แชร์

ตอนที่ 3

ผู้เขียน: Selena
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-13 15:40:36

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องม่านเตียงเข้ามาสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของสุราและน้ำอบกุหลาบที่คละคลุ้งตลอดคืน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันชวนให้กระอักกระอ่วน

หมิงหลาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะจี๊ดๆ จากฤทธิ์สุรา ทว่าความรวดร้าวตามบั้นเอวและเรือนร่างกลับเตือนสติได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้

ความรู้สึกอุ่นวาบผุดขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้... ลีลาและความลึกซึ้งอ่อนโยนที่หลิวเจิ้งมอบให้แทบทำให้หัวใจนางแกว่งไกวไปหมด แต่อนิจจา พอปรายสายตาไปมองคนข้างกายที่กำลังนอนตะแคงใช้แขนยันศีรษะ จ้องมองนางด้วยสายตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้... อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ก็ปลิวหายไปในพริบตา

"ตื่นแล้วหรือองค์หญิง"

หลิวเจิ้งเอ่ยทักน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลทว่ากวนประสาท

"กระหม่อมกังวลแทบแย่ คิดว่าท่านจะเมาจนสลบไสลข้ามวันข้ามคืนเสียอีก"

หมิงหลานรีบยกผ้านวมขึ้นมาคลุมถึงอก จ้องสวามีพระราชทานด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ แม้เรื่องเมื่อคืนมัน 'ยอดเยี่ยม' เกินคาด แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้สักนิด

"หลิวเจิ้ง! ท่านมันฉวยโอกาส!"

หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขินที่แก้มแดงระเรื่อ

"ข้าแค่เมาสุรา แต่ท่านกลับอาศัยจังหวะนี้มาทำตัวลวนลามข้า ท่านทหารผู้ทรงเกียรติทำได้แค่นี้เองรึ"

"ลวนลาม"

หลิวเจิ้งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มยโสปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลา เขายื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่แผ่อยู่บนหมอนของนางเบาๆ

"กระหม่อมจำได้ว่าคืนก่อน... มี 'คนบางคน' ท้าทายข้า ยั่วโทสะข้าจนถึงที่สุด แถมตอนกลางคืนยังเป็นฝ่ายโอบคอข้าไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ข้าลุกไปไหนแท้ๆ"

"นั่นเพราะข้าหลอนสุราหรอก!"

หมิงหลานเอ็ดเสียงแข็ง สะบัดหน้าหนีสัมผัสของเขา

"อย่าคิดว่าเรื่องเมื่อคืนจะทำให้ข้าประทับใจนะ ฝีมือของท่าน... ก็งั้นๆ แหละ สู้พวกหนุ่มงามในหอคณิกาที่คอยเอาอกเอาใจข้าไม่ได้สักนิด"

หลิวเจิ้งไม่ได้แสดงท่าทีหัวเสียแม้แต่น้อย เขากลับขยับกายเข้ามาใกล้จนอกแกร่งแทบแนบชิดกับไหล่เนียนของนาง ลมหายใจร้อนรดรินที่ข้างหู

"งั้นหรือพะย่ะค่ะ?"

หลิวเจิ้งกระซิบเสียงเบา แววตามืดมนวาววับไปด้วยความหยอกเย้า

"ฝีมือ 'งั้นๆ' ของข้า ทำให้องค์หญิงครางชื่อข้าทั้งคืนจนเสียงแหบแห้ง และถ้าข้าจำไม่ผิด... ชายงามหน้าขาวพวกนั้น เคยทำให้ท่านร้องขอความเมตตาจนเกือบน้ำตาซึมได้เหมือนข้าหรือเปล่า"

"ท่าน...!"

หมิงหลานอ้าปากค้าง หน้าแดงจ้านไปถึงใบหู นางยกมือหมายจะทุบอกเขาเพื่อแก้เขิน แต่กลับถูกฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แล้วกุมไว้แน่น

"อีกอย่าง..."

หลิวเจิ้งโน้มลงประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ปลายจมูกรั้นของนาง

"ถ้าฝีมือข้ามัน 'งั้นๆ' จริง... เหตุใดองค์หญิงถึงยังยอมนอนให้ข้ากกตระกองกอดอยู่บนเตียง ไม่เอ่ยปากไล่ข้าออกไปเหมือนที่ไล่ชายงามพวกนั้นเล่า"

"ข้าแค่ไม่มีแรงลุกหรอกย่ะ!"

หมิงหลานถลึงตาใส่ ดิ้นรนข้อมือออกจากการจับกุม

"หลิวเจิ้ง ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะอาบน้ำ!"

"ได้ตามพระประสงค์พะย่ะค่ะ"

หลิวเจิ้งหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมปล่อยมือนาง แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เปิดเผยเรือนร่างกำยำสมส่วนที่มีรอยเล็บข่วนเล็กๆ บนแผ่นหลังเลาๆ จากศึกเมื่อคืน เขาหยิบเสื้อมาสวมอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยสายตาท้าทาย

"แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะองค์หญิง... คืนนี้หากท่านขนชายงามเข้าจวนมาร้องรำทำเพลงอีก ข้าจะไม่ใช่แค่ 'เตือน' เหมือนเมื่อวานแน่"

พูดยังไม่ทันขาดคำ หมิงหลานก็คว้าหมอนใบโตขว้างใส่หลังเขาอย่างแรง!

"ไสหัวไปเลยนะ ไอ้คนอวดดี!"

หลิวเจิ้งเอี้ยวตัวหลบหมอนได้อย่างง่ายดาย เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเดินเปิดประตูออกจากห้องนอนไป ทิ้งให้องค์หญิงใหญ่นั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่บนเตียง มือเรียวเอายกขึ้นมากุมหัวใจที่กำลังเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ

"หนอย... ฝาบ้านหนาหน้าทนจริงๆ!" นางบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่ริมฝีปากอวบอิ่มกลับค่อยๆ คลี่ยิ้มบางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ไม่นาน สาวใช้คนสนิทก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง สายตามองผ่านหมอนที่หล่นกองอยู่บนพื้น พลางชำเลืองมององค์หญิงใหญ่ที่กำลังนั่งเหม่ออยู่บนตั่งนอน ใบหน้าของหมิงหลานยังคงมีรอยเลือดฝาดระเรื่อ และริมฝีปากอวบอิ่มนั้นก็บวมเจ่ออย่างเห็นได้ชัด

"องค์หญิงเพคะ..."

สาวใช้เอ่ยถามเสียงเบา

"เย็นนี้... จะให้ไปเรียกชายงามจากหอคณิกามาปรนนิบัติเหมือนเดิมหรือไม่เพคะ"

คำถามนั้นทำให้หมิงหลานชะงักไปชั่วครู่

‘ถ้าคืนนี้ท่านขนชายงามเข้าจวนมาร้องรำทำเพลงอีก ข้าจะไม่ใช่แค่เตือนเหมือนเมื่อวานแน่’

น้ำเสียงทุ้มต่ำและสายตาดุดันของหลิวเจิ้งพลันแล่นกลับเข้ามาในหัว ละอองความรู้สึกและสัมผัสอันจดจำได้ดีเมื่อคืนทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ หมิงหลานเผลอยกนิ้วมือเรียวขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ รสสัมผัสอันแสนเร่าร้อนและลึกซึ้งของเขายังคงตราตรึงประหนึ่งพึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สายตาคู่เฉียบคมที่จ้องมองนางอย่างตระกองกอดและครอบครองนั้น ทำเอาร่างกายของนางรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน

ขู่ข้ารึ คิดว่าคนอย่างหมิงหลานจะยอมก้มหัวให้สามีตึงเครียดอย่างท่านงั้นหรือ

นางนั่งนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ต่อสู้กับความลังเลในจิตใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก สะบัดใบหน้าส่ายหัวแรงๆ เพื่อไล่ความว้าวุ่นและความกลัวที่เริ่มก่อตัวออกไปจนหมดสิ้น

ยโสอย่างนาง... มีหรือจะยอมให้คำขู่ของบุรุษคนเดียวมาปั่นหัวจนเสียกิริยาหากนางยอมถอยตั้งแต่ตอนนี้ หลิวเจิ้งคงได้ใจและคิดว่านางยอมสยบอยู่ใต้โอวาทของเขาเป็นแน่

องค์หญิงใหญ่เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มพยศท้าทายกลับคืนมาบนใบหน้าหวานอีกครั้ง

"เรียกมา!"

หมิงหลานเอ่ยเสียงหนักแน่น

"ไปพาพวกเขากลับมาที่เรือนเหมือนเดิม... เอาคนที่หน้าตาดีที่สุด ดนตรีไพเราะที่สุดมาด้วย"

"แต่... ท่านแม่ทัพ..."

สาวใช้ทำสีหน้าลำบากใจ

"แม่ทัพแล้วอย่างไร"

หมิงหลานแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "จวนนี้เป็นของข้า ข้าเป็นถึงองค์หญิงใหญ่! คนอย่างข้าไม่มีทางกลัวคำขู่ไร้สาระของสุนัขเฝ้าบ้านอย่างเขาหรอก"

หลิวเจิ้ง... อยากรู้นักว่าคืนนี้ท่านจะทำอะไรข้าได้อีก นางคิดในใจอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับหัวใจที่แอบเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 7

    แสงแดดยามเช้าทอแสงสว่างทั่วท้องพระโรง กลิ่นกำยานอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าเกรงขาม หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นทั้งประมุขแห่งแผ่นดินและเสด็จพี่ขององค์หญิงใหญ่หมิงหลานฮ่องเต้ทรงวางม้วนราชโอวาทลงบนโต๊ะพระทรงงาน ปรายพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย"หลิวเจิ้ง... ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็แค่อยากรู้สารพัดสุขดิบของน้องสาวข้า" ฮ่องเต้เอื้อนเอ่ย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ "จวนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หมิงหลานยังคงก่อเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่เว้นแต่ละวันเหมือนตอนอยู่วังหลวงหรือไม่""เรียนฝ่าบาท..."หลิวเจิ้งประสานมือโค้งกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่น"องค์หญิงยังคงมีฤทธิ์เดชและพยศอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมพอจะรับมือและคุมนางให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้างแล้ว""หืม คุมได้แล้วงั้นรึ"ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ ในพระทัย ทรงเลิกพระขนงขึ้นอย่างแปลกพระทัย"น้องสาวข้าหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าทำอย่างไรให้นางยอมสยบได้เล่า?""กระหม่อมเพียงแค่... ใช้ความดุดันและระเบียบวินัยดัดนิสัยนางพะย่ะค่ะ" หลิวเจิ้งตอบพร้อมยิ้มมุมปาก นึกถึงภา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 6

    แสงเทียนยามค่ำคืนในห้องหอส่องสว่างทอแสงอบอุ่น หมิงหลานนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จัดแจงเรือนร่างให้อยู่ในชุดเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสด ปิดปังเพียงเนินอกผุดผ่องและช่วงเอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อแพรเนื้อบางเบาชนิดที่เห็นไปถึงไหนต่อไหนนางยกยิ้มพึงใจกับผลงานตรงหน้า... คืนนี้นางจะเปลี่ยนแผน ในเมื่อเอาชนะด้วยแรงหรือคำขู่ไม่ได้ นางก็จะใช้มารยาเสน่หา ล่อลวงให้แม่ทัพผู้ถือดีคนนี้หลงใหล จนต้องเป็นฝ่ายสติแตก ร้องขอความรักและความเมตตาจากนางเองให้จงได้เสียงประตูเปิดออก หลิวเจิ้งก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมชุดลำลอง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสีกุหลาบที่เอนกายยวนย่างอยู่บนตั่งเตียงเพียงวูบเดียว ทว่า... แทนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหา หรือแสดงอาการกระสันอยากอย่างที่นางคาดหวัง เขากลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับมองเห็นเด็กน้อยกำลังเล่นละครฉากใหญ่"อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น องค์หญิงแต่งกายสั้นขุดเช่นนี้ ระวังจะไม่สบายเอานะพะย่ะค่ะ"หลิวเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย"กระหม่อมเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งวัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน"พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสระอาบน้ำด้านหลังห้องนอนอย่างหน้าตา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 5

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านร่องม่านตั่งเตียงกระทบใบหน้าหวาน หมิงหลานค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายรู้สึกระบมบอบช้ำ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใดพอนางเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิวเจิ้งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบฉายแววพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้"ตื่นแล้วหรือ... องค์หญิงใหญ่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร"หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู "กระหม่อมจำได้ว่าเมื่อคืน มีคนสารภาพกับข้าเองว่า 'ท่านคนเดียว...' ""หลิวเจิ้ง! หุบปากเน่าๆ ของท่านเดี๋ยวนี้!"หมิงหลานหน้าแดงพรวดขึ้นมาถึงใบหู นางรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ดิ้นรนจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยิ่งบีบกระชับร่างบางเข้ามาแนบชิดอก"ทำไมหรือพะย่ะค่ะ?"หลิวเจิ้งจูบลงบนฝ่ามือเรียวที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ ก่อนจะดึงมือบางออก "ตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ท่านยังร้องเรียกชื่อข้าเสียงหวานซาบซ่านอยู่เลยแท้ๆ พอลุกขึ้นมาได้ก็กลับทำเป็นจำความไม่ได้เสียแล้วรึ""นั่นเพราะข้าเมา!"หมิงหลานเชิดหน้าขึ้น ถลึงตาใส่สวามีอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำไม่เป็นจัง

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 4

    ยามค่ำคืนโคจรมาถึงอีกครั้ง เสียงพิณหวานพลิ้วพริ้วไหวและเสียงหัวเราะสำราญใจขององค์หญิงใหญ่ดังก้องไปทั่วจวนแม่ทัพอีกเช่นเคย กลิ่นสุราเลิศรสคละคลุ้งตัดกับแสงไฟวูบวาบจากโคมแดง หมิงหลานเอนกายบนตั่งนุ่ม เสื้อผ้าแพรพรรณเลื่อนหลุดโชว์ลาดไหล่ผ่องอย่างตั้งใจ โดยมีชายงามสองคนคอยคุกเข่าป้อนสุราและพัดวีอยู่ข้างกายทว่า... สายตาของนางกลับคอยปรายมองไปที่ประตูเรือนอยู่ตลอดเวลากระทั่งร่างสูงใหญ่ของ หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศเดินกลับเข้ามาในจวน เขากวาดสายตามองความครึกครื้นตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเกรี้ยวกราดหรืออารมณ์สติหลุดอย่างที่นางคาดหวังไว้ หลิวเจิ้งรู้อยู่แก่ใจว่าคนพยศอย่างหมิงหลานไม่มีทางยอมฟังคำขู่ของใครง่ายๆ หากนางสยบยอมง่ายดายปานนั้น ฮ่องเต้คงไม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องโยนแม่นกขมิ้นตัวนี้มาให้เขาดัดนิสัยแทนที่จะโวยวายหรืออาละวาดตามที่ขู่ไว้ หลิวเจิ้งกลับทำเพียงปรายสายตามองนางครู่หนึ่งด้วยแววตาพราวระยับ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเรือนไปอย่างผ่อนคลายหมิงหลานเห็นดังนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนสบประมาท นางคว้าจอกสุราขึ้นมา ดื่มลงคอรวดเดียวแล้วเอ่ยเสียงดังท้าทาย"แม่ทัพหลิว! ขานรับข้าห

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 3

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องม่านเตียงเข้ามาสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของสุราและน้ำอบกุหลาบที่คละคลุ้งตลอดคืน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันชวนให้กระอักกระอ่วนหมิงหลาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะจี๊ดๆ จากฤทธิ์สุรา ทว่าความรวดร้าวตามบั้นเอวและเรือนร่างกลับเตือนสติได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ความรู้สึกอุ่นวาบผุดขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้... ลีลาและความลึกซึ้งอ่อนโยนที่หลิวเจิ้งมอบให้แทบทำให้หัวใจนางแกว่งไกวไปหมด แต่อนิจจา พอปรายสายตาไปมองคนข้างกายที่กำลังนอนตะแคงใช้แขนยันศีรษะ จ้องมองนางด้วยสายตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้... อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ก็ปลิวหายไปในพริบตา"ตื่นแล้วหรือองค์หญิง"หลิวเจิ้งเอ่ยทักน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลทว่ากวนประสาท"กระหม่อมกังวลแทบแย่ คิดว่าท่านจะเมาจนสลบไสลข้ามวันข้ามคืนเสียอีก"หมิงหลานรีบยกผ้านวมขึ้นมาคลุมถึงอก จ้องสวามีพระราชทานด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ แม้เรื่องเมื่อคืนมัน 'ยอดเยี่ยม' เกินคาด แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้สักนิด"หลิวเจิ้ง! ท่านมันฉวยโอกาส!"หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนควา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 2

    โทสะที่สั่งสมและอารมณ์ดิบป่าเถื่อนรวดเร็วเกินกว่าจะยับยั้ง สติของหลิวเจิ้งขาดผาดลงในวินาทีนั้น เขาอุ้มร่างบางขององค์หญิงใหญ่ขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนด้านใน และย้อนเหวี่ยงร่างงามลงบนเตียงกว้างอย่างแรง"อื้อ!"หมิงหลานอุทานเสียงหลง ร่างกายสะเทือนไปตามแรงปะทะ สายตาเริ่มพล่ามัวเพราะฤทธิ์สุราที่แล่นขึ้นสมองยังไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มก็ทาบทับลงมาดั่งขุนเขา มือหนาคว้าจับเสื้อผ้าแพรเนื้อบางเบาบนกายของนางแล้วฉีกออกอย่างรวดเร็ว เสียงผ้าขาดสะบั้นดังก้องไปทั่วห้องนอน เหลือเพียงผ้ารัดอกชั้นในสีชาดที่ปกปิดเรือนร่างสีกุหลาบไว้เพียงริบหรี่"หลิวเจิ้ง! หยุดนะ..."หมิงหลานตกใจจนร้องเสียงหลง พยายามใช้มือดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกไป แต่น้ำหนักและกำลังของบุรุษเพศที่ผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นมีมากเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้หลิวเจิ้งไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มกายลงประกบจูบปิดปากนางอย่างร้อนแรงรวดเร็ว รสสุราเลิศรสที่ติดอยู่บนปลายลิ้นของนางผสมผสานเข้ากับลมหายใจอันดุดันของเขา การจูบเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน เรียกร้อง และครอบครอง ลิ้นหนาแทรกซึมขยี้บดเบียดสอด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status