LOGINเมื่อป้าวรรณอยู่ในห้องครัวตามลำพังกับคุณภูริ เธอเลยถือโอกาสนี้สอบถามถึงความรู้สึกของชายหนุ่มที่มีต่อคุณเมธาวี และก็ย้ำให้เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นบุคคลที่พี่ชายของเขารักมาก เธอไม่อยากที่จะให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้
แต่ภูริกลับยอมรับว่าเขาสนใจเธอจริง อีกทั้งยังบอกอีกด้วยว่าในสนามของความรักก็ไม่มีคำว่ามิตรภาพ หรือเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง อีกอย่างหญิงสาวก็ไม่ใช่ตุ๊กตาหากแต่เป็นคนมีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ว่าเราบอกจะเอาแล้วเราจะได้ มันต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเธอด้วย ภูริพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่ว่า
“ป้าวรรณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมพอจะดูออกว่าพี่ภัศร์รู้สึกยังไงกับตะวัน เพราะฉะนั้นป้าสบายใจได้เลยครับ ว่าผมจะไม่เข้าไปเป็นตัวแทรกระหว่างพวกเขาสองคนอย่างแน่นอน นอกเสียจากว่าตะวันเขาใจตรงกับผมอันนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะความรักเป็นเรื่องของหัวใจของคนสองคนที่จูนตรงกัน มันจะไม่มีใครผิดหรือใครถูกในสงครามแห่งความรักหรอกครับ”
พูดจบก็เดินออกไปปล่อยให้ป้าวรรณกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เพียงลำพัง
หลังจากที่กวินรู้ว่าภูริลงมาจากเชียงใหม่ เขาเลยอยากจัดปาร์ตี้เลี้ยงต้อนรับชายหนุ่ม ทุกคนตกลงกันว่าจะไปจัดที่บ้านของกวินโดยจะไปจัดกันที่บริเวณริมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของบ้าน ซึ่งงานนี้ก็จะมีแต่คนกันเท่านั้น กวินถือโอกาสนี้แนะนำให้ภูริรู้จักกับมินตราแฟนสาวของเขา สู่ขวัญขอพาเพื่อนชายคนสนิทมาเปิดตัวในงานนี้ด้วยเช่นกัน
บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างชื่นมื่น จะมีก็แต่ภูริเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยว เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเจอกับคู่รักหวานชื่นอย่างกวินกับมินตรา หรือสู่ขวัญกับเพื่อนชายของเธอ หรือแม้แต่คู่กัดอย่างพี่ชายของเขากับเมธาวีหญิงสาวหน้าใสที่มีความมั่นใจในตัวเองและไม่เคยเกรงกลัวใคร
เมื่อกวินได้มีโอกาสคุยกับธันยธรชายหนุ่มที่มาติดพันน้องสาวของเขาถึงขั้นคบหาดูใจกัน กวินไม่อ้อมค้อมเขาถามชายหนุ่มรุ่นน้องว่าคิดอย่างไรกับสู่ขวัญ ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่าเขารักเธอและมีความจริงใจกับเธอ
แต่เขาก็รู้ว่าฐานะทางบ้านของตัวเองไม่ทัดเทียมกับหญิงสาว และรู้ดีว่าตัวเขาไม่คู่ควรกับเธอแต่เขาก็ไม่สามารถตัดใจไปจากเธอได้ กวินซักฟอกชายหนุ่มจนพอใจจากนั้นก็เอ่ยปากอนุญาตให้เขากับขวัญคบกันได้แต่จะต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่
ที่สำคัญห้ามทำอะไรเลยเถิดก่อนเวลาอันสมควร ธันยธรรับปากพร้อมกับให้สัญญากับกวินว่าเขาจะรักและดูแลสู่ขวัญเป็นอย่างดี
ทุกคนสนุกสนานและร่วมรับประทานบาร์บิคิว และอาหารรสเลิศที่มีให้เลือกมากมาย รวมไปถึงไวน์ชั้นดีที่กวินจัดเตรียมมาอีกด้วย เมธาวีสังเกตเห็นภูริแยกตัวไปนั่งคนเดียวที่ริมสระน้ำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเธอนั่งกินบาร์บิคิว แต่ก็ไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยกัน ภูริาพับขากางเกงขึ้นมาจนถึงเข่าและแช่ขาทั้งสองของเขาไว้ในน้ำ
“ฉันนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”
“ได้สิครับ” ภูริหันไปยิ้มให้เธอหญิงสาวนั่งห้อยเท้าของตัวเองไว้ในสระน้ำ เช่นเดียวกับที่เขาทำพร้อมกับยื่นแก้วไวน์ที่เธอเตรียมมาให้เขา
“ทำไมถึงแยกมานั่งคนเดียวแบบนี้ล่ะคะ คุณโอเคหรือเปล่า”
“ผมโอเค ทำไมถึงถามผมแบบนี้”
“เพราะฉันมีความรู้สึกว่าคุณดูไม่ค่อยร่าเริง ฉันก็เลยมานั่งเป็นเพื่อน”
“คุณไม่รู้สึกหรือว่าบรรยากาศตรงนั้นมันอบอวลไปด้วยความสุขของคู่รัก”
“คุณก็เลยรู้สึกโดดเดี่ยว”
“ทำนองนั้น”
“คุณเองก็มีความสุขแบบนั้นได้เหมือนกันนะ” ภูริมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับพันทำให้มีแสงระยิบระยับ ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ ตะวันจึงทำลายความเงียบนั้นด้วยการเอ่ยถาม
“คุณบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าครั้งแรกของคุณมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร”
ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธอทันทีที่ฟังคำถามจบ เขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าถามคำถามแบบนี้
“ทำไมคุณถึงได้กล้าถามผู้ชายด้วยคำถามแบบนี้”
“การที่ฉันถามถึงความรักครั้งแรกของคุณว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไรมันผิดตรงไหนคะ”
ภูริหัวเราะด้วยความขบขันที่เขาเข้าใจความหมายของเธอผิดไป เขาตอบคำถามนั้นเพียงแค่ว่า
“รักแรกของผมมันเกิดขึ้นนานมาแล้ว และผมไม่อยากที่จะพูดถึงมันอีก”
“ฉันประมวลผลได้ว่าเพราะคุณผิดหวังและอกหักในความรักครั้งแรก จึงทำให้คุณไม่ศรัทธาในความรักถูกต้องไหมคะ ทำไมคุณถึงเข็ดขยาดกับความรักง่ายนัก อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไปดีกว่าไหมคะ เริ่มต้นใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย แค่คุณลองเปิดใจและเปิดโอกาสให้กับตัวเองอีกสักครั้ง ไม่แน่ว่าคราวนี้คุณอาจจะได้พบกับคนที่ใช่ก็ได้ คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือเปล่า ไม่แน่นะคะบางทีคุณอาจจะเจอคนที่คุณรัก และเขาเองก็รักคุณในเร็ววันนี้”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







