MasukEpisode
2
เริ่มงานได้
“ก็ไม่มีอะไรนะแค่กลัวว่าคนที่แกพาเข้ามาทำงานจะทำได้ไม่เกินสามวันเท่านั้นเอง” แอปเปิลพูดแล้วก็หัวเราะออกมาเยาะเย้ยหญิงหญิงทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันก็ผ่านมานานแล้ว
หญิงหญิงเลือกที่จะไม่โต้ตอบกับแอปเปิลเพราะไม่อยากมีปัญหาภายในร้าน
“แต่ก็ดีกว่าคนที่เลียแข้งเลียขาเพื่อเข้ามาทำงานแหละนะ ว่าแต่น้องชื่ออะไรฮะ พี่ชื่อชอปเปอร์แต่ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะจีบน้องนะเพราะพี่ไม่ชอบผู้หญิง” ชอปเปอร์พูดแล้วก็หันไปหาแอปเปิลแล้วก็ฝนเพื่อบอกว่าเขาไม่ชอบสองคนนี้
“หนูชื่อเม็ดทรายค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ” เมธานินท์บอกกับชอปเปอร์แล้วก็ยกมือขึ้นไหว้สวย ๆ
“น้องน่ารักเนอะหญิงมีสัมมาคารวะไม่เหมือนบางคน”
“นี่ชอปเปอร์แกหมายถึงใครไม่ทราบ” แอปเปิลเอ่ยถามด้วยความโมโหที่เหมือนโดนพูดกระทบ
“ใครอยากรับก็รับไปสิ” ชอปเปอร์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็หันไปรับออเดอร์ของลูกค้าที่เดินเข้าร้านมาพอดีทำให้แอปเปิลต้องสงบศึกไปก่อน
“เม็ดทรายไม่ต้องไปสนใจนะ อยู่ที่นี่มีพี่ทั้งคนไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้นเพราะพี่คือผู้จัดการของร้านนี้ วันนี้พี่จะให้การบ้านหนูไปจำมานะพรุ่งนี้พี่จะให้ลองทำเครื่องดื่มดู ที่พี่ให้ไปจำคือสูตรเครื่องดื่มที่หนูต้องช่วยพี่เตรียม แต่ไม่ต้องจำทั้งหมดเหรอกเพราะมันเยอะแต่ที่ต้องจำมีอยู่ไม่ถึงสิบเมนูเหรอกส่วนมากลูกค้าก็สั่งเหมือน ๆ กัน” หญิงหญิงสอนงานไปด้วยพูดไปด้วยก่อนที่จะปล่อยให้เมธาทิพย์กลับบ้าน
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนพรุ่งนี้เจอกันนะคะน้องเม็ดทราย พี่ยินดีที่มีหนูเข้ามาทำงาน สอนง่าย เชื่อฟังดีมาก เป็นอย่างนี้นาน ๆ นะคะ”
“ค่ะ พี่หญิงพรุ่งนี้เจอกันนะคะ”
“พรุ่งนี้เจอกันนะฮะน้องเม็ดทราย” ชอปเปอร์บอกกับเมธาทิพย์แล้วก็โบกมือลา ส่วนอีกสองคนอย่างแอปเปิลกับฝนนั้นทำหน้าตาไม่ยินดีเหมือนเดิม
“อยากรู้เหมือนกันหน้าอ่อน ๆ อย่างนั้นจะทำได้กี่วัน” แอปเปิลเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะเบะปากเหยียด ๆ
หญิงหญิงไม่อยากสนใจสองคนนี้เท่าไรเพราะมีปัญหากับสองคนนี้ก็ต้องมีเรื่องกับลลิตาทำให้หญิงหญิงต้องปล่อยสองคนนี้ไป
“อยากตบปากมันจริง ๆ ดูมันทำหน้า” ชอปเปอร์เอ่ยกับหญิงหญิงแล้วก็มองหน้าสองคนนั้นเหมือนพร้อมบวกอยู่ตลอดเวลา
“อย่าไปสนใจเลย ปล่อยไปเถอะ เราทำงานของเราดีกว่าแกก็รู้ว่ามีคนให้ท้ายสองคนนั่น เราทำงานกันดีกว่า” หญิงหญิงพูดกับชอปเปอร์แล้วก็หันไปทำงานของเธอต่อ
“แล้วแกรู้มั้ยหญิงมันสองคนไปหาเรื่องแม้กระทั่งที่โรงครัว แต่ก็ไม่มีใครอยากมีเรื่องเลยต้องปล่อยมันสองคนเลยตามเลย” ชอปเปอร์เอาเรื่องที่แอปเปิลกับฝนไปสร้างเรื่องมาเล่าให้หญิงหญิงฟัง
“ช่างมันเถอะ มันต้องมีสักวันที่ฟ้ามีตา แกเชื่อฉันมั้ย”
“จริงของแก เราปล่อยให้กรรมทำงานดีกว่า ส่วนเราก็ทำงานของเราไป” ชอปเปอร์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็หันไปเก็บแก้วที่ชงแล้วนำไปล้างตามหน้าที่ของเขา
เมธาทิพย์กลับมาที่บ้านในตอนบ่ายสองด้วยอารมณ์ที่ดีมาก ๆ เพราะสิ่งที่เธอตั้งใจมันเป็นอย่างที่เธอตั้งใจไว้
“เม็ดทรายกลับมาแล้วเหรอลูก ไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นยังไงบ้าง สนุกมั้ย” ทรงยศที่กำลังนอนอ่านหนังสือหันมาถามลูกสาวที่เดินเข้ามาในบ้าน
“ค่ะ ว่าแต่แม่อยู่ไหนคะ”
“แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว” ทรงยศตอบลูกสาวแล้วก็หันไปอ่านหนังสือตามเดิม
เมธาทิพย์เดินเข้าไปหาแม่ในครัวทันทีที่พ่อบอกว่าแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว
“วันนี้มีอะไรกินคะแม่” เมธาทิพย์เดินเข้าไปในครัวเดินเข้าไปกอดแม่จากข้างหลังแล้วก็เอ่ยถามแม่ของเธอ
“ทำไข่ลูกเขยของโปรดหนูไง”
“ว้าว!!! น่ากินมากเลยค่ะ แม่คะหนูมีเรื่องอยากคุยกับแม่ค่ะ” เมธาทิพย์บอกกับแม่อย่างนั้นทำให้แม่ของเธออยากรู้ว่าลูกสาวของเธอมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย
“แม่ทำเสร็จพอดี ไหนมีเรื่องอะไรอยากคุยกับแม่เราไปคุยกันเย็น ๆ ที่ห้องนั่งเล่นดีกว่ามั้ย” พราวนภาถอดผ้ากันเปื้อนแล้วก็มองหน้าลูกสาวของเธอยิ้ม ๆ
“ได้ค่ะ เราไปกันเลยนะคะ” เมธาทิพย์จับข้อมือของแม่ให้เดินตามเธอไปที่ห้องนั่งเล่น
“เอาล่ะ มีเรื่องอะไรอยากคุยพูดมาได้เลย” พราวนภานั่งลงแล้วก็เอ่ยถามลูกสาวในเรื่องที่ลูกสาวอยากพูดด้วยทันที
“แม่คะ จริง ๆ แล้ววันนี้หนูไม่ได้ไปหาเพื่อนเหรอกค่ะ” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของแม่นิ่ง ๆ เหมือนเธอจะมาสารภาพในสิ่งที่ไม่ดีทำให้พราวนภาเริ่มใจคอไม่ดีแล้วยิ่งเมธานินท์พูดขึ้นมายิ่งทำให้เธอคิดไปต่าง ๆ นานา
“นั่นไง พี่ทรายไปเจอผู้ชายและผู้ชายคนนั้นก็คือพี่เจมส์ใช่มั้ย”
“เม็ดดินนี่มันเรื่องของพี่ อย่ายุ่งได้มั้ย พี่จริงจังนะ” เมธาทิพย์ดุน้องเบา ๆ เพื่อไม่ให้น้องพูดกวนเธอ
“เม็ดดินอย่ากวนพี่สิลูก มานี่มา มานวดไหล่ให้พ่อดีกว่ามา” ทรงยศเรียกลูกชายให้มาหาเพื่อที่จะได้ไม่ไปพูดกวนพี่สาว
“หนูไม่ได้ไปหาเพื่อนแล้วหนูไปไหนมา” พราวนภาทำหน้านิ่ง ๆ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าลูกสาวของเธอมีเรื่องอะไรจะมาบอกไม่รู้เป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
“หนูไม่ได้ไปหาเพื่อนแต่หนูไปสมัครงานมาค่ะ หนูได้งานแล้วนะคะ หนูขอไปทำนะคะ” เมธาทิพย์พูดจบพราวนภาก็โล่งใจนึกว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกสาวของเธอ
“หนูไม่เหนื่อยเหรอลูกทำงานมันเหนื่อยนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นงานร้านกาแฟ หนูชอบค่ะ แม่ให้หนูไปทำนะคะ” เมธาทิพย์ขออนุญาตแม่ของเธอ
“ให้ลูกไปเถอะแม่ ไหน ๆ ลูกก็ไปสมัครจนได้งานแล้ว” ทรงยศพูดช่วยลูกสาวอีกคนเพื่อให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ลูกอยากทำอย่างน้อย ๆ ก็ไม่ได้ไปเที่ยวเตร็ดเตร่ไร้สาระ
“ก็ได้จ๊ะ แต่ถ้าหนูไม่ไหวก็หยุดทำนะลูก แม่เลี้ยงหนูได้ แม่อยากให้หนูเรียนให้จบก่อนค่อยทำงานก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูอยากหาเงินมาช่วยแม่ค่ะ”
“พี่ทรายถ้าเงินเดือนออกเลี้ยงชาบูดินด้วยนะ” เมธานินท์พูดแซว ๆ พี่สาวแล้วก็ยิ้มหวาน ๆ เป็นกำลังใจให้พี่สาวของเขา
“ให้พี่ไปทำงานให้รอดวันแรกก่อนมั้ยดิน” เมธาทิพย์พูดแล้วก็หัวเราะให้น้องชายของเธอ
“เรานี่มันเห็นแก่กินจริง ๆ เลยนะดิน” พราวนภาพูดให้ลูกชายแล้วก็ส่ายหน้าให้กับลูกชาย
“ขอบคุณพ่อกับแม่นะคะ ที่เข้าใจหนู” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็เข้าไปกอดพราวนภาเมธานินท์ก็เดินมากอดแม่กับพี่สาวด้วยอีกคน
ทรงยศมองภรรยากับลูกแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข แม้ว่าครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีความสุขในทุก ๆ วันเพราะต่างคนต่างเข้าใจกัน
11ยิ่งไม่อยากใกล้ยิ่งใกล้ หลังจากที่ทิชานุชขอให้นับดาวมาสอนวิชาเอกให้กับเธอนับดาวก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับทิชานุชจนคุณหญิงปวีนุชมาหาดวงเดือนแม่ของนับดาวที่บ้านพักในวันหยุดของดวงเดือน “คุณหญิงมีเรื่องอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือคะ” ดวงเดือนที่กำลังนั่งถักผ้าพันคอเพื่อส่งให้ลูกค้าเพื่อเป็นรายได้เสริม “พอดีฉันมีเรื่องให้เธอช่วยอะไรหน่อยแต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ พอดีหนูเทียนบอกกับฉันว่าลูกสาวของเธอเรียนได้คะแนนดีมาก ๆแต่หนูเทียนเรียนไม่ค่อยเข้าใจบางวิชาหนูเทียนจึงอยากขอให้หนูดาวช่วยสอนในส่วนที่เธอไม่เข้าใจแต่ไม่ได้สอนทุกวันหรอกนะ ขอให้สอนแค่ตอนเย็นของวันจันทร์กับศุกร์แล้วก็วันอาทิตย์นี่ขอเป็นทั้งวันส่วนเรื่องค่าเสียเวลาให้นับดาวเรียกมาเลยเท่าไรฉันก็จ่าย” คุณหญิงปวีนุชพูดจบ ดวงเดือนก็รีบพูดขึ้นมาทันที “เรื่องค่าจ้างไม่ต้องหรอกค่ะคุณหญิง เพราะถึงยังไงทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกันช่วยสอนให้คงไม่เป็นไร” ดวงเดือนมีความเกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ “ไม่ได้หรอกยังไงฉันก็ต้องมีค่าตอบแทนให้ ถ้ายังไงก็บอกนับดาวด้วยนะบอกว่าฉันขอร้อง” เมื่อคุณหญิงปวีนุชพูดจบก็เดินอ
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ ทิชานุชยอมมาทำรายงานที่บ้านพักของนับดาวเพราะเธอไม่อยากทำตัวเรื่องมากให้นับดาวไม่พอใจ “คูณหนูมาทำอะไรที่นี่คะ มีอะไรให้ป้าช่วยหรือเปล่าคะ” ดวงเดือนที่เห็นทิชานุชเดินมายืนรอที่หน้าห้องพักของเธอ “เทียนมาทำรายงานกับนับดาวค่ะป้าว่าแต่นับดาวอยู่ที่ไหนคะ” ทิชานุชยิ้มพร้อมกับถามหาเหยื่อที่เธอกำลังจะทำให้ตกหลุมรัก “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนั่งรอตรงนี้สักครู่เดี๋ยวป้าจะไปเรียกนับดาวให้นะคะ น่าจะกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน” ดวงเดือนพูดจบเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปเรียกลูกสาวของเธอทันที ดวงเดือนหายไปไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับนับดาว “เดินเร็ว ๆ สิลูกอย่าให้คุณหนูต้องรอนาน” ดวงเดือนเป็นคนที่เกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ ไม่อยากทำอะไรที่ขัดใจเจ้านายของตนไม่ว่าจะเป็นเจ้านายอย่างคุณหญิงปวีนุชแม่ของทิชานุชหรือจะเป็นลูก ๆ ของเจ้านายเธอก็เกรงใจเช่นกัน “แม่ขา หนูก็รีบอยู่เนี่ย ให้คุณหนูของแม่รอแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปกตินับดาวก็เป็นคนที่มีสัมมาคารวะแต่กับบางคนเท่านั้นที่เธอไม่อยากเกรงใจหนึ่งในนั้นน่าจะมีทิชานุชรวมอยู่ด้วย “นับดา
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ หลังจากที่ปานตะวันกับปลายฟ้ากลับไปทิชานุชก็ขึ้นไปนอนต่อจนได้เวลาเที่ยงนิด ๆ เธอจึงตื่นขึ้นมาเพื่อกินข้าวเช้าอยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอต้องทำอย่างไรเธอจึงจะได้อยู่ใกล้ ๆ กับนับดาวทุกวัน ๆ ห้องพักแม่บ้าน นับดาวกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงกับแม่และน้องของเธออาหารมื้อนี้เป็นมื้อสุดพิเศษเพราะทั้งสามนั่งกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะนานแล้วที่ไม่ได้กินหมูกระทะกันอย่างนี้ “ป้าขายหมูกระทะใจดีกับเราอย่างนี้บ่อยจังเลยนะแม่” นับจันทร์จำได้ว่าทุกครั้งที่ได้ทานหมูกระทะเป็นเพราะป้าที่ขายหมูกระทะให้มา น้อยครั้งมากที่แม่จะซื้อให้ทานเพราะแม่มีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องใช้จ่ายให้ผ่านไปได้แต่ละเดือนยิ่งตอนนี้นับดาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเพราะฉะนั้นแม่ของเธอจึงต้องประหยัด อะไรประหยัดได้ต้องประหยัด “ว่าแต่หนูไปทำไหนยังไรลูกป้าเขาถึงให้หมูกระทะหนูมาอย่างนี้” ดวงเดือนถามนับดาวไปพลางเทน้ำซุปไปที่กระทะหมูกระทะเสียงดังซู่ซ่า “ป้าเขาบอกว่านับดาวเป็นคนที่น่ารักกตัญญูรู้คุณเห็นแล้วเอ็นดู และป้าเขายังบอกอีกว่าเห็นนับดาวแล้วนึกถึงแม
9รั้วบ้านเดียวกัน วันนี้เป็นวันหยุดนับดาวจึงทำความสะอาดห้องช่วยแม่พร้อมกับมีน้องสาวช่วยด้วยอีกแรง “นับจันทร์ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก ทำได้มั้ยถ้าทำไมไม่ได้ให้พี่นับดาวสอนนะลูก แม่จะออกไปซื้ออาหารมาใส่ตู้เย็น” ดวงเดือนพูดคุยกับลูกสาวคนเล็กของเธอ “แม่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ หนูไปซื้อให้แม่เขียนสิ่งที่แม่ต้องการมาได้เลยค่ะ” นับดาวบอกกับแม่ของเธอเพราะวันนี้เป็นหยุดเธออยากให้แม่พักผ่อนจริง ๆ สักวัน “ไม่เป็นไรหรอกลูกอยู่สอนการบ้านน้องดีแล้ว แม่สอนไม่เป็นหรอกการบ้านเด็ก ๆ สมัยนี้ยาก ๆ ทั้งนั้น” ดวงเดือนพูดพลางหยิบตะกร้าขึ้นมาเพื่อนำไปใส่ของที่จะซื้อ “การบ้านหนูเสร็จแล้วค่ะ” นับจันทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปซื้อของให้แม่เองตอนนี้แม่ก็ไปนั่งจดรายการของที่แม่อยากจะซื้อให้หนูได้แล้วค่ะ” นับดาวพูดพร้อมกับจับแม่ไปนั่งที่โต๊ะหน้าห้องก่อนจะยื่นกระดาษและปากกาให้แม่ของเธอ เมื่อแม่ของเธอจดรายการที่ต้องการซื้อเสร็จเธอก็ตั้งใจปั่นจักรยานไปที่ตลาดเพื่อซื้อของที่ตลาดใกล้ ๆ บ้าน นับดาวปั่นจักรยานมาได้ถึงหน้าบ้านก
8ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงอย่าบอกนะว่าเธอเป็นหลานป้าเพียง แต่ถ้าเป็นหลานป้าเพียงฉันก็เคยเห็นตั้งหลายครั้งก็ไม่ใช่เธอสักหน่อย” ทิชานุชดูสงสัยหนักมาก ๆ ที่เห็นนับดาวที่บ้านของตัวเอง “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยฉันเป็นลูกของแม่บ้านที่บ้านหลังนี้ แม่ฉันชื่อดวงเดือน เธอรู้จักมั้ยล่ะ” นับดาวบอกกับเธอพร้อมกับหันไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อเพราะหน้าที่นี้เป็นของเธอและป้าเพียงย้ำหนักย้ำหนาว่าอย่าให้แขกต้องรอนาน “ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่” นับดาวหันหลังถามทิชานุชเพราะเธอกำลังยุ่งอยู่กับการจัดชามก๋วยเตี๋ยวให้ดูน่าทานอย่างที่ป้าเพียงสอนเธอไว้ “ฉันมาทำอะไรที่นี่น่ะหรอ ก็ฉันอยู่บ้านหลังนี้ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่น่ะสิ” ทิชานุชพูดพร้อมกับเดินยืนอยู่ข้างหลังนับดาวก่อนจะใช้แขนข้างขวายื่นไปหยิบที่ลวกก๋วยเตี๋ยวทำให้ใบหน้าของทิชานุชไปเบียดที่ใบหน้าของนับดาวอย่างไม่ตั้งใจแขนของทิชานุชยังใกล้จนดูราวว่าทั้งสองกำลังแนบชิดสนิทสนมกัน “บอกฉันก็ได้ฉันจะได้หยิบให้” นับดาวพูดพลางถอยออกจากตรงนั้นเพื่อให้ทิชานุชหยิบมันได้ถนัดขึ้น ทิชานุชเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงเพร
7เธอมาทำอะไรที่นี่ วันนี้เป็นนับดาวกลับมาจากมหาวิทยาลัยเร็วเพราะวันนี้เธอไม่มีเรียนตอนบ่าย เมื่อเธอกลับมาถึงห้องพักเธอก็เดินไปหาแม่ของที่บ้านของคุณหญิงปวีนุชทันที เธอจะไปช่วยแม่ของเธอทำงานเพื่อแบ่งเบาแรงแม่ของเธอ “อ้าว ! นับดาวเลิกเรียนแล้วหรอลูกมาช่วยแม่ทำงานอีกล่ะสิเนี่ย เป็นเด็กดีจริง ๆ หลานป้าอายุเท่า ๆ หนูกลับจากเรียนก็ไปเที่ยวกับเพื่อนไม่คิดจะมาช่วยป้าทำงานบ้างเลย” ป้าเพียงทักทายนับดาวพร้อมกับตัดพ้อที่ลูกหลานของแกไม่ขยันช่วยงานอย่างนับดาว “สวัสดีค่ะ ป้าเพียง แม่สวัสดีค่ะ วันนี้หนูเลิกเร็วการบ้านก็ทำเสร็จแล้วเลยอยากมาช่วยงานแม่และป้าเพียงด้วยนะคะมีอะไรใช้นับดาวได้เลยนะคะ” นับดาวพูดจบก็ล้างจานช่วยแม่ของเธอทันที “เธอโชคดีจริง ๆเลยนะดวงเดือนที่มีลูกสาวดีอย่างนี้” ป้าเพียงชื่นชมนับดาวไม่ขาดปาก “เราก็มีกันสามคนแม่ลูกเลยต้องสอนให้รู้จักเอาการเอางานไม่อย่างนั้นก็คงแย่เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ลูกตัวเล็ก ๆ” ดวงเดือนพูดเรื่องราวชีวิตของเธอกับลูกสองคนที่ต้องลำบากมาด้วยกัน“ดวงเดือนเธอเก่งมากนะ ป้ายอมความรับเลยว่าเธอผ่านมันมาได้อย่
11รักใต้แสงจันทร์บนห้องพักริมทะเลหลังจากที่ทั้งสองเดินเล่นที่ชายหาดแล้วลงเอยด้วยการจูบกันท่ามกลางแสงจันทร์ทั้งสองก็มาสานต่อความรู้สึกบนห้อง ทั้งสองอยู่บนเตียงนุ่มเมลล์กำลังคร่อมตัวหญิงสาวอยู่ข้างบนกำลังบรรจงจูบปากเธออย่างเร่าร้อน''จุ๊บ...จุ๊บ..สวบบ..จุ๊บบ..อ่า...อือ...อ่า...''ทั้งเสียงครางเสี
4จูบ....จูบ....จูบ....หน้าหอดัชมิลล์''เธอไปไหนของเธอกันนะ โทรหาก็ไม่ติดเธอกำลังทำให้ฉันคลั่งแทบบ้าแล้วนะ ยัยนมเปรี้ยวหรือ ยัยนั่นมีแฟนแล้วกันเนี่ย โธ่!!! เว้ย!!!''เมลล์ที่มารอดัชมิลล์ที่หน้าหอเธอด้วยความหงุดหงิดโมโหฟ้าใสขับรถมาจอดเทียบหน้าหอพักดัชมิลล์ ดัชมิลล์ลงจากรถฟ้าใสด้วยความเหนื่อยล้า''ฉ
3ตกหลุมร่านเอ้ยตกหลุมรักห้องดัชมิลล์ทั้งสองกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันนั้นห้องที่ไม่ได้ล็อคก็เปิดเข้ามาเสียงดังด้วยความที่ไม่คิดว่าเจ้าของห้องกำลัง...เอี๊ยด...ดัชมิลล์และเมลล์หันไปดูพร้อมกันด้วยความตกใจแล้วรีบผละออกจากกันด้วยความเร็วแสง"ขะ...ขอโทษนะ...!!!"ฟ้าใสรีบปิดประตูแล้วออกมายืนหน้าห้องด้ว
Episode25โลกของสีรุ้งตอนจบเมธาทิพย์ร้องออกมาเหมือนจะขาดใจเพราะมันทั้งแน่น ทั้งเสียวจนไม่รู้ว่าจะเจ็บหรือจะเสียว ทุกครั้งที่ร่วมรักกันเอลิน่าสอดใส่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้นแต่ครั้งนี้เอลิน่าเพิ่มความแน่นความเสียวให้กับเมธาทิพย์เป็นสองนิ้วทำให้เสียงร้องครางดังขึ้นมาเหมือนคนทรมาน“อ่า ซี๊ด อ่า แน่น อ่า







