Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 2 บอกความจริงไปเลย

Share

บทที่ 2 บอกความจริงไปเลย

last update publish date: 2026-10-03 11:30:32

เฟิ่งจูหลานยกมือขึ้นเกาศีรษะตนเองปราดหนึ่ง นางรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก ทะลุมิติมาทั้งทีต้องมารับมือคนตระกูลเฟิ่งไม่พอ นี่นางยังต้องมารับมือกับคนตระกูลเซี่ยอีกอย่างนั้นหรือ

คนที่เคยดูซีรีส์ต่างรู้ดี คนแซ่เซี่ยนี่มันระดับตำนานทั้งนั้น!

ด้านเซี่ยเสวียนเย่เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานเงียบไปก็เริ่มไม่สบายใจขึ้นมา เขาและนางรู้จักกันมาได้สักระยะแล้ว เขาจำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อนเขาไปที่นอกเมืองหลวงและถูกลอบทำร้าย ตอนนั้นเฟิ่งจูหลานไปไหว้พระที่วัดบนเขาและเดินทางกลับพอดี ระหว่างทางนางได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้ นางใช้ร่างตนเองรับดาบแทนเขาจนบาดเจ็บสาหัส เขาจึงจดจำบุญคุณนั้นของนางไม่ลืม นางจิตใจดี น่ารักน่าชัง เขาชอบนางมากและหลงรักนางตั้งแต่แรกพบ แต่นางเป็นคนหัวอ่อนไม่ค่อยสู้คน เขาเคยสอนให้นางสู้คนหลายคราแต่นางกลับไม่กล้า วันนี้เมื่อได้เห็นว่านางกล้าลงมือเสียทีเขาจึงรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง

แม้นางจะเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุ แต่เขาหาได้สนใจไม่ เขารักนางที่จิตใจไม่ใช่รักชาติตระกูลของนาง

เขามีนามว่าเซี่ยเสวียนเย่ อายุสิบแปดปี เป็นพระราชนัดดาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เซี่ยฮ่องเต้คือเสด็จปู่แท้ๆ ของเขา หลังจากเสด็จย่าตายจากไปก็ไม่แต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่อีก ส่วนเสด็จพ่อของเขานั้นเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเสด็จปู่ และยังเป็นองค์รัชทายาทอีกด้วย ครอบครัวของเขารักใคร่ปรองดองกันดี เสด็จพ่อและเสด็จแม่ก็ดีต่อเขามาก อีกทั้งยังบอกว่าหากเขาอยากแต่งงานกับสตรีใด ก็ล้วนสนับสนุนเขาทั้งสิ้น ขอเพียงนางเป็นคนดีก็พอแล้ว

นับแต่นั้นเขาและนางก็ส่งจดหมายตอบโต้กันไปมาอยู่ตลอด จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งนางไม่ตอบจดหมายเขา เขาจึงส่งคนไปสืบเรื่องของนางและพบว่านางถูกพี่สาวต่างมารดาส่งมาอยู่ที่บ้านสวนเกษตรที่นอกเมืองหลวง เขาจึงตามมาหานางถึงที่นี่

บางคราอาจเป็นเพราะความลำบากที่ได้พบเจอจึงทำให้นางกลายเป็นคนเข้มแข็งขึ้นมากระมัง

ชายหนุ่มรีบออกคำสั่งให้เหล่าทหารและบ่าวไพร่ถอยออกไปจากเรือนทันที เมื่ออยู่กันเพียงลำพังแล้ว เขาก็เอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“จูหลาน เจ้าไม่ต้องกลัวเฟิ่งหลิงหลง เจ้าไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น เจ้ามีข้าอยู่ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ข้าจะพาเจ้ากลับเมืองหลวง พวกเราจะแต่งงานกัน ข้าจะพาเจ้าหลุดพ้นจากจวนเฮงซวยนั้นเอง”

เซี่ยเสวียนเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เฟิ่งจูหลานเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาปราดหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ นางรู้ดีว่าคนที่เขารักคือเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่นาง และนางก็ไม่อยากโกหกเขาเพื่อเสพสุขกับอำนาจของคนอื่น จึงตัดสินใจบอกเขาไปตามตรง

“พระราชนัดดาเซี่ย หม่อมฉันซาบซึ้งในความรักที่พระองค์ทรงมีต่อหม่อมฉันมาก แต่หม่อมฉันมีความจริงข้อหนึ่งอยากจะบอกพระองค์เพคะ”

“ว่ามาเถอะ”

“หม่อมฉันไม่ใช่เฟิ่งจูหลาน เฟิ่งจูหลานตัวจริงตายไปแล้ว หม่อมฉันมาจากอีกโลกหนึ่ง และมาอยู่ในร่างของนางเพคะ”

เซี่ยเสวียนเย่เมื่อได้ฟังก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งเสียงหัวเราะออกมา พลางเอ่ย

“จูหลาน ข้าไม่ใช่คนซื่อบื้อนะ เจ้าหลอกพี่สาวเจ้าได้ แต่ถึงขนาดเอ่ยเรื่องโกหกเช่นนี้ให้ข้าฟังเลยหรือ?”

“ข้าไม่ได้โกหก ท่านไม่สงสัยบ้างหรือ จูหลานคนเก่าอ่อนแอ หวาดกลัวคนอย่างกับอะไรดี ไม่มีทางที่นางจะลุกขึ้นมาสู้กับคนอื่นได้อย่างแน่นอน แต่ข้าไม่ใช่ ข้าสู้คน ข้าไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกข้าได้ หากท่านยังไม่เชื่อ ท่านจะพิสูจน์อย่างอื่นด้วยก็ได้ อย่างเช่น ลายมือ นิสัย อาหารการกิน ไม่ช้าไม่นานท่านย่อมต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอน”

เซี่ยเสวียนเย่เมื่อได้ฟังก็แน่นิ่งพลางครุ่นคิด เขามองไปโดยรอบ ก่อนจะดึงตัวนางเข้ามาในห้อง และตรงมายังโต๊ะตัวหนึ่งที่มีพู่กันและแท่นหมึกเก่าๆ วางอยู่

“เขียนตัวอักษรมาที”

เฟิ่งจูหลานเข้าใจดีว่าเขาจะให้นางทำสิ่งใด นางเองก็ยอมทำตามแต่โดยดี ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถามนางว่านางเคยพบเจอเขาที่ไหน เมื่อไหร่ เจอกันได้อย่างไร แล้วเขาชอบกินสิ่งใด ไม่ชอบสิ่งใด และนางชอบสิ่งใดบ้าง แน่นอนว่าเรื่องเช่นการพบกันที่ไหนอะไรยังไง ในซีรีส์เคยเล่าเอาไว้อยู่แล้ว นางย่อมตอบได้ แต่เรื่องอื่นนางไม่รู้จริงๆ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีโกหกเลยแม้แต่น้อย เซี่ยเสวียนเย่ก็เริ่มวางหน้าไม่ถูก แม้จะรู้จักกับนางได้ไม่นาน แต่เขาใส่ใจนางยิ่งนัก ย่อมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนางทั้งหมด รวมไปถึงความชอบของนางด้วย แม้แต่เรื่องลับระหว่างเขากับนางที่รู้กันเพียงสองคน สตรีตรงหน้ากลับไม่รู้ และนางก็ไม่ได้มีท่าทีโกหกเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งการพูดการจายังต่างจากเดิมเป็นอย่างมาก

เฟิ่งจูหลานของเขา นางตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้!

สายตาของเซี่ยเสวียนเย่ฉายแววเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเก็บกดความโศกเศร้าจากการสูญเสียหญิงคนรักไว้ในอก ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมารับมือกับสตรีตรงหน้า

เมื่อมั่นใจแล้วว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่หญิงคนรัก แววตาที่เขามองเฟิ่งจูหลานก็พลันเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน ไม่เหลือความอ่อนโยนอีกแม้แต่น้อย เฟิ่งจูหลานเริ่มปั้นหน้าไม่ถูก นางคิดจะเขยิบหนี แต่เขากลับคว้าแขนนางเอาไว้พลางเอ่ย

“เจ้าโผล่มาจากหลุมไหน เป็นวิญญาณที่เฟิ่งหลิงหลงส่งมาใช่หรือไม่?”

มารดามันเถอะ!

เฟิ่งจูหลานถึงกับร้องโอดครวญในใจ ก่อนจะเอ่ย

“ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉันมาจากดินแดนแสนไกล และหม่อมฉันก็ไม่ใช่ผีของหลิงหลงนะเพคะ ไม่ใช่!”

“เจ้าแน่ใจนะ?”

“แน่ใจเพคะ”

เมื่อได้ยินเฟิ่งจูหลานเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มือของชายหนุ่มที่จับแขนนางก็พลันอ่อนลงหลายส่วน อย่างไรนี่ก็คือร่างของสตรีที่เขารัก เขาย่อมไม่อาจกระทำการรุนแรงอันใดได้ เซี่ยเสวียนเย่พยายามระงับสติอารมณ์ตนเอง แต่ภายในใจกลับร้อนราวกับไฟเผา ตอนนี้เขาแค้นสองแม่ลูกนั่นที่ทำร้ายคนรักของเขายิ่งนัก ชายหนุ่มหันมามองเฟิ่งจูหลานก่อนจะเอ่ย

“เพราะเจ้าไม่ใช่นาง เมื่อครู่จึงเอ่ยว่าอยากตัดสัมพันธ์กับข้า สินะ เพราะเหตุใด?”

เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มใจเย็นลงและยอมเจรจากับนางแต่โดยดีแล้ว เฟิ่งจูหลานจึงพอจะวางใจลงไปได้มาก นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเขาไปตามตรง

“เดิมทีหม่อมฉันไม่อยากมีปัญหากับใคร และพยายามหาทางกลับไปยังโลกเดิมที่จากมา หากกลับไปไม่ได้อีก ก็คิดว่าจะตั้งรากฐานอยู่ที่ชนบทแห่งนี้ หม่อมฉันมีความรู้เรื่องปลูกผักทำสวนอยู่บ้าง และยังมีความรู้เรื่องการทำเครื่องประทินโฉมอีกด้วย คงพอหาเลี้ยงชีพได้ไม่ลำบาก แต่พระองค์ไม่ต้องกังวล หม่อมฉันไม่คิดหวังสิ่งใดจากพระองค์อยู่แล้ว ไม่คิดแอบอ้างแทนเฟิ่งจูหลานคนเก่าด้วย จึงตัดสินใจบอกกับพระองค์เช่นนี้เพื่อตัดสัมพันธ์เพคะ”

เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าค่อนข้างมีสติปัญญาอยู่ไม่น้อยและยังไม่คิดใช้ร่างของคนรักเขามาหาผลประโยชน์ เซี่ยเสวียนเย่จึงไม่อาจตำหนิอันใดนาง เขามีท่าทีครุ่นคิดก่อนจะหันมาเอ่ย

“เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน คอยปกป้องร่างนี้ให้ดีอย่าให้ใครมาทำร้ายได้ หากขาดเหลือสิ่งใดก็ส่งคนไปบอกข้า ข้าจะทิ้งคนของข้าเอาไว้เพื่อคอยฟังข่าวสารจากเจ้า ที่สำคัญข้าจะช่วยหาทางส่งเจ้ากลับไปยังโลกที่เจ้าจากมา และจะหาทางพาเฟิ่งจูหลานกลับมาให้ได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฟิ่งจูหลานก็ดีใจมาก แต่นางเพิ่งจะดีใจได้ไม่นาน ประโยคถัดมาของเซี่ยเสวียนเย่ก็ทำเอานางถึงกับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก

“แต่ถ้านางกลับมาไม่ได้และเจ้าก็ออกจากร่างนี้ไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราก็แต่งงานกันเสีย ข้าจะทำตามเจตนาเดิมของข้า ข้าจะไม่ยอมให้นางต้องอยู่ในจวนตระกูลเฟิ่งที่แสนเฮงซวยนั่นอีก”

เฮ้! ช้าก่อนสิน้องชาย อยู่ๆ จะมาคลุมถุงชนกันแบบนี้มันถูกต้องจริงๆ หรือ?

“เอ่อ ไม่ดีกระมังเพคะ”

เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานตั้งท่าจะปฏิเสธเขาก็หันมามองนางด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะเอ่ย

“อย่าได้คิดปฏิเสธเด็ดขาด อ้อ จริงสิ ข้าขอถามหน่อย อายุเจ้าเท่าใดแล้ว ข้าจะได้เรียกขานเจ้าถูกยามสนทนากัน”

ปากเสีย! ใครเขาถามอายุกันตรงๆ บ้าง เด็กเปรตนี่!

แม้ในใจจะด่าทอ แต่เบื้องหน้าเฟิ่งจูหลานกลับทำได้เพียงยิ้มแย้มอ่อนโยนเท่านั้น

“อ้อ ในโลกของหม่อมฉันหรือเพคะ หม่อมฉันอายุยี่สิบห้าปีแล้วเพคะ”

เฟิ่งจูหลานตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ เพราะในโลกปัจจุบันอายุขนาดนี้ถือว่ากำลังดี และเป็นวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวอีกด้วย

“อ้อ อายุมากกว่าข้าหลายปีเลย ข้าอายุสิบแปด เช่นนั้นเรียกเจ้าว่า ท่านป้าเฟิ่งไปก่อนก็แล้วกัน”

ท่านป้าเฟิ่ง?

เมื่อได้ยินคำว่าท่านป้าเฟิ่ง ในใจของเฟิ่งจูหลานก็เหมือนมีมดไต่ยั้วเยี้ยจนแสบคันไปหมด เซี่ยเสวียนเย่นี่ในปากเหมือนเลี้ยงหมาเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น

เพราะความโมโหนางจึงยกเท้าถีบเข้าไปที่กลางอกของเซี่ยเสวียนเย่จนเขาหงายหลังตึง เมื่อชายหนุ่มตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นมาหมายจะเอาเรื่องนาง แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านางอยู่ในร่างของสตรีที่เขารัก และเขาย่อมไม่อาจทำร้ายได้ จึงทำได้เพียงกำมือแน่น

“เจ้ากล้าถีบข้าหรือ!”

“ขออภัยเพคะพระราชนัดดา เท้าคนแก่ก็แบบนี้มันลั่นบ่อยๆ เพคะ หวังว่าจะไม่ถือสาป้าเฟิ่งนะเพคะ”

เซี่ยเสวียนเย่ “......”

ได้! ฝากไว้ก่อนเถอะท่านป้าเฟิ่ง!

ด้านเฟิ่งจูหลานก็ลอบอุทานในใจเบาๆ เช่นเดียวกัน

พูดไปใครจะเชื่อ ว่านางทะลุมิติมาถีบพระเอกในซีรี่ส์แนวตั้งน่ะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status