Share

ตอนที่ 7

Penulis: Selena
last update Tanggal publikasi: 2026-10-13 15:42:16

แสงแดดยามเช้าทอแสงสว่างทั่วท้องพระโรง กลิ่นกำยานอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าเกรงขาม หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นทั้งประมุขแห่งแผ่นดินและเสด็จพี่ขององค์หญิงใหญ่หมิงหลาน

ฮ่องเต้ทรงวางม้วนราชโอวาทลงบนโต๊ะพระทรงงาน ปรายพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

"หลิวเจิ้ง... ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็แค่อยากรู้สารพัดสุขดิบของน้องสาวข้า" ฮ่องเต้เอื้อนเอ่ย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ "จวนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หมิงหลานยังคงก่อเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่เว้นแต่ละวันเหมือนตอนอยู่วังหลวงหรือไม่"

"เรียนฝ่าบาท..."

หลิวเจิ้งประสานมือโค้งกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่น

"องค์หญิงยังคงมีฤทธิ์เดชและพยศอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมพอจะรับมือและคุมนางให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้างแล้ว"

"หืม คุมได้แล้วงั้นรึ"

ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ ในพระทัย ทรงเลิกพระขนงขึ้นอย่างแปลกพระทัย

"น้องสาวข้าหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าทำอย่างไรให้นางยอมสยบได้เล่า?"

"กระหม่อมเพียงแค่... ใช้ความดุดันและระเบียบวินัยดัดนิสัยนางพะย่ะค่ะ" หลิวเจิ้งตอบพร้อมยิ้มมุมปาก นึกถึงภาพองค์หญิงตัวแสบที่ยอมสยบอยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืนด้วยความภาคภูมิใจ

"เช่นนั้นรึ..."

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มอย่างพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

"แล้ว... นาง 'รัก' เจ้าแล้วหรือยัง"

คำถามสั้นๆ นั้นทำเอาหลิวเจิ้งชะงักกึก ความเงียบปกคลุมท้องพระโรงไปชั่วขณะ แม่ทัพใหญ่ผู้ไม่เคยหวาดหวั่นต่อคมดาบใดยามนี้กลับเอื้อนเอ่ยคำใดไม่ออก...

เขานึกถึงสัมผัสอันเร่าร้อนและแววตาฉ่ำปรือของหมิงหลานเมื่อคืน ทว่าหัวใจกลับเกิดความลังเลขึ้นมาอย่างลึกล้ำ ยามที่นางยอมสยบใต้ร่างเขา... เป็นเพราะนางมีใจรักและถวิลหาในตัวเขาจริงๆ หรือเป็นเพียงเพราะนิสัยรักสนุก เสเพล และความเอาแต่ใจตามประสาองค์หญิงกันแน่

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นความเงียบและแววตาสับสนของหลิวเจิ้ง ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์อย่างรู้ทัน

"ตอบไม่ได้ล่ะสิ"

ฮ่องเต้เอ่ยกลั้วหัวเราะ

"ข้ารู้จักน้องสาวข้าดี หญิงผู้นี้ปากแข็งและเอาชนะยากยิ่งนัก หากเจ้าอยากรู้ใจนาง... ข้ามีบททดสอบให้"

ฮ่องเต้ทรงปรบพระหัตถ์สองครั้ง เพียงครู่เดียว ขันทีก็เบียดม่านพาหญิงสาวร่างบอบบาง ใบหน้าหมดจดงดงามปานล่มเมือง กิริยามารยาทอ่อนหวานแช่มช้อยเดินเข้ามาคุกเข่าลงข้างกายหลิวเจิ้ง

"นี่คือ 'ลี่อิน' หญิงงามที่ข้าคัดสรรมาอย่างดี"

ฮ่องเต้เอ่ยเสียงเรียบ

"ข้าพระราชทานนางให้เจ้าแต่งเข้าจวนเป็นอนุภรรยา และจงพานางกลับจวนไปพร้อมเจ้าในวันนี้เสียเลย"

หลิวเจิ้งเบิ่งตาตกใจ รีบประสานมือปฏิเสธทันที

"ฝ่าบาท! กระหม่อมมิกล้ารับพะย่ะค่ะ! กระหม่อมมีองค์หญิงใหญ่เป็นภรรยาพระราชทานอยู่แล้ว มิอาจ..."

"อย่าพึ่งปฏิเสธ หลิวเจิ้ง"

ฮ่องเต้ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะโน้มพระองค์ลงมาเอ่ยกระซิบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ถือเสียว่านี่คือบททดสอบความรู้สึกของหมิงหลาน... หากเจ้าอยากส่งอนุผู้นี้ออกจากจวน ก็จงทำให้น้องสาวข้าเอ่ยปากบอก 'รัก' เจ้าด้วยความจริงใจให้ได้เสียก่อน"

หลิวเจิ้งจำต้องกลืนคำปฏิเสธลงคอ ได้แต่น้อมรับพระบัญชาด้วยสีหน้าหนักใจและว้าวุ่น...

สตรีปากแข็งอย่างหมิงหลานเนี่ยนะจะยอมบอกรักเขา แถมหากนางเห็นเขากระเตงอนุภรรยากลับเข้าจวน คืนนี้จวนแม่ทัพได้ลุกเป็นไฟแน่

เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูจวนแม่ทัพเข้ามา หลิวเจิ้งก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเย็นยือกและตึงเครียดที่อบอวลไปทั่วลานบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางหยุดชะงัก สายตาคมกริบปะทะเข้ากับดวงตากลมโตขององค์หญิงใหญ่หมิงหลานที่นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้แกะสลักกลางโถงเรือน ราวกับกำลังเฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาอยู่ก่อนแล้ว

และนางก็กำลังรอเขาอยู่จริงๆ ... สายข่าวจากในวังรายงานนางล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงสายแล้วว่า เสด็จพี่ทรงพระราชทานสาวงามให้แต่งเข้าจวนมาเป็นอนุภรรยา หมิงหลานจึงตั้งใจนั่งรอเพื่อดูให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าสวามีบ้าอำนาจผู้นี้จะกล้าหอบหิ้วสตรีอื่นเข้าบ้านตามคำสั่งจริงหรือ

ทว่าทันทีที่เห็น ลี่อิน หญิงสาวหน้าตาสะสวย กิริยาแช่มช้อย เดินก้มหน้าตามหลังหลิวเจิ้งเข้ามาติดๆ หมิงหลานกลับแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หัวเราะให้กับความโง่เง่าของตนเองที่แอบหวังลึกๆ ว่าเขาจะปฏิเสธ

ภายในอกของนางพลันเกิดความรู้สึกตึงแน่นอย่างประหลาด ความร้อนผ่าวและไฟโทสะพุ่งขึ้นจุกที่ลำคออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

ทำไมข้าต้องโมโหขนาดนี้ด้วย?

หมิงหลานสลัดความว้าวุ่นนั้นออกจากสมองอย่างรวดเร็ว นางปักใจเชื่อไปเองว่า ความหงุดหงิดนี้เป็นเพียงเพราะเขาพาอนุเข้ามาหยามเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์หญิงใหญ่เช่นนางเท่านั้น

มือเรียวเชิดขึ้น สะบัดพัดขนนกในมือเบาๆ ขณะดวงตาคู่สวยจ้องมองสวามีตรงๆ ด้วยแววตาท้าทายและจิกกัดเช่นเคย

"เหอๆ ... ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"

หมิงหลานหัวเราะเยาะ น้ำเสียงสลักดั่งน้ำแข็ง

"แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ไปเข้าวังหลวงแค่ครึ่งวัน กลับได้ของขวัญชิ้นงามติดมือกลับมาด้วยรึ นึกว่าท่านจะเป็นคนเคร่งครัดในศีลธรรมเสียอีก ที่แท้ก็ตะกละตะกลามไม่เบา"

หลิวเจิ้งมองใบหน้าหวานที่พยายามปั้นยิ้มจองหอง ทั้งที่แววตากลับสั่นระริกไปด้วยความโกรธ เขารู้ดีว่านางกำลังประชดประขัน แต่เพราะคำท้าของฮ่องเต้และความปากแข็งของนาง ทำให้แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะซ่อนความหนักใจไว้ แล้วยกยิ้มมุมปากตอบโต้กลับไปด้วยท่าทางกวนประสาท

"องค์หญิงกล่าวหนักเกินไปแล้วพะย่ะค่ะ"

หลิวเจิ้งประสานมือเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่ายั่วโทสะ

"กระหม่อมก็แค่อยาก 'เรียนแบบ' องค์หญิงดูบ้างเท่านั้น... ในเมื่อท่านยังสรรหาชายงามเข้าจวนมาร้องรำทำเพลงได้ไม่เว้นแต่ละวัน ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า การมีสาวงามคอยเอาอกเอาใจอยู่ข้างกายเยอะๆ มันจะมีความสุขและสุนทรีย์เหมือนอย่างที่ท่านเคยบอกไว้หรือไม่"

"หลิวเจิ้ง!"

หมิงหลานตวัดสายตามองเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อ กัดฟันแน่นจนกรอบหน้าเกร็ง

"อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับท่าน! ชายงามของข้า... ข้าพามาแค่ร้องรำทำเพลงเสพดนตรี แต่ท่าน... กลับหอบแม่นกขมิ้นเสียงหวานเข้ามาเป็น 'อนุ' ยกขึ้นชูเชิดในเรือน!"

"แล้วอย่างไรหรือพะย่ะค่ะ?"

หลิวเจิ้งขยับก้าวเข้ามาใกล้ตั่งนอนของนางอีกหนึ่งก้าว ยักคิ้วให้อย่างยโส "หรือองค์หญิงเกิด 'หึงหวง' กระหม่อมขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว ถึงได้นั่งหน้าดำหน้าแดง กอดพัดแน่นจนแทบจะหักคามือเช่นนี้"

"หึงรึ?!"

หมิงหลานแค่นหัวเราะเสียงสูง ลุกขึ้นยืนเชิดหน้ามองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำด้วยความโมโหที่โดนแทงใจดำ

"หน้าอย่างท่านเนี่ยนะข้าจะหึง! หลงตัวเองเกินไปแล้วแม่ทัพหลิว! ข้าก็แค่รังเกียจที่ท่านเอาสตรีหน้าไหนก็ไม่รู้เข้ามาเพ่นพ่านให้เสียสายตา ขยะแขยงจนไม่อยากจะมองหน้าท่านต่างหาก!"

"เช่นนั้นก็ดีพะย่ะค่ะ..."

หลิวเจิ้งยิ้มเย็น สายตาฉายแววท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง

"ในเมื่อองค์หญิงไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้รู้สึก 'หึงหวง' ข้า... เช่นนั้นคืนนี้ กระหม่อมขอตัวไปค้างที่เรือนข้าง เพื่อ 'ปรนนิบัติ' อนุลี่อินให้สมกับที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมา... องค์หญิงคงไม่ขัดขวางกระหม่อมใช่หรือไม่"

"ตามสบาย!"

หมิงหลานตวาดย้อนทันควัน หน้าแดงจ้านด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าเขาและหญิงสาวข้างกายอย่างอวดดี

"จะไปค้างคืน ค้างวัน หรือสลบไสลอยู่บนเตียงนางกี่คืนก็เรื่องของท่าน! ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าทั้งคู่เลยไป!"

พูดยังไม่ทันขาดคำ หมิงหลานก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินตรงเข้าห้องนอนไปทันที พร้อมกับส่งเสียงปิดประตูดัง ปัง! สนั่นไปทั่วจวน

หลิวเจิ้งมองประตูห้องที่ปิดลงด้วยสายตาที่ทอดอ่อนลง รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เหลือเพียงความเอ็นดูและร่องรอยความหนักใจ... ปากแข็งได้ถ้วยจริงๆ องค์หญิงใหญ่... แล้วข้าจะทำให้ท่านยอมเอ่ยปากบอกรักข้าได้อย่างไรกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 7

    แสงแดดยามเช้าทอแสงสว่างทั่วท้องพระโรง กลิ่นกำยานอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าเกรงขาม หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นทั้งประมุขแห่งแผ่นดินและเสด็จพี่ขององค์หญิงใหญ่หมิงหลานฮ่องเต้ทรงวางม้วนราชโอวาทลงบนโต๊ะพระทรงงาน ปรายพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย"หลิวเจิ้ง... ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็แค่อยากรู้สารพัดสุขดิบของน้องสาวข้า" ฮ่องเต้เอื้อนเอ่ย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ "จวนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หมิงหลานยังคงก่อเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่เว้นแต่ละวันเหมือนตอนอยู่วังหลวงหรือไม่""เรียนฝ่าบาท..."หลิวเจิ้งประสานมือโค้งกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่น"องค์หญิงยังคงมีฤทธิ์เดชและพยศอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมพอจะรับมือและคุมนางให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้างแล้ว""หืม คุมได้แล้วงั้นรึ"ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ ในพระทัย ทรงเลิกพระขนงขึ้นอย่างแปลกพระทัย"น้องสาวข้าหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าทำอย่างไรให้นางยอมสยบได้เล่า?""กระหม่อมเพียงแค่... ใช้ความดุดันและระเบียบวินัยดัดนิสัยนางพะย่ะค่ะ" หลิวเจิ้งตอบพร้อมยิ้มมุมปาก นึกถึงภา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 6

    แสงเทียนยามค่ำคืนในห้องหอส่องสว่างทอแสงอบอุ่น หมิงหลานนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จัดแจงเรือนร่างให้อยู่ในชุดเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสด ปิดปังเพียงเนินอกผุดผ่องและช่วงเอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อแพรเนื้อบางเบาชนิดที่เห็นไปถึงไหนต่อไหนนางยกยิ้มพึงใจกับผลงานตรงหน้า... คืนนี้นางจะเปลี่ยนแผน ในเมื่อเอาชนะด้วยแรงหรือคำขู่ไม่ได้ นางก็จะใช้มารยาเสน่หา ล่อลวงให้แม่ทัพผู้ถือดีคนนี้หลงใหล จนต้องเป็นฝ่ายสติแตก ร้องขอความรักและความเมตตาจากนางเองให้จงได้เสียงประตูเปิดออก หลิวเจิ้งก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมชุดลำลอง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสีกุหลาบที่เอนกายยวนย่างอยู่บนตั่งเตียงเพียงวูบเดียว ทว่า... แทนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหา หรือแสดงอาการกระสันอยากอย่างที่นางคาดหวัง เขากลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับมองเห็นเด็กน้อยกำลังเล่นละครฉากใหญ่"อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น องค์หญิงแต่งกายสั้นขุดเช่นนี้ ระวังจะไม่สบายเอานะพะย่ะค่ะ"หลิวเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย"กระหม่อมเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งวัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน"พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสระอาบน้ำด้านหลังห้องนอนอย่างหน้าตา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 5

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านร่องม่านตั่งเตียงกระทบใบหน้าหวาน หมิงหลานค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายรู้สึกระบมบอบช้ำ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใดพอนางเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิวเจิ้งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบฉายแววพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้"ตื่นแล้วหรือ... องค์หญิงใหญ่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร"หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู "กระหม่อมจำได้ว่าเมื่อคืน มีคนสารภาพกับข้าเองว่า 'ท่านคนเดียว...' ""หลิวเจิ้ง! หุบปากเน่าๆ ของท่านเดี๋ยวนี้!"หมิงหลานหน้าแดงพรวดขึ้นมาถึงใบหู นางรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ดิ้นรนจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยิ่งบีบกระชับร่างบางเข้ามาแนบชิดอก"ทำไมหรือพะย่ะค่ะ?"หลิวเจิ้งจูบลงบนฝ่ามือเรียวที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ ก่อนจะดึงมือบางออก "ตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ท่านยังร้องเรียกชื่อข้าเสียงหวานซาบซ่านอยู่เลยแท้ๆ พอลุกขึ้นมาได้ก็กลับทำเป็นจำความไม่ได้เสียแล้วรึ""นั่นเพราะข้าเมา!"หมิงหลานเชิดหน้าขึ้น ถลึงตาใส่สวามีอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำไม่เป็นจัง

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 4

    ยามค่ำคืนโคจรมาถึงอีกครั้ง เสียงพิณหวานพลิ้วพริ้วไหวและเสียงหัวเราะสำราญใจขององค์หญิงใหญ่ดังก้องไปทั่วจวนแม่ทัพอีกเช่นเคย กลิ่นสุราเลิศรสคละคลุ้งตัดกับแสงไฟวูบวาบจากโคมแดง หมิงหลานเอนกายบนตั่งนุ่ม เสื้อผ้าแพรพรรณเลื่อนหลุดโชว์ลาดไหล่ผ่องอย่างตั้งใจ โดยมีชายงามสองคนคอยคุกเข่าป้อนสุราและพัดวีอยู่ข้างกายทว่า... สายตาของนางกลับคอยปรายมองไปที่ประตูเรือนอยู่ตลอดเวลากระทั่งร่างสูงใหญ่ของ หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศเดินกลับเข้ามาในจวน เขากวาดสายตามองความครึกครื้นตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเกรี้ยวกราดหรืออารมณ์สติหลุดอย่างที่นางคาดหวังไว้ หลิวเจิ้งรู้อยู่แก่ใจว่าคนพยศอย่างหมิงหลานไม่มีทางยอมฟังคำขู่ของใครง่ายๆ หากนางสยบยอมง่ายดายปานนั้น ฮ่องเต้คงไม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องโยนแม่นกขมิ้นตัวนี้มาให้เขาดัดนิสัยแทนที่จะโวยวายหรืออาละวาดตามที่ขู่ไว้ หลิวเจิ้งกลับทำเพียงปรายสายตามองนางครู่หนึ่งด้วยแววตาพราวระยับ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเรือนไปอย่างผ่อนคลายหมิงหลานเห็นดังนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนสบประมาท นางคว้าจอกสุราขึ้นมา ดื่มลงคอรวดเดียวแล้วเอ่ยเสียงดังท้าทาย"แม่ทัพหลิว! ขานรับข้าห

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 3

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องม่านเตียงเข้ามาสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของสุราและน้ำอบกุหลาบที่คละคลุ้งตลอดคืน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันชวนให้กระอักกระอ่วนหมิงหลาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะจี๊ดๆ จากฤทธิ์สุรา ทว่าความรวดร้าวตามบั้นเอวและเรือนร่างกลับเตือนสติได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ความรู้สึกอุ่นวาบผุดขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้... ลีลาและความลึกซึ้งอ่อนโยนที่หลิวเจิ้งมอบให้แทบทำให้หัวใจนางแกว่งไกวไปหมด แต่อนิจจา พอปรายสายตาไปมองคนข้างกายที่กำลังนอนตะแคงใช้แขนยันศีรษะ จ้องมองนางด้วยสายตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้... อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ก็ปลิวหายไปในพริบตา"ตื่นแล้วหรือองค์หญิง"หลิวเจิ้งเอ่ยทักน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลทว่ากวนประสาท"กระหม่อมกังวลแทบแย่ คิดว่าท่านจะเมาจนสลบไสลข้ามวันข้ามคืนเสียอีก"หมิงหลานรีบยกผ้านวมขึ้นมาคลุมถึงอก จ้องสวามีพระราชทานด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ แม้เรื่องเมื่อคืนมัน 'ยอดเยี่ยม' เกินคาด แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้สักนิด"หลิวเจิ้ง! ท่านมันฉวยโอกาส!"หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนควา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 2

    โทสะที่สั่งสมและอารมณ์ดิบป่าเถื่อนรวดเร็วเกินกว่าจะยับยั้ง สติของหลิวเจิ้งขาดผาดลงในวินาทีนั้น เขาอุ้มร่างบางขององค์หญิงใหญ่ขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนด้านใน และย้อนเหวี่ยงร่างงามลงบนเตียงกว้างอย่างแรง"อื้อ!"หมิงหลานอุทานเสียงหลง ร่างกายสะเทือนไปตามแรงปะทะ สายตาเริ่มพล่ามัวเพราะฤทธิ์สุราที่แล่นขึ้นสมองยังไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มก็ทาบทับลงมาดั่งขุนเขา มือหนาคว้าจับเสื้อผ้าแพรเนื้อบางเบาบนกายของนางแล้วฉีกออกอย่างรวดเร็ว เสียงผ้าขาดสะบั้นดังก้องไปทั่วห้องนอน เหลือเพียงผ้ารัดอกชั้นในสีชาดที่ปกปิดเรือนร่างสีกุหลาบไว้เพียงริบหรี่"หลิวเจิ้ง! หยุดนะ..."หมิงหลานตกใจจนร้องเสียงหลง พยายามใช้มือดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกไป แต่น้ำหนักและกำลังของบุรุษเพศที่ผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นมีมากเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้หลิวเจิ้งไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มกายลงประกบจูบปิดปากนางอย่างร้อนแรงรวดเร็ว รสสุราเลิศรสที่ติดอยู่บนปลายลิ้นของนางผสมผสานเข้ากับลมหายใจอันดุดันของเขา การจูบเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน เรียกร้อง และครอบครอง ลิ้นหนาแทรกซึมขยี้บดเบียดสอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status