LOGINปิยภัศร์เล่าความจริงทั้งหมดให้น้องชายฟังอย่างไม่ปิดบัง ในช่วงจังหวะนั้นเองที่เมธาวีนำยาลดไข้จากป้าวรรณมาให้เขาทาน และขอให้เขาขึ้นไปนอนพักผ่อน
แต่ก่อนที่ปิยภัศร์จะขึ้นไปพักผ่อนนั้นเขาได้หันมาบอกภูริว่าให้ทำตัวตามสบาย จะพักอยู่นานแค่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเกรงใจ และให้คิดว่าที่นี่คือบ้านของตัวเอง
หลังจากที่เมธาวีรับปากป้าวรรณว่าเธอจะดูแลปิยภัศร์ หญิงสาวก็เตรียมนมอุ่นๆ มาให้เขาทานก่อนนอน ตอนแรกเขาบ่ายเบี่ยงเนื่องจากไม่ค่อยชอบเครื่องดื่มประเภทนี้เท่าไร แต่พอเห็นสายตาของอีกฝ่ายทำให้เขายอมดื่มนมแก้วนั้นแต่โดยดี หลังจากนั้นไม่นานก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
เมธาวีคอยดูแลห่มผ้าให้ชายหนุ่มตอนนี้เองที่เธอมีโอกาสได้พิจารณาเขา เธอก้มลงมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างสนอกสนใจ จมูกของเขาโด่งเป็นสันได้รูปจนอดไม่ได้จึงเอื้อมมือไปบีบจมูกนั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อบ่งบอกถึงความเป็นคนที่สุขภาพดี ถึงแม้ว่าตอนนี้ริมฝีปากนั้นจะแห้งไปบ้างเพราะพิษไข้ เมธาวีเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขา ยามหลับเขาเหมือนเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพิษสงอะไร แต่เวลาตื่นนี่สิใครจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเจ้าเล่ห์แถมยังปากร้าย เธอไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงชอบเขาที่ตรงไหนกันนะ
หญิงสาวแอบนินทาชายหนุ่มในใจก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้นเมธาวีแวะเข้าไปดูปิยภัศร์ก่อนจะรีบไปจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จ จากนั้นก็เดินตรงไปที่ครัว เธอพบภูริยืนอยู่ในห้องนั้น เขาหันมายิ้มให้เธอ
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณตื่นแต่เช้าเลยนะครับ”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ฉันตื่นเช้ายังไงก็สายกว่าคุณอยู่ดี คุณเข้ามาทำอะไรในนี้คะ ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นป้าวรรณซะอีก” หญิงสาวพูดพร้อมกับมองชายหนุ่มไม่วางตาจนทำให้เขารู้สึกตัว
“ผมมีอะไรผิดปกติบนใบหน้าหรือครับ คุณถึงได้จ้องผมแบบนี้”
“เปล่าค่ะ...ฉันแค่รู้สึกว่าเวลาที่คุณโกนหนวดโกนเคราทิ้งไปก็ดูหล่อดีเหมือนกัน”
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ว่าแต่คุณจะเข้ามาทำอะไรที่นี่ครับ” หญิงสาวพยักหน้าก่อนตอบคำถามนั้น
“ฉันคิดว่าจะลงมาทำข้าวต้มทะเลให้พี่ชายคุณ แล้วคุณล่ะคะเข้ามาทำอะไรในนี้หรือว่าหิว”
“ผมจะเข้ามาเตรียมอาหารมื้อเช้าสำหรับพวกเราครับ”
หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างทำอาหารแต่ก็ได้มีการพูดคุย และหัวเราะหยอกล้อกันไปอย่างมีความสุข ภูริกับเมธาวีคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานปีทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง
ปิยภัศร์เห็นกิริยาอาการของพวกเขาก็ก่อให้เกิดความหึงหวงในตัวหญิงสาวขึ้นมาทันที เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะเป็นคนขี้หึง แต่ไม่รู้ทำไมเวลาที่เขาเห็นผู้ชายคนไหนอยู่ใกล้เมธาวี เขามักจะเกิดอาการหงุดหงิดจนอยากที่จะเดินเข้าไปต่อยหน้าไอ้พวกผู้ชายเหล่านั้นซะทุกทีไป
ครั้งนี้ก็เช่นกันพอเขาเห็นถึงความสนิทสนมของตะวันกับน้องชายของตนเอง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะไม่พอใจ ยิ่งพวกเขาหัวเราะต่อกระซิกกันมันยิ่งทำให้เขาแทบระงับอารมณ์ไว้ไม่ไหว ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะหึงหวงหญิงสาวแม้แต่กับนายภูซึ่งเป็นน้องชายของตัวเอง
แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไปป้าวรรณก็เรียกเขาไว้ซะก่อน เธอเลี้ยงดูคุณภัศร์มาตั้งแต่เด็ก คุณภัศร์คิดอะไรมีหรือที่เธอจะไม่รู้ ป้าวรรณบอกเขาว่าอย่าคิดมาก บางทีภาพที่เราเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมธาวีเป็นคนน่ารักและมีมนุษยสัมพันธ์ดี เธอจึงให้ความเป็นกันเองกับทุกคน ป้าวรรณยังเตือนสติเขาอีกด้วยว่าเขาต้องรู้จักที่จะไว้ใจและเชื่อใจในตัวหญิงสาวที่ตนเองรัก
ปิยภัศร์บอกกับป้าวรรณว่าเขาเองก็พยายามที่จะทำเช่นนั้น แต่เขามักจะโมโหทุกครั้งเมื่อเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น และโดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาหื่นกระหายของพวกผู้ชายเหล่านั้นแล้ว มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากจนบางครั้งไปลงกับเมธาวี ทำรุนแรงกับเธอแล้วก็จะต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเองทุกครั้งไป เมื่อหญิงสาวทำข้าวต้มเสร็จเธอก็หันมาเห็นปิยภัศร์กับป้าวรรณ
“คุณลงมาทำไมคะทำไมไม่นอนพักผ่อนข้างบน ฉันทำข้าวต้มเสร็จพอดีกำลังคิดจะยกขึ้นไปให้คุณบนห้องแต่คุณลงมาซะก่อน เดี๋ยวฉันจะตักออกไปให้นะคะ รออีกสักครู่คุณก็จะได้กินอาหารรสเลิศของเมธาวีค่ะ กินเสร็จแล้วต้องกินยาและก็นอนพักผ่อน”
ปิยภัศร์รู้สึกดีใจที่เมธาวีห่วงใยและลงมาทำอาหารให้เขาด้วยตัวเอง เขาคงจะคิดมากเกินไปอย่างที่ป้าวรรณบอกจริงๆ
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
