INICIAR SESIÓNหวานใจและนาวินกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วเพราะเปิดเทอม เป็นการเปิดเทอมที่หวานใจแสนจะมีความสุข เพราะธงรามซึ่งตอนนี้ได้ถูกรับรู้จากมารดาแล้วว่า กำลังคบหาดูใจกับลูกสาวเธอ แถมได้ไฟเขียวจากท่านแล้วเรียบร้อย ว่าจะช่วยเธออีกด้วย
ธงรามแวะมาหาเธอเกือบทุกวัน เขาเองก็ต้องทำงานช่วยที่บริษัท ตามคำสั่งของมารดาที่ต้องเรียนรู้งานและช่วยงานของน้องชาย ถ่ายเทงานจากธงลักษณ์ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะน้องชายของเขากำลังจะย้ายตัวเองไปทำงานที่หนองคาย อาจจะไม่ค่อยได้มาทำงานที่สาขาใหญ่อีกแล้ว
ถึงจะกลุ้มใจ เครียดบ้าง กับงานที่ตนเองไม่ถนัด แต่ธงรามมีกำลังใจอย่างหวานใจ ที่เป็นแรงชูใจให้กับเขาอย่างดี เขาตั้งใจจะเฝ้ารอให้เธอเรียนจบ และวันนั้น...เขาจะไปแนะนำตัวกับบิดาของเธอ พร้อมกับขอเธอมาดูแล อย่างถูกต้องเป็นทางการ
วันนี้เขาก็นัดรับประทานอาหารเย็นกับเธอ หวานใจเลือกร้านที่เธอและเขาอยากมาลองชิมดู ตามรีวิวที่เห็นในสื่อ ว่าเป็นร้านเด็ดร้านดัง และอร่อย แต่เสียว่าต้องรอคิวยาวและอยู่ไกลถึงพัทยา เขาเลยตกลงกับเธอว่าอาจจะค้างคืนกัน เล่นน้ำทะเลกันสักวันหนึ่ง งานนี้มีนาวินประกบมาด้วย เพราะหวานใจขอกับมารดาไว้ว่าจะมาเที่ยวค้างคืน ท่านเลยบอกว่าควรจะชวนนาวินไปด้วย จะอย่างไร ธงรามก็เป็นผู้ชาย และยิ่งเขารักเธอด้วยแล้ว บางทีก็อาจจะมีกรณีห้ามใจกันไม่ได้ขึ้นมา
คำพูดของมารดาทำให้ลูกสาวอดเขินไม่ได้ แถมยังคิดลึกไถลอยู่คนเดียว แน่นอนว่าเรื่องเพศ หวานใจเรียนรู้แต่ทฤษฎี เนื่องจากไม่เคยมีแฟน และตัวเธอเองก็ยังหัวเก่าไม่ใช่น้อย เรื่องการเก็บพรหมจรรย์ไว้ในคืนแต่งงาน ก็ยังวนเวียนในสมองของเธอ ว่าเธอควรจะรอให้ถึงเวลานั้น
แต่...
เธอเหลือบมองธงรามที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถ มองตั้งแต่มือเขา นิ้วเขาเรียวยาวได้รูป มีเส้นเอ็นขึ้นที่หลังมือ มันทำให้มือของเขาดูแกร่ง....แข็งแรง โอย...เซ็กซี่
มองไล่ขึ้นไปอีก ตรงช่วงตัว บ่าไหล่ ถึงเขาไม่ใช่หนุ่มล่ำก้ามปูเหมือนน้องชายของเธอ แต่แผงอกของเขาก็กว้าง กว้างแค่ไหนน่ะเหรอ? ก็ขนาดสาวตัวไม่เล็กนักอย่างหวานใจยังรู้สึกเหมือนตัวจี๊ดเดียวตอนโดนเขากอด...แอร๊
ใบหน้าของเขา...มีเสน่ห์ ดูดีตลอดเวลา ความเป็นธรรมชาติของธงราม ที่ไม่ต้องมาปรุงแต่ง ปั้นหน้าว่าหล่ออยู่ทุกวินาที หากแค่เขาสะบัดผม ทำผมยุ่ง มัดจุก ทำหน้านิ่ว หรือแม้แต่ลืมตัวหาว...เขาก็ยังดูดี
ใจของหวานใจเต้นเบาๆ เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเจ้าตัวคิดเตลิดอยู่คนเดียว เตลิดแบบไกลลิ่วเสียด้วย...กับการมาค้างคืนด้วยกันหนนี้ เรียกได้ว่าเป็นหนที่สอง ที่เธอกับเขาได้อยู่กันแบบนี้ หนแรกก็ตอนที่ไปหลงป่าด้วยกัน เธอจำได้ตอนเธอนอนกอดเขา...เธอมีความสุขมาก และธงรามก็เป็นสุภาพบุรุษมากเช่นกัน
บางทีหวานใจก็ชักจะอยากให้เขาเลิกเป็นสุภาพบุรุษเสียบ้าง เกือบสี่เดือนแล้วที่คบหากัน เขาเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลา นาวินที่เป็นสปายรับคำสั่งและค่าจ้างมาจากตวงรัก ว่าให้เฝ้าแอบดูคนทั้งคู่ให้หน่อย ก็รายงานไปยังตวงรักว่า ธงรามจัดอยู่ในประเภท หนุ่มในอุดมคติชัดๆ หวานใจยังไงก็คงอยู่รอดปลอดภัยแน่ๆเพราะเขาเห็นแค่คนทั้งคู่จับมือกันเท่านั้น นอกนั้นไม่เคยเห็นว่าธงรามจะทำอะไรพี่สาวของตนเลย ขนาดแกล้งเปิดโอกาสก็แล้ว อะไรก็แล้ว แต่ธงรามก็ยังรักษาระยะรักของตนเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ห้ามใจได้ จนเขาเองชักจะสงสัยตงิดๆ
‘ป้าตวง เอาตรงนะ นี่กลัวว่าพี่หวานอะจะไปปล้ำคุณรามเอา’
‘ว้าย’ ผู้เป็นป้าถึงกับอุทาน แล้วก็หัวเราะ ‘อะไรกันน่ะนาวิน’
‘ก็จริงอะป้าตวง พี่รามนี่เสน่ห์แรง ความติสต์ของแกออร่าแรงมาก ขนาดทอมอย่างพัดยังใจแกว่งเบาๆ เลย ชมพี่รามให้ผมได้ยินจนผมหึงอะ’
‘งั้นเราก็ระวังพี่สาวเราไว้ก็แล้วกัน เรื่องทางนี้ไม่มีอะไร ลุงเพลิงของแกยังบ้างานอยู่ ป้าก็มีเกริ่นๆ ไว้บ้างนั่นแหละ ดูท่าทีว่าจะว่ายังไง จะรับมือไหวไหม แต่ก็ดูยังสงบๆ อยู่นะน่าจะไม่มีอะไรแล้วมั้ง’
‘ผมจะทำการเฝ้าระวังพี่หวานเป็นอย่างดีนะครับป้าตวง ไม่ให้พี่หวานไปพลั้งเผลอปล้ำคุณรามเข้า อิอิ สงสารพี่เค้า’
ตวงรักได้แต่หัวเราะขำหลานชาย เพราะคิดว่าเจ้าตัวล้อเล่น ลูกสาวของเธอคงไม่ก๋ากั่นถึงขั้นนั้น...เอ....หรือต่อให้จะทำเข้าจริงๆ เธอก็ยอมรับได้นั่นแหละ จะได้รวบรัดจับมือสามีมัดไปเลยเรื่องธงราม ไม่ได้เสียหายอะไร
“ผมไปเอาบัตรคิวให้นะ” นาวินอาสา พลางเอามือป้องตา
“โอ้โห ยอมแล้ว คิวยาวมากอะพี่หวาน เราล้มเลิกมะ รอไหวเหรอ? ดูท่าจะดึกเลยกว่าจะได้กิน”
“น้องหวานว่ายังไงล่ะ ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ไหม?”
ธงรามหันมาถามเธอ เพราะตอนนี้ก็เกือบทุ่มหนึ่งแล้ว เขากลัวว่าหวานใจกับนาวินจะหิว เพราะไปรับคนทั้งสองจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ตรงมาเลย
“ยังไงก็ได้ค่ะ หวานตอนแรกก็อยากกินนะคะ แต่ก็...ขี้เกียจรอน่ะค่ะ พอเห็นคิวแล้ว แอบถอดใจ”
“คนใจร้อนอย่างพี่สาวผม รอไม่ไหวหรอกครับพี่ราม” นาวินแกล้งว่า แล้วสะกิดหวานใจ พร้อมกับกระแอม
“ใช่ไหมพี่หวาน อย่างพี่หวาน ไม่ชอบรอนาน ยืดเยื้อไปไม่ไหวอะเนอะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็หาอะไรกินแถวๆ นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ”
ธงรามขับรถเลยไปจนเกือบจะถึงที่พัก ตกลงกันว่าจะรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งที่อยู่ก่อนถึง จึงตกลงใจเลี้ยวเข้าไปที่นั่นแทน แม้จะไม่ได้กินยำรสอร่อยร้านดังที่เปรี้ยวปากอยากกิน แต่ก็กินอาหารทะเลแบบอื่นแทน
อิ่มอร่อยกันแล้ว ธงรามก็พาสองพี่น้องเข้าไปยังรีสอร์ตที่จองไว้ รีสอร์ตเป็นแบบติดหาด นาวินหนุ่มบ้าพลังเห็นดังนั้น ก็ถอดเสื้อ แล้ววิ่งปราดทำท่าจะลงไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้เก็บของ หวานใจเห็นน้องชายคึกจะลงน้ำ ก็จะเอาบ้าง แต่น้องชายเบรกเจ้าหล่อนไว้เสียก่อน
“จะไปไหนพี่หวาน”
“ลงด้วย อยากเล่นน้ำทะเลตอนกลางคืน”
หวานใจสูดลมหายใจเข้าปอด ตอนนี้เธอยังสวมชุดนักศึกษาอยู่ แต่นาวินมองไปทางธงรามที่เห็นสองพี่น้องกำลังวิ่งลงไปที่หาด ก็เอากระเป๋าไปวางให้ในห้องพักให้ เขาจองที่พักแบบเป็นหลัง มีสองห้องนอน จะได้เป็นส่วนตัวกัน
“นู้นนน ไปทางนู้นไป๊”
นาวินชี้มือไปทางรีสอร์ต ห้องพักของพวกเขา หวานใจท้าวเอวฉับ ทำตาแข็งใส่น้องชายทันที
“อะไรยะ ไล่พี่หรือไง แหมๆ หรือว่า...” หวานใจมองไปรอบๆ มีสาวชาวต่างชาติ น่าจะพักอยู่รีสอร์ตเดียวกัน
“แกไล่พี่เพราะแอบเล็งอะไรไว้ เดี๋ยวฉันจะแอบถ่ายไปฟ้องเฮียพัดนะ”
“โธ่...ไม่หรอก พี่หวานล่ะก็ ผมเปิดโอกาสให้พี่หวานต่างหากเล่า”
“เปิดโอกาสอะไรกัน”
หวานใจทำหน้างง น้องชายเลยเคลื่อนตัวเข้าใกล้แล้วกระซิบ แต่ไม่รู้จะกระซิบทำไมเพราะอยู่กันแค่สองคน
“พี่จะได้จัดการพี่รามยังไงเล่า”
“ว้าย! อีตาบ้า”
หวานใจอุทาน แล้วตีแขนล่ำๆ นั่นดังผั๊วะ เล่นเอาชายหนุ่มคลำป้อย รอยนิ้วขึ้นทันทีห้านิ้วหรา
“หูย...เจ็บนะพี่หวาน ผมอุตส่าห์หาโอกาสให้นา ก็พี่รามอะ เค้าแบบ...เป็นผู้ชายที่แบบว่า...บรรยายไม่ถูกว่ะ แต่ว่าช้า ไม่ทันใจ”
“แกนี่ เขาเป็นคนดีต่างหาก”
หวานใจออกตัวแทนคนรัก เธออดภูมิใจในข้อนี้ของธงรามไม่ได้ แม้จะแอบขัดใจอยู่บ้างลึกๆ ข้อที่จริงๆ แล้วเขาควรจะทำมากกว่าจับมือก็ได้นะ
เอ๊ะ?
ยัยหวาน
หล่อนนี่ยังไงยะ!
“มันดีก็จริง แต่มันช้า อย่าลืมนะว่าลุงเพลิงน่ะ แง่งๆๆ แน่ล่ะถ้ารู้ว่าพี่หวานกับพี่รามคบกัน เผลอๆ อาจจะมากีดกัน อีกต่างหาก ป้าตวงก็ไฟเขียวแล้ว พี่หวานก็...” เขาใช้มือตบบ่าพี่สาวเบาๆ
“ก็จัดการไปเลย คืนนี้ผมจะทำไม่รู้ไม่เห็น อิอิอิ”
“ตาบ้า ลามก!”
ตีน้องชายอีกสองสามที แล้วก็เดินปังๆ เข้าไปที่บ้านพัก หูยังแว่วเสียงนาวินหัวเราะ แล้วตะโกนบอกให้เธอกล้าๆ หน่อยอีกด้วย
เอ๊อ...
มันจะยังไงล่ะยะ
“หวานจะไปเล่นน้ำกับนาวินไหม?”
เสียงทักดังขึ้น หวานใจหันขวับไปมองทางต้นเสียง ธงรามนั่นเอง เขาคงอาบน้ำแล้วเรียบร้อย เพราะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ผมยาวของเขาเปียกระบ่า มีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดบ่ากว้างนั่นไว้ เขาสวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงเลสีเข้ม อา...ทำไมใจเธอเต้นแรงจังหนอ
จัดการเสียเลย...
แนะ...
หวานใจสั่นหน้า ก่อนจะตอบเสียงหวาน
“ไม่หรอกค่ะ ปล่อยนาวินไปเล่นคนเดียวนั่นล่ะ หวาน...หวานอยาก...”
เธอมองเขาแล้วเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เขาหล่อ เขาดูดี เขาน่ากินจริงๆ นั่นแหละ โอย...ธงรามเลิกคิ้ว มองหน้าแดงๆ สายตาแปลกๆ นั้นของหวานใจ ก็ถามขึ้นเสียงทุ้ม
“หิวหรือเปล่าน้องหวาน พี่ซื้อมาม่ามาเผื่อไว้ด้วยนะ สนใจไหม?”
“เอ่อ...ค่ะ”
เอ้า ดันตอบตกลงทั้งๆ ที่เธออิ่มจนแทบจะกินไม่ไหวล่ะ แล้วใครจะไปบอกได้ล่ะ ว่าหิวอะไร โอ๊ย...นี่เพราะนาวินบิ้วเธอแน่ๆ เธอถึงได้เลอะเลือน คิดอะไรทะลึ่งแบบนั้นอะ
เธอนั่งดูเขาตั้งกาน้ำร้อน และต้มมาม่าให้เธอและตัวเอง มองแผ่นหลังกว้างๆ ของธงราม แล้วก็ให้ถอนใจ ระหว่างเธอกับเขา อะไรก็ดูราบรื่นไปหมด ทัศนคติของเธอและเขาในหลายเรื่อง ก็ตรงกัน มีที่ขัดกันบ้างแต่ก็เล็กน้อยและก็ไม่ได้แตะต้องยุ่งเกี่ยวความคิดกัน เคารพกันและกัน เขาน่ารักนัก และทำให้เธอรักมากยิ่งขึ้น ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้กัน
ตอนนี้เธอเฝ้ารอเวลาที่เธอจะเรียนจบ เพื่อที่เขาจะได้คุยกับพ่อแม่ของเธอ ขอให้เขาและเธอได้อยู่ด้วยกัน
ก็เรียกง่ายๆ ว่าขอแต่งงานนั่นแหละ
หวานใจย่นจมูกน้อยๆ เธอฝันหวานไปจนถึงวันนั้นแล้วเรียบร้อย แต่ระหว่างนั้นเล่า เธอกลัวเหลือเกินว่าจะมีอุปสรรค โดยเฉพาะจากบิดาของเธอ เพลิงหวงเธอมาก รักเธอมาก และเขาก็ทั้งห้าวทั้งห่าม...เธอกลัวใจพ่อของเธอมากที่สุดล่ะตอนนี้
“มาแล้วครับ ร้อนๆ เลย พี่มีเผื่อนาวินด้วยนะ สงสัยจะเพลินไม่ขึ้นมาเสียที” เขาว่า
“เดี๋ยวก็กลับมาล่ะค่ะ อืม...อร่อยจัง ทำไมหวานทำเองมันไม่อร่อยแบบที่พี่รามทำให้นะ”
เธอสูดเส้นมาม่าเข้าไป แล้วทำหลับตาพริ้ม ว่ามันอร่อยจริงจัง จนธงรามเห็นแล้วก็หัวเราะ เขาใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธอเบาๆ อย่างจะหยอก
“แนะ ทำเองมันต้องออกแรงยังไงล่ะ ใช้พี่ไม่ต้องออกแรงมันเลยอร่อย”
“คนที่รักทำให้ต่างหาก รสชาติมันเลยดีมาก”
เธอยิ้มส่งให้เขา รอยยิ้มนั้นหวานนัก จนธงรามชักจะใจเต้น ระหว่างที่คบหากันนี้ เขาเฝ้าถนอมเธอ ไม่กล้าเกินเลยมากมาย ไม่กล้าแม้กระทั่งจูบ เพราะกลัวตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว เกินเตลิดไถลไปมากกว่านั้น
เขารับปากกับตวงรักแล้วว่าเขาจะดูแลลูกสาวของเธอ รับปากแล้วว่าจะถนอม รอจนถึงวันสำคัญ ฉะนั้นเขาจะต้องอดทนให้ได้
ขืนเขาทำไม่ได้ เขามีหวังเจอผู้ชายอีกคนหนึ่ง เอาเรื่องแน่ๆ
“อย่ามาปากหวานเลย ยังไงพี่ก็ทำให้หวานกินอยู่แล้วล่ะ”
“ไม่ได้ปากหวานนะคะ หวานพูดจริงๆ แล้วก็รักพี่รามจริงๆ ด้วย”
พูดเองก็หน้าแดงเอง ธงรามทรุดลงนั่งใกล้เธอ เหมือนจะลืมตัว กับความน่ารัก คำพูดของเธอที่ทำให้หัวใจเขา...สุขเหลือเกิน
“อย่าพูดแบบนี้บ่อยๆ”
เขาเอื้อมมือไล้แก้มนุ่ม หวานใจกัดริมฝีปาก มองเขาตาแป๋ว ใจเต้นตึกตัก
“ทำไมหรือคะ ก็หวานรัก หวานก็บอก”
“พี่จะ...”
ตาคมนั้นหลุบมองปากอิ่ม คนถูกมองตอนนี้ใจเต้นแทบจะเป็นรัวกลอง เธอเห็นอาการของเขา...สัญชาตญาณบอกว่า เขากำลังจะ...ใบหน้าคมสันนั้นก้มลงใกล้เรื่อยๆ หวานใจหลับตาพริ้ม...รอคอย
ฟู่!
เขาเป่าลมใส่ตาเธอ ทำให้หวานใจถึงกับลืมตาขึ้นอย่างตกใจ มือของเขาหยิกแก้มทั้งสองข้างของเธอ จนเธอร้องโอ๊ย ธงรามหัวเราะ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ทิ้งแม่สาวจอมแสบไว้ค้างแบบนั้น แล้วมองตามหลังเขาตาแป๋ว
“จะ...จะอะไรเล่า คนบ้า น่าปล้ำจริงๆ”
หวานใจบ่นพึม เธอเก็บล้างทำความสะอาดห้องครัว แล้วเดินตามเขาออกมา ธงรามกำลังเปิดดูโทรทัศน์ ช่องเคเบิ้ลเอาภาพยนตร์เก่ามาฉาย หวานใจตรงไปนั่งข้างๆ เขา เขาหันมาแล้วยิ้มนิดๆ ส่งให้เธอก่อนจะหันไปสนใจภาพยนตร์ในจอต่อ
เอาล่ะวะยัยหวาน โอกาสนี้ไม่ได้มีบ่อยๆไหนๆ นาวินให้แล้ว...ใจกล้าสักหน่อยวะเรา
คิดแล้วก็ซบลงกับอกของธงรามเหมือนจะอ้อน หูเธอได้ยินไม่ฝาด หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น เธอจึงตัดสินใจโอบเขา เบียดตัวนุ่มๆ เข้ากับเขา
ตึก...ตึก...ตึก
ตอนนี้หัวใจของธงรามเต้นรัวเลยล่ะ
“หวานนั่งดีๆ”
เขากระแอม แล้วทำจะปลดมือเธอออก หน้าคมสันนั่น...มีสีแดงแต้มนิดๆ และไม่ยอมมองสบตาเธอ
“หวานอยากกอดพี่รามนี่นา”
“หืม?”
“พี่รามรักหวานจริงๆ หรือเปล่านะ” หวานใจถอนใจเฮือก แล้วหลับหูหลับตาทะลวงความกล้า พูดออกมาเสียงสั่น
“พี่รามไม่เห็นเคย...กอดหรือทำแบบคนรักกับหวานบ้างเลย”
ธงรามนิ่งไปครู่ เขาก้มลงดูคนที่หลับตาปี๋ซบกับอกเขาอยู่นี่ หน้าของเธอแดงจัดไปจนถึงหู เขาหัวเราะเบาๆ มือเขาลูบผมของเธออย่างเอ็นดู
เฮ้อ...เขาเฝ้าระวังตัว ไม่ทำอะไรมากไปกว่าจับมือ โอบไหล่ แต่สิ่งนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หวานใจ...กำลังเข้าใจผิดเขาไปหรือเปล่านะ?
“หวานจ๋า”
เขาประคองหน้าเธอไว้ด้วยสองมือ มองสบตาเธอ หวานใจเงยมองเขา หน้าของเธอยังคงแดงก่ำ ปากสั่นนิดๆ เธออายนั่นแหละ อายจนชักจะโมโห ที่กล้าขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังนิ่งอยู่ได้
“ตกลงแล้วพี่รามยังไงกับหวานกันแน่ล่ะ” โมโหและอายจนน้ำตาไหลแล้วล่ะตอนนี้
“อ้าว...ร้องไห้ทำไมกัน”
เขาหัวเราะ อดขำเธอไม่ได้ แล้วปาดน้ำตาให้ หวานใจทำหน้างอ ปัดมือเขาออก แล้วเช็ดน้ำตาเอง
“ยังจะมาหัวเราะหวานอีก ห้ามหัวเราะนะ คนนิสัยไม่ดี”
“โอ๋ๆ มามะ มานี่เร็ว”
เขาดึงเธอเข้าสู่อ้อมแขน หวานใจพยายามดิ้นรน แต่ก็แพ้แรงเขา เธอได้แต่ถอนใจเฮือกอยู่ในอ้อมกอดเขา อกเขาอุ่น กลิ่นของเขาหอม ทำให้เธอ...รู้สึกดีจัง
“พี่รามบ้า...หวานอายนะ หวานอุตส่าห์อ่อย พี่รามไม่ทำอะไรหวานเลย”
“หืม? นี่อ่อยกันแล้วเหรอ?”
“หรือจะให้หวานแก้ผ้าล่ะ โอ๊ย...แต่หวานก็ไม่กล้าหรอก”
เธอได้แต่บ่นงึมอยู่ในอ้อมอกเขา ธงรามลูบเรือนผมของเธอ เขายังคงหัวเราะจนอกกระเพื่อม หวานใจหนอ...เธอทำให้เขาอารมณ์ดีจริงๆ เธอเติมสีสันในชีวิตของเขาหลายๆ สิ่ง แล้วแบบนี้เขาจะยอมปล่อยเธอไปได้อย่างไร
“รู้ไหมว่าหวานไม่ต้องถึงกับลงทุนอ่อยพี่หรอก แค่มองตาหวาน แค่เห็นหน้าหวานพี่ก็...อยากจะทำอะไรต่อมิอะไรมากกว่าที่ทำจะแย่”
“แหม...ก็ไม่เห็นจะทำ”
“อยากให้ทำเหรอ?”
เขาถามเชยคางมนให้มองหน้าเขา หวานใจมองเขาตาแป๋ว หน้าของเธอยังคงแดง มีคราบน้ำตาติดที่แก้ม เธอกัดริมฝีปาก แล้วย่นจมูกน้อยๆ
“ก็...หวาน...แหม...โอ๊ย...หวานอายนะพี่ราม แต่มันก็”
“ยังไง” เขาลูบนิ้วกับปากนิ่ม จนมันเผยอนิดๆ ก้มลงต่ำเรื่อยๆ
“ถ้าหวานอยากให้พี่ทำ พี่ก็ไม่ปฏิเสธหรอก”
“อื้อ”
ริมฝีปากของเขาทาบลงมา ก่อนจะบดเคล้าอย่างลองชิม แล้วค่อยแนบแน่นขึ้น ดูดดื่มขึ้น เขาแยกเรียวปากของเธอออก แทรกเข้าไปดื่มลิ้มความหวานทั่วโพรงปากนุ่ม
หวานใจตัวแข็ง ตกใจกับสัมผัสแปลกใหม่ ที่เขากำลังสั่งสอน จับจูงเธอให้เรียนรู้ สัมผัสกับความรู้สึกของผู้ใหญ่ มือร้อนของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่ม นอกผ้า แตะต้องไปทั่วอย่างห้ามใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
“ชอบไหม?”
ธงรามถาม เขาถอนปากออก มองเธอด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้ม หวานใจกัดริมฝีปาก ที่บวมเห่อนิดๆ ใจเต้นระทึก ร้อนวูบวาบไปหมดกับสัมผัสแรกแห่งประสบการณ์เสน่หา
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







