Share

เหล้าพิษ

last update publish date: 2026-02-09 15:17:55

สายตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของซือเหมยด้วยความโกรธกริ้วที่พลุ่งพล่านจนแทบระงับไม่อยู่ สำหรับเขา... นางเคยเป็นเพียงสตรีที่คอยเดินตามหลังและยอมสยบให้เขาเสมอมา ทว่ายามนี้ นางกลับเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลหรือให้เกียรติเขาในฐานะสามีแม้แต่น้อย ความเย็นชาของนางประดุจคมดาบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของบัณฑิตอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน

“สามหาวนัก! นางนึกว่าตนเองเป็นใครกัน!” เขาพึมพำลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

‘ท่านยังไม่เข้าพิธีแต่งงานกันเลย จะเป็นอะไรกันได้’ บรรดาบ่าวในจวนต่างคิดไปในทางเดียวกัน

ชายที่หายไปหลายปี กลับมาพร้อมหญิงสาวในอ้อมกอด ซ้ำยังพาขี่ม้าเข้าเมืองมาเหมือนประกาศให้ทั้งเมืองรับรู้ แบบนี้ใครเล่าจะยอมรับ

เขาสะบัดหน้ากลับมาทางบ่าวรับใช้ที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทา ก่อนจะตวาดถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ในตอนที่ข้าไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่! แล้วท่านแม่ข้าไปไหน เหตุใดนางถึงไม่มาต้อนรับข้า!”

เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความลำบากใจ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาถนัดตา “ระ... เรียนคุณท่าน ฮูหยินผู้เฒ่า... อยู่ที่ห้องบรรพชนขะ... ขอรับ”

“ห้องบรรพชน?” เขาขมวดคิ้วมุ่น เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด “เวลามืดค่ำยามนี้เนี่ยนะ นางไปทำอะไรที่นั่น?”

“ขอรับ... ท่านฮูหยินไปที่นั่นทุกวัน และจะสวดมนต์อยู่ที่นั่นจนดึกดื่นเสมอขอรับ” บ่าวรับใช้รีบรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ทว่าแทนที่จะแสดงความห่วงใยในสุขภาพของมารดา ชายหนุ่มกลับเพียงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง “หึ... แก่ชราจนเลอะเลือนไปแล้วหรือไร แทนที่จะเอาเวลามาจัดการธุระในจวนให้ข้า กลับไปนั่งเฝ้าป้ายชื่อคนที่ตายไปแล้วให้เสียเวลาเปล่า” เขาสะบัดชายเสื้ออย่างแรงก่อนจะเดินกระแทกเท้าตรงไปยังห้องหนังสือของตน โดยหาได้ใส่ใจจะไปเยี่ยมเยียนมารดาที่ห้องบรรพชนแม้แต่น้อย

หลังกำแพงหินที่มืดมิดและเหน็บหนาว ซือเหมย ยืนนิ่งสนิทประดุจรูปปั้น นางได้ยินทุุกถ้อยคำและสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ไร้เยื่อใยนั้นได้อย่างชัดเจน หัวใจของนางพลันบีบคั้นจนรู้สึกหายใจไม่ออก

ในอดีต... ชายผู้นี้เคยเป็นบุตรกตัญญูที่รักมารดาสุดหัวใจ เคยเป็นชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่นางยอมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อผลักดันให้เขาได้ดี ทว่าบัดนี้ อำนาจและลาภยศกลับหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแปลกหน้าผู้มักใหญ่ใฝ่สูงและหัวใจมืดบอด

‘ท่านพ่อ... ท่านดูชายที่ข้าเลือกสิ’ นางหลับตาลงอย่างขมขื่น หยดน้ำตาแห่งความผิดหวังไหลรินลงมาในความมืด ‘ข้าไม่ได้เพียงแค่เสียตระกูลไปเพราะเขา แต่ข้ายังเสียชายที่ข้าเคยรักไปให้กับปีศาจแห่งความโลภอีกด้วย’

“จากกันห้าปี... เจ้า... เหมือนไม่ใช่คนที่ข้า... เคยรู้จักอีกต่อไป”

ความผิดหวังครั้งนี้หนักหน่วงยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ แต่มันกลับเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ความอาลัยอาวรณ์สุดท้ายในใจของนางดับมอดลง เหลือเพียงกองเพลิงที่ว่างเปล่า

ท่ามกลางระเบียงไม้ที่มืดสลัวและยาวสุดลูกหูลูกตา หาญซือเหมยเดินนำสาวใช้คนสนิทไปตามทางเดินที่ว่างเปล่า มีเพียงเสียง ‘เอี้ยด อ้าด’ ของแผ่นไม้เก่าที่คร่ำครวญอยู่ใต้ฝ่าเท้าของนางประดุจเสียงกระซิบของวิญญาณ

นางหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าอาคารหลังเก่าที่ตั้งตระหง่านอย่างเดียวดาย ป้ายชื่อเหนือประตูเลือนรางด้วยฝุ่นผงแต่ยังคงความขลัง

‘หอบรรพชน’

“ท่านแม่... ลูกชายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” หาญซือเหมยก้าวเข้าไปในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและมวลอากาศที่เย็นยะเยือก นางหยิบธูปขึ้นจุดแล้วปักลงหน้าป้ายวิญญาณของสตรีผู้มีเมตตา สตรีที่นางรักและเคารพประดุจมารดาแท้ๆ ของตน

“ท่านแม่... แต่ลูกชายคนเดิมของท่าน คนที่เคยอ่อนโยนและกตัญญูผู้นั้น... บัดนี้ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว” ซือเหมยรำพึงแผ่วเบา แววตาของนางไหววูบตามแสงเทียนที่ริบหรี่ ภาพความทรงจำครั้งที่โรคระบาดครั้งใหญ่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันพุ่งย้อนกลับมา ในตอนนั้นแม่สามีผู้ชราภาพกุมมือนางไว้แน่นก่อนจะสิ้นใจ... สัญญาสุดท้ายที่นางรับปากไว้คือจะรักษาจวนแห่งนี้และดูแลลูกชายของนางต่อไปอีกหนึ่งปี

บัดนี้... เวลาหนึ่งปีที่ติดค้างกำลังจะหมดลงพร้อมกับความอดทนของนาง

“คุณหนู... ท่านจะทำเช่นไรต่อไปเจ้าคะ” สาวใช้เอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ข้าจะทำตามสัญญาสุดท้ายที่ให้ไว้กับท่านแม่... อีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งปีแล้ว” ซือเหมยแค่นยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เมื่อถึงเวลานั้น ข้ากับจวนแห่งนี้... และชายผู้นั้น จะไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก”

นางทอดสายตามองป้ายวิญญาณตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้ายพลางถอนหายใจยาว “ท่านพักผ่อนให้สบายเถอะเจ้าค่ะ ข้าทำหน้าที่ลูกสะใภ้ของท่านอย่างดีที่สุดแล้ว”

สายลมหนาวพัดวูบเข้ามาในหออับทึบ พัดพาเอาธูปและเทียนให้ดับมืดลง พร้อมๆ กับร่างของหาญซือเหมยและสาวใช้ที่เลือนหายไปในความสลัว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและสัญญาสุดท้ายที่กำลังจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน

ในค่ำคืนที่แสงโคมไฟจากวังหลวงสว่างไสวราวกับกลางวัน เสียงมโหรีแว่วดังมาตามลมประดุจเสียงเย้ยหยัน คืนนี้คือคืนงานเลี้ยงฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกองทัพพิชิตชายแดน สามีของนางก้าวเข้าสู่สรวงสวรรค์นั้นในฐานะ “แม่ทัพผู้พิชิต”

ทว่าสำหรับหาญซือเหมย ทุกจังหวะของเสียงกลองศึกในงานเลี้ยง กลับประดุจฝ่าเท้าที่เหยียบย่ำลงบนดวงวิญญาณของคนตระกูลหาญ ชัยชนะที่เขาโอ้อวด... แท้จริงแล้วแลกมาด้วยเลือดและชีวิตของพ่อและพี่ชายของนางที่ถูกหักหลังและทอดทิ้งในสนามรบ!

นางนั่งมองภาพการเฉลิมฉลองอยู่บนห้องส่วนตัวของหอคณิกาด้วยแววตาที่ขมขื่น “ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ชนะงั้นรึ? ช่างน่าขันสิ้นดี!” ซือเหมยที่เพิ่งกลับมาจากหอคณิกาเดินโซซัดโซเซผ่านสวนดอกไม้ที่มืดสลัว อาภรณ์คุณชายที่นางสวมใส่นั้นหลุดลุ่ย กลิ่นสุราแรงจัดอบอวลไปทั่วกาย นางหัวเราะตัวโยกคล้ายคนสติวิปลาส สายตาที่เคยมุ่งมั่นบัดนี้พร่าเลือนด้วยฤทธิ์น้ำเมาที่นางใช้ดับความทุกข์

นางเดินลัดเลาะกลับมาจนถึงหน้าห้องหอที่เงียบเหงา แต่แล้วฝีเท้าที่โงนเงนกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างนอนหลับใหลอยู่บนเตียงหลังใหญ่ท่ามกลางแสงสลัวของคืนจันทร์

“หื้ม... ใครกัน? หรือว่า... ผีสางเทวดาองค์ไหนจะมาร่วมดื่มกับข้า?” ซือเหมยหรี่ตาพยายามเพ่งมองเงาร่างบางที่นอนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า นางไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับแสร้งยิ้มร่าด้วยความเมามายพลางกวักมือเรียก

“มา... ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์มาหาถึงที่... ก็เข้ามาดื่มกับข้าเสียหน่อยเป็นไร!”

นางไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่คนรับใช้ และไม่ใช่สามีที่นางชิงชัง ทว่าคือจุดเริ่มต้นของ “ค่ำคืนอันพิสดาร” ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของนางไปตลอดกาล พลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นทำให้กำไลเหล็กภูเขาไฟที่ข้อมือของนางเริ่มสั่นสะท้านและแผ่ความร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

คำภีรย์วิชาลับ วิชาที่ต้องใช้หยิน ในการช่วยฝึกพลังและยกระดับกำลังภายใน ถ้าบุรุษต้องการฝึกนั้นต้องทำการตอนตัวเองเสียก่อน

นับจากค่ำคืนอันพิสดารนั้น ชีวิตในจวนที่เคยสงบเงียบกลับกลายเป็นขุมนรกบนดิน หญิงสาวผู้นั้นคอยตามติดหาเรื่องระรานซือเหมยไม่เว้นแต่ละวัน นางใช้ทั้งวาจาว่าร้ายและเล่ห์เหลี่ยมเพทุบายสารพัดเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของ

“ฮูหยินเอก”

ที่เหลือเพียงแต่เปลือก ซือเหมยทำได้เพียงนิ่งสงบ โคจรลมปราณลับสมานรอยร้าวในใจและร่างกายภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย

ทว่าเมื่อแสงสุดท้ายลาลับ ก็จะกลายเป็นอีกคนอย่างคาดไม่ถึง นางมักจะแอบเข้ามาที่ห้องของ ซือเหมย ทุกคน ราวกับเป็นคนละคนและมักจะเรียกนางด้วยคำว่า... ‘พี่หญิง’ อย่างออดอ้อนทุกค่ำคืน

ยิ่งช่วงหลายเดือนมานี้ ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกลับหายตัวไปจากจวนอย่างไร้ร่องรอย เขาไม่แม้แต่จะส่งข่าวหรือเอ่ยคำร่ำลาแม้แต่ครึ่งคำ ทิ้งให้นางเผชิญกับความว้าเหว่และคำครหาของบ่าวไพร่ที่ว่านางเป็น

“สตรีที่ถูกทอดทิ้ง”

อย่างสมบูรณ์แบบ

กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปจนครบ หนึ่งปี... ทว่าโชคชะตาดูเหมือนจะยังไม่สาแก่ใจ ซือเหมยที่เฝ้ารอวันครบสัญญาเพื่อจากไป กลับต้องพบเจอเรื่องที่ชวนปวดใจยิ่งกว่าการครั้งแรก เมื่อนางบังเอิญล่วงรู้ความจริง

การหายตัวไปของเขาตลอดหนึ่งปี ไม่ใช่การไปราชการหรือออกศึกอย่างที่อ้าง เมื่อสามีอันเป็นที่รักกลับมาพร้อมหญิงสาวอีกคน

ท่ามกลางเสียงมโหรีประโคมข่าวงานมงคลสมรสพระราชทานที่สว่างไสวไปทั้งเมืองหลวง สามีที่นางเคยรักและเฝ้ารอกลับเดินจูงมือหญิงสาวผู้งดงามคนใหม่เข้ามา... บุตรีของขุนนางใหญ่ผู้มีอำนาจล้นฟ้า งานแต่งของพวกเขาถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ทว่าเสียงบรรเลงที่ดังสนั่นกลับเสียดแทงลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของหาญซือเหมยประดุจเข็มนับพันเล่มที่กระหน่ำแทงไม่หยุดยั้ง

ในมุมมืดที่ห่างไกลจากแสงไฟ หญิงสาวสองคนนั่งพิงกันเงียบๆ สุรารสแรงถูกรินลงถ้วยแล้วถ้วยเล่า ไหลลงคอเพื่อหวังจะดับความรุ่มร้อนในอก แต่มันกลับยิ่งทำให้นภาพวันที่เขา ‘สะบัดมือนางออก’ วนเวียนกลับมาหลอกหลอนชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

ในคืนเดียวกันนี้ เมื่อหกปีที่แล้ว... มันเคยเป็นคืนที่นางคิดว่าตนเองคือสตรีที่โชคดีที่สุด แต่ยามนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร ในขณะที่ ฮูหยินพระราชทานคนใหม่กำลังก้าวข้ามธรณีประตูจวนอย่างสง่างามในฐานะนายหญิงคนใหม่ของจวนแม่ทัพ เขากลับโยน ‘ใบหย่า’ ลงตรงหน้าซือเหมยด้วยสายตาเย็นชาที่แสนรังเกียจ

พลุหลากสีระเบิดพุ่งกระจายเต็มท้องฟ้าเพื่อเฉลิมฉลอง แต่ภายในห้องที่มืดมิดและอับชื้น หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยใช้สติปัญญาและวรยุทธ์ลับขับเคลื่อนตระกูลของเขาให้พ้นวิกฤต กลับถูกบังคับให้ดื่มเหล้าพิษที่แสนทรมานและถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้หนังจนร่างกายอาบไปด้วยโคลนและโลหิต ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ‘มีดเก้าเล่ม’ ที่ตัดทิ้งเยื่อใยทุกอย่าง

นางมองตามแผ่นหลังของคนรักที่หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ใยดีด้วยสายตาที่พร่าเลือน ความเจ็บปวดทางกายหรือจะเท่าความตายทางใจ ในใจนางอยากตะโกนถามออกมาให้สุดเสียงว่า...

‘ตลอดเวลาที่ผ่านมา เคยรักข้าบ้างหรือไม่! อยากจะถามครั้งสุดท้าย ก่อนคืนวันอันโหดร้ายจะมาถึง!’

ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำประดุจสวรรค์ไว้อาลัย ร่างที่สั่นเทาและโชกเลือดของนางถูกทหารโยนออกมานอกประตูจวนราวกับขยะชิ้นหนึ่ง... ถูกทิ้งให้ลมหายใจรวยรินอย่างโดดเดี่ยวประดุจหมาข้างถนนที่รอวันตาย

นางเพิ่งเข้าใจในนาทีสุดท้ายว่า... สิ่งที่ฆ่านางให้ตายทั้งเป็น ไม่ใช่เหล้าพิษในถ้วยนั้น ทว่าคือ…

‘เหล้า’

ที่นางบ่มมันด้วยตัวเองมาตลอดหกปี...

เหล้าที่ชื่อว่า

‘ความหวัง’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หิมะทะเลทราย   แซ่หาญ

    ซือเหมยหวนคืนนครหลวงแคว้นจ้าวอย่างยิ่งใหญ่ ชาวเมืองต่างพากันออกมารอต้อนรับ ฮ่องเต้พร้อมด้วยเชื้อพระวงศ์ต่างออกมารอต้อนรับอย่างพร้อมหน้า“ข้า หาญซือเหมย ขอถวายหัวเมืองทั้งหมดรวมถึงแผ่นดินแคว้นฉีแก่พระองค์ ในนานเอ่อ...” ซือเหมยมีท่าทีลังเลเล็กน้อย เพราะนางไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร “เอ่อ...” นางหันไปทางหม่ากงกงเพื่อขอความช่วยเหลือ‘ผู้มีอำนาจปกครองคนใหม่’ หม่ากงกงกระซิบ“อ้อ ผู้มีอำนาจปกครองคนใหม่ส่งมอบตราหยกแผ่นดินให้แก่พระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”“ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”ฮ่องเต้หัวเราะเสียงดัง รับตราหยกด้วยความยินดี“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”“เจ้าค่ะพี่เขย”“ฮ่าๆๆๆๆ”งานเลี้ยงในวังถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่รถม้าจวนหาญจอดเทียบหน้าประตูวัง หลังจากผ่านไปสิบกว่าปี นางก็กลับมาใช้แซ่หาญได้อย่างภาคภูมิ นางถือป้ายวิญญาณนำหน้าเข้าวัง ตามด้วยน้าสาวทั้งสอง สองแม่ทัพคู่ใจ ตามด้วยพวกซือหลิงที่เดินเข้ามาพร้อมเยี่ยฮูหยินและเยี่ยจือหาน สายตาคนภายนอกจะคิดว่าเป็นบรรดาสนมของเขา แต่ความจริงแล้วเป็นของซือเหมยทั้งหมด“ท่านพ่อ ในที่สุดลูกก็คืนความยุติธรรมให้ท่านได้”“พ่อแม่เจ้าต้องภูมิใจใ

  • หิมะทะเลทราย   เรือเหาะของเซียน

    เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!ดาบของเขาปะทะกับกรงเล็บของมัน ทว่ากลับถูกพวกมันไล่ล่าเหมือนหยอกล้อ แล้วคว้าแขนเขาปาออกไปใส่แท่นธนูยักษ์“ฆ่าพวกมันให้หมด!!” พวกมันพูดด้วยรอยยิ้มแหลมคมบนกำแพงเมืองยังไม่ทันหายวุ่นวาย ในเมืองก็วุ่นวายหนักขึ้น เมื่ออยู่ดีๆ พวกที่แฝงตัวเข้ามาเดือนก่อนก็เริ่มสร้างความวุ่นวายภายในเมือง“ไฟไหม้! ไฟไหม้ร้านข้าว!”“ช่วยด้วย! มีพวกมันอยู่ในตลาด!”ทหารลาดตระเวนเร่งอพยพชาวบ้านไปเมืองชั้นใน ท่ามกลางการต่อสู้ที่หนักหน่วง เสียงดาบปะทะและเสียงกรีดร้องดังไม่ขาดสายฟานซิบมองภาพจากจอด้วยความเจ็บใจ พวกนางมีกำลังน้อยเกินกว่าจะออกไปช่วยคนได้ กองยานที่มาถึงดวงจันทร์ก็ใช้เวลากว่าครึ่งวันในการส่งกองทัพมาช่วย“พวกนั้นจะมาหรือยัง!!” เสียงของซือหลิงดังออกมาจากลำโพง“อีกสองชั่วโมง” ฟานซิบตอบ“ไม่ได้! พวกมันเยอะเกินไป แค่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว”เสียงระเบิดดังแทรกเข้ามาในสายเป็นระยะ พร้อมเสียงก่นด่าของซือหมิงที่ดังไม่ขาดสาย“ไอ้พวกตัวใหญ่มันมาจากไหน!! การ์เดี้ยน! บอกให้พวกมันรีบมาก่อนที่คนจะตายกันหมด!!”ไม่นานสายก็ขาดหาย รายงานมากมายถูกส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ผู้คนในเมืองมากมายล้มตาย ต่างกรีดร้อง

  • หิมะทะเลทราย   สงครามจากแดนใต้

    ซือเหมยที่กำลังยืนคุยกับถังจื่อเยว่มองแล้วก็ยิ้มออกมา อย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกันนางมองแผนที่อย่างละเอียด แล้วเข้าไปคุยกับฟานซิบ“ข้าอยากให้เจ้าส่งคนไปค้นหาเรือให้เจอ”“ซือหมิงกับกูลู ข้าจะให้พวกนางไป”“ทำไมเจ้าไม่ไปเอง” ฟานซิบถามกลับ“ข้าเป็นแม่ทัพน่ะ ถ้าไม่อยู่....”ในตอนนั้นเอง ซือหมิงก็เดินเข้ามา ซือเหมยเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเองอีกคนยืนอยู่“นี่เจ้า...”“ทางนี้ข้าจัดการเอง เจ้ารีบเอาเรือกลับมาก็พอ”ฟานซิบยิ้มยักไหล่ “ไปถึงแล้วกดตรงนี้ หน่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมเรือจะมาหาเจ้าเอง”“ได้ๆ”ซือเหมยเดินออกมาอย่างงงๆ แล้วขึ้นดาบบินหายลับไปพร้อมกูลูเหนือท้องฟ้าเขตใต้ ซือเหมยมองลงไปเบื้องล่าง สายตาเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียนมันคือกองทัพสัตว์ประหลาด... มากกว่าจะเป็นคนคนเป็นในกองทัพแต่งกายด้วยเหล็กหนามแหลมคม เดินกันเป็นแถวหนาแน่นราวกับมดงาน รถม้าศึกที่ลากด้วยอสูรสี่ขาเคลื่อนตัวช้าๆ ทิ้งร่องรอยลึกบนพื้นดิน เบื้องหลังคือควันดำที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า ส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วทั้งทิวทัศน์นางเร่งพลังปราณ ดาบเหาะทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ทิ้งเส้นทางแสงไว้บนฟากฟ้าซือเหมยมาถึงเมืองท่าชิงเป่ยอย่างปล

  • หิมะทะเลทราย   พบหน้า

    ทางด้านซือเหมยที่มาถึงห้องก็เจอกับถังจื่อเยว่ยืนรออยู่พร้อมกับใครบางคนที่ยืนอยู่ สองคนในชุดคลุมปิดบังเหมือนพวกนักบวชของลัทธิมากมายที่ชอบมาตั้งแผงหาคนไปเข้าร่วมสำนัก“เชิญพวกท่านเข้ามาเถอะ”ซือเหมยเดินเข้ามาในห้อง ก็เจอกับลู่เฟินและเยี่ยฮูหยินที่นั่งอยู่โต๊ะหนังสือกำลังช่วยกันตรวจบัญชีร้านค้า“พวกเจ้าไม่พักหน่อยหรือ” นางเอ่ยทักทั้งคู่“เจ้ามีแขกหรือ” เยี่ยฮูหยินชำเลืองมอง “แล้วทำไมแต่งตัวแบบนั้นเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ อย่างน้อยลูกข้าก็เป็นชายน่ะ”“ข้าไปดูเขามาแล้ว อาการหนักพอสมควร ตอนนี้หลับไปแล้ว”“เดี๋ยวข้าไปยกน้ำชามาให้” ลู่เฟินตอบแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเยี่ยฮูหยินถังจื่อเยว่นั่งลงแล้วเริ่มเข้าเรื่อง “ข้าจะมาอยู่ที่นี่เพื่อฝึกเจ้า แล้วก็นาง... นางจะเป็นครูฝึกด้านจิตวิญญาณให้เจ้า”หญิงสาวในชุดคลุมเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นผิวที่ขาวดุจหยกใส แต่งกายดูหรูหรา จนนางแสบตาเมื่อชุดกับผิวมันขับกันจนเกิดแสงสว่างจ้าหญิงสาวอีกคนมีสีผิวคล้ำดูแปลกตา ขนตาสีเงิน แม้แต่เส้นผมก็ยังเป็นสีเงิน ตาก็ยังเป็นสีเงิน ต่างกับอีกคนที่เป็นสีทองแม้กระทั่งนัยน์ตา ดวงตาของพวกนางดูใสเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ด

  • หิมะทะเลทราย   ฐานลับใต้เมือง

    ซือเหมยตกใจเมื่อเห็นแสงสีฟ้ารวมตัวกันเป็นรูปทรงคน หญิงสาวในชุดคลุมสีขาว ผมยาวสยาย ใบหน้าสวยคม แต่แววตาเรียบเย็นราวกับไม่มีชีวิตนางลองเอามือไปแตะมือของนางทะลุผ่านร่างนั้นไป“นี่มันคืออะไร!”“เราเรียกมันว่าภาพเสมือน” ซือหลิงตอบพลางยิ้มกับความตกใจของแม่ทัพสาว“ข้าคือผู้ดูแลฐานทัพหลักประจำเขต... ต้าซ่ง...”“ต้าซ่ง...” ซือเหมยหันไปถามซือหลิง “ราชวงศ์ไหนกัน?”“ปัญญาประดิษฐ์” ซือหลิงอธิบาย “มันมาจากอีกยุค ข้าบอกแล้วว่าโลกของเจ้าเปลี่ยนมาแล้วสามรอบ”ซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ มีเส้นทางเดินใต้ดินเชื่อมต่อถึงกันเป็นร่างแหซือเหมยนวดขมับเบาๆ มองดูจอภาพที่แสดงภาพรอบนครหลวง ทุกที่ล้วนเป็นจุดสำคัญ ซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างแล้วก็ยกกล่องที่ยาวเพียงผ่ามือขึ้นมาแล้วพูดกับมัน“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหัว แล้วหันมาเล่นกับภาพสะเหมือน ที่กำลังเปลี่ยนชุดเป็นแบบต่างๆ ตามคำสั่งของนางซือหลิงก้มหน้าทำอะไรสักอย่างที่แผงควบคุม แล้วก็ยกกล่องเล็กๆ ที่ยาวเพียงคืบขึ้นมา แล้วพูดกับมันด้วยภาษาที่ซือเหมยไม่เข้าใจ“คนบ้าอะไรพูดกับกล่อง” ซือเหมยส่ายหน้า แต่แววตา

  • หิมะทะเลทราย   ตัวปลอม

    เช้าวันต่อมา ชิงเหยาก็กลับมาพร้อมซือหลิงรถม้าทหารคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ ฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้า ทำให้ถนนลื่นเป็นทางน้ำ รังไม้ใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านหลังรถม้าถูกคลุมด้วยผ้าสีดำหนา ทหารหน้าประตูเมืองไม่สนใจจะเอ่ยถามด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนบังคับรถม้า เพราะผู้ถือบังเหียนคือชิงเหยา และข้างๆ คือซือหลิง สองมือขวาของแม่ทัพซือที่ใครก็รู้จัก“ตายหรือยัง”ซือเหมยมองลงไปในลังไม้ที่ว่างไว้ในห้องใต้ดิน แสงเทียนริบหรี่ส่องลงบนใบหน้าของสตรีสาวที่นอนนิ่งอยู่ภายใน เธอถูกห่อด้วยผ้าหนา สภาพน่าสงสาร“ยัง” เยี่ยฉินตอบ “แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เย็น เพราะต้องรักษาสภาพร่างกายนางไว้” นางชี้ไปที่ก้อนน้ำแข็งที่วางรอบตัวผู้ป่วย “นางโดนฝังทั้งเป็น ถ้าอีกไปอีกสองชั่วยามคงได้ตายจริงแน่”ซือเหมยกัดฟัน “กี่วันแล้ว”“เมื่อคืน” ชิงเหยาตอบ มือกุมดาบแน่น “สถานทูตแคว้นฉี... พวกมันขังนางไว้ในห้องใต้ดิน ทรมานนางทุกวัน”ซือเหมยไม่พูดอะไร มือของนางหยิบเข็มเงินที่ฝังไว้ที่ต้นคอขององค์หญิงออกมาเบาๆ“จุดประสาทรวมก้านสมอง” เยี่ยฉินอธิบาย “ใช้ลบความจำ ทำให้คนกลายเป็นเหมือนคนสติไม่ดี พวกที่ใช้วิชาแปลงกายชอบใช้

  • หิมะทะเลทราย   ผาอินทรี

    ในขณะที่หลินจื่อเฉินกำลังเผชิญวิบากกรรม ซือเหมยในร่างแม่ทัพมาดเข้มยืนตระหง่านอยู่บนยอดเนิน มองดูเมืองลู่เกาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของนางล้ำลึกและเย็นเยียบที่นี่... สมรภูมิที่พ่อแม่ของข้าเริ่มต้นความรักนางนึกถึงเรื่องที่ท่านน้าหาญเซียวเคยเล่า บิดาและมารดาของนางเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อก

  • หิมะทะเลทราย   มุ่งหน้าสู่ตะวันออก

    เมืองเทียนจิน เมืองท่าที่คึกคักและมั่งคั่งที่สุดในแดนตะวันออก กลิ่นอายน้ำเค็มจากทะเลผสมปนเปไปกับเสียงอึกทึกของศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด รถม้าคันเล็กเคลื่อนผ่านถนนที่ปูด้วยหินอย่างดีมาหยุดลงหน้าจวนหลังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลที่เรียกได้ว่าเป็น “หัวมังกร” ของเมือง ทว่าสภาพของมันในยามนี้กลับดูเง

  • หิมะทะเลทราย   ใต้หน้ากาก

    หลายวันผ่านไป ข่าวคราวการศึกที่ชายแดนตะวันตกพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงดุจไฟลามทุ่ง ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงสรรเสริญ บรรดาขุนนางเฒ่าในราชสำนักกลับพากันยื่นฎีฬากล่าวโทษซือเหมยที่ก่อสงครามโดยพลการ เสียงเรียกร้องให้เรียกตัวนางกลับมาลงโทษทัณฑ์ดังระงมไปทั่วท้องพระโรงทว่า... ท่ามกลางเสียงก่นด่านัน กลับไ

  • หิมะทะเลทราย   นักเดินทาง

    กริ๊ง... กริ๊ง...เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามระเบียงสั่นไหวไปมาตามแรงลมพัดเอื่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลบุปผาโชยมาปลุกหญิงสาวที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงหลังใหญ่ให้ตื่นขึ้นสู่เช้าวันใหม่“เมื่อคืน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่” โจวหว่านฉีพึมพำกับตัวเอง นางรู้สึกเจ็บปวดรุ่มร้อนไปทั่วร่างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status