Masuk“ทำไมไม่มีคนรับสาย” เขารออยู่จนสายถูกตัดไป
“คุณภัศร์คิดว่าคุณตะวันยังอยู่ที่บริษัทเหรอคะ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะคะ”
“คือผมแกล้งสั่งงานให้เธอทำ และบอกเอาไว้ว่าพรุ่งนี้ผมจะต้องเห็นงานที่ผมต้องการ วางไว้อยู่บนโต๊ะในตอนเช้า”
“แกล้งคุณตะวัน!! คุณภัศร์หมายความว่ายังไงกันคะ” ผู้สูงวัยถามชายหนุ่มที่ตนเลี้ยงดูมาด้วยความสงสัย
“งานพวกนั้นที่จริงผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่ผมอยากที่จะแกล้งคนอวดดีก็เลยสั่งงานให้เธอทำมากมาย พร้อมกับบอกว่าผมต้องการใช้เอกสารทั้งหมดพรุ่งนี้เช้า ผมไม่คิดว่าตะวันจะนั่งทำงานตามที่ผมสั่งจริงๆ”
“โธ่คุณภัศร์ก็เล่นเป็นเด็กไปได้ แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดีคะ”
“เดี๋ยวผมจะไปดูที่บริษัทก่อนละกันนะครับ ป้าวรรณอย่าเพิ่งคิดมาก บางทีตะวันอาจจะยังอยู่ที่บริษัทก็เป็นได้”
“รีบไปเถอะค่ะนี่มันใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ไม่รู้ว่าคุณตะวันได้ทานอะไรบ้างหรือยัง คุณภัศร์ก็ร้ายกาจจริงมีเจ้านายที่ไหนบ้างคะ ที่อุตริใช้งานลูกน้องหนักขนาดนี้ ทั้งที่เธอก็เพิ่งจะเริ่มลงมือทำงานเป็นวันแรก เฮ้อ! ป้าว่าคุณรีบไปดูคุณตะวันที่บริษัทดีกว่าค่ะรีบไปรีบกลับนะคะ” ป้าวรรณเร่งชายหนุ่ม
“ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้ละครับ” ปิยภัศร์ขับรถด้วยความเร็วสูงเพราะความเป็นห่วงหญิงสาว
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่บริษัทพบกับยามที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นก็เลยสอบถาม ได้ความว่าเมธาวียังนั่งทำงานอยู่ข้างบนเพียงลำพังเพียงคนเดียว ปิยภัศร์จึงรีบขึ้นไปตามหญิงสาว
ในขณะที่เมธาวีนั่งทำงานอยู่นั้น...เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินตรงมาทางห้องที่เธอนั่งทำงานอยู่ หญิงสาวรู้สึกกลัวเพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงหยิบแจกันดอกไม้ของวีรยามาถือไว้ในมือพร้อมกับหลบไปซ่อนตัวอยู่ข้างประตู เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาเธอจึงฟาดเขาด้วยแจกันในมืออย่างแรง
“โอ๊ยย...ตะวันนี่คุณจะฆ่าผมเหรอ”
“นายเองเหรอ”
“ก็ผมเองน่ะสิหรือคุณคิดว่าใคร และคุณก็เกือบจะฆ่าผมแล้วรู้ไหม” ปิยภัศร์พูดพร้อมกับชี้หน้าอีกฝ่าย
“ช่วยไม่ได้นายอยากมาเงียบๆ ทำไมล่ะ ฉันก็ต้องป้องกันตัวน่ะสิ เลือดนายไหลใหญ่แล้ว” เมธาวีพูดพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าสะพายมายื่นส่งให้
“เอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ซับเลือดไว้ก่อน ฉันยังไม่ได้ใช้รับรองได้เรื่องความสะอาด”
เขารับมาซับเลือดที่หน้าผากของตัวเอง
“คุณมัวทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน รู้บ้างไหมว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”
“ฉันก็นั่งทำงานที่นายสั่งอยู่น่ะสิ งานบ้าอะไรก็ไม่รู้ทำเท่าไรก็ไม่รู้จักหมดซะที”
“ไม่ต้องทำแล้วค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้ ตอนนี้คุณกลับบ้านไปกับผมก่อน ป้าวรรณเป็นห่วงคุณมากเลยรู้ไหม”
“นายพูดจริงนะที่ว่าฉันกลับบ้านได้โดยที่ยังทำงานไม่เสร็จ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีงานที่นายต้องการวางไว้บนโต๊ะจนครบตามคำสั่งของนาย จะมาตำหนิว่าฉันทำงานไม่มีประสิทธิภาพไม่ได้นะ”
หญิงสาวต้องพูดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเอาจุดนี้มาเล่นงานเธอในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้
“พูดมากอยู่นั่นแหละจะไปกันได้หรือยัง”
“ขอเก็บของก่อน” เมธาวีเองก็รู้สึกเมื่อยล้าเต็มทีและที่สำคัญคือหิวมากด้วย จึงรีบเดินไปเก็บเอกสารให้เป็นที่เป็นทางพร้อมทั้งหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง
“พร้อมแล้วใช่ไหม” เธอพยักหน้า
เมื่อนั่งมาในรถหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบสายตาไปมองชายหนุ่มข้างตัว ที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ในขณะนั้นแล้วก็อดที่จะเอ่ยถามเขาไม่ได้
“แผลของนายเป็นยังไงบ้าง”
“ยังไม่ตายหรอกแผลแค่นี้ไกลหัวใจ แต่เดี๋ยวคุณจะต้องทำแผลให้ผม” ฟังคำตอบของเขาสิ มันน่าจะสั่งสอนให้หนักกว่านี้จะได้เข็ด และไม่ใช่แต่เพียงคิดเท่านั้นเธอยังบอกให้เขารับรู้อีกด้วย
“คราวหน้าฉันรับรองว่านายจะไม่เจ็บเพียงแค่นี้แน่ ฉันจะเอาให้ถึงตายเลย”
“ผมจะรอ ถ้าผมตายเพราะคุณเมื่อไร ผมจะตามมาหลอกหลอนคุณ มีคุณอยู่ที่ไหนจะมีวิญญาณของผมที่นั่น เหมือนเงาตามตัวไม่เชื่อคอยดู”
“นายพูดเพ้อเจ้ออะไรท่าจะประสาท”
เมื่อปิยภัศร์ขับรถเข้ามาจอดเมธาวีก็ก้าวลงจากรถ แล้วก็พบว่าป้าวรรณมายืนรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง สีหน้าและแววตาของเธอบอกให้หญิงสาวรับรู้ได้เป็นอย่างดีถึงความรู้สึกห่วงใย
ผู้สูงวัยเดินเข้ามาลูบไล้แขนของหญิงสาว สีหน้าของเธอแสดงออกว่าเธอรู้สึกโล่งอกที่เธอกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมกับถามด้วยความห่วงใย
“คุณตะวันเหนื่อยไหมคะทานอะไรมาหรือยัง”
“เหนื่อยมากเลยค่ะ ทั้งเหนื่อยทั้งหิว ป้าวรรณมีอะไรให้ทานบ้างไหมคะ”
“คุณตะวันยังไม่ได้ทานอะไรมาอีกเหรอคะ งั้นเดี๋ยวป้าจะรีบไปจัดการให้นะคะ” แต่ก่อนที่ป้าวรรณจะเดินเข้าไปจัดการเรื่องอาหารของหญิงสาว เธอก็ได้หันไปถามชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ในที่นั้น
“คุณภัศร์ไปเจอคุณตะวันที่ไหนคะ แล้วนั่นหน้าผากของคุณไปโดนอะไรมา”
“ถามคุณหนูคนดีของป้าวรรณดูสิครับ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท






![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
