Masukในขณะที่ปิยภัศร์เดินไปตามตะวันเพื่อมากินอาหารกลางวัน เขาก็ได้ยินเสียงคนเล่นเปียโนด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ ปิยภัศร์เดินตามเสียงเพลงไปจนเจอเมธาวีนั่งบรรเลงเพลงอยู่ที่เปียโนหลังนั้น เขายืนฟังจนเธอเล่นจนจบและก็ปรบมือให้กับความสามารถของเธอ
“ผมไม่คิดว่าคุณจะเล่นเปียโนได้ดีขนาดนี้”
“ทึ่งล่ะสิ...ฉันเล่นเก่งมากเลยใช่ไหม”
“ก็งั้นๆ ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษตรงไหน เป็นธรรมดาของลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างสุขสบายวันวันไม่ต้องทำอะไร ก็เลยหัดเล่นเปียโนเพื่อให้ดูโก้เก๋”
ถึงแม้เขาจะทึ่งกับความสามารถของเธอแต่เรื่องอะไรที่เขาจะ ต้องพูดความจริง เมื่ออีกฝ่ายได้ยินคำพูดของเขาก็แว้ดใส่เขาทันที
“นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง อยากเจ็บตัวมากใช่ไหม ฉันว่าเก็บปากของนายไว้แตกหน้าหนาวดีกว่านะ อย่าต้องให้มันมาแตกเพราะหมัดของฉันเลย เพราะฉันไม่อยากที่จะทะเลาะกับคนกวนประสาทอย่างนาย”
แต่ปิยภัศร์มิได้กลัวคำขู่ของหญิงสาวแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะและบอกให้เธอสงบศึกชั่วคราวพร้อมทั้งชวนเธอไปทานอาหารฝีมือของป้าวรรณ ปิยภัศร์เดินมาจูงมือเมธาวีราวกับเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งที่หญิงสาวไม่ยินยอม แต่เขาก็บังคับเธอให้เดินตามเขาไปที่ห้องอาหารจนได้
“ป้าวรรณทำอาหารได้อร่อยจังเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยชมฝีมือการทำอาหารของผู้สูงวัยอย่างจริงใจพร้อมรอยยิ้ม
“ถ้าอร่อยคุณตะวันก็กินเยอะๆ นะคะ”
ปิยภัศร์เองก็คอยทำหน้าที่ตักอาหารให้หญิงสาวมากกว่าจะกินเอง ป้าวรรณมองการกระทำของเจ้านายหนุ่มที่ปฎิบัติต่อหญิงสาวแล้วก็ทำให้เกิดรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่าคุณภัศร์ของเธอไม่ค่อยจะทำอะไรให้ใครแบบนี้บ่อยนัก
เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อย เมธาวีก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้ยกเลิกคำสั่ง การอายัติเงินที่จะช่วยเหลือธุรกิจของพ่อ เธอจึงเตือนเขา
“นายยังไม่ได้โทรไปยกเลิกคำสั่งอายัติเงินที่สั่งจ่ายให้พ่อของฉันเลยนะ”
“ผมทำแน่แต่ต้องหลังจากที่เราตกลงกันซะก่อน”
“ตกลงเรื่องอะไร!”
“ทำไมคุณถึงเป็นคนที่ลืมอะไรง่ายแบบนี้ ในเงื่อนไขที่ผมกับพ่อของคุณตกลงกันไว้คือคุณจะต้องมาทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของผม และจะต้องมาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้”
“เรื่องนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง ฉันต้องทำตามเงื่อนไขที่นายต้องการอยู่แล้ว นายทุนหน้าเลือด”
“แล้วเมื่อไรคุณจะทำตามเงื่อนไข”
“ก็คงต้องขอเวลาเตรียมตัวบ้าง”
“ผมให้เวลาคุณหนึ่งสัปดาห์กับการที่คุณจะต้องเตรียมตัวย้ายมาอยู่ที่นี่ และไปทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของผมที่บริษัท”
“อะไรนะ! หนึ่งสัปดาห์นายจะบ้าเหรอ เวลาแค่นั้นใครจะไปเตรียมตัวทัน ฉันขอเวลาหนึ่งเดือนก็ละกัน” เมธาวีเจรจาต่อรองกับนายทุนหน้าเลือดของตนเอง
“ได้ ผมจะให้เวลาคุณตามที่คุณขอ ส่วนเงินของพ่อคุณก็ไปรับเดือนหน้าก็ละกันนะ ตกลงตามนี้”
เมธาวีถอนหายใจอย่างแรงราวกับพยายามที่จะข่มอารมณ์โกรธของตัวเอง
“ฉันยอมนายละ...ตกลงอีกหนึ่งอาทิตย์นายได้เจอฉันแน่ นายทุนหน้าเลือดแล้วนายจะต้องเสียใจที่ตัดสินใจแบบนี้ นายจะให้ฉันย้ายไปอยู่ที่ไหน”
“ก็อยู่ที่นี่กับผมไง”
“ฉันตกลงรับปากทำตามเงื่อนไขของนายแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของนายที่จะต้องทำตามข้อตกลงบ้างล่ะนะ”
“ไม่ต้องรีบก็ได้”
“นี่นายคิดจะเบี้ยวฉันงั้นเหรอ” หญิงสาวตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มเสียงดัง
“เปล่า...ใครหน้าไหนกันที่จะกล้าโกงคุณหนูตะวัน”
“ก็นายไงล่ะ วอนตายก่อนวัยอันควรนะ ถ้ายังไม่รีบจัดการเรื่องนี้ให้ฉันล่ะก็นายเป็นโดนดีแน่ยั งไม่รีบทำอีก”
เมธาวีเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มพร้อมกับกำหมัดไปตรงหน้าของเขา ปิยภัศร์ได้โอกาสก็เลยรวบร่างของเธอมากอดเอาไว้ซะเลย
“นายจะทำอะไร...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“เรื่องอะไรจะปล่อย ในเมื่อคุณเดินเข้ามาให้ผมกอดเอง ถ้าผมไม่กอดคุณก็โง่เต็มที” เขาพูดพร้อมกับฝังจมูกได้รูปลงมายังซอกคอของเมธาวี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ริมฝีปากหนาดูดเม้มลงไปยังซอกคอของเธอ จนรอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นทันตา
“ไม่นะ….ปล่อยฉัน….ไอ้บ้า...ไอ้ลามก”
หญิงสาวเริ่มดิ้นรนเอามือผลักอกเขาเต็มแรงและพยายามส่ายหน้าหนี แต่ยิ่งพยายามดิ้นหนีมากเท่าไรหน้าอกของเธอก็ยิ่งบดเบียดกับอกกว้างของเขามากขึ้นเท่านั้น และการทำเช่นนั้นก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นความปรารถนาของชายหนุ่มให้เพิ่มมากขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ
“พูดมากน่ารำคาญจริง”
ปิยภัศร์พูดพร้อมกับแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางช่างเจรจาอย่างหนักหน่วงรุนแรงเหมือนต้องการจะลงโทษ
“คุณ…อะ...อื้อ…” เสียงของหญิงสาวปากกล้าได้ยินแค่ในลำคอ เธอทั้งโกรธทั้งตกใจและดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของเขา ปิยภัศร์เปลี่ยนจากจูบที่เร่าร้อนรุนแรงมาเป็นอ่อนโยนเรียกร้องจนหญิงสาวหายใจแทบไม่ทัน มือของเขาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปยังแผ่นหลังนวลเนียนผ่านเสื้อตัวที่เธอสวมใส่ ส่วนมืออีกข้างเริ่มไล้ลงบนสะโพกกลมกลึงของเธอ
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







