เข้าสู่ระบบอู่เฮียไท
... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาป
ภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมที่กำลังก้มลงไปหาภาคบนเตียงในห้องที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ห้องนอนของขิม พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่บาดลึกไปถึงกระดูก
"เมียมึงมาหากูถึงห้อง... ขอบใจนะที่ดูแลให้ซะดิบดี แต่ดูเหมือนขิมจะยังลืมรสชาติของเก่าไม่ได้ว่ะ!"
"ไอ้สัส…มึงทำอะไรขิม"
"อยากรู้ก็ถามเมียมึงเอาเองดิ…ไอ้โง่"
ไทนั่งกำโทรศัพท์จนสั่นไปทั้งตัว น้ำตาที่ลูกผู้ชายอย่างเขาไม่เคยให้ใครเห็น กลับไหลคลอเบ้าด้วยความเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"กูรักมึงขนาดนี้... กูประเคนให้มึงทุกอย่าง แต่มึงกลับไปหามันอีกแล้วเหรอวะขิม?"
เขาทุบโต๊ะทำงานดัง ปัง! จนลูกน้องในอู่สะดุ้งกันหมด
"ไอ้เหี้ย ใครก็ได้ไปเอารถออก กูจะไปฆ่าคน" ไทตะโกนลั่นอู่ ท่าทางเหมือนยักษ์ปักหลั่นที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
เป็นจังหวะเดียวกับที่รถแกร็บของขิมเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ ขิมเดินลงมาจากรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหวังจะมาอ้อนไทเหมือนทุกวัน แต่พอเธอเห็นหน้าไทที่แดงก่ำและน้ำตาที่เปียกแก้ม ขิมก็ชาวาบไปทั้งตัว
"เฮียไท... มีอะไรหรอ ร้องให้ทำไม?" ขิมถามเสียงสั่น
"มึงไปไหนมาขิม" ไทตวาดลั่นจนลูกน้องที่กำลังรื้อเครื่องรถอยู่ถึงกับทำประแจหลุดมือ
"ขิมไปธุระ..."
ไทไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาชูโทรศัพท์ที่โชว์รูปภาพนั้นขึ้นมาต่อหน้าขิม
"ธุระบ้านมึงสิ ธนาคารพ่อมึงอยู่บนเตียงไอ้ภาคเหรอ" รูปภาพนั้นเหมือนหลักฐานมัดตัวที่ทำให้ขิมพูดไม่ออก
"มึงทำแบบนี้กับกูได้ไงวะขิม กูกลายเป็นไอ้หน้าโง่ที่นั่งรอเมียกลับมากินข้าว แต่มึงกลับไปสำเริงสำราญกับผัวเก่ามึงหรอวะ"
"ไม่ใช่นะเฮีย! มันป่วย ขิมแค่ไปป้อนยาป้อนข้าว..." ขิมพยายามเข้ามายื้อแขนไท
ไทสะบัดแขนออกอย่างแรงจนขิมเซ แววตาที่เคยมองเธอด้วยความรัก ตอนนี้กลับมีแต่ความผิดหวังและรังเกียจ
"พอ! กูไม่อยากฟังคำตอแหลของมึงอีกแล้ว!" ไทตะโกนทั้งน้ำตา
"ครั้งแรกที่มึงไปหามันกูก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเรายังไม่ได้คบกัน แต่นี่มันครั้งที่สอง มึงเห็นกูเป็นอะไรในสายตามึงวะขิม ในเมื่อมึงลืมมันไม่ได้ รักมันมาก มึงก็กลับไปหามันเลย"
"เฮีย ฟังขิมก่อน...มันไม่ใช่แบบที่เฮียคิดนะ"
"กูบอกให้พอไง! เก็บของ ของมึงไปให้หมด แล้วออกไปจากอู่กูเดี๋ยวนี้" ไทชี้หน้าขิมด้วยมือที่สั่นเทา
"แล้วอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด ที่นี่ไม่ต้อนรับผู้หญิงแบบมึงอีกแล้ว"
"ฮึก…เฮีย มันไม่ใช่แบบที่เฮียคิดนะ"
ขิมร้องไห้โฮ พยายามจะเข้าไปกอดไท แต่ไทกลับถอยหนีเหมือนเธอเป็นสิ่งน่ารังเกียจ
"ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบไหน รูปมันชัดขนาดนี้อะ มึงจะมาแก้ตัวอะไรอีก สงสัยที่เอากันทุกวันนี้ คงไม่ถึงใจมึงสินะ"
"ทำไมเฮียต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วย…ฮึก…ฮื้อออ"
"แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่มึงทำกับกูด้วยซ้ำ…"
"ไอ้เหี้ยภาคเดี๋ยวกูไปจัดการมันแน่ แต่มึง... เชิญมึงไปเสวยสุขกับมันให้พอเถอะ"
"เฮีย! ใจเย็นก่อนเฮีย!" พวกลูกน้องสามสี่คนรีบวิ่งเข้ามาล็อกตัวไทไว้ เพราะเห็นท่าทางไทเหมือนคนสติหลุด
"ปล่อยกู! กูจะไปฆ่ามัน" ไทพยายามดิ้น
"น้องขิมกลับไปก่อนเถอะครับ ตอนนี้เฮียไทคงคุยไม่รู้เรื่องแล้ว ขืนอยู่ต่อเรื่องจะยิ่งบานปลาย กลับไปตั้งหลักก่อนเถอะครับ" กัสหันไปบอกขิม
ขิมมองไทที่ยืนร้องไห้อย่างคนหัวใจสลาย เธอรู้ว่าอธิบายไปตอนนี้ไทก็ไม่ฟัง ขิมจึงจำใจเดินออกจากอู่ไปทั้งน้ำตา ทิ้งให้ไททรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอที่ปนเปไปกับเสียงสะอื้นของผู้ชายที่ชื่อว่าไท
"ไปเลย! ไปให้พ้น! อย่ากลับมาหาไอ้หน้าโง่อย่างกูอีก"
ขิมเดินออกจากอู่มาเหมือนคนไร้วิญญาณ เสียงตะโกนไล่หลังของไทมันดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ขาที่เคยเดินคล่องแคล่วกลับหนักอึ้งจนก้าวแทบไม่ออก เธอโบกแท็กซี่กลับมาที่คอนโดของตัวเองที่ไม่ได้กลับมานอนเกือบเดือน
ทันทีที่ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มืดสนิทและเย็นเยียบ ขิมก็ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอล้มตัวลงนั่งกองกับพื้นหน้าประตูห้อง ร่างกายสั่นเทาด้วยแรงสะอื้น
"ฮึก…ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ ขิมมันโง่เองที่ไม่รอบคอบ" ขิมพึมพำกับตัวเองทั้งน้ำตา
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มือไม้สั่นจนเกือบทำหลุดมือ ขิมรีบกดเบอร์หา ไหม เพื่อนที่สนิทที่สุดในตอนนี้ เพราะเธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ความจริงมันจุกอยู่ที่อก เธอต้องการใครสักคนที่รับฟังและช่วยยืนยันว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องระยำอย่างที่ไทเข้าใจ
ตื๊ด... ตื๊ด...
"รับสายสิไหม... รับเถอะ" ขิมภาวนาในใจ
แต่ผลที่ได้คือความเงียบ ไหมไม่ยอมรับสาย ขิมพยายามกดโทรย้ำอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีคนรับสายเลย เธอลืมนึกไปว่าตอนนี้ไหมคงอยู่กับปอ และอาจจะกำลังวุ่นวายเรื่องพ่อแม่ตามที่เคยบอกไว้ หรือไม่ก็คงกำลังมีความสุขกันจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์
ขิมทิ้งโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างอ่อนล้า เธอเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองดูสภาพตัวเองในตอนนี้ ตาบวมแดงก่ำ กระโปรงทรงเอ ที่ไทเพิ่งจะบ่นว่าสั้นไปเมื่อเช้า บัดนี้มันยับยู่ยี่ไม่ต่างจากสภาพจิตใจของเธอ
"เฮียไท... ฟังกันบ้างสิเฮีย ฮรื้อออ…"
ภาพใบหน้าของไทตอนที่น้ำตาไหลมันทำให้เธอเจ็บปวดมาก เธอไม่เคยเห็นไทร้องให้มาก่อนเลย ขิมรู้ว่าไทเป็นคนขี้หวงและรักเธอมากแค่ไหน แต่การที่เขาไม่เปิดโอกาสให้เธออธิบายเลยมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาทอดทิ้งแล้วจริงๆ
เธอนึกถึงคำพูดของภาคที่บอกว่า "ไม่มีใครดีกับภาคเท่าขิม" ตอนนี้ขิมรู้แล้วว่ามันคือคำลวงที่ภาคตั้งใจจะพังชีวิตเธอ และเขาก็ทำมันสำเร็จ
เธอพยายามโทรหาไหมอีกครั้ง หวังว่าเพื่อนจะช่วยคิดหาทางออก หรืออย่างน้อยก็ช่วยไปพูดกับปอให้ปอไปกล่อมไทอีกแรง แต่สุดท้ายก็ยังเป็นความเงียบเหมือนเดิม
ขิมซุกหน้าลงกับหัวเข่า ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ความเงียบในคอนโดมันน่ากลัวกว่าเสียงด่าของไทเสียอีก เพราะมันย้ำเตือนว่าตอนนี้เธอไม่เหลือใครเลย
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
พอตกกลางคืน บรรยากาศก็เริ่มครึกครื้น ทุกคนต่างมารวมตัวกัน ปาร์ตี้จับฉลากแลกของขวัญกันอย่างสนุกสนาน มีการดื่มกินกันเล็กบ้างน้อยตามประสาญาติ ๆ ส่วนผาก็ยังคงนั่งเงียบ ๆ กินเหล้าอยู่คนเดียวตามมุมของตัวเองขิมกำลังหัวเราะสนุกสนานกับน้ำและญาติผู้หญิงคนอื่น ๆ แล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรหาไหมเลยตั้งแต่เม
พอขิมเดินออกมาจากบริเวณนั้นเพื่อไปเตรียมอาหารว่างให้ไท อยู่ดี ๆ ผาที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็พูดขึ้นมาลอย ๆ"บ่ฮู้จักก๋าละเทศะ เป๋นแค่แฟนยังบ่ได้แต่งงาน เข้าไปนอนในห้องของลูกสาวเปิ้น!" (ไม่รู้จักกาลเทศะเป็นแค่แฟนยังไม่ได้แต่งงาน เข้าไปนอนในห้องของผู้หญิง!)ไท ที่ได้ยินแบบนั้นก็คิ้วขมวดเข้าหากัน แล้วหันหน้
ทุกคนขับรถขึ้นมาจนถึงบนดอย ที่นี่มีผู้คนมากมายมาเที่ยวช่วงวันปีใหม่ วันนี้เป็นวันสิ้นปี บรรดาหลายครอบครัวเลยพากันมาเที่ยวที่นี่ บนยอดดอยนี้มี ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง เป็นจุดแลนด์มาร์กของจังหวัด และที่สำคัญคืออากาศที่หนาวมากจนแทบจะแข็งได้เลยไทสั่นหงึก ๆ ตลอดเวลา เพราะความหนาว แม้จะใส่เสื้ออุ่นแล้ว
เวลา 05:30 นาฬิกาไทตื่นตั้งแต่เช้ามืดราวตีห้าครึ่ง ไม่ใช่เพราะความสดชื่น แต่เป็นเพราะว่าเขานอนไม่หลับต่างหาก!เมื่อคืนเขาต้องนอนเตียงเดียวกับไอ้เด็กที่ชื่อ ภู ที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น แถมไอ้ภูนี่มันนอนดิ้น ชิบหายเลย ดิ้นจนไทแทบจะตกเตียงไปหลายรอบ จนเขาหงุดหงิดมากไอ้แม่เย* กูไม่ได้นอนเพรา







