مشاركة

หากคุณรู้
หากคุณรู้
مؤلف: ลู่เหวินซี

บทที่ 1

مؤلف: ลู่เหวินซี
ปีที่สี่ของการถูกฉินเซียวกักขัง เขาก็มีคู่หมั้นแล้ว

ได้ยินว่าสวี่เหวิน คุณหนูของซ่างซินกรุ๊ปมีนิสัยอ่อนโยนเฉลียวฉลาด เธอกับฉินเซียวเป็นคู่ครองที่สมบูรณ์แบบ

ทั้งสองคนติดต่อคุยกันมากว่าครึ่งปี จนมาถึงขั้นคุยเรื่องการแต่งงานแล้ว

หลายปีมานี้ ผู้หญิงข้างกายฉินเซียวมีเพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ส่วนมากเหมือนกับชมดูดอกไม้อย่างผิวเผิน ไม่เคยเห็นเขาใส่ใจคนไหนเลย

เพื่อนโทรศัพท์มาเตือนฉันว่า “ดูท่าคราวนี้เขาจริงจังแล้วนะ อีกฝ่ายไม่เพียงแค่สวย แถมยังช่วยสนับสนุนธุรกิจของเขาด้วย”

ฉันได้ยินมาบ้าง คิดไม่ถึงว่าครั้งแรกที่ได้เจอสวี่เหวิน คือที่บริษัทของฉินเซียว

เช้าวันนั้นฉันไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม หมอเจ้าของไข้คือรุ่นพี่ของฉัน เขาบอกฉันว่าโรคลุกลามไวมาก อาจจะเหลือเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น ฉันก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมด

“เธอไม่บอกฉินเซียวจริง ๆ เหรอ ถ้าบอกเขาตอนนี้ ไม่แน่ว่าเขายังหันกลับมาได้นะ”

ฉันครุ่นคิดแล้วก็ปล่อยไปดีกว่า

ทำไมต้องเปิดเผยบาดแผลให้คนที่เปลี่ยนใจไปแล้วดูด้วย แต่ฉันยังต้องไปหาเขาเพื่อให้เขาช่วยเซ็นสัญญาฉบับหนึ่ง

โรคนี้ไม่ทำให้ตาย ที่ต่างประเทศมีสถานพักฟื้นดูแลอาการแบบฉันโดยเฉพาะ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก

พ่อแม่ของฉันเสียไปนานแล้ว และไม่มีญาติสนิทคนอื่น ทำได้เพียงฝากเรื่องของฉันให้กับเขา ให้เขาช่วยฉันจัดการ

ฉันไม่ได้ทำการนัดหมายล่วงหน้ากับเลขาของฉินเซียว หลังจากที่ไปบริษัทถึงค่อยพบว่าสวี่เหวินก็อยู่ด้วย

ฉันกับเธอนั่งอยู่คนละฝั่งของห้องรับแขก พนักงานหลายคนล้อมรอบกายเธอ ทุกคนต่างเรียกเธอว่า “คุณนาย” ทำให้เธอยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

“คนคนนั้นคือใคร?” เธอเอ่ยถาม

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเบะปากอย่างดูแคลน “ฟางมี่”

คนที่อยู่ข้างกายฉินเซียวต่างรู้ว่าฉันเป็นใคร

สวี่เหวินกวาดมองฉันด้วยสายตาสำรวจรอบหนึ่ง ก่อนจะทักทายอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า “คุณคือฟางมี่เหรอ?”

ฉันมองเธอ ไม่ได้พูดอะไร ถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย

“คุณแตกต่างจากที่ฉันจินตนาการไว้มากเลย”

เสียงของเธอเบามาก น้ำเสียงก็อ่อนโยนมากด้วย “ทุกคนบอกว่าฉินเซียวเลี้ยงดูคนที่เขารักฝังใจคิดถึงอยู่ตลอดเวลา แต่พอฉันเห็นเธอ เห็นได้ว่าสายตาสมัยที่เขายังหนุ่ม ๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย”

มีเพื่อนร่วมงานลอบหัวเราะขึ้นมา แถมยังไม่ลืมฉวยโอกาสประจบประแจง “เธอจะเทียบกับคุณหนูสวี่ได้ยังไงคะ”

“คุณไม่รู้หรอกว่าสถานะของฟางมี่ในบริษัท ขนาดสุนัขผ่านทางยังเตะเธอสองทีได้เลย”

ฉันไม่มีคลื่นอารมณ์ปั่นป่วนในใจเลยสักนิดเดียว ถึงอย่างไรสิ่งที่พวกเขาพูดก็เป็นความจริง ฉันไม่มีอะไรจะโกรธ

ไม่มีใครจินตนาการได้ว่าถึงแม้ฉันถูกคนภายนอกลือว่าเป็นผู้หญิงที่ฉินเซียวคิดถึงอยู่ทุกเมื่อ แต่สถานะที่แท้จริงยังสู้สุนัขผ่านทางไม่ได้เลย

เมื่อเห็นฉันไม่พูดอะไร สวี่เหวินก็รู้สึกล้มเหลวเหมือนกำลังต่อยใส่ปุยฝ้าย เธอมองฉันแล้วเพิ่มเสียงสูงขึ้นกล่าวต่อว่า “ฉันได้ยินว่าเธอจากไปตอนที่ฉินเซียวกำลังลำบาก ทำไมถึงโผล่มาอีกล่ะ?”

“การแสร้งปล่อยเพื่อจับเป็นวิธีการจับผู้ชายที่ไม่เลว แต่ฉินเซียวไม่ใช่ผู้ชายทั่วไปหรอกนะ”

“ถ้าเธอต้องการเงิน ฉันช่วยเธอได้ แต่ด้วยสภาพของเธอ เงินที่ได้คงไม่มากนัก”

เธอปัดผมหน้าม้าตรงหน้าผาก เผยให้เห็นไฝคนงามตรงกลางหน้าผาก ฉันถึงค่อยพบว่าเธอคล้ายคลึงกับฉันนิดหน่อยจริง ๆ เพียงแต่ไฝของฉันถูกกำจัดไปเมื่อหกปีก่อนแล้ว

เธอเห็นฉันยังไม่พูดอะไร ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เอ่ยถามกับเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาซ้ำเติมว่า “เธอเป็นพนักงานต้อนรับยังไง ปล่อยให้ใครก็ได้เข้ามาได้ตามใจชอบ?”

เพื่อนร่วมงานสาวที่ถูกเรียกเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง แล้วอธิบายอย่างยากลำบากว่า “แต่ประธานฉินเคยสั่งว่า...”

“ฉันไม่สน ไปเชิญเธอออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าเกิดเธอไม่ยอมไป งั้นฉันไปเอง”

ทั่วทั้งบริษัทมีเพียงพนักงานต้อนรับที่เคยมีน้ำใจกับฉัน ฉันฝืนทำให้เธอลำบากใจไม่ได้ “พอเจอฉินเซียวแล้ว ฉันจะไปทันที ไม่ต้องให้คุณไล่หรอกค่ะ”
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หากคุณรู้   บทที่ 12

    ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉินเซียวและสวี่เหวินก็หายไปแล้วตอนที่ฉินเซียวจากไป เขาสัญญากับฉันว่า "เสี่ยวมี่ เธอรอฉันกลับมา ฉันจะอธิบายให้เธอฟัง เธออย่าลืมฉันนะ เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูด"จำได้แล้วอย่างไร จำไม่ได้แล้วอย่างไร ฉันไม่สนใจแล้วหลังจากนั้นสามวัน ฉินเซียวก็ไม่โผล่มาอีกเด็กย่อมรักษาไว้ไม่ได้ ฉันไม่ได้ร้องไห้หรือฟูมฟาย ยอมรับความจริงเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วมีหลายครั้งที่รุ่นพี่ลี่หังอยากพูดอะไรบางอย่างกับฉัน แต่ฉันก็ส่ายหน้าห้ามไว้ไม่ง่ายเลยกว่าสภาพจิตใจของฉันจะดีขึ้น อย่าพูดถึงตัวซวยต่อหน้าฉันอีกรุ่นพี่ลี่หังเริ่มเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับสถานพักฟื้นที่ฉันจะไปอยู่หลังจากไปประเทศ D“สภาพแวดล้อมดีมาก มีทั้งอาหารจีนและอาหารฝรั่ง มีหมอมาตรวจทุกวัน และจะมีการจัดท่องเที่ยวทุกไตรมาส พอถึงตอนนั้นฉันจะพาเธอไป แล้วฉวยโอกาสเที่ยวเล่นให้ทั่วยุโรปเลย”ฉันเบ้ปาก ไม่สนใจเลย “ยังไงก็ได้ ถึงยังไงหลังจากไปแล้ว ฉันก็จะลืมอยู่ดี”พอรู้ตัวว่าพูดผิดไป ฉันก็รีบหาคำพูดเสริมว่า “แต่ว่าตราบใดที่อยู่กับรุ่นพี่ ฉันก็มีความสุขมากแล้ว”เขากัดฟันกราม ผ่านไปพักใหญ่ถึงค่อยกล่าวประโยคนี้ออกมา “นับว

  • หากคุณรู้   บทที่ 11

    ฉันท้องแล้วตอนที่รู้เรื่องนี้ ฉันเกือบจะเป็นลมฉันไม่มีแม้แต่แฟน แล้วจะท้องได้อย่างไรลี่หังกังวลมาก พาฉันไปทำการตรวจทีละอย่างฉินเซียวเองก็ไม่มีความสุขเช่นกัน แววตาที่มองฉันเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายเกินไป รู้สึกเหมือนกับว่าสามารถร้องไห้ออกมาได้ในวินาทีต่อมา“ทำไมฉันถึงมีลูกได้ คุณรู้ไหมว่าเป็นลูกของใคร?”ฉันไว้ใจแค่ลี่หัง แต่เขาไม่ยอมบอกฉัน เขาแค่พูดเรียบ ๆ ว่าสุขภาพร่างกายของฉันไม่ดี อาจจะเก็บเด็กไว้ไม่ได้เฮ้อ เก็บไว้ไม่ได้ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเกิดมาแล้วฉันก็เลี้ยงดูเธอไม่ได้อยู่ดีฉันนอนแล้วก็กิน กินแล้วก็นอนอย่างไม่คิดอะไรมาก ถึงแม้ฉันมักจะลืมเรื่องราวต่าง ๆ แต่ทุกวันก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากจนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น“ฟางมี่ คุณตั้งใจใช่ไหม ใช้ลูกผูกมัดผู้ชายไว้ ต่ำช้าจริง ๆ”เธอหน้าตาดีมาก แต่ท่าทีของเธอที่มีต่อฉันเรียกได้ว่าไม่เป็นมิตรเลยจริง ๆ ฉันไม่อยากสนใจเธอ แต่เธอกลับไม่ยอมเลิกรา“คุณพูดสิ แกล้งทำตัวเป็นใบ้ก็ไม่มีประโยชน์ แค่ท้องไม่ใช่หรือไง คุณคิดว่าแค่คุณคนเดียวจะคลอดลูกได้เหรอ?”เธอโยนใบผลตรวจร่างกายให้ฉัน บนนั้นเขียนไว้ว่าผู้หญิงที่ช

  • หากคุณรู้   บทที่ 10

    น่ารำคาญจัง ฉันได้ยินเสียงทะเลาะกันฉันที่อยู่ในอาการโคม่า ไม่ง่ายเลยกว่าจะลืมตาขึ้นมาได้ แล้วก็เห็นชายหน้าตาดีสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ตรงหน้าฉันใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยสีสัน ยามเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน แล้วพูดเกลี้ยกล่อมด้วยความระมัดระวังว่า “ทุกคนใจเย็น ๆ ครับ มีอะไรก็พูดกันดี ๆ”ฉันลุกขึ้นนั่ง มองชายที่สวมชุดกาวน์สีขาว แล้วยื่นมือเรียกเขาให้เข้ามาแต่ชายอีกคนที่ใส่สูทกลับตื่นเต้นมากขึ้น เขาคุกเข่าลงดังตุบหน้าเตียงผู้ป่วยของฉัน น้ำมูกน้ำตาไหลเต็มหน้า “เสี่ยวมี่ เธอยังจำฉันได้ไหม”เสี่ยวมี่?ทำไมมีคนเรียกฉันแบบนี้ฉันขมวดคิ้วและดึงมือที่ถูกเขากุมไว้กลับมา“คุณเป็นใคร”“ฉันรู้จักคุณด้วยเหรอ?”“รุ่นพี่ลี่ คุณผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนของคุณเหรอคะ?”ฉันเหม่อลอยเล็กน้อย ในสมองว่างเปล่าลี่หังก้าวเท้าใหญ่ ๆ เดินเข้ามา หน้าซีดเผือดเล็กน้อย “ฟางมี่ เธอพูดอะไรน่ะ เธอจำเขาไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ขบคิดให้ละเอียด แต่ก็ยังไม่รู้จักจริง ๆฉินเซียวตะโกนเสียงดังทันที “ลี่หัง เป็นฝีมือนาย นายทำให้เสี่ยวมี่ลืมฉัน ทั้งหมดนี้เป็นแผนของนาย”“พูดเหลวไหล คุณเป็นคนยั่วโมโหเธอ คุณไม่

  • หากคุณรู้   บทที่ 9

    ลี่หังจองตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนีในสัปดาห์หน้าให้ฉัน ก่อนออกเดินทาง ฉันซื้อมังคุดที่แม่ของฉินเซียวชอบกินที่สุดเตรียมตัวไปเยี่ยมหลุมศพเธอเป็นครั้งสุดท้ายนี่ไม่เกี่ยวกับฉินเซียว เธอมีบุญคุณต่อฉัน แม่ของฉินเซียวถูกฝังอยู่ในสุสานหรูหราที่สุดในชานเมือง รอยยิ้มอบอุ่นและสงบสุขของเธอบนรูปภาพเหมือนกับในความทรงจำของฉันฉันก้มตัวกำลังคิดจะทำความสะอาดหลุมศพ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง “คุณฟาง คุณมาได้ยังไง”เป็นสวี่เหวิน เธอพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ทำความสะอาดหลุมศพให้แม่สามีฉันเหรอ คุณใจดีจริง ๆ แต่ว่าต่อไปไม่จำเป็นแล้ว ฉันจะส่งคนมาทำความสะอาดเอง”เธอทิ้งดอกไม้ที่ฉันนำมาไว้ทางด้านข้างต่อหน้าฉัน สายตาของฉันเหลือบมองข้อมือของเธอ สร้อยข้อมือที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน ฉันกำหมัดแน่นทันที “สร้อยข้อมือเส้นนี้อยู่ที่คุณได้ยังไง?” สวี่เหวินแสดงท่าทีภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉินเซียวมอบให้ฉัน เขาบอกว่าเป็นของที่แม่เขามอบให้ลูกสะใภ้ในอนาคต” “ผิดแล้ว ไม่ใช่แบบนี้...” สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของที่แม่ของเขามอบให้ฉัน ฉินเซียวไม่มีสิทธิ์มอบมันให้ใคร “ฉินเซียวล่ะ คุณบอกฉันมา เขาไปไหนแล้ว

  • หากคุณรู้   บทที่ 8

    วันนี้น่าจะเป็นวันที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ฉันลืมตามองปฏิทินในโทรศัพท์มือถือเมื่อฉันตื่นขึ้นมา มีหมอที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่ข้างกายฉัน ฉันนึกขึ้นมาได้แล้ว เขาชื่อลี่หัง เป็นรุ่นพี่ของฉันและก็เป็นหมอเจ้าของไข้ของฉันด้วย ยังมีผู้ชายอีกคน...เวลานี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“บอกว่าเป็นลมก็เป็นลม ฟางมี่ เธอเริ่มเรียนการแสดงตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันปวดหัวไปวินาทีหนึ่ง ในที่สุดก็นึกสถานะของเขาได้แล้ว“นายหมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ ยังมาหาฉันทำไมอีก?”ฉินเซียวหัวเราะ ตอบไม่ตรงคำถามว่า “หลังจากที่ฉันมาส่งเธอ ได้ยินว่าช่วงนี้เธอมาหาไอ้ไก่อ่อนนี่บ่อย ๆ” “ก่อนหน้านี้ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่า สองปีที่หายตัวไปเธอใช้ชีวิตยังไง ตอนนี้ดูเหมือนว่าคำตอบจะชัดเจนมากแล้ว”เขาเดินมาหาลี่หัง มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเต็มเปี่ยม “แต่น่าเสียดายนะ นายใช้การไม่ได้ สองปีก็ยังทำไม่สำเร็จ”“สุดท้ายฉันยังคงได้กำไร”คำบอกใบ้ชัดเจนทำให้ฉันปวดใจทันที ฉันหยิบหมอนขึ้นมาปาใส่เขา “ไปให้พ้น นายไสหัวไปเลยนะ”ฉินเซียวไม่หลบ รับการกระทำนี้ไว้เต็ม ๆ ร่างสูงของลี่หังขวางอยู่หน้าพวกเ

  • หากคุณรู้   บทที่ 7

    หลายวันต่อมา รูปถ่ายของฉินเซียวกับประธานซ่างซินกรุ๊ปพบหน้ากันได้ขึ้นพาดหัวข่าวตามสื่อหลักต่าง ๆหลังจากนั้นเขากับสวี่เหวินยืนเคียงข้างกันรับสัมภาษณ์จากนักข่าว สวี่เหวินควงแขนของเขาอย่างสนิทสนม หนุ่มหล่อสาวสวยน่าอิจฉาเป็นที่สุด“คุณสวี่ ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคุณฟางมี่บ้างไหม คุณมีอะไรอยากพูดหรือเปล่า?” สวี่เหวินเอ่ยอย่างสง่างามใจกว้างว่า “สมัยนี้ไม่ว่าใครก็มีอดีตที่เลวร้ายทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือตอนนี้ฉันกับฉินเซียวหากันจนเจอ ใช้ชีวิตดี ๆ ในอนาคต คนที่ไม่สำคัญก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงอีกค่ะ” ฉันนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ ดูการสัมภาษณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก หญิงสาวที่ยืนทำหน้าลำพองใจอย่างเต็มเปี่ยมด้านหลังฉันหนึ่งในนั้นแค่นเสียงเย็น แล้วเดินเข้ามาใกล้ฉัน “เดี๋ยวพี่เหวินก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของประธานฉินแล้ว บ้านหลังนี้ก็จะเป็นทรัพย์สินร่วมกันของพวกเขา คุณรีบฉวยโอกาสย้ายออกไปตอนนี้เถอะ” ฉันคร้านจะสนใจเธอ หยิบสมุดจดเล่มเล็กขึ้นมาจดบันทึก “วันที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ฉินเซียวประกาศหมั้นกับผู้หญิงอื่น”วันสองวันนี้ ความทรงจำของฉันแย่ลงเรื่อย ๆ จำเป็นต้องใช้สมุ

  • หากคุณรู้   บทที่ 6

    ฉินเซียวตกตะลึง แต่ก็ยังรับสาย“ประธานฉิน มีเวลาว่างไหม ผมอยากคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของคุณกับเหวินเหวิน”เป็นประธานของซ่างซินกรุ๊ป พ่อของสวี่เหวินในคำเล่าลือที่โทรมา“ตอนนี้ผม...”“มาเถอะครับ กินข้าวเป็นแค่เรื่องเล็ก ผมยังอยากคุยกับคุณเรื่องรายละเอียดธุรกิจหน่อย”ฉินเซียวไม่พูดอะไร

  • หากคุณรู้   บทที่ 5

    ฉันเดินเตร็ดเตร่อยู่เนิ่นนานถึงค่อยเจอที่อยู่ปัจจุบันจากในโทรศัพท์มือถือ ฉันกลับบ้านอย่างเชื่องช้าแล้วก็พบว่ามีคนอยู่ในห้องครัวฉินเซียวกลับมาแล้ว นับตั้งแต่ที่สวี่เหวินปรากฏตัวข้างกายเขาก็ไม่มานานมากแล้วเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ถือขวดเหล้า สายตามองทะลุผ่านร่างฉันไปยังโต๊ะน้ำชาที่อยู่ข้างหลังเป็นทับท

  • หากคุณรู้   บทที่ 4

    ฉันเดินอยู่บนถนนอย่างไร้จุดหมาย ร่างกายเจ็บปวดจนยากจะทานทน ในช่วงที่พร่าเลือนนั้น ฉันเหมือนกับเห็นฉินเซียวในวัยสิบหกยืนอยู่ตรงหน้าฉันปีนั้นฉันเพิ่งเข้ามัธยมปลายมาได้ไม่นาน เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตอย่างไม่มีเค้าลางล่วงหน้าจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันเลยซึมเศร้า นิสัยก็เก็บตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเซี

  • หากคุณรู้   บทที่ 2

    “ตอนที่ฉันอายุสิบห้าก็รู้จักฉินเซียวแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขามานานที่สุด มีคุณสมบัติและประสบการณ์มากกว่าคุณเยอะ”“อีกอย่าง...คุณแค่ถูกคนภายนอกลือว่าเป็นคู่หมั้นของเขา เขาไม่เคยยอมรับคุณในที่สาธารณะมาก่อนเลย” คำพูดของฉันกระตุ้นความรู้สึกของสวี่เหวินไม่น้อย เธอเก็บท่าทีสูงส่งเสแสร้งแล้วต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status