Share

ตอนที่ 5

Penulis: Selena
last update Tanggal publikasi: 2026-10-13 15:41:24

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านร่องม่านตั่งเตียงกระทบใบหน้าหวาน หมิงหลานค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายรู้สึกระบมบอบช้ำ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใด

พอนางเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิวเจิ้งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบฉายแววพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้

"ตื่นแล้วหรือ... องค์หญิงใหญ่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร"

หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู "กระหม่อมจำได้ว่าเมื่อคืน มีคนสารภาพกับข้าเองว่า 'ท่านคนเดียว...' "

"หลิวเจิ้ง! หุบปากเน่าๆ ของท่านเดี๋ยวนี้!"

หมิงหลานหน้าแดงพรวดขึ้นมาถึงใบหู นางรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ดิ้นรนจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยิ่งบีบกระชับร่างบางเข้ามาแนบชิดอก

"ทำไมหรือพะย่ะค่ะ?"

หลิวเจิ้งจูบลงบนฝ่ามือเรียวที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ ก่อนจะดึงมือบางออก "ตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ท่านยังร้องเรียกชื่อข้าเสียงหวานซาบซ่านอยู่เลยแท้ๆ พอลุกขึ้นมาได้ก็กลับทำเป็นจำความไม่ได้เสียแล้วรึ"

"นั่นเพราะข้าเมา!"

หมิงหลานเชิดหน้าขึ้น ถลึงตาใส่สวามีอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ

"สุราเมื่อคืนฤทธิ์แรงนัก ข้าแทบไม่มีสติ พูดจาเพ้อเจ้อไปตามอารมณ์ชั่ววูบต่างหาก ท่านอย่าได้ลำพองตนคิดไปเองเชียว!"

"เมาสุราอย่างนั้นหรือ"

หลิวเจิ้งเลิกคิ้ว ยักคิ้วให้ยโส

"แต่สายตาขององค์หญิงเมื่อคืนนี้ ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด... ท่านมองข้าด้วยความเสน่หา และร่างกายของท่านก็ตอบรับสัมผัสของข้าอย่างซื่อสัตย์ยิ่งกว่าปากแข็งๆ ของท่านเสียอีก"

"ท่านมันคนอวดดี คิดเข้าข้างตัวเอง"

หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขิน นางใช้มือดันอกแกร่งเต็มแรง

"ข้าบอกว่าเมาก็คือเมา! ฝีมือของท่านเมื่อคืน... ก็แค่งั้นๆ พอใช้แก้ขัดเวลาไม่มีชายงามได้เท่านั้นแหละ อย่าคิดว่าทำแค่นี้แล้วจะทำให้องค์หญิงอย่างข้าสยบอยู่ใต้เท้าท่านได้!"

หลิวเจิ้งมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อและปากอวบอิ่มที่เอื้อนเอ่ยคำโกหกคำโต เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ปากแข็งได้ดีพะย่ะค่ะ... สมกับเป็นองค์หญิงใหญ่"

หลิวเจิ้งพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง โน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกรั้นของนางชิดกับจมูกของเขา

"ในเมื่อท่านบอกว่าฝีมือข้า 'แค่งั้นๆ' และคำพูดเมื่อคืนเป็นเพราะ 'เมาสุรา'... เช่นนั้นเช้าวันนี้ที่ท่านสร่างเมาดีแล้ว ให้กระหม่อมปรนนิบัติท่านอีกสักรอบดีหรือไม่ ดูสิว่ายามไร้ฤทธิ์สุรา... ปากแข็งๆ ของท่าน จะยังกล้าปฏิเสธข้าอยู่อีกหรือไม่"

"หลิวเจิ้ง! ไอ้คนบ้าอำนาจ! ปล่อยข้านะ!"

หมิงหลานเบิ่งตาโต ร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้เข้าที่เอวคอดของนางอีกครั้ง ความร้อนผ่าวและจังหวะหัวใจที่เต้นตึกตักฟ้องชัดว่านางกำลังหวั่นไหวอย่างหนักกับบทลงโทษยามเช้าของเขา

หมิงหลานอาศัยจังหวะที่หลิวเจิ้งคลายแรงบีบที่ข้อมือเล็กลงเพียงชั่วครู่ ผลักแผ่นอกแกร่งออกสุดแรงแล้วลนลานคว้าเสื้อผืนยาวมากระโจมอก รวบชายผ้าไว้แน่นแล้วรีบก้าวลงจากเตียง วิ่งตรงไปยังห้องแต่งตัวฝั่งตรงข้ามอย่างไม่คิดชีวิต

"หลิวเจิ้ง! คนลามก! วันนี้ข้าจะไม่คุยกับท่านอีกแล้ว!"

เสียงหวานตวาดแหวตามหลังมา ก่อนเสียงประตูไม้จะถูกปิดลงดัง

ปัง!

หลิวเจิ้งไม่ได้ก้าวตามไป เขาลุกขึ้นนั่งบนตั่งเตียง ผูกสายรัดเอวหลวมๆ พลางทอดสายตามองตามแผ่นหลังเนียนและขาเรียวยาวที่วิ่งวุ่นหนีเขาไปอย่างขำขัน

สายตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเย็นชา ยามนี้กลับทอดมองประตูห้องที่เพิ่งปิดลงด้วยแววตาพราวระยับ อบอุ่น และลุ่มหลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

ยโส ปากแข็ง พยศ และไม่ยอมสยบให้ใครง่ายๆ ...

แม่ทัพใหญ่ผู้ผ่านศึกสงครามและควาญหาชัยชนะมานับไม่ถ้วนอย่างเขา ในที่สุดก็ต้องยอมรับกับตัวเองในเช้านี้ ว่าเขาได้ตกหลุมรักองค์หญิงตัวแสบผู้นี้เข้าให้แล้วจริงๆ ... รักในความพยศและแววตาท้าทายที่ทำให้หัวใจอันตายด้านของเขาเต้นระส่ำได้ทุกครั้งที่ได้มียั่วเย้ากัน

แม้อารมณ์วาบหวามยามเช้าจะยังคงหลงเหลืออยู่ แต่คนปากแข็งและถือดีอย่างหมิงหลานมีหรือจะยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ นางนั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่หน้ากระจกเงา ขณะให้สาวใช้ช่วยแต่งตัว ชายงามก็ใช้ไม่ได้ ผลงานบนเตียงก็สู้เขาไม่ได้... เช่นนั้นนางก็ต้องหาแผนการใหม่มาปราบความยโสของสวามีบ้าอำนาจคนนี้ให้จงได้

"องค์หญิงเพคะ... ยามเหม่าท่านแม่ทัพต้องนำเหล่าทหารฝึกซ้อมแม่ไม้มวยจีนและฟันดาบที่ลานฝึกในจวนเพคะ"

สาวใช้คนสนิทเอ่ยรายงานเสียงเบาอย่างรู้ใจ

ดวงตากลมโตของหมิงหลานพลันประกายวาววับ...

ลานฝึกทหารงั้นรึ

นั่นคือถิ่นของเขา และเป็นสถานที่ที่หลิวเจิ้งใช้วางอำนาจข่มขวัญผู้คน หากนางไปพังบรรยากาศอันตึงเครียดนั่นได้ สีหน้าเรียบตึงของเขาคงได้หลุดลุ่ยต่อหน้าลูกน้องนับร้อยแน่

ลานฝึกทหารอันกว้างใหญ่ยามเช้าอบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นควันและเสียงตวาดสั่งการของเหล่าครูฝึก เสียงเท้ากระแทกพื้นของเหล่าทหารฉกรรจ์ในชุดซ้อมสอดประสานกันอย่างเคร่งครัด ทว่าบรรยากาศอันดุดันและทรงเกียรติเหล่านั้น กลับถูกพังทลายลงในพริบตาเมื่อขบวนขององค์หญิงใหญ่ก้าวเข้ามา

"ตึงๆๆ โป๊งๆๆ ฉิ่ง!"

เสียงจังหวะดนตรีแหลมสูง คึกคัก และเอะอะโวยวายจากกลอง พิณ ฉิ่ง และฉาบ ดังก้องกังวานไปทั่วลานฝึก ทำเอาบรรดาทหารที่กำลังกวัดแกว่งดาบถึงกับสะดุดกึก ชายฉกรรจ์นับร้อยหันไปมองเป็นตาเดียว

หมิงหลานในชุดแพรพรรณสีชมพูอมส้ม ปักดิ้นทองหรูหรา รวบผมครึ่งหัวประดับปิ่นหยกส่องประกายยวนย่างเข้ามาอย่างสง่างาม ด้านหลังของนางคือนางกำนัลและนักดนตรีเกือบสิบคนที่หอบเครื่องประโคมมาตั้งวงอยู่ข้างลานฝึก ไม่เพียงเท่านั้น นางยังสั่งให้ทหารรับใช้ยกตั่งนอนนุ่มขนาดใหญ่มาวางไว้ใต้ร่มไม้ริมลาน เพื่อให้นางได้นอนเอนกายจิบชา ฟังดนตรีอย่างสบายอารมณ์

หลิวเจิ้งในชุดเกราะสำหรับฝึกซ้อมยืนกุมด้ามดาบไม้แน่น คิ้วเข้มกระตุกกึก เขาค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมามององค์หญิงตัวดีด้วยสายตาเย็นชา แต่แววตาลึกๆ กลับเต็มไปด้วยความขำขันและเอ็นดูในความพยศไม่เข้าเรื่องของนาง

หมิงหลานเอนกายลงบนตั่งนอน ถือพัดขนนกสะบัดโบกเบาๆ นางแสร้งกวาดสายตามองมัดกล้ามและแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของบรรดาทหารฉกรรจ์ ก่อนจะตะโกนขึ้นเสียงดังปนหัวเราะ

"รองแม่ทัพหวัง! หมัดของท่านทรงพลังยิ่งนัก! แขนขาก็แน่นหนาสมเป็นชายชาติทหาร คืนนี้สนใจมานั่งดื่มสุราฟังพิณที่เรือนของข้าหรือไม่"

นายทหารผู้นั้นถึงกับตัวเกร็ง ดาบไม้ในมือเกือบหลุดร่วง เขารีบทรุดเข่าลงกับพื้นคุกเข่าก้มหน้าแทบติดดิน เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดและไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของแม่ทัพใหญ่หลิวเจิ้ง

หลิวเจิ้งยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เหล่าทหารแยกย้ายไปฝึกต่อ ก่อนจะเดินถือดาบไม้ตรงเข้ามาหาองค์หญิงใหญ่ด้วยจังหวะหนักแน่น ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยอำนาจคุมคามที่ทำให้นางกำนัลข้างกายหมิงหลานเริ่มตัวสั่น

"องค์หญิง..."

หลิวเจิ้งหยุดยืนตรงหน้าตั่งนอน หลุบสายตามองหญิงสาวที่กำลังยักคิ้วยั่วโทสะเขา

"ลานฝึกทหารเป็นสถานที่เคร่งครัดและมีระเบียบวินัย ท่านขนวงดนตรีและขบวนนางรำมาเอะอะโวยวายเช่นนี้ เหมาะสมแล้วหรือพะย่ะค่ะ"

"เหมาะสมสิ!"

หมิงหลานเชิดหน้า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจองหอง

"จวนนี้เป็นจวนแม่ทัพที่เสด็จพี่มอบให้ข้า ลานฝึกนี้ก็ตั้งอยู่ในจวนของข้า! ข้าเห็นเหล่าทหารทำงานเหน็ดเหนื่อย เลยอยากมาสร้างความสุนทรีย์ให้... ทำไมหรือ? แม่ทัพหลิวกลัวว่าลูกน้องจะปันใจ มาชอบองค์หญิงที่ใจดีและรู้ความอย่างข้า มากกว่าสุนัขหน้าตึงอย่างท่านหรือไร?"

หลิวเจิ้งจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างดื้อรั้น เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ วางดาบไม้ลงข้างตั่ง แล้วโน้มกายลงมาใช้มือสองข้างเท้าขอบตั่งนอนไว้ กักตัวหมิงหลานไว้ตรงกลางจนลมหายใจร้อนผ่าวของเขาแทบจะรดรินบนแก้มเนียน

"กระหม่อมไม่ได้กลัวลูกน้องปันใจ..." หลิวเจิ้งกระซิบเสียงต่ำ ให้ยินเพียงแค่สองคน

"แต่หากองค์หญิงชอบทหารที่ 'มัดกล้ามแน่น' และ 'ทรงพลัง' ถึงเพียงนั้น... เหตุใดไม่ลองมาซ้อมฟันดาบตัวต่อตัวกับกระหม่อมในห้องหอดูเล่า"

หมิงหลานชะงักกึก พัดขนนกในมือค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

"ข้ารับรองว่า... มัดกล้ามและความดุดันของข้า จะทำให้ท่าน 'ผ่อนคลาย' และ 'ร้องคราง' ได้มากกว่าเสียงดนตรีพวกนี้ร้อยเท่า"

หลิวเจิ้งยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความหยอกเย้า

"หรือว่าองค์หญิง... กลัวจะแพ้พ่ายจนลุกออกจากเตียงไม่ไหวเหมือนเมื่อคืนอีก?"

"หลิวเจิ้ง! ไอ้คนไร้ยางอาย!"

หมิงหลานหน้าแดงจ้านไปถึงใบหู ร้องขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงบทเรียนอันเร่าร้อนบนเตียง นางยกพัดขนนกขึ้นมาฟาดอกแกร่งของเขาแก้เก้อ

"พูดจาลามกต่อหน้าลูกน้อง! ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

หลิวเจิ้งยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขายักคิ้วให้สวามีตัวแสบหนึ่งที ก่อนจะปรายสายตาไปมองวงดนตรีที่เริ่มเล่นผิดจังหวะเพราะความกลัว

"เล่นดนตรีต่อสิ..."

หลิวเจิ้งเอ่ยเสียงเรียบกับเหล่านักดนตรี "บรรเลงให้เต็มที่... เพราะคืนนี้ องค์หญิงของพวกเจ้าคงต้องใช้ 'พลังงาน' อีกเยอะทีเดียว!"

พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินกลับไปสั่งการฝึกทหารต่อด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทิ้งให้องค์หญิงใหญ่นั่งกำหมัดแน่น ทุบตั่งนอนระบายความโมโหที่ทำอะไรเขาไม่ได้ แถมยังโดนต้อนจนมุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 7

    แสงแดดยามเช้าทอแสงสว่างทั่วท้องพระโรง กลิ่นกำยานอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าเกรงขาม หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นทั้งประมุขแห่งแผ่นดินและเสด็จพี่ขององค์หญิงใหญ่หมิงหลานฮ่องเต้ทรงวางม้วนราชโอวาทลงบนโต๊ะพระทรงงาน ปรายพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย"หลิวเจิ้ง... ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็แค่อยากรู้สารพัดสุขดิบของน้องสาวข้า" ฮ่องเต้เอื้อนเอ่ย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ "จวนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หมิงหลานยังคงก่อเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่เว้นแต่ละวันเหมือนตอนอยู่วังหลวงหรือไม่""เรียนฝ่าบาท..."หลิวเจิ้งประสานมือโค้งกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่น"องค์หญิงยังคงมีฤทธิ์เดชและพยศอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมพอจะรับมือและคุมนางให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้างแล้ว""หืม คุมได้แล้วงั้นรึ"ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ ในพระทัย ทรงเลิกพระขนงขึ้นอย่างแปลกพระทัย"น้องสาวข้าหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าทำอย่างไรให้นางยอมสยบได้เล่า?""กระหม่อมเพียงแค่... ใช้ความดุดันและระเบียบวินัยดัดนิสัยนางพะย่ะค่ะ" หลิวเจิ้งตอบพร้อมยิ้มมุมปาก นึกถึงภา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 6

    แสงเทียนยามค่ำคืนในห้องหอส่องสว่างทอแสงอบอุ่น หมิงหลานนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จัดแจงเรือนร่างให้อยู่ในชุดเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสด ปิดปังเพียงเนินอกผุดผ่องและช่วงเอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อแพรเนื้อบางเบาชนิดที่เห็นไปถึงไหนต่อไหนนางยกยิ้มพึงใจกับผลงานตรงหน้า... คืนนี้นางจะเปลี่ยนแผน ในเมื่อเอาชนะด้วยแรงหรือคำขู่ไม่ได้ นางก็จะใช้มารยาเสน่หา ล่อลวงให้แม่ทัพผู้ถือดีคนนี้หลงใหล จนต้องเป็นฝ่ายสติแตก ร้องขอความรักและความเมตตาจากนางเองให้จงได้เสียงประตูเปิดออก หลิวเจิ้งก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมชุดลำลอง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสีกุหลาบที่เอนกายยวนย่างอยู่บนตั่งเตียงเพียงวูบเดียว ทว่า... แทนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหา หรือแสดงอาการกระสันอยากอย่างที่นางคาดหวัง เขากลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับมองเห็นเด็กน้อยกำลังเล่นละครฉากใหญ่"อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น องค์หญิงแต่งกายสั้นขุดเช่นนี้ ระวังจะไม่สบายเอานะพะย่ะค่ะ"หลิวเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย"กระหม่อมเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งวัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน"พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสระอาบน้ำด้านหลังห้องนอนอย่างหน้าตา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 5

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านร่องม่านตั่งเตียงกระทบใบหน้าหวาน หมิงหลานค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายรู้สึกระบมบอบช้ำ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใดพอนางเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิวเจิ้งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบฉายแววพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้"ตื่นแล้วหรือ... องค์หญิงใหญ่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร"หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู "กระหม่อมจำได้ว่าเมื่อคืน มีคนสารภาพกับข้าเองว่า 'ท่านคนเดียว...' ""หลิวเจิ้ง! หุบปากเน่าๆ ของท่านเดี๋ยวนี้!"หมิงหลานหน้าแดงพรวดขึ้นมาถึงใบหู นางรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ดิ้นรนจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยิ่งบีบกระชับร่างบางเข้ามาแนบชิดอก"ทำไมหรือพะย่ะค่ะ?"หลิวเจิ้งจูบลงบนฝ่ามือเรียวที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ ก่อนจะดึงมือบางออก "ตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ท่านยังร้องเรียกชื่อข้าเสียงหวานซาบซ่านอยู่เลยแท้ๆ พอลุกขึ้นมาได้ก็กลับทำเป็นจำความไม่ได้เสียแล้วรึ""นั่นเพราะข้าเมา!"หมิงหลานเชิดหน้าขึ้น ถลึงตาใส่สวามีอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำไม่เป็นจัง

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 4

    ยามค่ำคืนโคจรมาถึงอีกครั้ง เสียงพิณหวานพลิ้วพริ้วไหวและเสียงหัวเราะสำราญใจขององค์หญิงใหญ่ดังก้องไปทั่วจวนแม่ทัพอีกเช่นเคย กลิ่นสุราเลิศรสคละคลุ้งตัดกับแสงไฟวูบวาบจากโคมแดง หมิงหลานเอนกายบนตั่งนุ่ม เสื้อผ้าแพรพรรณเลื่อนหลุดโชว์ลาดไหล่ผ่องอย่างตั้งใจ โดยมีชายงามสองคนคอยคุกเข่าป้อนสุราและพัดวีอยู่ข้างกายทว่า... สายตาของนางกลับคอยปรายมองไปที่ประตูเรือนอยู่ตลอดเวลากระทั่งร่างสูงใหญ่ของ หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศเดินกลับเข้ามาในจวน เขากวาดสายตามองความครึกครื้นตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเกรี้ยวกราดหรืออารมณ์สติหลุดอย่างที่นางคาดหวังไว้ หลิวเจิ้งรู้อยู่แก่ใจว่าคนพยศอย่างหมิงหลานไม่มีทางยอมฟังคำขู่ของใครง่ายๆ หากนางสยบยอมง่ายดายปานนั้น ฮ่องเต้คงไม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องโยนแม่นกขมิ้นตัวนี้มาให้เขาดัดนิสัยแทนที่จะโวยวายหรืออาละวาดตามที่ขู่ไว้ หลิวเจิ้งกลับทำเพียงปรายสายตามองนางครู่หนึ่งด้วยแววตาพราวระยับ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเรือนไปอย่างผ่อนคลายหมิงหลานเห็นดังนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนสบประมาท นางคว้าจอกสุราขึ้นมา ดื่มลงคอรวดเดียวแล้วเอ่ยเสียงดังท้าทาย"แม่ทัพหลิว! ขานรับข้าห

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 3

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องม่านเตียงเข้ามาสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของสุราและน้ำอบกุหลาบที่คละคลุ้งตลอดคืน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันชวนให้กระอักกระอ่วนหมิงหลาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะจี๊ดๆ จากฤทธิ์สุรา ทว่าความรวดร้าวตามบั้นเอวและเรือนร่างกลับเตือนสติได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ความรู้สึกอุ่นวาบผุดขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้... ลีลาและความลึกซึ้งอ่อนโยนที่หลิวเจิ้งมอบให้แทบทำให้หัวใจนางแกว่งไกวไปหมด แต่อนิจจา พอปรายสายตาไปมองคนข้างกายที่กำลังนอนตะแคงใช้แขนยันศีรษะ จ้องมองนางด้วยสายตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้... อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ก็ปลิวหายไปในพริบตา"ตื่นแล้วหรือองค์หญิง"หลิวเจิ้งเอ่ยทักน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลทว่ากวนประสาท"กระหม่อมกังวลแทบแย่ คิดว่าท่านจะเมาจนสลบไสลข้ามวันข้ามคืนเสียอีก"หมิงหลานรีบยกผ้านวมขึ้นมาคลุมถึงอก จ้องสวามีพระราชทานด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ แม้เรื่องเมื่อคืนมัน 'ยอดเยี่ยม' เกินคาด แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้สักนิด"หลิวเจิ้ง! ท่านมันฉวยโอกาส!"หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนควา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 2

    โทสะที่สั่งสมและอารมณ์ดิบป่าเถื่อนรวดเร็วเกินกว่าจะยับยั้ง สติของหลิวเจิ้งขาดผาดลงในวินาทีนั้น เขาอุ้มร่างบางขององค์หญิงใหญ่ขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนด้านใน และย้อนเหวี่ยงร่างงามลงบนเตียงกว้างอย่างแรง"อื้อ!"หมิงหลานอุทานเสียงหลง ร่างกายสะเทือนไปตามแรงปะทะ สายตาเริ่มพล่ามัวเพราะฤทธิ์สุราที่แล่นขึ้นสมองยังไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มก็ทาบทับลงมาดั่งขุนเขา มือหนาคว้าจับเสื้อผ้าแพรเนื้อบางเบาบนกายของนางแล้วฉีกออกอย่างรวดเร็ว เสียงผ้าขาดสะบั้นดังก้องไปทั่วห้องนอน เหลือเพียงผ้ารัดอกชั้นในสีชาดที่ปกปิดเรือนร่างสีกุหลาบไว้เพียงริบหรี่"หลิวเจิ้ง! หยุดนะ..."หมิงหลานตกใจจนร้องเสียงหลง พยายามใช้มือดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกไป แต่น้ำหนักและกำลังของบุรุษเพศที่ผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นมีมากเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้หลิวเจิ้งไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มกายลงประกบจูบปิดปากนางอย่างร้อนแรงรวดเร็ว รสสุราเลิศรสที่ติดอยู่บนปลายลิ้นของนางผสมผสานเข้ากับลมหายใจอันดุดันของเขา การจูบเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน เรียกร้อง และครอบครอง ลิ้นหนาแทรกซึมขยี้บดเบียดสอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status