ログインEpisode
9
ร้อน!! ร้อน!! ร้อน!!
เอลิน่าออกมานอนที่โซฟาภายในห้องนั่งเล่น ด้วยความเพลียทำให้เธอนอนหลับไปอย่างง่ายดายแต่เธอหลับไปได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเธอได้ยินเสียงร้องที่ดังมาก ๆ ดังมาจากห้องนอนของเธอ ซึ่งมันก็คือเสียงของพนักงานพาร์ทไทม์สาวน้อยที่เมาไร้สติอย่างเมธาทิพย์นั่นเอง
“กรี๊ด!!!!” เสียงร้องของเมธาทิพย์ดังขึ้นมาและเหมือนจะดังขึ้นกว่าครั้งแรกที่เอลิน่าได้ยิน
“เสียงของเม็ดทรายร้องเป็นอะไรไปเนี่ย” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปที่ห้องนอนของเธอในทันที เนื่องจากคิดว่าตอนนี้เมธาทิพย์ต้องเป็นอะไรมากแน่ ๆ
“เม็ดทรายเป็นอะไรหรือเปล่า” เอลิน่าเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เอ่ยถามเมธาทิพย์ด้วยความเป็นห่วงในทันที
“ร้อน!!! ร้อน!!! ร้อน!!! เหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว” เสียงแรกที่เอลิน่าได้ยินคือเสียงของเมธาทิพย์ที่เอาแต่บอกว่าเธอร้อนแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเอลิน่าจะร้อนกว่าเมธาทิพย์ซะแล้ว เมื่อภาพตรงหน้าของเธอคือพนักงานพารไทม์ของเธอไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวแล้วปากก็เอ่ยออกมาว่าร้อนทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ห้องนอนของเธอก็เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและไม่น่าจะร้อน
“เม็ดทรายถอดเสื้อผ้าทำไม ใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้นะเดี๋ยวก็ไม่สบายเหรอก” เอลิน่าพูดขึ้นมาแล้วก็รีบหาเสื้อผ้าให้กับเมธาทิพย์สวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายขาวโพลนที่เปลือยเปล่าของเธอ
“ไม่ใส่เม็ดทรายร้อน เม็ดทรายไม่ใส่เสื้อผ้าอย่าเอามาให้เม็ดทรายมันร้อนไม่เข้าใจบ้างหรือไงว่ามันร้อน” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงเสื้อผ้าให้พ้น ๆ ไปจากเธอ
“เม็ดทรายอย่าทำอย่างนี้รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า” เอลิน่าพยายามเตือนสติของเธอแต่ดูเหมือนว่าเมธาทิพย์ก็ยังคงเมามายไม่รู้เรื่องอยู่ดี
“ก็บอกว่าร้อนไม่เข้าใจหรือไง เม็ดทรายร้อน” เมธาทิพย์เอาแต่บ่นว่าเธอร้อน เนื่องจากเธอเป็นคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลยสักครั้งและวันนี้เป็นครั้งแรกและเธอเองก็ดื่มเข้าไปค่อนข้างมากทำให้เธอเมาจนร่างกายของเธอร้อนมากผิดปกติ
“โอเคร้อนก็ร้อน ถ้าอย่างนั้นพี่พาไปอาบน้ำโอเคมั้ยคะ” เอลิน่าที่ในตอนแรกก็ตกใจที่เรือนร่างของเธอเปลือยเปล่าอย่างนั้นแต่ตอนนี้เธอต้องหาวิธีทำให้เมธาทิพย์หายร้อนให้ได้
เอลิน่าพยุงเมธาทิพย์เข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำให้ร่างกายของเธอคลายความร้อนออกมาและเพื่อให้ร่างกายของเธอสร่างเมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ให้เร็วที่สุด
เมื่อไปถึงห้องน้ำเมธาทิพย์ก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังเหมือนคนที่เสียใจจนเสียสติไปแล้ว
“ฮือ ๆ ๆ ๆ เม็ดทรายไม่ดีตรงไหนทำไมต้องหลอกเม็ดทรายอย่างนี้ฮือ ๆ ๆ ๆ”
“เม็ดทรายเป็นอะไรร้องไห้ทำไม ไม่เป็นไรนะคะ พี่อยู่ตรงนี้นะคะ” เอลิน่าพยายามบอกกับเมธาทิพย์ว่ามีเธออยู่ข้าง ๆ โดยที่เอลิน่าไม่รู้เลยว่าตอนนี้เมธาทิพย์กำลังเสียใจเรื่องอะไรแต่เท่าที่ฟัง ๆ ดู เอลิน่าก็พอที่จะเดาออกว่าเหมือนคนที่กำลังอกหักและน่าจะเป็นแผลสด ๆ ใหม่ ๆ เธอถึงได้ร้องไห้เสียใจหนักอย่างนี้
“ทำไมพี่ไม่รักหนูเหมือนที่หนูรักพี่ หนูซื่อสัตย์ต่อพี่แต่ทำไมพี่ทรยศหักหลัง พี่ทำลายความรู้สึกของหนูทำไม ฮือ ๆ ๆ” เมธาทิพย์ยังคงเพ้อเรื่องที่เธอโดนแฟนหนุ่มนอกใจไปกับสาวรุ่นพี่
“ไม่ต้องร้องนะคะคนดี ยังไงหนูก็มีคนอื่นที่รักหนูนะคะ ไม่ต้องร้องนะคะ อาบน้ำกันนะคะคนดี” เอลิน่าพยายามปลอบใจเมธาทิพย์อย่างอ่อนโยน นิ้วมือเรียวยาวของเธอค่อย ๆ ลูบที่ผมของเมธาทิพย์เบา ๆ เพื่อปลอบประโลมจิตใจของสาวน้อยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศก แม้ว่าเอลิน่าจะไม่รู้ว่ามันหนักขนาดไหนแต่เธอก็พอจะเดาออกว่ามันต้องหนักมาก ๆ เพราะเธอเองก็เคยผ่านเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังอย่างนี้
เมธาทิพย์หยุดร้องไห้แล้วก็กอดเอลิน่าไว้แน่น ทั้งสองกอดกันกลมคตอนนี้ทั้งสองก็เปียกปอนไปด้วยกัน
เมธาทิพย์เริ่มมีสติกลับมาเล็กน้อย เธอจึงอาบน้ำเองแล้วก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำและตอนนี้เอลิน่าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นั่งรอเธอที่เตียง เมื่อเห็นว่าเมธาทิพย์ออกมาจากห้องน้ำ เธอก็รีบเดินไปจับมือของเมธาทิพย์ให้มานั่งที่เตียงทันที
“นั่งค่ะ เดี๋ยวพี่เช็ดผม เป่าผมให้นะ เดี๋ยวไม่สบาย” เอลิน่าหยิบผ้ามาเช็ดผมให้กับเมธาทิพย์แล้วก็เปิดไดร์เพื่อเป่าผมให้กับเมธาทิพย์
หลังจากที่ผมแห้งเอลิน่าก็หยิบหวีมาหวีผมให้กับเมธาทิพย์ เมื่อหวีผมเสร็จเอลิน่าก็ขยับมานั่งตรงหน้าของเมธาทิพย์แล้วก็หยิบเอาปอยผมที่บังหน้าของเมธาทิพย์ให้ไปด้านหลัง สายตาของทั้งคู่บังเอิญสบสายตากันอย่างไม่ตั้งใจนี่คือครั้งที่สองที่สายตาทั้งสองคู่บังเอิญสบสายตากันอย่างนี้
ไม่รู้ว่าบรรยากาศพาไปหรือความรู้สึกอ่อนไหวยามดึกของคนทั้งคู่ เอลิน่าเอามือทั้งสองข้างของเธอจับไปที่ใบหน้าของเมธาทิพย์แล้วก็ขยับนิ้วเขี่ยไปที่แก้มสองข้างของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
เอลิน่าโน้มใบหน้าของเธอเข้าไปใกล้ ๆ เมธาทิพย์เหมือนกับว่าเธอจะจูบพนักงานพาร์ทไทม์ของเธอแต่อยู่ ๆ ใบหน้าของลลิตาก็ลอยเข้ามาในความคิดของเธอเหมือนกับว่ามาเตือนสติให้เธอหยุดการกระทำที่ไม่เหมาะสมนี้
“พี่ไปนอนก่อนนะ หนูก็นอนได้แล้วนะคะ” เอลิน่าพูดจบแล้วก็ออกจากห้องนั้นไปอย่างรวดเร็วเพราะเขินในการกระทำของตน
เมธาทิพย์ที่เมา ๆ ก็เหมือนว่าตอนนี้จะสร่างเมาและกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา อีกนิดเดียวริมฝีปากของเอลิน่าก็จะสัมผัสริมฝีปากของเธอแล้ว
เมธาทิพย์ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวใจของเธอต้องเต้นแรงอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่เอลิน่าเป็นผู้หญิงและตั้งแต่เกิดมาเธอก็ยังไม่เคยรู้สึกอะไรกับผู้หญิงเลยสักครั้งแต่กับเอลิน่านี่คือครั้งที่สองที่หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างนี้
เช้าวันใหม่เอลิน่าตื่นขึ้นมาเตรียมโจ๊กร้อน ๆ ไว้รอเมธาทิพย์เพราะเธอรู้ว่าหญิงสาวตื่นมาต้องอยากกินอะไรร้อน ๆ เพื่อแก้อาการเมาค้าง เนื่องจากเธอเองก็เป็นค่อนข้างบ่อยกับอาการเมาค้าง
เมธาทิพย์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวมาก ๆ เธอแทบจะขยับตัวไม่ได้ เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็เป็นห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย
“นี่ห้องนอนของใครกันเนี่ย แล้วเราใส่ชุดนี้ได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเราโดนผู้ชายลากมาข่มขืน” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเอลิน่าที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง
เมธาทิพย์ตกใจที่คนที่อยู่ตรงหน้าของเธอไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นเจ้านายของเธอต่างหาก
“บอสมาอยู่ที่นี่กับเม็ดทรายได้ยังไงคะ” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของเอลิน่าอย่างสงสัยว่าทั้งสองมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
เอลิน่ารู้อยู่แล้วว่าเธอตื่นขึ้นมาต้องเป็นอาการอย่างนี้ที่เรียกว่าภาพตัด เหตุการณ์ทุกอย่างถูกตัดไปตอนที่เมธาทิพย์เมามาก ๆ ทำให้เมธาทิพย์จำอะไรไม่ค่อยได้
11ยิ่งไม่อยากใกล้ยิ่งใกล้ หลังจากที่ทิชานุชขอให้นับดาวมาสอนวิชาเอกให้กับเธอนับดาวก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับทิชานุชจนคุณหญิงปวีนุชมาหาดวงเดือนแม่ของนับดาวที่บ้านพักในวันหยุดของดวงเดือน “คุณหญิงมีเรื่องอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือคะ” ดวงเดือนที่กำลังนั่งถักผ้าพันคอเพื่อส่งให้ลูกค้าเพื่อเป็นรายได้เสริม “พอดีฉันมีเรื่องให้เธอช่วยอะไรหน่อยแต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ พอดีหนูเทียนบอกกับฉันว่าลูกสาวของเธอเรียนได้คะแนนดีมาก ๆแต่หนูเทียนเรียนไม่ค่อยเข้าใจบางวิชาหนูเทียนจึงอยากขอให้หนูดาวช่วยสอนในส่วนที่เธอไม่เข้าใจแต่ไม่ได้สอนทุกวันหรอกนะ ขอให้สอนแค่ตอนเย็นของวันจันทร์กับศุกร์แล้วก็วันอาทิตย์นี่ขอเป็นทั้งวันส่วนเรื่องค่าเสียเวลาให้นับดาวเรียกมาเลยเท่าไรฉันก็จ่าย” คุณหญิงปวีนุชพูดจบ ดวงเดือนก็รีบพูดขึ้นมาทันที “เรื่องค่าจ้างไม่ต้องหรอกค่ะคุณหญิง เพราะถึงยังไงทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกันช่วยสอนให้คงไม่เป็นไร” ดวงเดือนมีความเกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ “ไม่ได้หรอกยังไงฉันก็ต้องมีค่าตอบแทนให้ ถ้ายังไงก็บอกนับดาวด้วยนะบอกว่าฉันขอร้อง” เมื่อคุณหญิงปวีนุชพูดจบก็เดินอ
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ ทิชานุชยอมมาทำรายงานที่บ้านพักของนับดาวเพราะเธอไม่อยากทำตัวเรื่องมากให้นับดาวไม่พอใจ “คูณหนูมาทำอะไรที่นี่คะ มีอะไรให้ป้าช่วยหรือเปล่าคะ” ดวงเดือนที่เห็นทิชานุชเดินมายืนรอที่หน้าห้องพักของเธอ “เทียนมาทำรายงานกับนับดาวค่ะป้าว่าแต่นับดาวอยู่ที่ไหนคะ” ทิชานุชยิ้มพร้อมกับถามหาเหยื่อที่เธอกำลังจะทำให้ตกหลุมรัก “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนั่งรอตรงนี้สักครู่เดี๋ยวป้าจะไปเรียกนับดาวให้นะคะ น่าจะกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน” ดวงเดือนพูดจบเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปเรียกลูกสาวของเธอทันที ดวงเดือนหายไปไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับนับดาว “เดินเร็ว ๆ สิลูกอย่าให้คุณหนูต้องรอนาน” ดวงเดือนเป็นคนที่เกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ ไม่อยากทำอะไรที่ขัดใจเจ้านายของตนไม่ว่าจะเป็นเจ้านายอย่างคุณหญิงปวีนุชแม่ของทิชานุชหรือจะเป็นลูก ๆ ของเจ้านายเธอก็เกรงใจเช่นกัน “แม่ขา หนูก็รีบอยู่เนี่ย ให้คุณหนูของแม่รอแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปกตินับดาวก็เป็นคนที่มีสัมมาคารวะแต่กับบางคนเท่านั้นที่เธอไม่อยากเกรงใจหนึ่งในนั้นน่าจะมีทิชานุชรวมอยู่ด้วย “นับดา
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ หลังจากที่ปานตะวันกับปลายฟ้ากลับไปทิชานุชก็ขึ้นไปนอนต่อจนได้เวลาเที่ยงนิด ๆ เธอจึงตื่นขึ้นมาเพื่อกินข้าวเช้าอยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอต้องทำอย่างไรเธอจึงจะได้อยู่ใกล้ ๆ กับนับดาวทุกวัน ๆ ห้องพักแม่บ้าน นับดาวกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงกับแม่และน้องของเธออาหารมื้อนี้เป็นมื้อสุดพิเศษเพราะทั้งสามนั่งกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะนานแล้วที่ไม่ได้กินหมูกระทะกันอย่างนี้ “ป้าขายหมูกระทะใจดีกับเราอย่างนี้บ่อยจังเลยนะแม่” นับจันทร์จำได้ว่าทุกครั้งที่ได้ทานหมูกระทะเป็นเพราะป้าที่ขายหมูกระทะให้มา น้อยครั้งมากที่แม่จะซื้อให้ทานเพราะแม่มีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องใช้จ่ายให้ผ่านไปได้แต่ละเดือนยิ่งตอนนี้นับดาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเพราะฉะนั้นแม่ของเธอจึงต้องประหยัด อะไรประหยัดได้ต้องประหยัด “ว่าแต่หนูไปทำไหนยังไรลูกป้าเขาถึงให้หมูกระทะหนูมาอย่างนี้” ดวงเดือนถามนับดาวไปพลางเทน้ำซุปไปที่กระทะหมูกระทะเสียงดังซู่ซ่า “ป้าเขาบอกว่านับดาวเป็นคนที่น่ารักกตัญญูรู้คุณเห็นแล้วเอ็นดู และป้าเขายังบอกอีกว่าเห็นนับดาวแล้วนึกถึงแม
9รั้วบ้านเดียวกัน วันนี้เป็นวันหยุดนับดาวจึงทำความสะอาดห้องช่วยแม่พร้อมกับมีน้องสาวช่วยด้วยอีกแรง “นับจันทร์ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก ทำได้มั้ยถ้าทำไมไม่ได้ให้พี่นับดาวสอนนะลูก แม่จะออกไปซื้ออาหารมาใส่ตู้เย็น” ดวงเดือนพูดคุยกับลูกสาวคนเล็กของเธอ “แม่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ หนูไปซื้อให้แม่เขียนสิ่งที่แม่ต้องการมาได้เลยค่ะ” นับดาวบอกกับแม่ของเธอเพราะวันนี้เป็นหยุดเธออยากให้แม่พักผ่อนจริง ๆ สักวัน “ไม่เป็นไรหรอกลูกอยู่สอนการบ้านน้องดีแล้ว แม่สอนไม่เป็นหรอกการบ้านเด็ก ๆ สมัยนี้ยาก ๆ ทั้งนั้น” ดวงเดือนพูดพลางหยิบตะกร้าขึ้นมาเพื่อนำไปใส่ของที่จะซื้อ “การบ้านหนูเสร็จแล้วค่ะ” นับจันทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปซื้อของให้แม่เองตอนนี้แม่ก็ไปนั่งจดรายการของที่แม่อยากจะซื้อให้หนูได้แล้วค่ะ” นับดาวพูดพร้อมกับจับแม่ไปนั่งที่โต๊ะหน้าห้องก่อนจะยื่นกระดาษและปากกาให้แม่ของเธอ เมื่อแม่ของเธอจดรายการที่ต้องการซื้อเสร็จเธอก็ตั้งใจปั่นจักรยานไปที่ตลาดเพื่อซื้อของที่ตลาดใกล้ ๆ บ้าน นับดาวปั่นจักรยานมาได้ถึงหน้าบ้านก
8ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงอย่าบอกนะว่าเธอเป็นหลานป้าเพียง แต่ถ้าเป็นหลานป้าเพียงฉันก็เคยเห็นตั้งหลายครั้งก็ไม่ใช่เธอสักหน่อย” ทิชานุชดูสงสัยหนักมาก ๆ ที่เห็นนับดาวที่บ้านของตัวเอง “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยฉันเป็นลูกของแม่บ้านที่บ้านหลังนี้ แม่ฉันชื่อดวงเดือน เธอรู้จักมั้ยล่ะ” นับดาวบอกกับเธอพร้อมกับหันไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อเพราะหน้าที่นี้เป็นของเธอและป้าเพียงย้ำหนักย้ำหนาว่าอย่าให้แขกต้องรอนาน “ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่” นับดาวหันหลังถามทิชานุชเพราะเธอกำลังยุ่งอยู่กับการจัดชามก๋วยเตี๋ยวให้ดูน่าทานอย่างที่ป้าเพียงสอนเธอไว้ “ฉันมาทำอะไรที่นี่น่ะหรอ ก็ฉันอยู่บ้านหลังนี้ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่น่ะสิ” ทิชานุชพูดพร้อมกับเดินยืนอยู่ข้างหลังนับดาวก่อนจะใช้แขนข้างขวายื่นไปหยิบที่ลวกก๋วยเตี๋ยวทำให้ใบหน้าของทิชานุชไปเบียดที่ใบหน้าของนับดาวอย่างไม่ตั้งใจแขนของทิชานุชยังใกล้จนดูราวว่าทั้งสองกำลังแนบชิดสนิทสนมกัน “บอกฉันก็ได้ฉันจะได้หยิบให้” นับดาวพูดพลางถอยออกจากตรงนั้นเพื่อให้ทิชานุชหยิบมันได้ถนัดขึ้น ทิชานุชเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงเพร
7เธอมาทำอะไรที่นี่ วันนี้เป็นนับดาวกลับมาจากมหาวิทยาลัยเร็วเพราะวันนี้เธอไม่มีเรียนตอนบ่าย เมื่อเธอกลับมาถึงห้องพักเธอก็เดินไปหาแม่ของที่บ้านของคุณหญิงปวีนุชทันที เธอจะไปช่วยแม่ของเธอทำงานเพื่อแบ่งเบาแรงแม่ของเธอ “อ้าว ! นับดาวเลิกเรียนแล้วหรอลูกมาช่วยแม่ทำงานอีกล่ะสิเนี่ย เป็นเด็กดีจริง ๆ หลานป้าอายุเท่า ๆ หนูกลับจากเรียนก็ไปเที่ยวกับเพื่อนไม่คิดจะมาช่วยป้าทำงานบ้างเลย” ป้าเพียงทักทายนับดาวพร้อมกับตัดพ้อที่ลูกหลานของแกไม่ขยันช่วยงานอย่างนับดาว “สวัสดีค่ะ ป้าเพียง แม่สวัสดีค่ะ วันนี้หนูเลิกเร็วการบ้านก็ทำเสร็จแล้วเลยอยากมาช่วยงานแม่และป้าเพียงด้วยนะคะมีอะไรใช้นับดาวได้เลยนะคะ” นับดาวพูดจบก็ล้างจานช่วยแม่ของเธอทันที “เธอโชคดีจริง ๆเลยนะดวงเดือนที่มีลูกสาวดีอย่างนี้” ป้าเพียงชื่นชมนับดาวไม่ขาดปาก “เราก็มีกันสามคนแม่ลูกเลยต้องสอนให้รู้จักเอาการเอางานไม่อย่างนั้นก็คงแย่เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ลูกตัวเล็ก ๆ” ดวงเดือนพูดเรื่องราวชีวิตของเธอกับลูกสองคนที่ต้องลำบากมาด้วยกัน“ดวงเดือนเธอเก่งมากนะ ป้ายอมความรับเลยว่าเธอผ่านมันมาได้อย่
11รักใต้แสงจันทร์บนห้องพักริมทะเลหลังจากที่ทั้งสองเดินเล่นที่ชายหาดแล้วลงเอยด้วยการจูบกันท่ามกลางแสงจันทร์ทั้งสองก็มาสานต่อความรู้สึกบนห้อง ทั้งสองอยู่บนเตียงนุ่มเมลล์กำลังคร่อมตัวหญิงสาวอยู่ข้างบนกำลังบรรจงจูบปากเธออย่างเร่าร้อน''จุ๊บ...จุ๊บ..สวบบ..จุ๊บบ..อ่า...อือ...อ่า...''ทั้งเสียงครางเสี
4จูบ....จูบ....จูบ....หน้าหอดัชมิลล์''เธอไปไหนของเธอกันนะ โทรหาก็ไม่ติดเธอกำลังทำให้ฉันคลั่งแทบบ้าแล้วนะ ยัยนมเปรี้ยวหรือ ยัยนั่นมีแฟนแล้วกันเนี่ย โธ่!!! เว้ย!!!''เมลล์ที่มารอดัชมิลล์ที่หน้าหอเธอด้วยความหงุดหงิดโมโหฟ้าใสขับรถมาจอดเทียบหน้าหอพักดัชมิลล์ ดัชมิลล์ลงจากรถฟ้าใสด้วยความเหนื่อยล้า''ฉ
3ตกหลุมร่านเอ้ยตกหลุมรักห้องดัชมิลล์ทั้งสองกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันนั้นห้องที่ไม่ได้ล็อคก็เปิดเข้ามาเสียงดังด้วยความที่ไม่คิดว่าเจ้าของห้องกำลัง...เอี๊ยด...ดัชมิลล์และเมลล์หันไปดูพร้อมกันด้วยความตกใจแล้วรีบผละออกจากกันด้วยความเร็วแสง"ขะ...ขอโทษนะ...!!!"ฟ้าใสรีบปิดประตูแล้วออกมายืนหน้าห้องด้ว
Episode25โลกของสีรุ้งตอนจบเมธาทิพย์ร้องออกมาเหมือนจะขาดใจเพราะมันทั้งแน่น ทั้งเสียวจนไม่รู้ว่าจะเจ็บหรือจะเสียว ทุกครั้งที่ร่วมรักกันเอลิน่าสอดใส่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้นแต่ครั้งนี้เอลิน่าเพิ่มความแน่นความเสียวให้กับเมธาทิพย์เป็นสองนิ้วทำให้เสียงร้องครางดังขึ้นมาเหมือนคนทรมาน“อ่า ซี๊ด อ่า แน่น อ่า







