LOGINไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาเพียงสิบวันที่ตะวันต้องไปนั่งทำงานแทนพี่สาวของเธอจะทำให้เธอห่างเหินจากเขา ไม่แม้แต่จะสนใจว่าเขาจะเป็นอย่างไร จะกลับมานอนที่บ้านหรือไม่ และที่น่าตกใจก็คือความห่างเหินที่เธอแสดงออกกับเขา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจเพราะต้องทำงานอย่างหนักนั้นมันก็ทำให้เขาเก็บเอาไปคิดมาก และคิดถึงเธอได้มากมายขนาดนี้
“คุณใจร้ายมากเลยตะวัน รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณไม่ใส่ใจผม ทำแต่งานกับงานทำให้มันได้อะไรขึ้นมานักหนา ผมจะเป็นอย่างไรจะกินเหล้าเมามายแค่ไหนจะกลับบ้านหรือไม่ คุณก็ไม่เคยสนใจใส่ใจในตัวผม ทำไมล้ะตะวันถ้าคุณทำงานน้อยกว่านี้แล้วหันมาสนใจในตัวผมบ้าง มันจะทำให้บริษัทของคุณล่มจมหรือยังไง”
เขาพูดพร่ำถึงสิ่งที่เขารู้สึกและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดสิบวันที่ผ่านมา
“ใครว่าคุณตะวันไม่เป็นห่วงคุณภัศร์คะ เมื่อกี้เธอยังถามป้าอยู่เลยว่าคุณกลับมาหรือยัง เธอเป็นห่วงว่าคุณชอบดื่มเหล้าแล้วก็ขับรถเร็ว เธอเกรงว่าคุณจะพลาดจนเกิดอุบัติเหตุเข้าสักวัน ไม่ใช่ว่าคุณตะวันจะไม่ห่วงคุณนะคะ เพียงแต่ว่าคุณตะวันไม่ได้พูดให้คุณรับรู้เท่านั้นเองค่ะ”
“จริงหรือครับป้าวรรณ ป้าไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมที่บอกว่าตะวันเขาเป็นห่วงผม มันเป็นความจริงใช่ไหมครับ” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นห่วงเขาเหมือนเดิม
“ก็ใช่น่ะสิคะ ถ้าคืนนี้คุณภัศร์จะนอนที่ห้องคุณตะวันละก็ ป้าว่าไปอาบน้ำซะก่อนดีไหมคะ”
“ผมตัวเหม็นมากเหรอป้าถึงไล่ให้ไปอาบน้ำ”
“ทำไมจะไม่เหม็นคะ กลิ่นเหล้าหึ่งซะขนาดนี้”
“สาวๆ ไม่เห็นพูดแบบป้าวรรณสักคน เห็นมีแต่ชอบที่จะเข้ามากระแซะจนแทบจะขึ้นมานั่งเกยตักของผมซะด้วยซ้ำไปครับ”
“นั่นสิคะรอยลิปสติกของพวกหล่อน ถึงได้ติดเสื้อคุณเป็นหลักฐานกลับมายังไงล่ะคะ”
“ไหนรอยอะไร” แล้วเขาก็ก้มลงมองปกเสื้อของตัวเอง ทำให้เขาเห็นรอยลิปสติกสองรอยติดมาจริงๆ ด้วย
มันติดมาได้ยังไงติดมาตอนไหนก็ไม่รู้
“ไปค่ะถ้าจะนอนห้องนี้ ก็ลุกไปอาบน้ำก่อนค่ะ”
ชายหนุ่มยอมลุกเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่โดยดีตามคำสั่งของป้าวรรณ ในขณะที่ป้าวรรณพึมพำกับตัวเอง
“ที่แท้คุณก็น้อยใจที่คุณตะวันไม่สนใจนี่เอง ถึงได้ทำตัวเกเรดื่มเหล้าจนเมามายขนาดนี้”
ปิยภัศร์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมเพียงตัวเดียวที่ผูกเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ การอาบน้ำทำให้เขารู้สึกสดชื่น แต่ยังคงมีอาการมึนเมาให้เห็นอยู่เล็กน้อย เขาเดินขึ้นไปนอนบนเตียงข้างตัวเมธาวีพร้อมกับดึงตัวของหญิงสาวเข้ามากอด หญิงสาวเองก็ขยับตัวซบอยู่ที่อกของเขา
“ขอผมกอดคุณหน่อยละกันนะตะวัน จูบอีกนิดคงไม่เป็นไรใช่ไหม” เขาโน้มตัวลงแนบริมฝีปากประทับที่เรียวปากสีหวานของเธอย่างจงใจ เขาจูบเธอบางเบาด้วยไม่อยากที่จะปลุกเธอจากนิทรา แล้วก็หันไปเห็นป้าวรรณยืนมองดูสิ่งที่เขาทำด้วยรอยยิ้ม มันทำให้เขารู้สึกเขิน
“แล้วจะยืนดูอยู่แบบนี้หรือครับป้าวรรณ”
“ป้าก็จะอยู่จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณภัศร์จะไม่ปลุกคุณตะวัน จะนอนก็นอนไปสิคะใครจะไปว่าอะไร” เขาดึงสายรัดเสื้อคลุมออกป้าวรรณเห็นแบบนั้นก็เลยถาม
“คุณจะถอดเสื้อคลุมทำไมคะ”
“โธ่ป้าวรรณเวลานอนผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าหรอกครับ ป้าวรรณจะดูก็ได้นะป้าเองก็เคยเห็นมาหมดแล้วนี่”
“ไม่ล่ะค่ะ คุณภัศร์อย่าเพิ่งถอดนะคะ มันเหมือนกันซะที่ไหนล่ะคะ ก็ตอนนั้นคุณยังเด็กแต่ตอนนี้โตจนจะเป็นพ่อคนได้อยู่แล้วอะไร...อะไรในร่างกายมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามวัยนั่นล่ะค่ะ”
ป้าวรรณต้องหยิบผ้าห่มที่คลุมตัวคุณตะวันอยู่มาคลุมตัวให้เขาด้วย เนื่องจากเป็นผ้าห่มผืนใหญ่ห่มได้สองคนเหลือเฟือ เมื่อมั่นใจว่าคุณภัศร์จะไม่ทำอะไรอุจาดแก่สายตาก็บอกให้เขาถอดได้ตามแต่ใจ
“ทีนี้คุณก็ถอดได้แล้วค่ะ อยากจะถอดอะไรก็ตามสบายเลยค่ะ”
ปิยภัศร์หัวเราะเสียงดังพร้อมกับเอ่ยปากแซว
“ป้าวรรณไม่กล้าดูเหรอครับเหมือนกับตะวันไม่มีผิด รายนั้นพอเห็นผมไม่ใส่เสื้อผ้าก็ร้องกรี๊ดเสียงดังเชียวครับ แถมยังต่อว่าผมว่าเป็นพวกชีเปลือยอีกต่างหาก”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







