Masukเมธาวีเริ่มหายใจติดขัดและตกใจกับการกระทำของเขา เพราะไม่คิดว่าตนเองจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอพยายามที่จะดิ้นรน
“หยุดนะ! ไปให้พ้น” หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนอีกครั้ง มือของเธอผลักอกเขาเต็มแรงพร้อมกับพยายามส่ายหน้าหนี ชายหนุ่มเม้มปากอย่างรู้สึกขัดใจไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฎิเสธเขามาก่อน เขากอดรัดฟัดเธออย่างไม่ปรานีเพราะคิดว่าเธอคงเคยกับเรื่องพวกนี้มาก่อนอยู่แล้ว
“ไม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่~~~~~~~~~~"เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายดังลั่นก่อนที่เธอจะหมดสติไป เสียงของเธอทำให้เขารู้สึกตัวและหยุดการกระทำของตัวเอง
“ตะวัน...ตะวัน” ป้าวรรณได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งเข้ามาดูพร้อมกับถาม
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณภัศร์ป้าได้ยินเสียงคุณตะวันร้อง”
“ตะวันเป็นลมหมดสติไปครับ” ชายหนุ่มอุ้มร่างบอบบางไร้สติไว้ในวงแขน จากนั้นก็เดินพาเธอไปวางที่เตียงในห้องนอนของเขา โดยมีป้าวรรณเดินตามไปด้วยความร้อนใจ ระหว่างที่รอให้หญิงสาวฟื้นอยู่นั้นป้าวรรณไม่อาจระงับความสงสัยไว้ได้อีก
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะคุณภัศร์ คุณทำอะไรคุณตะวัน เธอถึงได้ร้องเสียงดังและหมดสติไปแบบนี้”
“ผมก็แค่จะสั่งสอนเธอนิดหน่อย ใครจะคิดว่าคุณตะวันของป้าจะตกใจจนเป็นลม”
เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตัวเอง ที่จริงแล้วเขาก็แค่จะสั่งสอนที่เธอปากดีกับเขาเท่านั้น ไม่คิดว่าพอมีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดเธอจะทำให้อารมณ์ของเขาร้อนแรงขึ้นมาได้ และเขาเองก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงดูเหมือนไม่เคยกับเรื่องแบบนี้มาก่อน
แต่ชายหนุ่มกลับคิดว่านั่นคือการแสดงละคร เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาก็เท่านั้น
“คงจะไม่นิดหน่อยล่ะมั้งคะ ไม่อย่างนั้นคุณตะวันเธอคงจะไม่ร้องเสียงดังแบบนี้หรอกค่ะ เธอรู้สึกตัวแล้วค่ะ”
เมธาวีขยับตัวและลืมตาขึ้น แต่เมื่อมองเห็นปิยภัศร์นั่งอยู่ที่นั่นด้วย เธอลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับไล่ให้เขาออกไปแต่ปิยภัศร์หรือจะยอม เขาพูดให้เธอเข้าใจว่าที่นี่คือบ้านของเขา และเขาจะทำอะไรที่ไหนก็ย่อมได้ทั้งนั้น เมธาวีจึงตัดสินใจว่าเธอจะเป็นฝ่ายไปเอง
“คุณยังไปไหนไม่ได้จนกว่าผมจะอนุญาต”
“ทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดของนายด้วย”
“ไม่ต้องเชื่อก็ได้แต่ว่าคุณลืมไปหรือเปล่า ว่าผมยังไม่ได้โทรไปยกเลิกคำสั่งเรื่องเงินของพ่อคุณเลยนะแล้วทำไมจะรีบกลับซะละ”
หญิงสาวได้ฟังแบบนั้นเธอก็เม้มปาก จริงด้วยเกือบลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย
“ถ้างั้นนายก็รีบทำซะสิ”
“คุณพูดกับผู้มีพระคุณแบบนี้เหรอตะวัน”
ป้าวรรณต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพ พร้อมทั้งขอร้องเจ้านายที่เธอเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย
“คุณภัศร์คะอย่าแกล้งคุณตะวันเธอเลยค่ะ”
“ก็ได้ครับ นี่ผมเห็นแก่ป้าวรรณนะครับ”
จากนั้นชายหนุ่มก็โทรไปยกเลิกคำสั่งที่เขาให้อายัติเงินของคุณวิชญะ เมื่อเขาทำในสิ่งที่เธอต้องการแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่อีก
“ฉันอยากกลับบ้าน”
“ผมจะสั่งให้รถไปส่งคุณ”
ป้าวรรณรับอาสาไปจัดการเรื่องนี้ให้เอง แต่ก่อนที่เมธาวีจะเดินออกไปจากห้องนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของเขาพูดลอยลมมา
“ผมหวังว่าคุณคงจะทำตามที่พูดไว้นะ อีกหนึ่งอาทิตย์เจอกัน ผมจะส่งคนไปช่วยคุณย้ายของมาที่นี่”
“นายไม่ต้องห่วงฉันพูดคำไหนคำนั้น”
แล้วเธอก็เดินออกจากห้องไปเพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้าน ปิยภัศร์ยืนมองหญิงสาวเดินขึ้นรถไปทางหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง เขายอมรับว่าเมธาวีทำให้เขาอารมณ์ค้าง
ดังนั้นเห็นทีคืนนี้คงจะต้องไปหาผู้หญิงมาปลดเปลื้องอารมณ์ของตัวเอง คิดได้แบบนั้นเขาก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวออกจากบ้านไป
ระหว่างทางที่มินตรากำลังจะเดินไปขึ้นรถของเธอที่จอดอยู่นั้น เธอได้พบเห็นเหตุการณ์ชุลมุนของชายหนุ่มฉกรรจ์ประมาณสี่ห้าคนกำลังรุมซ้อมผู้ชายคนหนึ่ง และเธอก็เห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นถูกแทงเข้าที่ท้องอย่างแรง
แถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยจะมีคนเดินผ่านไปผ่านมามากนัก มินตราไม่รู้จะช่วยชายหนุ่มคนนั้นได้อย่างไร ก็เลยตะโกนเสียงดังว่า
“ตำรวจ...ตำรวจมา”
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไปทิ้งร่างของชายหนุ่มไว้ที่พื้น เมื่อมินตรามั่นใจว่าคนพวกนั้นจะไม่หวนกลับมาอีก เธอจึงรีบวิ่งไปประคองร่างของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นไว้ พร้อมกับพึมพำกับตัวเอง
“จะตายหรือเปล่านะ”
“ผมยังไม่ตายขอบคุณที่ช่วยผมไว้”
“เลือดคุณออกมากจัง ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาลก่อนนะคะ คุณพอจะลุกไหวไหม”
“ผมจะพยายาม”
“กอดไหล่ฉันไว้ก็ละกันค่ะ”
แต่กว่าที่มินตราจะพาชายหนุ่มมาที่รถได้ ก็กินเวลามากเหมือนกันและดูเหมือนว่าเขาจะใช้แรงที่เหลือทั้งหมดช่วยพยุงร่างกายของตนเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้มินตราต้องแบกรับน้ำหนักตัวของเขามากจนเกินไปนัก แต่การออกแรงมากแบบนั้นทำให้เขายิ่งเสียเลือดมากขึ้น
มินตราเห็นเลือดของเขาออกไม่หยุดและหน้าเขาดูซีดมาก เธอก็เลยรีบขับรถไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งโชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่เกิดเหตุมากนัก เมื่อหญิงสาวจัดการเรื่องของเขาเรียบร้อยแล้วก็นั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน เพื่อที่จะรอดูอาการของเขา หมอและพยาบาลต่างก็เดินกันให้วุ่นวาย
และแล้วการรอคอยของหญิงสาวก็สิ้นสุดลง เมื่อแพทย์ที่ทำการรักษาเขาเดินออกมาจากห้องผ่าตัด มินตรารีบเดินเข้าไปถามถึงอาการของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ที่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของเขา เแพทย์ที่ทำการรักษาบอกว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้กำลังจะย้ายไปที่ห้องพักฟื้น เธอกล่าวขอบคุณนายแพทย์ผู้นั้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







