Share

บทที่ ๑๓ สะทกสะท้าน (1/4)

last update publish date: 2026-09-28 08:00:22

“อาน้ำ อั๊วจะมาถามว่าไอ้ยาต้องกินพร้อมกันหรือกินทีละเม็ด”

“แนะนำว่าให้ทานทีละเม็ดในเวลาใกล

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (1/4)

    เสียงปิดประตูดัง ‘ปึง!’ กระแทกกับขอบวงกบดังลั่นสะเทือนไปทั้งบ้านทำความเงียบที่เคยปกคลุมอยู่พลันถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ปลื้มทรุดตัวเอนพิงกำแพงอย่างหมดแรงหัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ภายในด้วยความโกรธโมโหซึ่งพุ่งเป้ามาที่ตนเองโดยมีมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเตือนสติเพื่อไม่ให้กลายเป็นบ้าไปเสียก่อน ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่าง แล้วเลื่อนกระจกออกอย่างแรงจนสุดขอบ ก่อนจะยืนหอบหายใจอย่างหนัก สอดส่องสายตาออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก แต่ภาพที่กำลังฉายอยู่ในม่านตายังคงเป็นภาพของบิดาในสภาพร่อแร่อ่อนแรงเต็มทียิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดและรู้สึกผิด ทุกอาการที่เคยเห็น อาการไอ เสียงที่แหบแห้ง วิธีการทานอาหารที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่ใบหน้าที่หมองซีด ทั้งหมดนั้นคือสัญญาณที่ตัวเองมองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจเพราะตีความจากชีวิตอันปกติสุขที่ผ่านมาเองว่ามันคงไม่เป็นไร ถึงกระนั้นความทรงจำมากมายกลับไหลเข้ามาในมโนคติ ภาพของบิดาที่ยืนอยู่หน้าเตา เสียงไอโขลกที่ดังขึ้นเป็นระยะที่อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่พ่อครัว เสียงไอที่แห้งผากและรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลื้มเคยคิดเสมอว่ามันเป็นเพียงเพราะไอควันจากไฟเตา ห

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (4/4)

    เมื่อจัดการเรื่องยาและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เสร็จสรรพพวกเขาจึงได้กลับบ้าน กระนั้นความหวังของน้ำคล้ายจะเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะตั้งแต่พวกเราขึ้นรถสามล้อพ่อลูกไม่ยอมพูดคุยกันเลยสักนิด อย่าว่าแต่ทั้งสองคนเลย ตัวเราเองก็ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใดเช่นกันน้ำรู้อยู่แก่ใจมาตลอดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณป๊าและปลื้มไม่ได้แน่นแฟ้นมากมายนัก ประกอบกับคุณป๊าเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกออกมาตรง ๆ รวมไปถึงสิ่งที่กำลังเผชิญ เพราะโกหกประวัติแม้กระทั่งหมอทั้งที่โรงพยาบาลและตัวเขามาได้อย่างแนบเนียน แสดงว่าเจ้าตัวจงใจปกปิดความเจ็บอย่างชัดเจน ซึ่งเขาเห็นมาเยอะสมัยทำงานโรงพยาบาลแรก ๆมีหลายเหตุผลให้ผู้สูงอายุไม่ชอบบอกว่าตนเองเจ็บป่วย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องของจิตใจและทัศนคติมากกว่าเรื่องของอาการทางกาย เช่น กลัวเสียความเป็นอิสระ กลัวถูกมองว่าอ่อนแอ กลัวการรักษาและค่าใช้จ่าย คิดว่าอาการป่วยเป็นเรื่องปกติของคนแก่ รวมไปถึงไม่ต้องการเป็นภาระแก่ลูกหลาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ทำงานตลอดหลายสิบปี และคุณป๊าเองก็คงคิดเช่นนั้นเมื่อถึงบ้านปลื้มที่ไม่เคยแสดงนิสัยเสีย เมื่อไขป

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (3/4)

    แม้กลับมายังปัจจุบันน้ำยังคงกังวลจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ รอคณะแพทย์พยาบาลตรวจวินิจฉัยตามระเบียบในยามที่ตนเองร้อนรนนั้นช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน ดูจากอาการโดยส่วนตัวแล้วมันมีอยู่ไม่กี่โรคหรอกที่เข้าข่าย หากเป็นคนอื่นไกลหรือคนไข้ปกติเราคงฝืนทำใจเย็นได้อย่างที่ผ่านมาเพราะก็มีหลายครั้งที่ทหารญี่ปุ่นกลับมารักษาในสภาพใกล้หมดลมหายใจ แต่กับคุณป๊าเป่าหลงที่เรานับถือเราไม่สามารถกักเก็บอารมณ์ไว้ได้เลยจริง ๆมือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตักจนขาวซีด พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังว้าวุ่น แต่หัวใจกลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง สายตาจับจ้องไปที่ประตูไม้สีขาวบานใหญ่ที่ปิดสนิท ราวกับพยายามที่จะมองทะลุเข้าไปข้างในเพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับป๊าบ้าง แต่ก็ทำได้เพียงแค่รอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย ขนาดเราไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แล้วปลื้มจะรู้สึกอย่างไรหากต้องมาทราบความจริง“พี่ครับ! ป๊าเป็นยังไงบ้าง!”“ปลื้ม!”น้ำลุกขึ้นยืนทันควันเข้าไปกุมมือทั้งสองของคนเด็กกว่าที่เย็นเฉียบไม่ต่างกัน ไหนจะเหงื่อไคลตามตัว นี่อีกฝ่ายคงวิ่งขึ้นอาคารมาเลยสินะถึงได้ดูเหนื่อยหอบปานนี้“คุณป๊าเขากำลังอยู่ในห้อ

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (2/4)

    ความกลัวที่จู่โจมอย่างกะทันหันทำให้มือไม้ไม่เป็นงาน ร่างกายรู้สึกชาหนึบไปหมดราวกับสูญเสียการควบคุม ความตั้งใจที่จะทำความสะอาดร้านให้เสร็จสิ้นก่อนจะออกไปตามหาพี่ที่โรงพยาบาลพลันหายไปในอากาศ มีเพียงความกังวลที่เข้ามาแทนที่จนทำอะไรไม่ถูก รู้ตัวอีกทีขณะที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านกุญแจในมือก็พลันร่วงหล่นกระทบพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงกังวานในโสตประสาท ทันใดนั้นร่างกายก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงพอจะขึ้นรถตามไปปลื้มจึงพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดึงตัวเองให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง สายตาที่เคยเหม่อลอยกลับมาจดจ่ออยู่กับท้องถนนที่กำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ของรถสามล้อดังกระหึ่มอยู่ข้างหู ปะปนกับเสียงแตรที่ดังมาจากรถคันอื่นเมื่อเข้าใกล้เขตโรงพยาบาล แต่ทั้งหมดนั้นกลับไม่สามารถทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงได้เลยดวงตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อคลอพร้อมความสงสัยในตัวเอง ในห้วงแห่งความรู้สึกที่สับสนนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือกัดฟันขอให้บิดาไม่เป็นอะไร. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .ย้อนกลับไปยังตอนที่ยังไม่เกิดเรื่องใด ๆ

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (1/4)

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับตั้งแต่กลับมาจากชุมพร จนถึงตอนนี้ขนมที่ได้รับมาก็ยังไม่หมดจนปลื้มไม่ต้องทำขนมมาบรรณาการเขาเลยสักมื้อ หนูเผิงเองก็ดีใจที่ตัวเองได้ส่วนแบ่งของฝากไปให้คนในครอบครัวแบ่งปันกันตอนแยกย้ายกันที่สถานีรถไฟ ส่วนคุณป๊าที่ได้รับของฝากเป็นคุกกี้ธัญพืชและชาอู่หลงก็ดูจะชื่นชอบมากเสียจนออกปากชมถึงกระนั้นมีเรื่องที่คุณหมอค่อนข้างกังวลมาสักพักนับตั้งแต่คุณป๊าพ้นระยะเข้มข้นเป็นเวลา ๒ เดือนแรกมาได้จนเข้าสู่ระยะต่อเนื่องซึ่งอาการดีขึ้นและไม่แพร่เชื้อแล้ว แต่อาการไอของคุณป๊าไม่มีทีท่าว่าจะลดลง มิหนำซ้ำอาการยังดูหนักขึ้นอีกต่างหากคุณหมอน้ำคิดพลางเดินออกจากห้องน้ำยามเย็นหลังเลิกงาน สวนทางกับคุณป๊าเป่าหลงที่เดินเอามือไพล่หลังเดินสวนเข้าไปชำระร่างกายเตรียมเข้านอนแต่หัววัน โดยส่วนตัวแล้วตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลน้ำก็ค่อนข้างมั่นใจว่าท่านจะแข็งแรงขึ้นหากทานยาเป็นประจำ ทว่าจนถึงตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแนวโน้มของมันจะเป็นบวกน้ำขึ้นมาเปิดลิ้นชักเปิดสมุดประวัติการเข้ารักษาที่เขาอาสาเก็บไว้ขึ้นมาอ่านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่นอกจากเรื่องวัณโรคหรือยาแก้เสมหะคุณป๊าก็ไม่ได

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (5/5)

    “เรามาดื่มกันดีไหมครับ?”“แก้ว พี่ว่าตัวนี้แรงไปหรือเปล่า”“ถ้าไม่แรงแล้วฉันจะซื้อมาทำไมล่ะจ๊ะ”“พี่ให้แก้วเดียวใส่น้ำแข็ง”คุณครูนาฏศิลป์หน้าบึ้งพองแก้มเหลือบหางตามองพ่อนักแสดงอดีตทหาร ไม่ว่าจะครั้งไหน ๆ มักจะห้ามนู่นห้ามนี่ไปหมด แต่ถ้าไม่ทำตามก็ชอบเข้ามาวอแวรบกวนการนอนอยู่ร่ำไป แล้วแก้วมันจะเลือกอะไรได้บ้างเล่า รู้แบบนี้ไม่น่าไปหลงเชื่อคารมสมัยจีบกันเลย!ในทางตรงกันข้ามดินก็รู้ดีว่าคนรักตัวเองเป็นแม่ตัวดื้อแค่ไหน เขารู้มาจากครูที่โรงเรียนตลอดว่าแก้วมักชอบไปงานสังสรรค์และสนุกอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ก็พอทราบที่มาเพราะเป็นเขาเองที่ไม่ค่อยกลับมานอนบ้าน ปล่อยให้แก้วต้องเหงาจนกลับไปพึ่งน้ำเมา แต่พอกลับมานอนบ้านได้ทุกวันแก้วก็กลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว“อ๊ะ! คุณน้ำมาดื่มด้วยกันดีไหมครับ?”“ของดก่อนแล้วกันครับ พอดีช่วงนี้ต้องดูแลสุขภาพแล้ว”คุณหมอปฏิเสธด้วยความเกรงใจ คราวก่อนที่มาเราเองก็เผลอดื่มตามน้ำไปแก้วสองแก้วพอให้กรึ่ม แต่ช่วงนี้ที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนก็ไม่อยากเสพของมึนเมาแล้วไม่ว่าคุณครูนาฏศิลป์จะพยายามชวนเท่าไรแต่นอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status