Masukสั่งอาหารเสร็จ นุจรีก็เริ่มชวนพุดแก้วคุย “ไหน เล่าหน่อย วันก่อนไปลุยเดี่ยวมาอีกแล้วนี่ เป็นไงบ้าง”
“เกือบไม่รอด”
“แกถูกจับได้เหรอ!”
“ถ้าถูกจับได้ ฉันจะมานั่งอยู่ตรงนี้เหรอคะ” ค้อนขวับใส่เพื่อนแล้วพุดแก้วจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น หลังฟังจบ นุจรีถึงกับอ้าปากค้าง คว้าน้ำเปล่ามาดื่มตั้งสติอยู่สักพัก ก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ดีนะที่มีคนช่วยไว้ ฉันว่าแกอย่าออกไปหาข่าวคนเดียวอีกเลยพุด น่ากลัวจะตายไป!”
“พี่เพชรก็ไม่โอเค ห้ามฉันทำงานชั่วคราว ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือคนที่เรากำลังสืบเรื่องชู้สาวอยู่หรือเปล่า”
“นี่ว่าใช่! แล้วพลเมืองดีคนนั้นล่ะ เขาว่าไง จะเอาเรื่องคนร้ายไหม”
“แค่ขอให้รับผิดชอบเรื่องการรักษาน่ะ”
“ขอแกหรือขอคนร้าย?”
“ฉันสิ เราจับคนร้ายไม่ได้ แต่เขารู้ว่าฉันเป็นต้นเหตุน่ะ”
“ฟังแล้วเหมือนจะเป็นคนดี แต่ถ้าดีจริง น่าจะปล่อยแกไปนะ เพราะแกก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน”
เพราะเขาเป็นคนดีที่ไม่ค่อยปกติไง!
พุดแก้วได้แต่ตอบอยู่ในใจ ยังไงเขาก็ช่วยเธอไว้ จะพูดถึงเขาในแง่ไม่ดีนักคงไม่เหมาะ...
“ยังไงแกก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน” นุจรีนิ่วหน้าบอก พอดีกับอาหารทยอยมาเสิร์ฟ ตัดบทเรื่องนี้ไปโดยปริยาย “ลงมือได้เลย เดี๋ยววันนี้เจ้จะพาไปช้อปแหลก ตัวแตกๆ ไปเลยจ้า”
“จ้า”
สองสาวใช้เวลาในร้านอาหารไม่ถึงชั่วโมงก็ออกมาเดินช้อปของกันกระจาย แน่นอนว่าคนซื้อกระจายย่อมต้องเป็นนุจรี พุดแก้วนั้นได้หนังสืออ่านเล่นแค่สองสามเล่ม
กว่าพุดแก้วจะกลับถึงบ้านก็สองทุ่มแล้ว สภาพอากาศในคืนนี้ค่อนข้างเลวร้ายเลยทีเดียว ลมกระโชกแรง ฟ้าคะนองร้องเปรี้ยงปร้างสนั่นเมือง ท้องฟ้ายามนี้มืดครึ้มและแปรปรวนเหมือนจะมีพายุกระหน่ำ
และมันก็กระหน่ำลงมาจริงๆ
พุดแก้วเพิ่งจะก้าวลงจากรถไม่ทันไร ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ร่างเล็กรีบวิ่งหลบฝนเข้าบ้าน ขณะกำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านพลันได้ยินเสียงแผ่วๆ ดังมาจากโรงเก็บของที่อยู่ด้านข้าง
มือบางชะงักการเคลื่อนไหวทันที ในบ้านยังไม่เปิดไฟแบบนี้ แสดงว่าเพชรกล้ายังไม่กลับแน่ๆ แล้วเสียงเมื่อกี้มาจากไหน?
“เมี๊ยวว~ เมี๊ยววววว~”
เอ๊ะ! เสียงเหมือนแมวเลย
พุดแก้วรีบไขกุญแจเข้าไปเปิดไฟให้บ้านสว่างทั้งหลังแล้วเดินเร็วๆ ออกมาดูต้นตอเสียงอย่างไม่สบายใจ หลายวันก่อนเธอเห็นแมวอ้วนตัวหนึ่งมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวกำแพงบ้าน ไม่รู้จะใช่มันหรือเปล่า เสียงที่ร้องออกมาฟังแผ่วเบาและไม่มีแรงเลย ไม่แน่ว่าจะโดนแมวตัวอื่นกัด...
โอ้!
มีแมวกำลังคลอดลูกอยู่เหรอเนี่ย!
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยกระจุกอยู่ในกล่องกระดาษขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกล่องเปล่าที่เธอเอามากองรวมไว้ให้ลุงรับซื้อของเก่า
“เมี๊ยว~”
แม่แมวที่กำลังเลียเจ้าก้อนเล็กๆ เงยหน้าร้องใส่พุดแก้วอย่างคุ้นเคย ก่อนจะก้มลงไปเลียขนให้ลูกน้อยต่อ
สภาพนอนนิ่งเหนื่อยอ่อนของมัน บอกให้รู้ว่าการคลอดได้จบแล้ว แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันถึงได้มีสภาพอ่อนแรงและทุลักทุเลแบบนี้...
ตอนแรกพุดแก้วจ้องลูกแมวตาค้างอยู่ ไม่ทันได้สนใจแม่แมว พอเห็นหน้าแหลมๆ กับสีขนขมุกขมัวด้วยเลือดกับน้ำคร่ำของแม่แมวแล้วเธอพลันใจหายวาบ เพราะมันคือเจ้าทอง แมวจรที่ย้ายเข้ามาเป็นแขกอยู่ตามหลังคาบ้านของคนแถวนี้เมื่อครึ่งปีก่อน เธอเห็นขนมันมีสีเหลืองออกส้มๆ จึงเรียกเจ้าทองมาตลอด ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน แต่ละวันเอาแต่หาที่งีบนอน นิสัยเชื่องมากถึงมากที่สุด ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจเหมือนแมวจรจัดตัวอื่น ใครเห็นก็รักเอ็นดู เอาข้าวให้กินตลอด เธอเองยังเคยแอบเอาให้มันกินบ่อยๆ ไม่มีคนแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาจับมันเลย มีแต่อยากจะจับมาเลี้ยงเอง แต่เจ้าทองเหมือนจะรู้ มันหนีไปซ่อนตัวเงียบ อยู่รอดเป็นแมวอิสระมาถึงทุกวันนี้ ตอนนี้เจ้าทองกลับมานอนคลอดลูกอยู่ในบ้านเธอ!
“มายังไงเนี่ย?”
หญิงสาวยืนกะพริบตามองแมว ทำอะไรไม่ถูก เจ้าทองยังนอนเลียลูกน้อยอย่างรักใคร่ ไม่มีท่าทางจะหวงลูกเลย ดูมันเหนื่อยๆ ไร้เรี่ยวแรง คงใช้แรงไปกับการคลอดลูกแบบหมดตัวหมดใจ
ขณะที่ยืนคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร จู่ๆ ฝนก็ตกหนักขึ้นแถมมีฟ้าแลบฟ้าร้องตามมาครืนๆ
พุดแก้วไม่คิดอะไรอีก รีบวิ่งไปอุ้มกล่องนั้นเข้าบ้าน พอเข้ามาอยู่ในที่สว่าง ยิ่งเห็นเลือดและคราบสีคล้ำ อย่างหลังนี่คล้ายลิ่มเลือด รกแมว หรืออะไรก็ไม่แน่ชัด ไม่รู้แมวคลอดเองแบบนี้จะมีอาการแทรกซ้อนอะไรหรือเปล่า
พุดแก้วมองบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นในที่สุดเธอก็จะได้เจอกับครอบครัวของเทวาแล้ว!วันนี้หญิงสาวเลือกสวมชุดกระโปรงสีอ่อนแบบเรียบง่าย เกล้าผมขึ้น แต่งหน้าบางๆ ดูสวยหวานจนเทวามองแล้วมองอีก“ตื่นเต้นเหรอ” เทวาที่โกนหนวดออกจนหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาถามยิ้มๆ ขณะเดินจูงมือกันเดินเข้าบ้าน “ที่รักทำตัวสบายๆ เลย ไม่ต้องกลัว พ่อกับแม่พี่ใจดีมาก”“ไม่ได้กลัวสักหน่อย พุดแค่ตื่นเต้น”“โอเค พร้อมนะ” ว่าแล้วเขาก็ส่งเสียงบอกคนในบ้านแบบได้ยินไปสามบ้าน “วาวามาแล้วคร้าบ!”“...” พุดแก้วถึงกับมุมปากกระตุกสิ้นเสียงเทวา สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินยิ้มออกมาทันที ท่านมีใบหน้าคล้ายกับเทวาไม่น้อย แต่มีความอ่อนหวานมากกว่า พอเห็นหน้าท่านแล้ว พุดแก้วก็คิดว่าเลยนี่ต้องเป็นคุณแม่ของเขาแน่ๆ จึงยกมือขึ้นไหว้พลางยิ้มส่งให้ทันที“สวัสดีค่ะ”“หวัดดีจ้ะ เข้ามาเลยๆ แม่กับพ่อกำลังรออยู่ เดี๋ยวแม่ทำของอร่อยให้กินนะ” ฤทัยรักษ์เข้าไปจับมือคนรักของลูกชายคนเล็กด
หลายชั่วโมงต่อมา...“นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรของมึง ไอ้ห่าวิน ปล่อยเมียที่กำลังจะคลอดลูกไว้ตามลำพังได้ไงห๊า!” เทวาลากแฝดพี่มาโวยนอกห้องพักฟื้นของคุณแม่คนใหม่ ตอนนี้เมลดาคลอดลูกชายออกมาเรียบร้อย ปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก คุณแม่กำลังนอนพักฟื้นอยู่ ส่วนคุณลูกถูกแยกไปดูแลที่ห้องเด็กอ่อน เป็นเหตุฉุกเฉินที่เขาทำอะไรไม่ถูกจริงๆ โชคดีแค่ไหนที่เอาพุดแก้วมาด้วย เลยมีคนปลอบหลานระหว่างพาแม่มันมาโรงพยาบาลด้วยความตื่นตระหนกกันทั้งแก๊ง“เพราะกลัวจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไง กูถึงได้โทรตามมึงมาอยู่กับมดที่บ้าน”“อะไรนะ!”เทวินทร์ไม่เอ่ยอะไรอีก ยกมือนวดขมับเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงมุมทางเดินด้วยสีหน้าอ่อนล้า การผ่าตัดที่เคร่งเครียดเมื่อช่วงเที่ยงทำเขาล้าไม่น้อย แต่การเข้าไปอยู่ในห้องคลอดกับภรรยาทรมานเขาจนหมดแรงไปเลย ทั้งที่เป็นการคลอดลูกคนที่สองแล้ว เขากลับยังรู้สึกกังวลและหวาดกลัวเหมือนครั้งที่ภรรยามาคลอดลูกชายคนแรกไม่มีผิด“นี่มึงไม่ได้ให้กูมาทำภารกิจห้ามเลี้ยงแมว แต่วางแผนให้กูมาเฝ้าเมียแทน ระหว่างที่มึงออกมาทำงานใช่ไหม&rdquo
เมื่อมีคนเอ่ยถึงพ่อ มังกรน้อยก็เหลียวหาคนหายตัวไปจากบ้าน พอไม่เจอก็เงยหน้าบอกแม่“มังกองจะหาคุมพ่อ ให้คุมพ่อมาตีอาวา วันนี้อาวาแกล้งมังกองอีกแล้ว อาวาไม่น่ารัก อาวาใจร้าย”“จ้า อาวาไม่น่ารักหรอก พ่อวินน่ารักคนเดียวเลย” เทวามองค้อนใส่หลานรักคนล่าสุดของวงศ์ตระกูลทรัพย์มหาศาล นี่ถ้ารู้ว่าคนใจร้ายตัวจริงคือพ่อตัวเอง คงมีคนร้องไห้น้ำตาท่วมบ้านแน่พุดแก้วเห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้อาหลานงอนกัน จึงยิ้มเรียกเด็กชาย “มังกรขา ถ้าพี่รวยไม่เล่นด้วย มาเล่นกับแมวในโทรศัพท์ของพี่พุดดีไหมคะ”“แมวของพี่พุด...” หนูน้อยค่อยๆ เงยหน้ามองพุดแก้ว กะพริบดวงตาที่ยังมีน้ำตาคลอถาม “พี่พุดมีแมวด้วยหยอ?”“มีสิจ๊ะ ตั้งสี่ตัวแน่ะ มังกรมาดูสิ เดี๋ยวพี่พุดเปิดรูปให้ดู”“มังกองจะดูแมวของพี่พุด!”เด็กอ้วนโผไปเกาะขาพุดแก้วทันที ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสามส่ายหน้าเอ็นดูตามๆ กันเมื่อได้เห็นรูปแมวในอินสตาแกรมของพุดแก้ว คนร้องไห้อยู่หยกๆ พลันยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ร่างป้อมในชุดหมีแขนสั้นสุดน่ารักยั
ความสัมพันธ์ของเทวากับพุดแก้วนับวันยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อนเทวาจะมาแค่ช่วงเย็น เดี๋ยวนี้ว่างเมื่อไรเป็นต้องมาซึ่งการที่พุดแก้วทำงานอยู่บ้านทำให้เทวามาหาเธอได้ตลอด พอห้ามเธอไปทำงานสืบให้เพชรกล้าไม่ได้ เขาก็ทำตัวให้ว่างเพื่อตามเธอไปสืบด้วย ล่าสุดป่วนจนเธอไม่ได้งานเลย“จะตามมาทำไมก็ไม่รู้ ทำพุดเสียสมาธิหมด” คนไม่ได้งานบ่นอุบ “เป้าหมายเดินหายไปไหนแล้วไม่รู้เนี่ย”“ก็พี่กลัวพุดจะเป็นอะไรไปนี่ ไม่มาด้วยไม่ได้หรอก”พุดแก้วเหนื่อยจะพูด เลยพยักหน้าให้เขาขับรถกลับ“ไม่ตามแล้วเหรอจ๊ะ”“ไม่ค่ะ วันนี้พอแล้ว กลับกันเลยดีกว่า”“ทำไมล่ะ พี่ยังขับรถไหวนะ”“แต่พุดไม่ไหวแล้ว” เธอถลึงตาใส่เขา “ที่พี่ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้พุดทำงานนี้ใช่ไหม งั้นพุดไม่ทำแล้ว ไม่มีเงินกินใช้ก็จะเกาะผัวเอา!”“เกาะเลย” เทวาบอกทันที “ผัวเต็มใจให้เกาะมากๆ จ้ะ”“ทุกวันนี้ยังมาเกาะพี่เพชรกินอยู่เลย พี่จะเอาอะไรมาให้พุดเกาะไม่
ปรียามองค้อนขวับ “ปริมแค่อยากหลบไปไหนสักที่ ที่ที่ไม่มีใครตามเราตลอดเวลาแบบนี้น่ะ”“อ้อ นึกว่าจะชวนพี่หนีตามซะอีก”“แหม ปริมไม่ร้ายขนาดนั้นหรอกน่า”เขายิ้มจับมือบางมาจูบ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม “ถ้าพี่ไปขอปริมกับป๊า ท่านก็คงไม่ตามดูเราแล้วแหละ”“แต่พี่เพชรยังไม่พร้อมไปขอปริมนี่”“แล้วปริมพร้อมจะมาเป็นเมียพี่ยังล่ะ”“ก็...”“ถ้าปริมพร้อมจริงๆ พี่ค่อยไปขอกับป๊า” เพชรกล้าบอกอย่างเข้าใจ เขาน่ะพร้อมสู่ขอเธอมาเป็นเมียอยู่แล้ว ที่ไม่ลงมือสักทีก็เพราะอยากให้เวลาปรียาพิจารณาเขาดีๆ อีกนิด ไม่คิดจะรีบร้อนทำให้เธอเป็นของเขา “เอาเป็นว่าตอนนี้ปริมพาพี่ไปแนะนำตัวกับป๊าดีๆ ก่อนแล้วกัน”“ไม่เอา” ปรียาส่ายหน้าทันที “ป๊าอยากทำอะไรก็ปล่อยให้ทำไปเถอะค่ะ รอให้ป๊าอยากรู้จักพี่เพชรจนทนไม่ไหวเองดีกว่า ถ้าพี่เพชรยอมง่ายๆ ต้องโดนป๊าข่มเอาแน่ ทนอีกหน่อยนะคะ เดี๋ยวป๊าก็ให้ปริมพาพี่เพชรไปเจอเองแหละ”เขานิ่วหน้าแย้งอย่างไม่เห็น
ปรียาขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นคนเข้าถึงยาก มักจะมีสีหน้าเย็นชาอยู่เป็นนิจ ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่สนทนากับคนไม่รู้จัก มีงานหลักคือช่วยบิดาดูแลบริษัท งานรองคือตระเวนหาของกิน นอนอ่านนิยายโรมานซ์ ดูซีรีส์โชคดีที่เธอเกิดมาเป็นลูกคนเดียว ซึ่งเป็นที่รักและเอ็นดูของบิดามารดา เลยมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ แถมกินเท่าไรก็ไม่อ้วนด้วยมีรูปร่างหน้าตาสะสวยแบบหญิงไทย แล้วยังเป็นลูกสาวคนเดียวของเสี่ยวงการรับเหมาก่อสร้าง ถึงจะมีนิสัยเย็นชาแค่ไหน ผู้ชายหลายคนก็พยายามเข้ามาในชีวิตเธอตลอด แต่ไม่เคยสำเร็จแม้ผู้เป็นพ่อจะเปรยๆ ว่าให้ลองดูใจกับใครสักคน เลือกคนที่ถูกใจ เรื่องอื่นท่านจะจัดการให้เอง แต่ปรียาไม่เคยเปิดใจมองผู้ชายพวกนั้นด้วยความรู้สึกอื่น นอกจากรำคาญ พวกนั้นมีเงินหนามาแต่เกิด โตมาก็มีคนบริการ หาข้าวหาน้ำให้กินสบายปาก กลับบ้านไปไม่เคยทำอะไรเอง เธอไม่คิดจะเอามาทำพันธุ์หรอกคนที่ปรียาอยากได้เป็นคู่ชีวิต ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้า แต่ต้องไม่จนขนาดที่ว่าจะพาเธอไปกัดก้อนเกลือกิน แบบนั้นเธออยู่คนเดียวแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ที่สำคัญเขาต้องรักในสิ่งที่เธอเป็น รักมากพอจนรู้ใจว่าแม้เธอจะทำหน้าเย
คืนนี้เทวาโกนหนวด แต่งหล่อ สวมสูทหรู มาร่วมงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ของอาจารย์หมอที่สนิทกันในโรงแรมใหญ่กลางกรุง ด้วยความที่เจ้าบ่าวอยู่ในวัยโคแก่แล้ว ภายในงานเลี้ยงจึงมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายอาชีพเป็นส่วนใหญ่ หมอตัวเล็กๆ อย่างเขากับเพื่อนอีกสองสามคนทนนั่งปั้นหน้าอยู่จนพิธีสำคัญเสร็จสิ้น ก็พากันหลบออกจากง
ในยุคสมัยนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนมักจะมีวงจรชีวิตที่ค่อนข้างตายตัวเหล่ามนุษย์ออฟฟิศนี่รีบกันตั้งแต่ตื่น เพราะต้องนั่งรถฝ่าการจราจรอันหนาแน่นในช่วงเช้า เพื่อให้ไปถึงที่ทำงานทันเวลาตอกบัตรเข้างาน แล้วทำงานยุ่งตัวเป็นเกลียวทั้งวัน มีไม่กี่วันเท่านั้นที่ได้นั่งทำงานสบายๆ เมื่อได้เวลาเลิกงาน
เพราะมีพายุฝนกระหน่ำลงมาทั้งคืน สภาพอากาศในเช้าวันต่อมาเลยค่อนข้างเย็นฉ่ำต้นไม้ใบหญ้าล้วนได้รับน้ำจนเขียวชอุ่ม พลังงานสดชื่นมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง นกกระจิบส่งเสียงคุยกันเจี๊ยวจ๊าว ผู้คนออกจากบ้านไปทำกิจวัตรต่างๆ ผู้ใหญ่ไปทำงาน เด็กน้อยไปเรียนหนังสือ รถราแล่นกันวุ่นวาย กิจการทยอยเปิดให้บร
พุดแก้วเดินออกจากโรงแรมอย่างระมัดระวัง สายตาคอยมองดูรอบตัวว่าเป้าหมายยังอยู่หรือเปล่า พอเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนออกันอยู่แถวประตูหน้าโรงแรม ซึ่งต้องเดินผ่านออกไปเรียกรถกลับบ้าน เธอก็รีบถอยหลังกลับทันทีนั่นเป็นพวกบอดี้การ์ดที่เกือบเดินมาเจอเธอ!“ทำไมยังอยู่อีกเนี่ย หรือว่าพวกเขาจะรู้ตัวแล้ว”สมอ







