เข้าสู่ระบบจามสองครั้งติดๆ จมูกแดงไปหมด ปลายนิ้วสวยถูกไปมาขณะกวาดฝุ่นในร้าน ป้ายด้านหน้าถูกสลับเปลี่ยนเป็น ‘Closed’ สองพี่น้องขยันขันแข็งช่วยกันเก็บโต๊ะ กวาดถูพื้น สงสัยจะนอนน้อยแฮะช่วงนี้ ตั้งแต่ยัยหนูป่วยหล่อนก็ได้นอนวันละไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ดรุณียกหลังมือมาแตะๆ หน้าผากตนเองเบาๆ เสียงรายงานข่าวจากรายการโทรทัศน์ดังขึ้นนานแล้ว ทว่าข่าวล่าสุดกลับสามารถดึงความสนใจจากดรุณีได้
ใบหน้าสวยหันไปมองจอ ตั้งใจฟังนักข่าวสองสาวเล่าถึงข่าวคู่รักดาราขาเตียงร้าว
คุณน้ำหวานกำลังจะเลิกกับสามี ดรุณีมีใบหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งดาริกาที่เก็บโต๊ะอยู่ไกลยังมองเห็น ทว่าสาวน้อยไม่ได้เข้ามาถามหรือพูดอะไรแต่อย่างใด แค่เห็นข่าวแวบเดียวก็พอจะรู้แล้วว่าพี่ดาของตนเสียใจมากแค่ไหน
นี่แหละนะ หล่อนถึงไม่อยากมีความรัก กลัวรักแล้วจะทุกข์เหมือนชีวิตพี่สาว ดาริกาไม่ปรารถนาความสุขปนทุกข์แบบนั้น แต่ช่างเถอะ ชีวิตนี้ขอให้พี่สาวสมหวังความรักคนเดียวก็พอแล้ว ไม่หวังให้รักกับอีตาพี่เขยหรอก สู้นักธุรกิจญี่ปุ่นคนนั้นก็ไม่ได้
ดาริกาเพิ่งจะฉุกคิดได้ จึงลองถาม “พี่ดาคะ ดรีมว่าช่วงนี้คุณเคนเขาดูเงียบๆ ไปนะคะ ตั้งแต่กลับญี่ปุ่นก็ไม่ติดต่อกลับมาเลย”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” ชะงักการถูพื้น ยกไหล่หน่อย เพราะหล่อนเองก็ไม่ได้ชอบเขาในเชิงชู้สาวสักเท่าไหร่ เป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น
“มีคนดีๆ มาชอบไม่สนใจ ไปสนใจแต่คนนิสัยไม่ดี” บ่นเบาๆ ไม่ยอมให้พี่สาวได้ยิน ก่อนดาริกาจะเพิ่มระดับเสียงให้ดังมากขึ้น “สงสัยจะยุ่งเรื่องโปรเจคใหญ่มั้งนะ ดรีมได้ข่าวว่าเร็วๆ นี้พวกบริษัทก่อสร้างจะแข่งขันประมูลสร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่าจะมีบริษัทคุณเคนแล้วก็ของพี่เขยด้วย”
“ดรีมไปได้ข่าวมาจากไหน” เอียงหน้ากลับไปมองน้อง
“ก็ในทีวีไงคะ ช่วงข่าวธุรกิจ เขาคุยกันถึงเรื่องนี้” ดาริกาจ้อง ถามแปลกๆ นะ ทั้งที่พี่ดาเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ใช่… ดรุณีเองก็พอจะรู้เรื่องนี้บ้าง ตัวเต็งของประเทศไทยคือบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่น ส่วนคุณเคนเองก็น่าจะเข้าร่วมการประมูลก่อสร้างเช่นกัน เพื่อขยายฐานบริษัทสาขาใหม่ในเมืองไทย คุณเคนชวนเข้าทำงานทว่าดรุณีปฏิเสธและขอเวลา เพราะคงจะเป็นการไม่ดีแน่ ถ้าหากเขาจะรู้ความจริงภายหลังว่าหล่อนเป็นภรรยาของภูดิศ!
เช้าวันต่อมา ภูดิศตื่นเช้าไม่สดชื่นเท่าไหร่นัก บิดามารดาบินไปอังกฤษพร้อมน้องชายตั้งแต่เมื่อคืนเขาจึงไม่โดนด่าซ้ำ เป็นไปตามที่มารดาคาดการณ์ทั้งหมด เมื่อวานเขาไปหาน้ำหวาน เจ้าหล่อนโทรมาร้องห่มร้องไห้ ขู่ฆ่าตัวตาย พูดสารพัดจนเขาใจอ่อนยอมไปเจอ หลายชั่วโมงที่อยู่เป็นเพื่อน น้ำหวานคอยระบายเรื่องแย่ๆ ให้ฟัง เขาก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง อยู่เป็นเพื่อนจนกระทั่งถึงหนึ่งทุ่มจึงขอตัวกลับ สาวเจ้าไม่ยอม ยื้อฉุดไว้หวังจะให้เขาค้างที่คอนโดเป็นเพื่อน ใช้ร่างกายยั่วหวังให้เขาอยากมีสัมพันธ์ แต่ขอโทษทีเถอะ ถึงหัวใจยังไม่รักใครมากเท่าหล่อน แต่สมองเขาก็พอจะจำเรื่องเก่าๆ ได้อยู่บ้าง
‘หมอกเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำหวาน คุณดนุเขาดีไม่เท่าหมอกเลย’
‘ถ้าผมดีแล้วน้ำหวานจะทิ้งผมทำไม นี่มันสองครั้งแล้วนะที่น้ำหวานทิ้งผมไปคบผู้ชายคนอื่น’
‘มันจะมีครั้งที่สามที่สี่ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าหากเรายังคบกัน เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าหมอกไม่คิดที่จะขอน้ำหวานแต่งงานไง!’
น้ำหวานประชด แค่อยากให้เขาขอแต่งงานเท่านั้น ภูดิศหน้ามืดตามัวกลัวจะเสียหล่อน เร่งให้มารดาไปสู่ขอ แต่ทว่าทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า น้ำหวานฉีกหน้าเขาและมารดา ด้วยการบอกเล่าว่าตอบรับคำขอแต่งงานจากดนุแล้ว และขอให้เขาไสหัวออกไปจากชีวิต
เขาต้องทนเห็นผลงานน้ำหวานตามทีวี หนังสือพิมพ์ รวมถึงข่าวดีบ้างเสียบ้างในนิตยสารซุบซิบระหว่างหล่อนกับสามี อกหักแทบบ้าจนพลาดทำผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรท้อง แล้วหนีความจริงทุกอย่างไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก ทิ้งความเสียใจทั้งหมดไว้ข้างหลังอย่างคนขี้แพ้
บรรยากาศบริษัทในช่วงเช้าเงียบพิลึก เขาเดินเข้ามา เพื่อนๆ ก็ส่งเสียงแซวพร้อมเพรียง
“อ้าว ท่านผู้บริหารระดับสูง วันนี้เข้างานเช้าผิดปกตินะครับ”
“ผ้าขี้ริ้วอยู่ไหน เอามาปูพื้นให้ไอ้หมอกหน่อยเร็วว”
ภูดิศชี้หน้าทุกคน ก่อนเข้าไปนั่งโต๊ะทำงานของตนเองในแผนกสถาปนิก เขานั่งบ่อยกว่าห้องรองผู้บริหารซะอีก นั่งลงยังไม่ทันไรไอ้พวกเพื่อนประจำแก๊งก็มาล้อมโต๊ะ ไอ้ท็อปตัวดีเลย ทำคว่ำปากคว่ำตาใส่เขา ขยับขึ้นมานั่งบนโต๊ะ กวนตีน ไม่ยอมให้เขาเปิดคอมพ์ทำงาน
“หน้าเครียดเชียว นึกว่าเห็นข่าวแล้วจะดีใจซะอีก รอมาตั้งสามปีในที่สุดเขาก็กำลังจะเลิกกับผัว”
คิดผิดซะที่ไหน ที่มาล้อมโต๊ะเพราะอยากมาแซะเขาเรื่องน้ำหวาน
“กูว่าไม่เหลือแล้วแหละ มันนัดเจอกันแล้ว”
“ใช่เหรอ ถ้าเจอกันแล้ว ท่านประธานของเราจะทำหน้าเครียดทำไม”
“ก็สร้างกระแสไง เดี๋ยวถูกคุณนายตีหัวแบะ”
“พวกมึงไปไกลๆ เลย ว่างนักเหรอกูหางานให้ทำเอาไหม” มองหน้าพวกมันทั้งสามเรียงตัว พวกเพื่อนเลว
“จ้างกูเหล้าขวดเดียว กูต่อสายหาน้ำหวานให้เลยเอ้า เอาไหม” ปฐวียื่นข้อเสนอ พอจะรู้เลาๆ แล้วว่าคนทางนี้ใจร้อนอยากเจอ คู่นี้คบกันมานาน ตั้งแต่สมัยมัธยมแต่มาแยกทางกันตอนน้ำหวานเข้าวงการบันเทิง แล้วไปมีข่าวกับนักธุรกิจคนหนึ่ง ข่าวว่าแต่งเพราะท้อง แต่แต่งไปแล้วสองเดือนกลับมาแก้ข่าวว่าไม่ได้ท้อง สรุปคือไม่ท้อง หรือแอบไปทำแท้ง?
“ไม่ต้องเสือกหวังดีประสงค์เหล้าเลยไอ้วี แต่คืนนี้ปาร์ตี้ก็ดีนะ กูปวดหัว”
“ปวดหัวก็กินยาแล้วนอนสิวะ กินเหล้าได้ไง ไม่ดี!”
“ถ้าไม่ไปแล้วจะเกริ่นทำไมวะ” ภูดิศตะคอกใส่ไอ้วี จะเตะมันเข้าให้ ขยันกวนตีนนัก!
“เบื่อพวกฉลาดแค่บางเรื่องจริงโว้ย ดูหน้าหงอยๆ ก็รู้แล้วว่าอยากคืนดีกับเขา สมองไม่จำบ้างเลยว่าเขาเคยทิ้งไปแต่งงานกับคนอื่น”
“จำสิวะ ทำไมไอ้หมอกมันจะไม่จำ แค่ใจอ่อนยอมเขาอีกครั้งเดียว แค่นั้นเอ๊งง”
กลุ่มเพื่อนรุมด่า รุมแก้ตัว พูดเองเออเองแทนภูดิศไปหมด
“ก็แค่ไปเจอแค่นี้เอง จะอะไรกันนักกันหนาวะ” มองหน้า ชักจะหัวเสีย เมื่อวานก็ถูกมารดาเฉ่งหัวไปรอบหนึ่งแล้ว เช้านี้พวกมันก็ด่าอีก
“นั่นไง ผิดจากที่คิดไว้ที่ไหน” สามหนุ่มมองหน้ากัน พยักหน้าขึ้นลงพร้อมเพรียงยิ่งกว่าตลกสามช่า ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุก็ถึงกับวางสีหน้าไม่ถูก
“ไปเจอเฉยๆ พวกกูไม่ว่าหรอก แต่น้ำหน้าอย่างมึง ใจอ่อนให้น้ำหวานตลอด เขาแทบมาปลูกหญ้าบนหัวมึงแล้วไอ้หมอก!”
“ไอ้เต้ ไอ้วี กูว่าเรากลับไปทำงานต่อเถอะ อารมณ์เสีย” สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้หันหลังให้ แยกย้ายกลับไปทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“พวกมึงเป็นเมียกูเหรอ งอนเหมือนตุ๊ดเลยโว้ย! แล้วเรื่องประมูลห้างล่ะว่ายังไง ร่างแบบถึงไหนแล้วส่งมากูตรวจด้วย ไม่ใช่หายเข้ากลีบเมฆ มันเลยเดตไลน์มาแล้วนะโว้ย” ด่าไปพวกมันก็ทำหูทวนลม มีบ้างที่จิกสายตากลับมาสบถอุบอิบว่าลำพังงานที่ได้รับก็เผาให้ไม่ทันแล้ว ยังจะมีงานหลวงแทรกเข้ามาอีก แต่ก็เท่านั้นเพราะช่วยกันทำคืบหน้าไปหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ทีมงานออกแบบและก่อสร้างดึงมาเฉพาะคนสนิท และที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะมีคู่แข่งหลายบริษัทอยากเห็นโมเดลการสร้างของพวกเขา
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







