로그인เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเอง
ทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง
"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่ว
แต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้
ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน
"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน
"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ
"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา
"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น"
"เฮ้ย เป็นไรกันวะ? ทะเลาะอะไรกันรุนแรงขนาดนี้" เพื่อนในกลุ่มที่เห็นบรรยากาศมาคุเริ่มเข้ามาห้ามทั้งสอง
พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงเคร่งเครียดกันขนาดนี้ ขิมได้แต่ส่ายหน้าทั้งน้ำตาเพราะพูดอะไรไม่ออก
พอเลิกเรียน ขิมกะจะดักรอคุยกับไหมให้รู้เรื่อง แต่ไหมกลับคว้ากระเป๋าแล้ว เดินหน้าตึงออกจากห้องไปทันที ไม่แม้แต่จะหันมามองขิมที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น
จบแล้ว... แม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดยังไม่เชื่อเธอเลย
คอนโดขิม
ขิมกลับมาถึงคอนโด ล้มตัวลงนอนร้องไห้จนหลับไปเพราะความเพลีย ตื่นมาอีกทีห้องก็มืดสนิท เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่าไทจะใจอ่อนทักมาบ้าง แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย
เธอรีบกดเข้าแอปฯ สีน้ำเงิน ไปที่หน้าโปรไฟล์ของไท...เขาลบทุกอย่าง ไม่เหลือร่องรอยว่าเคยมีขิมอยู่ในชีวิตเลย รูปคู่ที่ไปเที่ยวด้วยกัน รูปที่ไทแอบถ่ายขิมตอนหลับ หรือแม้แต่ไฮไลต์สตอรี่ที่เคยหวานซึ้ง หายเกลี้ยง และที่เจ็บแสบที่สุดก็คือ... ไทเลิกเป็นเพื่อนและบล็อกเธอทุกช่องทาง
"ฮือออออ! เฮีย... ทำไมใจร้ายขนาดนี้วะ"
ขิมร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่ขาดสายในห้องที่ว่างเปล่า เธอพยายามกดโทรหาไทซ้ำ ๆ เป็นสิบ ๆ สาย แต่ผลคือ
~หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ~
หรือไม่ก็ถูกตัดสายทิ้งทันทีที่เบอร์เธอโชว์ขึ้นมาขิมปาโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างคนหมดแรง ความเสียใจมันจุกจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอรู้แล้วว่าสำหรับไท คำว่าโอกาสครั้งที่สองมันไม่มีอยู่จริง ไทเป็นคนจริงเจ็บจริง และตอนนี้เขาตัดเธอออกจากชีวิตไปอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว ทิ้งให้ขิมจมอยู่กับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจก่อเพียงคนเดียว
อู่เฮียไท
อู่ที่เคยสะอาดสะอ้าน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยขวดเหล้าขาวและกระป๋องเบียร์เกลื่อนกลาด กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วห้องทำงาน ไทในสภาพที่ดูไม่ได้เลย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาแดงก่ำจากการร้องไห้และอดนอน นั่งกอดขวดเหล้าเหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกาย
"ฮึก!!!... ทำไมมึงต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะขิม..." ไทพึมพำเสียงยาน ก่อนจะยกเหล้าเพียวๆ กรอกเข้าปากจนสำลัก
"แค่กๆๆ"
ปอกับไหม เดินเข้ามาเห็นสภาพเพื่อนและพี่ชายถึงกับต้องกุมขมับ ไหมรีบเดินเข้าไปคว้าขวดเหล้าออกจากมือของพี่ชายเธอทันที
"พอได้แล้วเฮีย กินให้ตายเมียของเฮียก็ไม่กลับมาหรอก!" ไหมตวาดเสียงดังลั่นห้องทำงาน
"มึงไม่ต้องมายุ่งกับกูเลยไหม... เพื่อนรักมึงน่ะ มันไปเสวยสุขกับไอ้ภาคแล้ว มันหลอกกูให้เป็นไอ้ควายกินหญ้าอยู่ตั้งนาน"
ปอถอนหายใจยาว เดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ
"ใจเย็นดิไอ้ไท มึงคบกับขิมมา มึงก็น่าจะรู้ว่าน้องเขาเป็นคนยังไง ขิมดูรักมึงจะตายห่า จะกลับไปหาไอ้ภาคนั่นเพื่ออะไรวะ?"
"หลักฐานคาตาขนาดนั้นมึงยังจะช่วยมันแก้ตัวอีกหรอวะไอ้ปอ รูปมันฟ้องว่านอนอยู่บนเตียงด้วยกัน มึงจะให้กูคิดว่ามันไปนั่งพับเพียบสวดมนต์กันเหรอวะ!"
"เออ รูปน่ะกูเห็นแล้ว แต่มึงไม่สงสัยเหรอว่าทำไมไอ้ภาคถึงมีรูปส่งมาให้มึงเร็วขนาดนั้น มึงลองหาความจริงดูบ้างรึยัง ไม่ใช่เอามือปิดหูปิดตาแล้วแดกแต่เหล้าแบบนี้"
"ใช่เฮีย ถึงหนูจะโกรธขิมที่มันโกหกเรื่องไปธนาคาร แต่หนูก็ว่ามันแปลกๆ ไอ้เหี้ยภาคน่ะมันเล่ห์เหลี่ยมเยอะจะตาย เฮียไม่คิดเหรอว่ามันอาจจะจัดฉาก?" ไหมพูดเสริมต่อ
"จัดฉากเหี้ยไรล่ะ ขิมมันก็ยอมรับเองว่าไปหาจริงๆ เพราะมันไม่เถียงกูกลับเลย" ไทตะโกนลั่นพลางขว้างแก้วลงพื้นจนแตกกระจาย
เพล้ง!!!
"กูเจ็บว่ะปอ... กูรักของกูมาก รักขิมมันมานานแล้ว กูมันไม่ดีตรงไหน มึงเข้าใจกูมั้ย!"
"ทุกตรง…แถมตอนนี้ยังทำตัวเหมือนหมาอีก" ไหมหันมาพูดกับไท
"เออ กูเข้าใจ แต่มึงโตแล้วนะไอ้ไท ใจร้อนเป็นไฟแบบนี้ระวังจะเสียใจภายหลัง แล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือนมึงก็แล้วกัน ถ้าขิมถูกใส่ร้ายขึ้นมาจริงๆ มึงนั่นแหละที่จะเป็นไอ้หน้าโง่ของจริงที่ไล่เมียตัวเองไป" ปอมองเพื่อนด้วยความสงสาร
ไทชะงักไปเล็กน้อย กับคำพูดของปอเริ่มเจาะเข้าถึงสมองที่กำลังมึนเมา ความเงียบเข้าปกคลุมภายในจิตใจ ไทก้มหน้านิ่ง ปล่อยให้หยดน้ำตาไหลลงกระทบพื้นปูน
"ถ้าขิมมันหลอกกูอีกล่ะปอ... กูจะเอาหน้าไปไว้ไหน..." ไทถามเสียงสั่น
"งั้นมึงก็ไปสืบให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ถ้ามันเป็นเรื่องจริง มึงก็ค่อยเลิกกูไม่ห้าม แต่นี่มึงยังไม่ถามความจริงจากปากเขาสักคำ มึงก็ตัดสินเขาแล้วเหรอวะ?"
ไทนิ่งเงียบ แววตาที่เคยมีแต่ความโกรธเริ่มมีความลังเลสับสนเข้ามาแทนที่
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
เสียงนกร้องปลุกให้ไทและขิมตื่นแต่เช้ามืดตามที่ตกลงกันไว้ เพื่อจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไวๆ พ่อแม่ขิมออกมาส่งที่รถ พร้อมอวยพรให้ทั้งสองเดินทางกลับอย่างปลอดภัยแม่ขิม: "อ้ายไท! ฝากดูแลน้องขิมตวยเน้อ ดูแลหื้อดี ๆ!" (พี่ไท! ฝากดูแลน้องขิมด้วยนะ ดูแลให้ดี ๆ!)"สบายใจได้เลยครับคุณแม่ ผมจะดูแลขิมให้ดียิ่งกว
พอตกกลางคืน บรรยากาศก็เริ่มครึกครื้น ทุกคนต่างมารวมตัวกัน ปาร์ตี้จับฉลากแลกของขวัญกันอย่างสนุกสนาน มีการดื่มกินกันเล็กบ้างน้อยตามประสาญาติ ๆ ส่วนผาก็ยังคงนั่งเงียบ ๆ กินเหล้าอยู่คนเดียวตามมุมของตัวเองขิมกำลังหัวเราะสนุกสนานกับน้ำและญาติผู้หญิงคนอื่น ๆ แล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรหาไหมเลยตั้งแต่เม
พอขิมเดินออกมาจากบริเวณนั้นเพื่อไปเตรียมอาหารว่างให้ไท อยู่ดี ๆ ผาที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็พูดขึ้นมาลอย ๆ"บ่ฮู้จักก๋าละเทศะ เป๋นแค่แฟนยังบ่ได้แต่งงาน เข้าไปนอนในห้องของลูกสาวเปิ้น!" (ไม่รู้จักกาลเทศะเป็นแค่แฟนยังไม่ได้แต่งงาน เข้าไปนอนในห้องของผู้หญิง!)ไท ที่ได้ยินแบบนั้นก็คิ้วขมวดเข้าหากัน แล้วหันหน้
ทุกคนขับรถขึ้นมาจนถึงบนดอย ที่นี่มีผู้คนมากมายมาเที่ยวช่วงวันปีใหม่ วันนี้เป็นวันสิ้นปี บรรดาหลายครอบครัวเลยพากันมาเที่ยวที่นี่ บนยอดดอยนี้มี ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง เป็นจุดแลนด์มาร์กของจังหวัด และที่สำคัญคืออากาศที่หนาวมากจนแทบจะแข็งได้เลยไทสั่นหงึก ๆ ตลอดเวลา เพราะความหนาว แม้จะใส่เสื้ออุ่นแล้ว







