ่อ...เรื่องทริปน่ะ วันนี้ฉันมีทริปพิเศษจะมาเสนอคุณ ไม่ใช่การขี่มอเตอร์ไซค์พาเที่ยว แต่เราจะพาคุณนั่งรถเที่ยวในสวนส้ม สวนดอกไม้ละแวกนี้ คุณจะไปหรือเปล่า?”
“ไปสิครับ”
ตอบโดยไม่ต้องคิดกันเยอะล่ะ หวานใจยิ้มกว้างให้เขา นัยน์ตาเป็นประกายระยับเลยล่ะ หัวใจที่ร่วงหล่นไปแล้วของธงราม มันยิ่งถูกดูดให้ถลำลึกลงไปเสียยิ่งกว่าเดิมเพราะรอยยิ้มนั้น
“ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน แล้วคุณจะรักรีสอร์ตของเรา และการพาเที่ยวของเราค่ะ คุณลูกค้า”
ไม่ต้องเชิญชวนให้เชื่อขนาดนั้นด้วยรอยยิ้มแสนน่ารักนี่ เขาก็รัก...ที่นี่มากขึ้นทุกวัน ทุกวินาทีอยู่แล้ว
ธงรามคิด ขณะที่มองตามหลังหวานใจที่เดินจากไป เพื่อให้เขาได้เตรียมตัว
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ





![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

