Masukเมื่อจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปดูเมธาวีที่ห้อง และเดินตรงไปที่เตียงของเธอเพราะเห็นเธอนอนนิ่งอยู่บนเตียง
“หลับไปซะละ”
ช่วงจังหวะนั้นเองที่เธอเริ่มรู้สึกตัว และพยายามที่จะลืมตาขึ้นมาด้วยความยากเย็น
“ฉันเผลอหลับไปเหรอคะ”
“ใช่ ผมว่าคุณเข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะจะได้สดชื่น แล้วเดี๋ยวลงไปกินอาหารด้วยกัน”
“ค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ
ปิยภัศร์มองนาฬิกาแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือโทรหาเพื่อนรักของเขาที่อเมริกา เพื่อจะให้สืบข้อมูลของคุณหมอมาร์ติน และก็โชคดีที่คุณหมอคนนั้นเป็นอาจารย์ของเพื่อนเขานั่นเอง มันเลยเป็นเรื่องง่ายที่ปิยภัศร์จะจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้
เขาฝากเพื่อนให้เป็นธุระจัดการให้เสียเงินเท่าไรไม่ว่า แต่คนไข้จะต้องได้รับการผ่าตัดจากคุณหมอมาร์ตินโดยด่วนก็พอ และจะต้องหายเป็นปกติด้วยเจฟรับปากที่จะจัดการเรื่องนี้ให้เขา
โดยให้เขารีบจัดส่งประวัติการรักษาของคนไข้มาที่อเมริกาอย่างเร่งด่วน ปิยภัศร์บอกว่าจะรีบดำเนินการให้และกล่าวขอบใจเพื่อนก่อนจะวางสาย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เมธาวีเดินออกมาจากห้องน้ำ
“เสร็จแล้วใช่ไหม เราลงไปกินอะไรกันได้แล้ว ป่านนี้อาหารที่ผมอุ่นให้คุณคงเย็นหมดแล้ว” เขาเดินมาจูงมือเธอลงไปข้างล่างด้วยกัน ราวกับว่าถ้าเขาไม่ทำเช่นนั้นเธอจะเดินหายไป
“พยายามกินหน่อยนะ คุณเองก็เพิ่งจะหายป่วย กินอาหารไม่เป็นเวล่ำเวลาอาจจะปวดท้องได้”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ปิยภัศร์ชวนเธอคุยพร้อมทั้งคอยตักอาหารให้
“คุณไม่ต้องกังวลนะตะวัน ผมโทรไปคุยกับเพื่อนที่อเมริกาแล้วนะ เขาบอกว่าเขาจะติดต่อกับคุณหมอมาร์ตินให้ คุณหมอคนนี้เป็นอาจารย์หมอของเพื่อนผมเอง เพื่อนของผมรับปากจะเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้เราจะต้องไปขอประวัติของคนไข้ พร้อมการรักษาที่ผ่านมาของคุณพ่อคุณแล้วรีบส่งไปให้เขาที่อเมริกาแค่นี้ก็เรียบร้อย”
“จริงเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ” เธอยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เรื่องที่เธอคิดว่ามันยาก แต่เขากลับใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ
“ทีนี้คุณก็สบายใจได้แล้วนะ คุณรู้ไหมตัวคุณเล็กนิดเดียวเวลาเจอลมพัดแรงๆ ปลิวไปจะว่ายังไง”
เมธาวียิ้มรู้สึกสบายใจขึ้น และสิ่งนี้เองที่ทำให้เธอรับประทานได้มาก ทั้งที่ตอนแรกไม่รู้สึกหิวพร้อมกับคิดในใจ
‘ที่จริงเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก นอกซะจากว่าจะชอบกวนประสาทเรา’
หญิงสาวเผลอมองหน้าเขาแบบพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอย่างสนอกสนใจ จมูกของเขาโด่งเป็นสันได้รูป ดวงตาที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาที่ปกคลุมด้วยขนตายาวเป็นแพ เรียวปากได้รูปเผยอออกเล็กน้อยยิ่งทำให้เขาดูหล่อและเป็นธรรมชาติ เธอเผลอจ้องหน้าเขานานไปหน่อยมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาเอ่ยปากถาม
“ผมหน้าตาหล่อมากเลยใช่ไหม คุณถึงได้มองผมอย่างหลงใหลแบบนี้”
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณเป็นคนหลงตัวเอง ฉันเคยบอกคุณตั้งแต่เมื่อไรว่าคุณเป็นคนหน้าตาดี”
“ไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอกผม เพราะผมรู้ตัวเองดีว่าหล่อมาตั้งแต่จำความได้ แต่ผมเห็นคุณจ้องหน้าผมอยู่นานก็เลยแปลกใจ เพราะปกติคุณจะไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไร”
“คุณรู้ตัวด้วยเหรอคะว่าฉันไม่ค่อยจะชอบหน้าคุณ”
“การแสดงออกของคุณต่อให้เด็กยังมองออกเลยว่าคุณรักผม เอ๊ย! เกลียดขี้หน้าผม แต่ก็ดีเกลียดแบบนี้น่ะดีแล้ว เพราะผมจะเป็นคนทำให้คุณรักผมให้ได้ ไม่เชื่อคอยดูไปก็ละกัน คุณอิ่มแล้วใช่ไหมจะได้ขึ้นไปพักผ่อนพรุ่งนี้จะไปทำงานไหวไหม”
“ไหวค่ะ...แต่ว่าถ้าฉันจะขอกลับเร็ว...เพื่อที่จะไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ”
“ได้สิคุณจะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นขอให้บอกผมก็พอ คุณจะไปพร้อมผมเลยไหมเพราะว่าผมต้องรีบไปเอาประวัติการรักษาของคุณพ่อคุณ เพื่อส่งไปให้เพื่อนของผมที่อเมริกา แล้วเขาจะเอาไปให้คุณหมอมาร์ตินอีกที ผมคงจะไปช่วงเช้าแต่ว่าจะต้องเข้าออฟฟิศไปเซ็นงานสำคัญก่อนเราไปด้วยกันนะ”
“ได้ค่ะฉันจะไปพร้อมกับคุณ”
“ตอนนี้เราควรจะไปนอนพักผ่อนกันได้แล้ว”
เธอพยักหน้าเพราะเธอเองก็เหนื่อยเต็มทีอีกทั้งเพิ่งจะหายป่วย เมื่อมาถึงหน้าห้องของหญิงสาว
“ผมส่งคุณแค่นี้ละกันและก็ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับอาการของพ่ออีก ยกให้เป็นหน้าที่ของผม” แต่ก่อนที่ปิยภัศร์จะเดินกลับไปที่ห้องของเขาเมธาวีก็ฉุดมือของเขาเอาไว้
“เดี๋ยวค่ะ...ขอบคุณมากนะคะ” เธอพูดพร้อมกับจูบแก้มของชายหนุ่มเป็นการขอบคุณ และรีบเดินเข้าห้องไปด้วยความเขินอาย เพราะไม่เคยทำแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนยกเว้นบิดาของตนเอง ส่วนชายหนุ่มก็ยืนยิ้มยกมือลูบแก้มของตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน เพราะปกติแล้วจะมีแต่เขานั่นละที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ปิยภัศร์ก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเองด้วยรอยยิ้ม
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







