Share

บทที่ 6

Penulis: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
ฉินหงขมวดคิ้วและถามว่า “ไฉนท่านมองข้าเช่นนั้นเล่า?”

ฉินซูยิ้มอย่างสงบและพูดว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากจะบอกว่า หากมู่หรงฟู่มิชอบก็ยังมีหลินชิงเหยามิใช่รึ?”

บุตรีสุดที่รักของใต้เท้าหลินเป็นหนึ่งในห้าของสาวงามแห่งหลงเฉิงของเรา ด้วยความงามเช่นนี้ ตราบใดที่มู่หรงฟู่มิใช่ขันที ก็คงไม่มีทางที่เขาจะมิถูกนางล่อลวงหรอกใช่หรือไม่?”

ครั้นได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของฉินหงก็แสดงถึงความมิพอใจทันใด!

ขุนนางคนอื่น ๆ ก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไป

มีผู้ใดมิรู้บ้างเล่าว่า หลินชิงเหยาเป็นคนรักของอ๋องฉี ฉินหง เมื่อฉินซูพูดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาอยากมีปัญหากับอ๋องฉีใช่หรือไม่?

สีหน้าหลินซีดูมิพอใจ เขาประสานมือและโค้งคำรับไปทางฉินอู๋ต้าว “ฝ่าบาท บุตรีของข้าน้อยมีคนที่นางรักอยู่แล้ว ข้าน้อยมั่นใจว่าฝ่าบาทจะมิ…”

ยังมิทันที่เขาจะพูดจบฉินอู๋ต้าวก็โบกมือและขัดจังหวะเขา

“เสนาบดีหลิน เรื่องยังมิไปถึงขั้นนั้น ไฉนเจ้าต้องตื่นตระหนกนัก?”

“ข้าน้อย… ข้าน้อยเพียงกังวล…”

“มีสิ่งใดให้กังวลนัก? แม้ว่านางจะแต่งงานกับมู่หรงฟู่โดยมีข้าสนับสนุน เช่นนั้นเจ้าก็กลัวว่ามู่หรงฟู่จะกล้ารังแกนางรึ? อีกอย่างข้าเพิ่งบอกว่าเรื่องยังมิไปถึงขั้นนั้น หากมู่หรงฟู่ชอบองค์หญิงที่ข้าเลือกให้เล่า?”

เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิตรัสเช่นนี้หลินซีก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้า และมิพูดอะไร

ทว่าดวงตาของฉินหงที่มองไปที่ฉินซูกลับมืดมนลงเรื่อย ๆ

“เช่นนั้นเว่ยเจิงและเหลยเจิ้นอยู่ต่อก่อน ที่เหลือก็ออกไปได้ หากมีเรื่องใดจะหารือ เราจะหารือกันที่ราชสำนักในเช้าวันพรุ่ง”

หลังจากที่ฉินอู๋ต้าวพูดจบ ทุกคนก็โค้งคำนับด้วยความเคารพและถอยกลับอย่างเป็นระเบียบ

เมื่อมาถึงนอกท้องพระโรงฉินหงจ้องมองไปที่ฉินซูด้วยท่าทางที่ดุร้ายและขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “องค์รัชทายาท ท่านรู้หรือไม่ว่าชิงเหยาเป็นคนรักของข้า ท่านพูดเช่นนั้นต่อหน้าเสด็จพ่อ ท่านคงมีเจตนาแอบแฝงจริง ๆ สินะ”

ฉินซูแสร้งทำเป็นประหลาดใจและเอ่ยว่า “หืม! นางเป็นคนรักของเจ้ารึ? แต่ข้าสงสัยนัก คนรักของเจ้ามาหาข้าที่ตำหนักบูรพาด้วยเหตุผลใดกัน?"

ได้ยินเช่นนี้หัวใจของฉินหงก็กระตุก

เกิดเรื่องอันใดขึ้น?

เขาส่งคนไปบอกชิงเหยาว่าอย่าไปที่ตำหนักบูรพาแล้วมิใช่หรือ?

เหตุใดนางถึงยังไป?

ยิ่งไปกว่านั้น รอยยิ้มบนริมฝีปากของฉินซูก็ดูน่าสนใจมากทีเดียว!

เป็นไปได้หรือไม่ว่าชิงเหยาจะ…

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ฉินหงก็ถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ฉินซู เจ้าทำอะไรกับชิงเหยา?”

ใบหน้าของฉินซูเคร่งขรึมขึ้นและพูดอย่างเย็นชา “ฉินหง พูดคุยกับข้าก็กรุณาสุภาพด้วย หากเจ้ากล้าเรียกข้าด้วยชื่ออีกครั้ง ตัวข้าจะกลับไปรายงานต่อองค์จักรพรรดิทันที!"

“เจ้า...”

ฉินหงแทบจะระเบิดโทสะ ในอดีตตนมักจะโต้เถียงกับฉินซูบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งตนก็ได้เปรียบอยู่เสมอ

ทว่าครั้งนี้ เพียงคำพูดมิกี่คำกลับทำให้ตนเสียสมดุลเพียงนี้ได้อย่างไร?

เขากำลังตั้งใจที่จะเผชิญหน้ากับฉินซูอย่างแน่วแน่

ทว่าในเวลานี้หลินซีเสนาบดีกระทรวงการคลังกลับคว้าแขนของเขาไว้พร้อมส่ายหัวเล็กน้อย

ฉินหงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “เสด็จพี่องค์รัชทายาท คอยดูแล้วกัน!"

หลังจากพูดจบ เขาก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยย่างก้าวที่ใหญ่และมั่นใจ

ฉินซูพูดอย่างมิเหมาะสม “น้องสาม มีบางอย่างที่ข้าลืมบอกเจ้า”

ฉินหงหยุดทันใด และหันกลับมาถามอย่างเหลืออด “อะไร? ว่ามาสิ เวลาของข้าเป็นเงินเป็นทอง!"

“ฮิฮิ ไม่มีอะไรมาก ข้าแค่อยากจะบอกเจ้าว่า หลินชิงเหยาน่าทึ่งเสียจริง!”

หลังจากที่ฉินซูพูดจบก็ก้าวไปตบไหล่ฉินหง และหันหลังเดินออกไปอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฉินหงตกตะลึงทันใดราวกับถูกฟ้าผ่า

หลังจากนั้นมินาน ในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวและพูดว่า “ใต้เท้าหลิน ที่ฉินซูพูดเมื่อกี้หมายความเยี่ยงไร? เขาได้ชิงเหยา…”

หลินซีรีบปลอบ “ท่านอ๋องฉี หาอย่าได้ทรงคิดมากพ่ะย่ะค่ะ ชิงเหยาจะเป็นพวกมิรู้จักรักษาความบริสุทธิ์ได้อย่างไร?"

“พูดก็พูดเถอะ วันนี้นางไปที่ตำหนักบูรพาเพียงลำพัง ข้ากังวลว่าฉินซูจะเอาเปรียบนางไปแล้ว”

“ท่านอ๋อง ท่านทรงกังวลมากเกินไป ตำหนักบูรพามิใช่สถานที่ที่ฉินซูจะมีอำนาจปานนั้น ชิงเหยาเป็นลูกรักของกระหม่อม ฉินซูมิกล้ากระทำการโดยประมาทอย่างแน่นอน หากเขาทำ กระหม่อมจะไปรายงานต่อองค์จักรพรรดิ เช่นนั้นฉินซูก็จะยิ่งถูกปลดเร็วขึ้น!”

“ก็จริง ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากไป เพียงแต่ว่าไอ้สารเลวผู้นี้ ฉินซู ไฉนวันนี้เขาดูจึงเปลี่ยนไป เขามิเคยปากดีเยี่ยงนี้มาก่อน”

หลินซีดูเคร่งขรึมและพูดว่า “กระหม่อมเองก็สับสนมิแพ้กันพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้สึกว่า องค์รัชทายาทดูแตกต่างไปเป็นคนละคนพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงตาของฉินหงกะพริบเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามออกไปว่า “ใต้เท้าหลิน เจ้าคิดว่าสิ่งที่ฉินซูทำก่อนหน้านี้เป็นเพียงการแสดงหรือไม่?”

หลินซีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว “เป็นไปมิได้พ่ะย่ะค่ะ ในอดีตเขามัวแต่สํามะเรเทเมาเท่านั้น อีกทั้งเขายังทำลายสตรีผู้สูงศักดิ์มากมาย เรื่องพวกนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งราชสำนัก ด้วยเหตุนี้ องค์จักรพรรดิจึงได้ทรงมีพระดำรัสที่จะทรงปลดองค์รัชทายาทหลังวันชุนเฟินในปีหน้า”

“ทว่าหากเขายังสร้างความประทับใจให้องค์จักรพรรดิเช่นนี้ต่อไป เช่นนั้นเรื่องที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งคงได้สูญเปล่าเป็นแน่”

“ท่านอ๋องหาได้ต้องทรงกังวลไม่พ่ะย่ะค่ะ ขอเพียงเราเติมเชื้อไฟเล็กน้อย จากนั้นเราจะรายงานต่อองค์จักรพรรดิให้ปลดเขาในมิช้าพ่ะย่ะค่ะ!”

ดวงตาของฉินหงสว่างขึ้น เขารีบถามว่า “แผนดี ๆ ของเจ้าคืออะไร มาบอกข้ามาเร็วเข้า!”

หลินซีหันมองไปรอบ ๆ และพูดว่า “ท่านอ๋อง ที่นี่คนมากมายนัก กลับไปแล้วค่อยคุยกันเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ ไปกันเถอะ”

ในเวลาเดียวกันนั้น

ภายในพระตำหนักจินหลวน

ฉินอู๋ต้าวพิงบัลลังก์มังกรอย่างสบาย ๆ และถามอย่างมิใส่ใจว่า “เจ้าสองคน วันนี้พวกเจ้าสังเกตเห็นสิ่งใดผิดปกติกับองค์รัชทายาทบ้างหรือไม่?”

เว่ยเจิงรู้สึกสับสนเล็กน้อยและตอบว่า "ฝ่าบาท ข้าน้อยมิคิดเช่นนั้นำพ่ะย่ะค่ะ”

“เลิกแสร้งทำเป็นสับสนเถอะ ในอดีตฉินซูรู้วิธีดื่มสุราเคล้านารีเท่านั้น ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของราชวงศ์มากมาย เขามิรู้เรื่องอันใดเกี่ยวกับราชสำนักทั้งสิ้น วันนี้เขาตบองค์ชายแห่งเป่ยเยี่ยนและโต้กลับผู้อาวุโสของเป่ยเยี่ยนด้วย อีกทั้งเสนอแผนอันแยบยลสองประการ เจ้ามิคิดว่ามันแปลกรึ?”

“นี่......”

เว่ยเจิงมิรู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแสดงรอยยิ้มที่เคอะเขินแต่สุภาพให้กับฉินอู๋ต้าว

ฉินอู๋ต้าวกลอกตามาที่เขาแล้วถามเหลยเจิ้นว่า “แล้วเจ้าคิดเช่นไร?”

“ฝ่าบาท วันนี้องค์รัชทายาทมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเดิมพ่ะย่ะค่ะ บางทีองค์รัชทายาทอาจตระหนักได้ถึงความผิดพลาดในอดีต เช่นนั้นจึงตัดสินพระทัยที่จะกลับตัวกลับใจก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ”

“โอ้ หากเขาเปลี่ยนได้จริง ๆ พระอาทิตย์คงจะขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วกระมัง พวกเจ้าผู้เฒ่าทั้งสองเลิกแสร้งทำเป็นสับสนจ่อหน้าข้าได้แล้ว เจ้าคิดว่าข้ามิรู้แผนการเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจเจ้ารึ?”

เหลยเจิ้นส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม เปลี่ยนเรื่องแล้วถามว่า “ฝ่าบาท พระองค์ทรงวางแผนที่จะดำเนินการตามที่องค์รัชทายาทแนะนำหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

ฉินอู๋ต้าวถอนหายใจเบา ๆ และพูดว่า “นอกเหนือจากนั้นแล้วเราจะทำสิ่งใดได้อีกรึ? แน่นอนว่าเรามิสามารถคืนเมืองที่ทหารได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยึดครองมาได้ใช่หรือไม่เล่า?”

“ฝ่าบาท หลังจากที่ข้าน้อยกลับมา เราจะหารือกับหลินซีและคนอื่นๆ และพยายามหาทางยุติภัยพิบัติโดยเร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นก็พอได้ ข้าจะเปิดเผยกับเจ้า ตราบใดที่มันมิมากเกินไปข้าก็จะสนับสนุน!”

เว่ยเจิงโค้งคำนับด้วยความเคารพ “ด้วยพระดำรัสของฝ่าบาท ข้าน้อยทราบว่าต้องทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ เพื่อมิให้เสียเวลา ข้าน้อยขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"

หลังจากที่เขาเดินออกไปแล้วฉินอู๋ต้าวก็ถามเหลยเจิ้น “เจ้ายังยืนกรานที่จะปลดองค์รัชทายาทจนกว่าจะถึงวันชุนเฟินในปีหน้าหรือไม่?”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ครั้งที่แล้วข้าไม่มีเวลาถามมากนัก เช่นนั้นตอนนี้ช่วยบอกเหตุผลให้ข้าฟังหน่อยเถอะ ในเมื่อเขาจะถูกปลดในมิช้าก็เร็ว ไฉนต้องทำเรื่องที่เกินความจำเป็นด้วยเล่า?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 865

    จวนอ๋องฉู่องครักษ์คนหนึ่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่เบื้องหน้าฉินอวี่"ทูลท่านอ๋องฉู่ ฝ่าบาทมิทรงเห็นด้วยที่จะส่งทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน อีกทั้งยังทรงส่งแม่ทัพฉงไปประจำการที่ชายแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ""เจ้าแน่ใจหรือว่าเสด็จพ่อปฏิเสธชัดเจน?" ฉินอวี่ถามย้ำ"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง การที่ฝ่าบาททรงส่งแม่ทัพฉงไปชายแดนเหนือ น่าจะประสงค์ฉวยโอกาสโจมตี""ดูเหมือนว่าเสด็จพ่อต้องการฉวยโอกาสโจมตีตลบหลังเป่ยเยี่ยน ขณะที่พวกเขากำลังสู้กับแคว้นฉี"พูดถึงตรงนี้ ฉินอวี่ขมวดคิ้วแล้วกล่าว "แล้วแคว้นฉีจะรับมืออย่างไร? เสด็จพ่อทรงส่งหัวหน้าโหรหลวงไปเกลี้ยกล่อมหรือไม่?"องครักษ์พยักหน้า "ส่งไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ และตามรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือ หัวหน้าโหรหลวงเดินทางขึ้นเหนือไปแล้ว น่าจะไปเจรจากับอ๋องเซียงหยางพ่ะย่ะค่ะ""ดี! ดีมาก! การกระทำของเสด็จพ่อเช่นนี้ มิต่างกระไรกับการประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่าต้าเหยียนของเราละทิ้งฉินซูองค์รัชทายาทผู้นี้ไปแล้ว!""ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เมื่อองค์รัชทายาทถูกละทิ้ง เขาก็ทำได้แค่รอความตายเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่ ก็ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าท่านอ๋องอีกแล้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 864

    ฉงชูโม่ชะงักไป แล้วถามย้ำ “เจ้าแน่ใจนะว่าหัวหน้าโหรหลวงขึ้นเหนือไปเพื่อช่วยองค์รัชทายาท?”“อืม อาจารย์พูดเองว่าจะมิทอดทิ้งองค์รัชทายาท”“แต่เขาไปเพียงลำพัง จะมีประโยชน์กระไรมากมาย?”กู้เสวี่ยเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อันที่จริงอาจารย์ก็ลำบากใจเช่นกัน หากเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้ทรงออกทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน สุดท้ายต้าเหยียนของเราก็คงหนีมิพ้นเคราะห์กรรม ราษฎรในแผ่นดินก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะอาจารย์คำนึงถึงจุดนี้ เขาจึงมิได้เตือนฝ่าบาทอย่างตรงไปตรงมา”ได้ยินดังนั้น ฉงชูโม่ก็ขมวดคิ้วแล้วเงียบไปเพราะระหว่างทางที่กลับมา นางได้ลองประมาณกำลังพลทั้งสามฝ่ายดูแล้วกำลังพลของเป่ยเยี่ยนและต้าเหยียนรวมกันอย่างมากก็มีประมาณเก้าแสนถึงหนึ่งล้านนาย ส่วนแคว้นฉีลำพังแค่กองทัพทหารม้าหุ้มเกราะก็มีจำนวนคนถึงหนึ่งล้านนายแล้ว นี่ยังมิรวมทัพอื่น ๆ อีกอีกทั้งแคว้นฉียังมีรากฐานที่มั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหล่าทหารใช้ก็เป็นของชั้นเลิศหากเกิดสงครามขึ้นจริง ๆ แม้เป่ยเยี่ยนและต้าเหยียนจะร่วมมือกัน ก็ยากที่จะเอาชนะได้ที่นางมาหาหัวหน้าโหรหลวง ก็เพียงแต่หวังว่าอีกฝ่ายจะคิดหาทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 863

    เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปาก “ฝ่าบาท หากหัวหน้าโหรหลวงสามารถเกลี้ยกล่อมอ๋องเซียงหยางได้ เมื่อเขากลับมาแล้ว ค่อยให้เขาคิดหาทางแก้ไขก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ”“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น หึ! เดิมทีตัวข้ายังปวดหัวอยู่ว่าจะลดทอนความดีความชอบขององค์รัชทายาทลงอย่างไร เจ้านั่นก็เหลือเกิน ใจกล้าสังหารบุตรชายอ๋องเซียงหยาง นี่ถือว่าเขาก่อเรื่องเอง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เบาแรงข้าลงไปได้มากโขเลยทีเดียว”เฉาฉุนหัวเราะแห้ง ๆ มิได้ตอบกระไรฉินอู๋ต้าวยืดเส้นยืดสาย แล้วหันกลับไปยังห้องบรรทมภายในสำนักหอดูดาวหลวงทันทีที่เหลยเจิ้นกลับมา กู้เสวี่ยเจี้ยนก็ถามอย่างใจร้อน “อาจารย์ ฝ่าบาททรงรับสั่งว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ จะส่งทัพไปช่วยเหลือเป่ยเยี่ยนเมื่อใด?”“ฝ่าบาทจะมิส่งทัพไป” เหลยเจิ้นตอบสั้น ๆ“ว่ากระไรนะ?! มิส่งทัพไปช่วยหรือ หากเป่ยเยี่ยนถูกทำลาย กองทัพแคว้นฉีก็จะหันคมดาบมายังต้าเหยียนของเรามิใช่หรือ หลักการง่าย ๆ แค่นี้ฝ่าบาทมิได้ทรงคำนึงถึงหรือเจ้าคะ?”“ใช่ว่าฝ่าบาทมิได้คำนึงถึง เพียงแต่หากส่งทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน ก็เท่ากับการประกาศสงครามกับแคว้นฉี ด้วยกำลังของแคว้นฉี แม้ต้าเหยียนกับเป่ยเยี่ยนจะร่วมมือกัน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 862

    เว่ยเจิงมีสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขามิคาดคิดว่าฉินอู๋ต้าวตั้งใจจะสละองค์รัชทายาทจริง ๆเหลยเจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย มองฉินอู๋ต้าวอย่างลึกซึ้งผาดหนึ่งแล้วส่ายหน้าช้า ๆ“เกรงว่ามิง่ายนัก เมื่ออ๋องเซียงหยางทำลายเป่ยเยี่ยนลงแล้ว เก้าในสิบส่วนย่อมต้องบุกเข้ามา และฉวยโอกาสยึดต้าเหยียนของเราไปด้วย”เว่ยเจิงเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท องค์รัชทายาทได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่มากมายในช่วงหลังมานี้ หนานเยวี่ยก็เป็นองค์รัชทายาทที่ยึดครองมาได้ หากสละองค์รัชทายาทไป เกรงว่าจะถูกคนทั่วหล้าวิพากษ์วิจารณ์เอาได้พ่ะย่ะค่ะ”“คนทั่วหล้าจะวิพากษ์วิจารณ์ข้าอย่างไร ข้ามิสน! สิ่งที่ข้าใส่ใจคือชีวิตของราษฎรนับล้านในแผ่นดินต้าเหยียนของข้า!”ฉินอู๋ต้าวลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวต่อ “ท้ายที่สุดแล้วหายนะครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่รัชทายาทก่อขึ้น ในฐานะจักรพรรดิแห่งต้าเหยียน ข้าย่อมมิอาจปล่อยราษฎรในแผ่นดินต้องพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วย ดังนั้น ขุนนางเหลย ข้าอยากจะขอให้เจ้าเดินทางขึ้นเหนือด้วยตนเอง ไปเกลี้ยกล่อมอ๋องเซียงหยาง ตราบใดที่เขามิระบายโทสะกับต้าเหยียนของเรา องค์รัชทายาทจะเป็นอย่างไรก็ให้เขาจัดการ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 861

    หวังฉือตุลาการศาลต้าหลี่ก้าวออกมากล่าวว่า "ฝ่าบาท ข้าน้อยเห็นว่าการที่องค์รัชทายาทสังหารบุตรชายของอ๋องเซียงหยางเป็นการกระทำที่บีบบังคับยิ่ง มิอาจตำหนิพระองค์ได้ หากมิส่งกำลังไปช่วยเหลือเป่ยเยี่ยน เกรงว่าในภายภาคหน้าภัยจะมาถึงตัว ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"ตาเฒ่าเนี่ยหงสนับสนุน "ข้าน้อยก็เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ แม้ว่าเป่ยเยี่ยนกับต้าเหยียนของเราจะขัดแย้งกันมาโดยตลอด แต่ยามนี้หากมิร่วมมือกันต่อต้านแคว้นฉี หลังจากที่เป่ยเยี่ยนพ่ายแพ้ ต้าเหยียนของเราก็จะไม่มีกำลังต่อต้านอีกต่อไป ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"หลินซีเสนาบดีกรมพระคลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ก้าวออกมา "ฝ่าบาท ข้าน้อยก็เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ การร่วมมือกับเป่ยเยี่ยนยังพอเห็นโอกาสเอาชนะได้บ้าง หากปฏิเสธที่จะส่งกำลังไปช่วยเหลือ หลังจากเป่ยเยี่ยนถูกทำลาย พวกเราก็จะต้องเผชิญหน้ากับคมดาบของกองทัพทหารม้าหุ้มเกราะนับล้านของแคว้นฉีโดยตรง""ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท การช่วยเหลือเป่ยเยี่ยน จะทำให้ภายในต้าเหยียนของเรามิได้รับผลกระทบจากไฟสงคราม มิฉะนั้นหากวันใดทัพใหญ่ของแคว้นฉีบุกเข้ามา ต้าเหยียนของเราย่อมต้องประสบกับ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 860

    ฉินซูกำชับ "แม่ทัพใหญ่ ท่านควรส่งคนกลับไปเสริมกำลังป้องกันเมืองเจียหยางก่อน หากอ๋องเซียงหยางบุกโต้กลับ เมืองเจียหยางก็คือแนวป้องกันสุดท้ายของเรา""ก่อนมา ข้าได้สั่งให้คนเสริมกำลังป้องกันเมืองไว้แล้ว เรื่องนี้บุตรแห่งนักปราชญ์วางใจได้เลย!""เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยม"ฉินซูพูดจบ ก็จ้องมองแผนที่ทรายตามิกะพริบ ความคิดในสมองแล่นอย่างรวดเร็วเห็นดังนั้น ลู่อวี้และมู่หรงอวิ๋นเจิงก็ฉลาดพอที่จะมิส่งเสียงรบกวน......แคว้นต้าเหยียนท้องพระโรงของพระราชวังเมืองหลงเฉิงเมื่อฉงชูโม่เห็นฉินอู๋ต้าวก็รีบเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟังทันทีฉินอู๋ต้าวเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "เจ้าว่ากระไรนะ? รัชทายาทกล้าสังหารบุตรชายอ๋องเซียงหยางแห่งแคว้นฉีเชียวหรือ?!"ขุนนางทั้งราชสำนักต่างก็ตกใจหน้าซีดเซียว และต่างมองไปที่ฉงชูโม่เป็นตาเดียว!แม้แต่เหลยเจิ้นยังมีสีหน้าประหลาดใจฉงชูโม่พยักหน้าช้า ๆ "เพคะฝ่าบาท หยวนหัวคิดจะทำเรื่องต่ำช้ากับกู้เสวี่ยเจี้ยน หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จไปถึง ก็ได้สังหารเขาทันที"ได้ยินดังนั้น บรรดาขุนนางระดับสูงที่ต้องการตำหนิฉินซูเกิดความกระดากทันทีด้วยกู้เสวี่ยเจี้ยนเป็นศิษย์ของหัวหน้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 301

    เหลยเจิ้นกล่าวขึ้นว่า “ฝ่าบาท การป้องกันของเมืองหลงเฉิงแน่นหนายิ่ง ทั่วทั้งเมืองมีจุดเฝ้ายามทุกสิบก้าว และทหารลาดตระเวนทุกห้าก้าว แม้ว่าพวกพ้องของกู้ตงเฟิงจะมีฝีมือเก่งกล้าเพียงใด ก็ยากที่จะหลบหนีออกไปได้โดยไร้ร่องรอย หากด่านป้องกันต่าง ๆ ยังไม่มีรายงานใด ๆ แสดงว่ากู้ตงเฟิงน่าจะยังซ่อนตัวอยู่ในเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 306

    เมื่อเห็นฉินซูมิพูดอะไร เหลยเจิ้นจึงถามว่า "องค์รัชทายาททรงมีข้อสงสัยอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"ฉินซูโบกมือเบา ๆ เปลี่ยนเรื่องและกล่าวว่า "ใต้เท้าเหลย เรื่องคดีเสด็จแม่ถูกปลงพระชนม์เมื่อคราวนั้น สำนักหอดูดาวหลวงของท่านสืบพบเบาะแสอะไรบ้างหรือ?"เหลยเจิ้นถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า "น่าอับอายจริง ๆ หลังเกิดเ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 307

    เหลยเจิ้นส่ายหัวช้า ๆ "นั่นเป็นไปมิได้ ผู้ที่สามารถเข้าออกวังหลังได้ มิว่าจะเป็นยอดฝีมือที่ราชสำนักจัดตั้ง หรือขันทีนางกำนัล ล้วนแต่มีรายชื่อบันทึกไว้ทั้งสิ้น ล้วนแต่มีการลงทะเบียนไว้ทั้งสิ้น และยังต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักขันทีฝ่ายพิธีการและสำนักหอดูดาวหลวงอย่างเข้มงวด ดังนั้นคนร้ายจึงไม่มีทางแอบอ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 312

    ฉินซูจึงยื่นมือไปดึงเข็มเงินออกด้วยท่าทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “พูดมาสิ”ทันทีที่เข็มเงินถูกดึงออก ความเจ็บและคันบนร่างฉินเซียวก็หายไปทันทีเขาหอบหายใจหนัก ใบหน้าซีดเซียว หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเมื่อได้สติ เขาจึงพูดขึ้นว่า “กู้ตงเฟิงมีถ้ำอยู่ที่เขาจิ่งซาน พวกเจ้าอาจจะพบเขาที่นั่น”“ดีมาก หากมิเจอเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status