Masukจามสองครั้งติดๆ จมูกแดงไปหมด ปลายนิ้วสวยถูกไปมาขณะกวาดฝุ่นในร้าน ป้ายด้านหน้าถูกสลับเปลี่ยนเป็น ‘Closed’ สองพี่น้องขยันขันแข็งช่วยกันเก็บโต๊ะ กวาดถูพื้น สงสัยจะนอนน้อยแฮะช่วงนี้ ตั้งแต่ยัยหนูป่วยหล่อนก็ได้นอนวันละไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ดรุณียกหลังมือมาแตะๆ หน้าผากตนเองเบาๆ เสียงรายงานข่าวจากรายการโทรทัศน์ดังขึ้นนานแล้ว ทว่าข่าวล่าสุดกลับสามารถดึงความสนใจจากดรุณีได้
ใบหน้าสวยหันไปมองจอ ตั้งใจฟังนักข่าวสองสาวเล่าถึงข่าวคู่รักดาราขาเตียงร้าว
คุณน้ำหวานกำลังจะเลิกกับสามี ดรุณีมีใบหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งดาริกาที่เก็บโต๊ะอยู่ไกลยังมองเห็น ทว่าสาวน้อยไม่ได้เข้ามาถามหรือพูดอะไรแต่อย่างใด แค่เห็นข่าวแวบเดียวก็พอจะรู้แล้วว่าพี่ดาของตนเสียใจมากแค่ไหน
นี่แหละนะ หล่อนถึงไม่อยากมีความรัก กลัวรักแล้วจะทุกข์เหมือนชีวิตพี่สาว ดาริกาไม่ปรารถนาความสุขปนทุกข์แบบนั้น แต่ช่างเถอะ ชีวิตนี้ขอให้พี่สาวสมหวังความรักคนเดียวก็พอแล้ว ไม่หวังให้รักกับอีตาพี่เขยหรอก สู้นักธุรกิจญี่ปุ่นคนนั้นก็ไม่ได้
ดาริกาเพิ่งจะฉุกคิดได้ จึงลองถาม “พี่ดาคะ ดรีมว่าช่วงนี้คุณเคนเขาดูเงียบๆ ไปนะคะ ตั้งแต่กลับญี่ปุ่นก็ไม่ติดต่อกลับมาเลย”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” ชะงักการถูพื้น ยกไหล่หน่อย เพราะหล่อนเองก็ไม่ได้ชอบเขาในเชิงชู้สาวสักเท่าไหร่ เป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น
“มีคนดีๆ มาชอบไม่สนใจ ไปสนใจแต่คนนิสัยไม่ดี” บ่นเบาๆ ไม่ยอมให้พี่สาวได้ยิน ก่อนดาริกาจะเพิ่มระดับเสียงให้ดังมากขึ้น “สงสัยจะยุ่งเรื่องโปรเจคใหญ่มั้งนะ ดรีมได้ข่าวว่าเร็วๆ นี้พวกบริษัทก่อสร้างจะแข่งขันประมูลสร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่าจะมีบริษัทคุณเคนแล้วก็ของพี่เขยด้วย”
“ดรีมไปได้ข่าวมาจากไหน” เอียงหน้ากลับไปมองน้อง
“ก็ในทีวีไงคะ ช่วงข่าวธุรกิจ เขาคุยกันถึงเรื่องนี้” ดาริกาจ้อง ถามแปลกๆ นะ ทั้งที่พี่ดาเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ใช่… ดรุณีเองก็พอจะรู้เรื่องนี้บ้าง ตัวเต็งของประเทศไทยคือบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่น ส่วนคุณเคนเองก็น่าจะเข้าร่วมการประมูลก่อสร้างเช่นกัน เพื่อขยายฐานบริษัทสาขาใหม่ในเมืองไทย คุณเคนชวนเข้าทำงานทว่าดรุณีปฏิเสธและขอเวลา เพราะคงจะเป็นการไม่ดีแน่ ถ้าหากเขาจะรู้ความจริงภายหลังว่าหล่อนเป็นภรรยาของภูดิศ!
เช้าวันต่อมา ภูดิศตื่นเช้าไม่สดชื่นเท่าไหร่นัก บิดามารดาบินไปอังกฤษพร้อมน้องชายตั้งแต่เมื่อคืนเขาจึงไม่โดนด่าซ้ำ เป็นไปตามที่มารดาคาดการณ์ทั้งหมด เมื่อวานเขาไปหาน้ำหวาน เจ้าหล่อนโทรมาร้องห่มร้องไห้ ขู่ฆ่าตัวตาย พูดสารพัดจนเขาใจอ่อนยอมไปเจอ หลายชั่วโมงที่อยู่เป็นเพื่อน น้ำหวานคอยระบายเรื่องแย่ๆ ให้ฟัง เขาก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง อยู่เป็นเพื่อนจนกระทั่งถึงหนึ่งทุ่มจึงขอตัวกลับ สาวเจ้าไม่ยอม ยื้อฉุดไว้หวังจะให้เขาค้างที่คอนโดเป็นเพื่อน ใช้ร่างกายยั่วหวังให้เขาอยากมีสัมพันธ์ แต่ขอโทษทีเถอะ ถึงหัวใจยังไม่รักใครมากเท่าหล่อน แต่สมองเขาก็พอจะจำเรื่องเก่าๆ ได้อยู่บ้าง
‘หมอกเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำหวาน คุณดนุเขาดีไม่เท่าหมอกเลย’
‘ถ้าผมดีแล้วน้ำหวานจะทิ้งผมทำไม นี่มันสองครั้งแล้วนะที่น้ำหวานทิ้งผมไปคบผู้ชายคนอื่น’
‘มันจะมีครั้งที่สามที่สี่ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าหากเรายังคบกัน เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าหมอกไม่คิดที่จะขอน้ำหวานแต่งงานไง!’
น้ำหวานประชด แค่อยากให้เขาขอแต่งงานเท่านั้น ภูดิศหน้ามืดตามัวกลัวจะเสียหล่อน เร่งให้มารดาไปสู่ขอ แต่ทว่าทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า น้ำหวานฉีกหน้าเขาและมารดา ด้วยการบอกเล่าว่าตอบรับคำขอแต่งงานจากดนุแล้ว และขอให้เขาไสหัวออกไปจากชีวิต
เขาต้องทนเห็นผลงานน้ำหวานตามทีวี หนังสือพิมพ์ รวมถึงข่าวดีบ้างเสียบ้างในนิตยสารซุบซิบระหว่างหล่อนกับสามี อกหักแทบบ้าจนพลาดทำผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรท้อง แล้วหนีความจริงทุกอย่างไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก ทิ้งความเสียใจทั้งหมดไว้ข้างหลังอย่างคนขี้แพ้
บรรยากาศบริษัทในช่วงเช้าเงียบพิลึก เขาเดินเข้ามา เพื่อนๆ ก็ส่งเสียงแซวพร้อมเพรียง
“อ้าว ท่านผู้บริหารระดับสูง วันนี้เข้างานเช้าผิดปกตินะครับ”
“ผ้าขี้ริ้วอยู่ไหน เอามาปูพื้นให้ไอ้หมอกหน่อยเร็วว”
ภูดิศชี้หน้าทุกคน ก่อนเข้าไปนั่งโต๊ะทำงานของตนเองในแผนกสถาปนิก เขานั่งบ่อยกว่าห้องรองผู้บริหารซะอีก นั่งลงยังไม่ทันไรไอ้พวกเพื่อนประจำแก๊งก็มาล้อมโต๊ะ ไอ้ท็อปตัวดีเลย ทำคว่ำปากคว่ำตาใส่เขา ขยับขึ้นมานั่งบนโต๊ะ กวนตีน ไม่ยอมให้เขาเปิดคอมพ์ทำงาน
“หน้าเครียดเชียว นึกว่าเห็นข่าวแล้วจะดีใจซะอีก รอมาตั้งสามปีในที่สุดเขาก็กำลังจะเลิกกับผัว”
คิดผิดซะที่ไหน ที่มาล้อมโต๊ะเพราะอยากมาแซะเขาเรื่องน้ำหวาน
“กูว่าไม่เหลือแล้วแหละ มันนัดเจอกันแล้ว”
“ใช่เหรอ ถ้าเจอกันแล้ว ท่านประธานของเราจะทำหน้าเครียดทำไม”
“ก็สร้างกระแสไง เดี๋ยวถูกคุณนายตีหัวแบะ”
“พวกมึงไปไกลๆ เลย ว่างนักเหรอกูหางานให้ทำเอาไหม” มองหน้าพวกมันทั้งสามเรียงตัว พวกเพื่อนเลว
“จ้างกูเหล้าขวดเดียว กูต่อสายหาน้ำหวานให้เลยเอ้า เอาไหม” ปฐวียื่นข้อเสนอ พอจะรู้เลาๆ แล้วว่าคนทางนี้ใจร้อนอยากเจอ คู่นี้คบกันมานาน ตั้งแต่สมัยมัธยมแต่มาแยกทางกันตอนน้ำหวานเข้าวงการบันเทิง แล้วไปมีข่าวกับนักธุรกิจคนหนึ่ง ข่าวว่าแต่งเพราะท้อง แต่แต่งไปแล้วสองเดือนกลับมาแก้ข่าวว่าไม่ได้ท้อง สรุปคือไม่ท้อง หรือแอบไปทำแท้ง?
“ไม่ต้องเสือกหวังดีประสงค์เหล้าเลยไอ้วี แต่คืนนี้ปาร์ตี้ก็ดีนะ กูปวดหัว”
“ปวดหัวก็กินยาแล้วนอนสิวะ กินเหล้าได้ไง ไม่ดี!”
“ถ้าไม่ไปแล้วจะเกริ่นทำไมวะ” ภูดิศตะคอกใส่ไอ้วี จะเตะมันเข้าให้ ขยันกวนตีนนัก!
“เบื่อพวกฉลาดแค่บางเรื่องจริงโว้ย ดูหน้าหงอยๆ ก็รู้แล้วว่าอยากคืนดีกับเขา สมองไม่จำบ้างเลยว่าเขาเคยทิ้งไปแต่งงานกับคนอื่น”
“จำสิวะ ทำไมไอ้หมอกมันจะไม่จำ แค่ใจอ่อนยอมเขาอีกครั้งเดียว แค่นั้นเอ๊งง”
กลุ่มเพื่อนรุมด่า รุมแก้ตัว พูดเองเออเองแทนภูดิศไปหมด
“ก็แค่ไปเจอแค่นี้เอง จะอะไรกันนักกันหนาวะ” มองหน้า ชักจะหัวเสีย เมื่อวานก็ถูกมารดาเฉ่งหัวไปรอบหนึ่งแล้ว เช้านี้พวกมันก็ด่าอีก
“นั่นไง ผิดจากที่คิดไว้ที่ไหน” สามหนุ่มมองหน้ากัน พยักหน้าขึ้นลงพร้อมเพรียงยิ่งกว่าตลกสามช่า ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุก็ถึงกับวางสีหน้าไม่ถูก
“ไปเจอเฉยๆ พวกกูไม่ว่าหรอก แต่น้ำหน้าอย่างมึง ใจอ่อนให้น้ำหวานตลอด เขาแทบมาปลูกหญ้าบนหัวมึงแล้วไอ้หมอก!”
“ไอ้เต้ ไอ้วี กูว่าเรากลับไปทำงานต่อเถอะ อารมณ์เสีย” สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้หันหลังให้ แยกย้ายกลับไปทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“พวกมึงเป็นเมียกูเหรอ งอนเหมือนตุ๊ดเลยโว้ย! แล้วเรื่องประมูลห้างล่ะว่ายังไง ร่างแบบถึงไหนแล้วส่งมากูตรวจด้วย ไม่ใช่หายเข้ากลีบเมฆ มันเลยเดตไลน์มาแล้วนะโว้ย” ด่าไปพวกมันก็ทำหูทวนลม มีบ้างที่จิกสายตากลับมาสบถอุบอิบว่าลำพังงานที่ได้รับก็เผาให้ไม่ทันแล้ว ยังจะมีงานหลวงแทรกเข้ามาอีก แต่ก็เท่านั้นเพราะช่วยกันทำคืบหน้าไปหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ทีมงานออกแบบและก่อสร้างดึงมาเฉพาะคนสนิท และที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพราะมีคู่แข่งหลายบริษัทอยากเห็นโมเดลการสร้างของพวกเขา
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!
ตอนพิเศษหลายเดือนผ่านมา นอกจากจะทำขนมขายในร้านตามปกติแล้ว ตามคำแนะนำของคุณป้าคุณหมอกท่านให้ลูกชายมาติดต่อซื้อขนมจากที่ร้านไปจัดอีเว้นท์ด้วย ช่วงนี้ดาริกาจึงงานยุ่งทำขนมกับน้องในร้านเกือบจะทุกวัน ได้ค่าเหนื่อยกลับมาอย่างคุ้มค่า หายเหนื่อย เริ่มจะอิจฉาแล้ว น้องมีเงินเก็บเยอะ รวยเกินหน้าเกินตาดรุณียังทำงานช่วยสามีในตำแหน่งเลขาผู้ช่วย เขาไม่ยอมให้ย้ายไปช่วยงานคุณมีนให้ฝ่ายนั้นไปหาเลขาเอง คุณหมอกน่ะขี้หวง ขี้หึง ใครเข้ามาคุยกับหล่อนก็ไม่ยอม เช้านี้น้องนำขนมหลายร้อยชิ้นไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีปฐวีอาสาขับรถมารับส่ง เขาเพิ่งกลับจากพม่ามาติดต่องานที่กรุงเทพก็ยังไม่วายตามมาจีบน้องสาวต่อ ไม่เข็ดเลย น้องยังเปรยๆ ไว้ว่าจะหัดขับรถแล้วซื้อมาใช้สักคัน เวลาส่งขนมจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือคุณปฐวีของเรานี่แหละ รอลุ้นกันไปยาวๆวันอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างเยอะแต่ดรุณีไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะน้องรับสมัครพนักงานเพิ่มสองตำแหน่ง รวมถึงกุ๊กด้วย จึงแค่มานั่งสวยๆ รอเช็กบิลลูกค้า“มาแล้วค่ะ ถามคุณแม่สิคะว่าเหนื่อยไหม” เสียงโทนเข้มดัดให้อ่อนลงได้ดัดจริตมาก ดรุณีละสายตาจากลูกค้าในร้านมองกลับไปยั
บทส่งท้ายร่างอรชรของดาริกาเดินเข้ามาทางหลังร้าน การแต่งตัวยังเป็นสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือความแมน ดรุณีเริ่มจะหนักใจกลัวน้องสาวจะพาน้องสะใภ้มาเจอมากกว่าน้องเขย ยังดีหน่อยที่ดาริกาไม่ได้แสดงออกว่าชอบผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงลุ้นยากหน่อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถึงกับมีหนุ่มมาตามจีบถึงบ้าน แวะเวียนกันมาไม่ว่าจะเป็นคุณวีคุณมีน น้องน้อยคนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใคร สนใจแค่ทำขนมขายผู้ท้าชิงคนที่ 1 ปฐวี มาช่วยงานในร้านพร้อมกับสโลแกนจีบสาวว่ารุ่นใหญ่พร้อมเปย์ แต่ก็อกเดาะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องเปย์คงแพ้ภูมินทร์ที่ฐานะรวยมากกว่าผู้ท้าชิงคนที่ 2 ภูมินทร์ อายุมากกว่าสี่ปีไม่ห่างมากแบบปฐวี หล่อ รวย พร้อมการันตีความแซ่บ แต่ดรุณีมองตาเดียวก็รู้ว่าน้องสาวไม่สนใจใครเลยว่าแต่… อยากรู้จัง ว่าน้องชอบผู้ชายแบบไหนกันนะ“น้องดรีม บนบานศาลกล่าวอะไรไว้ทำไมไม่ยอมทำตาม ไหนบอกถ้าคุณหมอกรักพี่ จะยอมทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานแต่งตัวน่ารักๆ ล่ะ ถ้าเจ้าที่เจ้าทางมาทวงคุณหมอกกลับไปพี่ไม่เป็นม่ายเหรอ ยากมากนะรู้ไหม กว่าพี่จะลงเอยกับคุณหมอกได้” น้องเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่ทันอ้าปากทักอะไร ก็เจอประโยคบ่นยาวดรุณีหลุบสายตา
22ร้านถูกปิดไว้และใส่กุญแจคล้องจากด้านนอก หนุ่มๆ ยืนเฝ้าและตะโกนเสียงดังจนคนผ่านไปผ่านมาไล่ให้หยุดส่งเสียงรบกวนภูดิศพยายามต่อสายหาภรรยาและดาริกาทว่าไร้การตอบรับใดๆ เมื่อเปลี่ยนไปโทรหามารดาท่านจึงสั่งให้กลับบ้าน“พวกกูไปส่งมึงที่บ้านเอง” เพื่อนๆ ออกอาสาและเดินทางไปที่บ้านหลังใหญ่ของประธานบริษัทไทยออลสตาร์ หนุ่มๆ อดฉลองกันไปเป็นแถบเมื่อมาถึงบ้านแล้วเห็นหน้าคุณแก้วกัลยากับคุณภูธเนศกำลังเคร่งเครียด“แม่ครับ ผมไปหาน้องดาที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่เลย”“ใช่ ทั้งสองคนเขาไปหาที่อยู่ใหม่” ท่านตอบห้วนๆ คนในบ้านเงียบกริบต่างไม่มีใครพูดอะไร ชวนให้อึดอัดแท้แม้แต่ก๊วนสถาปนิกก็ยังตกใจ ปีนขึ้นนั่งเบียดกันบนโซฟาใหญ่ส่งสัญญาณมือไปถามภูมินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องหันกลับไปมองคุณแก้วกัลยา ซึ่งท่านกำลังใช้สายตาว่างเปล่ามองภูดิศ“หา… หาที่อยู่ใหม่ทำไมครับ แล้วบ้านล่ะ ร้านล่ะ” ภูดิศถามไปแล้วจะร้องไห้ อาการน้อยใจเดิมตีตื้นกลับมาเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมภรรยาถึงเมินเฉย ไม่รักเขาเหมือนเมื่อก่อน“แม่ครับ พ่อครับ ตอบผมหน่อยสิ” เข้าไปจับแขนท่านทั้งสอง เขย่าเบาๆ“หมอ
แม้ลำดับการพรีเซนต์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับต้นๆ แต่ผลงานกลับแย่เกินบรรยาย แม้แต่เจ้าของโครงการยังกระอักกระอวลใจในการฟังการนำเสนองาน จนมาถึงคิวของหนุ่มๆ จากไทยออลสตาร์คอนสตัคชั่น ซึ่งก็สมชื่อบริษัท รวมดาวเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ทั้งนั้น ทุกคนพูดเก่ง มั่นใจ พรีเซนต์เก่ง ตอบคำถามเยี่ยม ภาษาอังกฤษฉะฉานกันทุกคน มีการนำเสนอทั้งในสไลด์ แบบจำลองสามมิติ และตัวโมเดลขนาดย่อส่วนบริษัทอื่นก็มีสิทธิ์ในการฟัง ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากห้องหรือใช้โทรศัพท์ในขณะฟังการพรีเซนต์ จนกระทั่งครบทุกบริษัท ทางเจ้าของโครงการขอเวลาปรึกษากันราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมประกาศผล โดยในช่วงประกาศผลทางผู้จัดงานยินยอมให้นักข่าวจากหลายสำนักเข้ามาเก็บภาพ เก็บวิดีโอนำไปลงข่าวคอลัมธุรกิจสิ้นเสียงประกาศผู้ชนะ หนุ่มๆ จากออลสตาร์ร้องเฮกันลั่นห้องจัดประชุม ได้ขึ้นไปเซ็นสัญญาโครงการ ณ ขณะนั้นเลย ภูดิศยังใส่ผ้าพันข้อมือแต่สามารถเซ็นได้สบายมากรับหน้าที่เป็นผู้คุมงาน พวกเขาถ่ายรูปคู่กันกับเจ้าของโครงการ คนในนั้นปรบมือพอผ่านๆ เพราะต่างก็เสียดายที่บริษัทตนผลงานไม่เข้าตากรรมการทีมงานของภูดิศเข้ามายืนซ้อนหลังถ่ายรูป อดห
21“รบกวนคุณมีนจอดข้างหน้านี้ให้หน่อยนะคะ”“ทำไมล่ะครับ ยังไม่ใกล้ถึงร้านเลยนะ”ถามหลังจากหยุดรถให้ตามความต้องการของพี่สะใภ้ ถนนเส้นนี้เป็นทางไปร้านดรุณีก็จริงแต่ก็อีกหลายกิโลกว่าจะไปถึง ภูมินทร์ไม่ต้องการให้หล่อนกลับบ้านด้วยตัวเอง สภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้คงไม่แคล้วลงไปเดินร้องไห้ข้างถนนน้ำตาคลอเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ “คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้น้องสงสัย”“แต่ว่า…” ภูมินทร์มีสีหน้าหนักใจ “ให้ผมไปส่งร้านเถอะนะครับคุณดา”“คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาขอร้อง ดาอยากอยู่คนเดียว”ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมดเกิดจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายนาทีดรุณีหลบไปพักทำใจที่อื่นเกือบสองชั่วโมงจึงกลับมาที่ร้าน ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้คราบน้ำตาให้น้องสาวสงสัย“พี่ดาหายไปไหนมาคะ” ออกจากร้านไปตั้งแต่ตอนเที่ยงจนตอนนี้บ่ายสามกว่าเพิ่งจะกลับมา ภูดิศมาหาตั้งสองรอบพอตอบว่ายังไม่เห็นกลับบ้านก็รีบขับรถออกไป ท่าทางแปลกๆ เหมือนสองคนมีปัญหาอะไรกัน“พี่แวะห้างดูเครื่องทำวาฟเฟิลมาน่ะ อันเก่าของเราเริ่มใช้งานไม่ดีแล้ว”“จริงค่ะ แต่ว่าวันนี้ร้านเงียบจังเนอะพี่ดา ตั้งแต่พี่ดาออกไปมีลูกค้าเข้ามาสองโต๊ะเอง สั่งแค่เครื่องดื่มค
เปิดร้านได้สักพักคุณปู่คุณย่าน้องขวัญก็มาหาที่ร้านและรับหลานไปเที่ยวเล่น หลังคุณท่านทั้งสองออกไปได้สักพักภูดิศก็เริ่มลนลานอยากออกไปบ้าง ทว่าใจปอดไม่กล้าขออนุญาตเมีย ถึงขั้นที่ดรุณีต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง “ถ้ามีธุระก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ากันถึงขนาดนี้”“พี่ว่าพี่พูดเคลียร์ทุกอย่างแล้วนะน้องดา ทำไมน้องดายังไม่หายโกรธสักทีล่ะ”“เอาเป็นว่า ถ้าจะไปตอนไหนก็ตามใจนะคะ ดาจะไปดูขนมหลังร้าน” บอกเท่านั้นก็เดินผ่านสามีเข้าหลังร้านทันทีภูดิศถอนหายใจหนักมากตวัดสายตาขวางๆ มองน้องพนักงาน ก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงถอดผ้ากันเปื้อนและขับรถออกจากร้านขนมหวาน ไปหาที่จอดใหม่ในห้างฯ แถวนี้ เขาต้องใส่แจ็คเก๊ตตัวหนา ใส่แว่นเพื่ออำพรางตัวตนแฟนคลับน้ำหวานมากันค่อนข้างเยอะ มีทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไปที่มาเดินห้างในวันหยุด หล่อนมาเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับเกียรติเป็นพรีเซนเตอร์ ยืนอยู่กลางเวทีพูดถึงประสบการณ์ใช้โทรศัพท์ ภูดิศกอดอกมองจากด้านหลังด้วยความเบื่อหน่าย พลางส่งข้อความไปหาก๊วนเพื่อน‘อีกหนึ่งชั่วโมงกูจะหลอกเหยื่อเข้าไปบริษัท พวกมึงเตรียมรับมือไว้’กรุ้งกริ้ง กริ้งกริ้ง เสียงโมเดลเ







