Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 3-1 ให้ยืมก่อน

Share

บทที่ 3-1 ให้ยืมก่อน

last update publish date: 2026-10-04 11:44:35

ด้านเซี่ยเสวียนเย่นั้นก็พอจะดูออกว่าเฟิ่งจูหลานคงจะไม่ค่อยชอบที่ถูกเขาเรียกว่าท่านป้าสักเท่าใดนัก เขาจึงไม่คิดจะเรียกนางว่าท่านป้าเฟิ่งอีก

“เอาเถอะ ข้าไม่เรียกเจ้าว่าท่านป้าแล้วก็ได้”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นเฟิ่งจูหลานก็พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง โชคดีนะที่เขาหน้าเหมือนพระเอกซีรีส์ที่นางชอบ นางจึงพอจะยั้งเท้าเอาไว้ได้ทัน ไม่ได้ถีบออกไปเต็มแรง

บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เซี่ยเสวียนเย่เมื่อรู้แล้วว่าสตรีตรงหน้าเป็นใครเขาก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ส่วนเฟิ่งจูหลานเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน นางยิ่งหนักใจเสียมากกว่าเพราะไม่รู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตต่อไปยังไงเมื่อต้องทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณเช่นนี้

เซี่ยเสวียนเย่ลุกขึ้นพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะล้วงหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งส่งมาให้กับเฟิ่งจูหลาน หญิงสาวมองตั๋วเงินในมือของชายหนุ่มด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับครุ่นคิดในใจว่า

เซี่ยเสวียนเย่คนนี้ใจดีมากเลย ถึงขนาดเปย์เงินให้นางใช้ด้วย

“ให้ยืมก่อน เพราะข้ารู้ว่าเจ้าลำบาก ไว้ค่อยมาคืนข้าทีหลัง ข้าไม่คิดดอกเบี้ย”

ความฝันอันแสนสวยหรูของเฟิ่งจูหลานพังครืนลงไปในพริบตา นางถึงกับสบถว่าขี้งกฉิบหายอยู่ในใจ แต่เพราะยามนี้นางยังไม่มีเงิน เพราะเจ้าของร่างเดิมถูกกลั่นแกล้งมานาน ไม่มีแม้แต่เงินจะติดตัว ยามเจ็บป่วยยังไม่มีเงินไปจ้างท่านหมอมารักษา นางจึงคิดว่าอย่างไรคงต้องรับตั๋วเงินของเขาเอาไว้ ไม่อาจเล่นตัวได้อีก

“ขอบพระทัยมากเพคะ หม่อมฉันจะใช้เงินก้อนนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน”

“ดี เจ้าอยากได้ของสิ่งใด หรืออยากได้ยาบำรุงก็เอาไปซื้อได้ หากเงินหมดก็แจ้งคนของข้า ข้าจะให้พวกเขาเอาเงินมาให้เพิ่ม แต่จำไว้ว่า ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์กับร่างของจูจูเท่านั้น หากเจ้าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ ข้าจะคิดดอกเบี้ยสองเท่า”

เฟิ่งจูหลานพยักหน้ารับเบาๆ และไม่เอ่ยอันใดอีก เซี่ยเสวียนเย่จึงพอจะวางใจลงไปได้มากเมื่อเห็นว่านางเป็นคนพูดง่าย และเขาก็พอจะสบายใจได้ไม่น้อยเมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้เป็นคนที่สามารถปกป้องตนเองได้ ไม่อ่อนแอกลัวคนเหมือนจูจูของเขา

“ว่าแต่เจ้ามีชื่อเรียกหรือไม่ ข้าจะได้เรียกถูก”

“ชื่อเหมือนเจ้าของร่างนี้นั่นล่ะเพคะ จูหลาน เรียกจูจูก็ได้”

เซี่ยเสวียนเย่รู้สึกว่านี่ออกจะบังเอิญไปสักหน่อยกระมัง แต่เขากลับไม่เอ่ยถามอันใดต่อ เพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่อยู่สนทนาอันใดกับนางต่อ และขอตัวกลับทันที บอกว่าวันพรุ่งนี้เขาจะส่งคนมารับนางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เฟิ่งจูหลานยังไม่ทันได้ถามว่าเขาจะพานางไปที่ใด ชายหนุ่มก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

นางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองตั๋วเงินในมือ พบว่ามันมีถึงหนึ่งพันตำลึงเลยทีเดียว เห้อ เจ้าของร่างเดิมนี่โชคดีจริงๆ มีชายหนุ่มหล่อรวยสายเปย์มาคอยเอาใจ นี่มันความฝันของนางชัดๆ ไม่ต้องทำงานทำการก็มีเงินให้ใช้

เมื่อเซี่ยเสวียนเย่จากไปแล้ว หรงหมัวหมัวก็เริ่มวางอำนาจอีกครั้งหนึ่ง นางเดินเข้ามาเห็นเฟิ่งจูหลานซึ่งกำลังนั่งนับตั๋วเงินอยู่พอดี ดวงตาของหญิงวัยกลางคนฉายแววอิจฉาริษยาและไม่พอใจ ถึงกับคิดว่าจะต้องเขียนจดหมายไปแจ้งคุณหนูใหญ่สักหน ว่าเฟิ่งจูหลานกำเริบเสิบสานเพียงใด ถึงขนาดนัดพบกับพระราชนัดดาถึงที่นี่ คิดได้เช่นนั้นนางจึงเดินเข้ามาหาเฟิ่งจูหลานหมายจะหยิบฉกตั๋วเงินในมือนางไปเป็นของตน

แต่เฟิ่งจูหลานหูไวตาไวเรื่องเงินอยู่แล้ว นางจึงนำตั๋วเงินนั้นมาเก็บเอาไว้กับตัวได้ทันเวลา พลางจ้องมองหรงหมัวหมัวเขม็ง

“ยัยแก่นี่ อยากได้เงินทำไมไม่ขอข้าดีๆ ล่ะ หากว่าข้าอารมณ์ดีอาจจะแบ่งให้เจ้าใช้สักสองสามอีแปะก็ได้”

หรงหมัวหมัวเมื่อได้ฟังวาจาเหน็บแหนมของเฟิ่งจูหลานนางก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมา

“คุณหนูรอง ท่านจะใจกล้าเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เงินนี่คงได้มาจากการยั่วยวนพระราชนัดดาสินะ ข้าจะเขียนจดหมายแจ้งให้คุณหนูใหญ่ทราบ จะได้จัดการท่านเสีย”

เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาหนหนึ่ง หรงหมัวหมัวนี่มันคือขี้ข้าผู้ภักดีของเฟิ่งหลิงหลงชัดๆ เป็นบ่าวประสาทตามแบบฉบับซีรีส์แนวตั้งเลยจริงๆ หญิงสาวส่งเสียงเหอะออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกพลางเอียงคอจ้องมองหรงหมัวหมัว

“ทำไมล่ะ ก็ข้ายังสาว ข้าจะใช้ส่วนไหนของร่างกายล่อลวงพระราชนัดดาก็ได้ เขาย่อมชอบทั้งหมด ไม่เหมือนคนบางคน แก่ ยานไปทั้งตัว ขนาดดึงทึ้งยังกลัวเนื้อหลุดติดมือ เลยมาอิจฉาข้าสินะ หรือว่าหรงหมัวหมัวยังคันอยู่ เอาอย่างนี้ ข้าจะช่วยหาพ่อบ้านแก่ๆ สักคนมาช่วยเกาให้เจ้าดีหรือไม่?”

“ท่าน!”

หรงหมัวหมัวที่ถูกเฟิ่งจูหลานเอ่ยวาจาไม่ไว้หน้าใส่ก็เริ่มโมโห แต่ในใจของนางกลับเริ่มตั้งคำถามกับตนเอง

'นี่นางคันตรงนั้นหรือนี่ แต่ก็นานมากแล้วนะที่ไม่ได้มีคนมาช่วยเกา หรือจะทำตามคุณหนูรองว่า หาพ่อบ้านแก่ๆ สักคนมาช่วยเกาให้'

ฉิบหาย! นี่นางคิดอันใดกันนี่!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status