Masukอลิสหงุดหงิดถ้านังมินตราปลอดภัย นั่นก็หมายความว่าไอ้พวกนั้นมันทำงานไม่สำเร็จน่ะสิ แล้วยังมีหน้ามาโกหกเพื่อรับเงินค่าจ้างอีก เจ็บใจนักที่นังมินตรามันรอดไปได้
“แล้ววินทราบหรือคะว่าใครเป็นคนทำ”
“เธอน่าจะรู้ดีนะว่าใครเป็นคนสั่งการเรื่องนี้”
“อลิสจะทราบได้ยังไงกันคะ ก็อลิสเพิ่งจะทราบเรื่องนี้จากปากของคุณเดี๋ยวนี้เอง” ปากพูดออกไปแบบนั้นแต่ภายในใจกลับร้อนรุ่ม เพราะสังหรณ์ใจว่าเขาอาจจะรู้ว่าใครเป็นคนบงการเรื่องนี้ กวินกระชากแขนของอลิสอย่างแรง
“หยุดตอแหลได้แล้วฉันรู้หมดแล้วว่าเธอเป็นคนบงการ สั่งให้คนไปดักทำร้ายฟ้า”
“อะไรกันคะอลิสไม่รู้เรื่องนี้นะคะ คุณอย่ามากล่าวหาอลิสโดยที่ไม่มีหลักฐาน”
“ถามหาหลักฐานงั้นเหรอ ได้ฉันจะเอามาให้เธอดู” จากนั้นกวินก็หันไปสั่งลูกน้องให้ไปเอาตัวไอ้พวกนั้นเข้ามา เมื่ออลิสเห็นคนที่เธอจ้างให้ไปทำร้ายมินตราก็ถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว
“นั่นไงล่ะหลักฐานที่เธอถามหา ดูซะให้พอใจและอย่าบอกนะว่าไม่รู้เรื่อง เพราะพวกมันสารภาพหมด แล้วว่าเธอเป็นคนบงการเรื่องนี้ทั้งหมด”
อลิสแสร้งตีหน้าเศร้าราวกับว่าสำนึกผิดเข้าไปกอดกวินเอาไว้
“อลิสผิดไปแล้วค่ะคุณยกโทษให้อลิสสักครั้งนะคะ” กวินผลักออกไปอย่างแรง
“ยกโทษให้อย่างนั้นเหรอ...ได้...เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้าย...แต่ฉันขอสั่งเธอไว้เลยนะว่าอย่าเข้าใกล้หรือคิดที่จะทำร้ายฟ้าอีก ไม่อย่างนั้นล่ะก็เราจะได้เห็นดีกัน เพราะฉันจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับตำรวจและหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทีนี้ล่ะทุกคนจะได้รู้กันซะทีว่าดาราดังที่ทุกคนชื่นชอบ เบื้องหลังทำเรื่องฉาวโฉ่อะไรไว้บ้าง ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นนะ เรื่องที่เธอขายยาบ้ายาไอซ์ฉันก็มีหลักฐานที่จะมัดตัวเธออย่างแน่นหนาอีกด้วย ถ้าอยากจะลองดีก็ลองดู และอย่าคิดนะว่าฉันจะไม่กล้าทำ”
อลิสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“ไสหัวไปได้ละแล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก พร้อมกับจำใส่กระโหลกของเธอเอาไว้ด้วยนะว่า อย่าริอาจมายุ่งกับฟ้าไม่งั้นเจอดีแน่”
อลิสรีบหยิบกระเป๋าและวิ่งออกไปทันทีเพราะเธอรู้จักนิสัยของกวินเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอ เรื่องอะไรจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องเดือดร้อนแบบนี้ เพราะกว่าที่จะก้าวขึ้นมาโด่งดังขนาดนี้ได้มันยากเย็น อลิสจึงตัดใจเรื่องของกวินกับมินตรา และบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยุ่งกับคนสองคนนี้อีกเด็ดขาด
ป้าวรรณเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่ภายในบ้าน สาเหตุก็เป็นเพราะดึกมากแล้วแต่เจ้านายยังไม่กลับกันมาสักคน สำหรับคุณปิยภัศร์นั้นเธอไม่ค่อยจะเป็นห่วงสักเท่าไร เพราะว่าเขามักจะกลับบ้านไม่เป็นเวลา หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่คอนโดริมน้ำ แต่คุณเมธาวีนี่สิที่น่าเป็นห่วง ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาอีก
เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้านก็เลยรีบเดินออกไปดู ปรากฏว่าเป็นเจ้านายหนุ่มที่กลับมา เมื่อมองไม่เห็นหญิงสาวอีกคนที่เธอกำลังนึกเป็นห่วงอยู่ในขณะนั้น ทำให้ต้องเอ่ยปากถามเจ้านายหนุ่มของตัวเอง
“คุณภัศร์ไม่ได้กลับมาพร้อมกับคุณตะวันเหรอคะ ป้านึกว่าเธอจะกลับมาพร้อมกับคุณซะอีก”
“เปล่านี่ครับ...ตะวันยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ...เขาไปไหนของเขานะ”
“ยังเลยค่ะนี่ก็ดึกมากแล้ว ป้าโทรเข้ามือถือของเธอก็ติดต่อไม่ได้ ลองโทรไปที่บ้านโน้นเด็กก็บอกว่าเธอไม่ได้กลับไปที่นั่น ป้าก็เลยร้อนใจไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า คุณตะวันบอกคุณภัศร์ไว้ไหมคะว่าเธอจะไปทำธุระที่ไหน”
“ไม่ได้บอกครับ ตั้งแต่ผมสั่งงานเธอเมื่อเย็นผมก็ออกมาจากบริษัทเลย แย่แล้วหรือว่าตะวันยังนั่งทำงานอยู่ที่นั่น”
“ทำงานอะไรกันคะดึกดื่นป่านนี้แล้ว ป้าไม่สบายใจเลยค่ะติดต่อเธอก็ไม่ได้ด้วย”
“เอ่อ...เดี๋ยวผมจะเล่าให้ป้าวรรณฟังนะครับ ขอผมโทรเข้าออฟฟิศก่อนเผื่อว่าตะวันจะยังอยู่ที่นั่น”
ปิยภัศร์รีบโทรศัพท์ไปที่โต๊ะทำงานของตะวัน เขารอสายอยู่นานก็ไม่มีคนมารับสาย เพราะเป็นเวลาเดียวกับที่เธอเดินไปชงกาแฟเพื่อมาประทังความหิว ก็เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์นั่นเอง
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







