Share

ตอนที่ 6

Penulis: Selena
last update Tanggal publikasi: 2026-10-13 15:41:49

แสงเทียนยามค่ำคืนในห้องหอส่องสว่างทอแสงอบอุ่น หมิงหลานนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จัดแจงเรือนร่างให้อยู่ในชุดเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสด ปิดปังเพียงเนินอกผุดผ่องและช่วงเอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อแพรเนื้อบางเบาชนิดที่เห็นไปถึงไหนต่อไหน

นางยกยิ้มพึงใจกับผลงานตรงหน้า... คืนนี้นางจะเปลี่ยนแผน ในเมื่อเอาชนะด้วยแรงหรือคำขู่ไม่ได้ นางก็จะใช้มารยาเสน่หา ล่อลวงให้แม่ทัพผู้ถือดีคนนี้หลงใหล จนต้องเป็นฝ่ายสติแตก ร้องขอความรักและความเมตตาจากนางเองให้จงได้

เสียงประตูเปิดออก หลิวเจิ้งก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมชุดลำลอง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสีกุหลาบที่เอนกายยวนย่างอยู่บนตั่งเตียงเพียงวูบเดียว ทว่า... แทนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหา หรือแสดงอาการกระสันอยากอย่างที่นางคาดหวัง เขากลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับมองเห็นเด็กน้อยกำลังเล่นละครฉากใหญ่

"อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น องค์หญิงแต่งกายสั้นขุดเช่นนี้ ระวังจะไม่สบายเอานะพะย่ะค่ะ"

หลิวเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย

"กระหม่อมเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งวัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน"

พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสระอาบน้ำด้านหลังห้องนอนอย่างหน้าตาเฉย

"หลิวเจิ้ง! ไอ้..."

หมิงหลานอ้าปากค้าง กัดฟันแน่นด้วยความโมโหที่แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า ชายผู้นี้ทำจากหินหรืออย่างไร

เมื่อเห็นว่าเขาไม่เล่นด้วย อารมณ์อยากเอาชนะขององค์หญิงใหญ่ก็พุ่งสูงถึงขีดสุด นางสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าตามลงไปยังห้องอาบน้ำด้านหลัง

เสียงน้ำในอ่างไม้ขนาดใหญ่เคลื่อนไหว หลิวเจิ้งเปลือยท่อนบน นั่งหลับตาผ่อนคลายอยู่ในอ่างอาบน้ำหอมกลิ่นสมุนไพร หมิงหลานยวนย่างเข้าไปช้าๆ ปลดเสื้อแพรชั้นนอกให้เลื่อนหลุดลงไปกองบนพื้น เหลือเพียงเอี๊ยมตัวบางที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองน้ำ นางค่อยๆ ก้าวขาเรียวยาวลงไปในอ่างน้ำ ร่างกายแนบชิดไปกับแผ่นอกแกร่งของเขาจากด้านหลัง

มือเรียวสวยลากไล้จากไหล่กว้าง ลงมาตามแผ่นอกที่มีมัดกล้ามแน่นตึง กระซิบเสียงหวานพร่าข้างหูเขา

"แม่ทัพหลิว... อ่างน้ำกว้างขวางถึงเพียงนี้ ให้ข้าช่วย 'ถูหลัง' และผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยให้ท่านดีหรือไม่"

หลิวเจิ้งยังคงหลับตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขารู้อยู่แล้วว่านางต้องตามลงมา แต่นิ่งเงียบปล่อยให้ฝ่ามือเรียวและเรือนร่างนุ่มนิ่มของนางเบียดเบียดบดเบียดกับแผ่นหลังของเขา

"องค์หญิงใหญ่ผู้สูงส่ง มาลงแรงถูหลังให้ทหารอย่างข้า... จะไม่เป็นการลดตัวเกินไปหรือพะย่ะค่ะ"

หลิวเจิ้งเอ่ยเย้า นัยน์ตาพราวระยับยามลืมตาขึ้นมองนางผ่านระลอกน้ำ

"ข้าเต็มใจ..."

หมิงหลานขยับกายมาด้านหน้า วาดขาเรียวขึ้นเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้ในน้ำ ทรวงอกอวบอิ่มใต้ผ้าเอี๊ยมสีชาดเบียดชิดกับอกแกร่ง นางโน้มหน้าลงไปใกล้ ชายตาประดอยรอยยิ้มยั่วยวน

"แล้วท่านเล่า... ไม่คิดจะ 'ตอบแทน' ความหวังดีของข้าหน่อยหรือ"

หลิวเจิ้งมองใบหน้าหวานที่พยายามอ่อยเขาอย่างสุดกำลัง แต่เขากลับเลือกที่จะคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ นิ่งเฉย ไม่ยอมรุกตอบตามเกมของนาง

"กระหม่อมเหนื่อยนักพะย่ะค่ะ... คงไม่มีแรงตอบแทนองค์หญิงหรอก คืนนี้พวกเราแค่อาบน้ำแล้วรีบนอนกันเถิด"

"ท่าน!"

หมิงหลานเบิ่งตาโต ความอดทนของนางพังทลายลงสิ้น ร่างกายที่ชิดใกล้สัมผัสอบอุ่นและมัดกล้ามเนื้อของเขากลางสายน้ำ บวกกับสายตารู้ทันและรอยยิ้มยโสของเขา มันกลับกลายเป็นตัวจุดประกายความต้องการในกายของนางเสียเอง

ความวาบหวามและสัมผัสลึกซึ้งเมื่อคืนแล่นกลับเข้ามาปั่นป่วนในสมอง ร่างกายของนางตึงเครียดและเรียกร้องสัมผัสจากเขาจนทนไม่ไหวอีกต่อไป

"หลิวเจิ้ง! ไอ้คนบ้า!"

หมิงหลานโน้มตัวลงไปซบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเขา เอ่ยเสียงพร่าระสั่นอย่างยอมแพ้

"ข้า... ข้าไม่เล่นแล้ว! ข้าต้องการท่าน... เดี๋ยวนี้"

คำสารภาพอันซื่อสัตย์จากปากอวบอิ่มทำให้หลิวเจิ้งหลุดหัวเราะต่ำๆ ในลำคอด้วยความพึงใจ แววตาที่เคยแกล้งทำเป็นเรียบเฉยพลันเปลี่ยนเป็นดุดันและวาวโรจน์ด้วยไฟเสน่หาในพริบตา

"ในเมื่อองค์หญิงเอ่ยปากขอเอง..." หลิวเจิ้งตระกองกอดเอวคอดของนางไว้แน่น ยก ร่างบางขึ้นให้ลอยเหนือผิวน้ำ

"เช่นนั้นกระหม่อมก็คงต้องตามใจท่านแล้ว!"

หลิวเจิ้งโน้มลงประทับจุมพิตอย่างเร่าร้อนรวดเร็ว ปากอวบอิ่มของหมิงหลานเปิดออกรับลิ้นหนาที่แทรกซึมสอดลึกอย่างโหยหา เสียงน้ำในอ่างกระฉอกสาดกระเซ็นตามจังหวะการเคลื่อนไหวอันหนักแน่นและละเมียดละไม หลิวเจิ้งปลดผ้าเอี๊ยมสีแดงที่เกะกะสายตาออก ทอดสายตามองเรือนร่างสีกุหลาบฉ่ำน้ำใต้แสงเทียนด้วยความลุ่มหลง

เขาประคองสะโพกงามของนางไว้มั่น นำพากายแกร่งสอดประสานเข้ากับความอบอุ่นภายในกายของนางในสายน้ำอุ่น สายน้ำช่วยลดแรงปะทะแต่กลับเพิ่มสัมผัสอันแนบชิดและลึกซึ้ง หมิงหลานส่งเสียงครางหวานพร่า แขนเรียวโอบรัดคอหนาไว้แน่น ขาสวยเกี่ยวกระชับเอวสอบของเขาตอบรับจังหวะที่โหมกระหน่ำอย่างสมยอมและถวิลหา

"อื้อ... หลิวเจิ้ง..."

"จำไว้... องค์หญิง"

หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหูขณะเน้นย้ำจังหวะเสน่หาอันนุ่มนวลทว่าทรงพลัง

"ต่อให้ท่านจะใช้มารยาหมื่นเล่มเกวียน... คนเดียวที่จะสยบมันได้ ก็มีแค่ข้าเท่านั้น"

ความอบอุ่นผ่าวขยายไปทั่วเรือนร่าง สายน้ำสั่นสะเทือนตามจังหวะรักอันเร่าร้อนยาวนาน ทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกลางอ่างน้ำหอมกรุ่น ปล่อยให้อารมณ์เสน่หาและความพยศหลอมละลายกลายเป็นความรักอันลึกซึ้ง

หลิวเจิ้งอุ้มร่างบางที่เปียกปอนขึ้นมาจากอ่างน้ำ ชายหนุ่มใช้ผ้าผืนหนาซับหยดน้ำตามเรือนร่างผุดผ่องของหมิงหลานอย่างลวกๆ ก่อนจะพานางกลับมายังเตียงนอนกว้างใหญ่กลางห้องหอ ผ้านวมผืนหนาถูกสะบัดออก ร่างขององค์หญิงใหญ่ถูกวางลงบนตั่งนุ่มอย่างเบามือ ทว่าสายตาของแม่ทัพหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและดุดันจนหมิงหลานรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย

"หลิวเจิ้ง..."

หมิงหลานเอ่ยเรียกชื่อเขาเสียงพร่าเบา พยายามจะขยับกายถอยหนีตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นแววตาอันตรายของสวามี

แต่มีหรือที่หลิวเจิ้งจะเปิดโอกาสให้นางหนีได้อีกเป็นครั้งที่สอง ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาทันที มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวทั้งสองข้างของนางขึ้นประสานไว้เหนือศีรษะ ตรึงร่างบางไว้กับตั่งนอนอย่างมั่นคง ก่อนจะกดจุมพิตบดเบียดริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหนักแน่นและดุดัน รสสัมผัสครั้งนี้ไร้ซึ่งความเชื่องช้า ละเลียดชิมความหวานจากปากหวานอย่างโหยหาและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสอดลึกตักตักความฉ่ำหวานจนหมิงหลานส่งเสียงครางพร่าในลำคอ ร่างกายระทวยไร้เรื้อแรงต้านทาน

"เมื่อครู่ในน้ำเป็นเพียงแค่การโหมโรง..."

หลิวเจิ้งถอนจุมพิตออกเบาๆ กระซิบเสียงทุ้มต่ำดุดันอยู่ชิดใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อ "ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าจะล้างแค้นองค์หญิงปากแข็งอย่างจริงจังเสียที"

พูดจบ หลิวเจิ้งก็เลื่อนริมฝีปากลงมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเน้นย้ำสร้างรอยรักสีกุหลาบแจ่มชัดไปทั่วลำคอระหงและลาดไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่อีกข้างที่ว่างเว้นลากไล้ลงมาตามแผ่นอกอวบอิ่ม บีบเฟ้นนวดเฟ้นความนุ่มนิ่มอย่างหนักสลับเบา หยอกเย้ากับยอดอกชูช่อสีกุหลาบจนหมิงหลานต้องแหงนคอเกร็ง สะโพกงามบิดเกร็งด้วยความวาบหวามที่โถมกระหน่ำเข้าใส่

"อื้อ... หลิวเจิ้ง... เบาหน่อย..."

"ไม่พะย่ะค่ะ"

หลิวเจิ้งตอบกลับเสียงเรียบแต่หนักแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยไฟเสน่หา "ในเมื่อองค์หญิงปากแข็งนัก ข้าก็ต้องทำให้ร่างกายของท่านจำข้าให้แม่นยำยิ่งขึ้น"

หลิวเจิ้งปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระ แล้วประคองสะโพกงามขึ้นสูง นำพากายแกร่งสอดประสานเข้าหาความอบอุ่นลึกซึ้งภายในกายของนางอย่างรวดเร็วและดุดัน จังหวะแรกที่สอดประสานทำเอาหมิงหลานเบิ่งตาโต สูดหายใจลึกด้วยความแน่นตึง เรียวนิ้วจิกลงบนกล้ามเนื้อแผ่นหลังแกร่งของเขาเพื่อระบายความสยิวซาบซ่านที่พุ่งสูงขึ้นทันที

แม่ทัพหนุ่มไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรักอย่างหนักแน่น สม่ำเสมอ และทรงพลัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดุดันของทหารผู้ชาญสนามศึก แรงอารมณ์เสน่หาโหมกระหน่ำจนเตียงไม้ส่งเสียงเอียดอาดเบาๆ หมิงหลานส่งเสียงร้องครางหวานแหลม ร่างกายเกร็งสะท้านไปตามจังหวะที่เขาเป็นผู้ควบคุม ขาสวยเกี่ยวกระชับเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

"มองข้า... หมิงหลาน"

หลิวเจิ้งกระซิบสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับกดเน้นจังหวะลึกซึ้งเข้าไปจนสุดความยาว "บอกข้ามา... ใครคือสามีของท่าน"

"ท่าน... อื้อ! หลิวเจิ้ง... ท่านคนเดียว..." หมิงหลานตอบเสียงพร่าระสั่น ดวงตากลมโตฉ่ำปรือไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสน่หา หมดสิ้นซึ่งคราบองค์หญิงใหญ่ผู้พยศเหลือเพียงหญิงสาวที่ยอมสยบอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมยอม

คำตอบนั้นยิ่งจุดประกายความเร่าร้อนในกายของหลิวเจิ้ง เขาโน้มตัวลงมารวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด ประสานมือเรียวเข้ากับมือหนาของตนเอง เร่งจังหวะเสน่หาโหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำพาทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่ยอดคลื่นแห่งความเสน่หาอันลึกล้ำ ความอบอุ่นผ่าวพุ่งพ่านเติมเต็มภายในกายของนางจนหมิงหลานเกร็งสะท้าน กรีดร้องครางเสียงหวานพร่า ก่อนจะทอดร่างอ่อนระทวยลงบนตั่งนอนอย่างหมดแรง

หลิวเจิ้งยังคงกกตระกองกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน พรมจูบซับเหงื่อบนหน้าผากและขมับของนางอย่างลุ่มหลง เสียงหายใจหอบกระเส่าของคนทั้งสองดังประสานกันในความเงียบยามค่ำคืน เป็นสัญญาณแห่งความผูกพันที่หลอมรวมคนทั้งคู่เข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นตลอดทั้งคืน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 7

    แสงแดดยามเช้าทอแสงสว่างทั่วท้องพระโรง กลิ่นกำยานอบอวลผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าเกรงขาม หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นทั้งประมุขแห่งแผ่นดินและเสด็จพี่ขององค์หญิงใหญ่หมิงหลานฮ่องเต้ทรงวางม้วนราชโอวาทลงบนโต๊ะพระทรงงาน ปรายพระเนตรมองแม่ทัพหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย"หลิวเจิ้ง... ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็แค่อยากรู้สารพัดสุขดิบของน้องสาวข้า" ฮ่องเต้เอื้อนเอ่ย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ "จวนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? หมิงหลานยังคงก่อเรื่องปวดหัวให้เจ้าไม่เว้นแต่ละวันเหมือนตอนอยู่วังหลวงหรือไม่""เรียนฝ่าบาท..."หลิวเจิ้งประสานมือโค้งกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงหนักแน่น"องค์หญิงยังคงมีฤทธิ์เดชและพยศอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมพอจะรับมือและคุมนางให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้างแล้ว""หืม คุมได้แล้วงั้นรึ"ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ ในพระทัย ทรงเลิกพระขนงขึ้นอย่างแปลกพระทัย"น้องสาวข้าหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี เจ้าทำอย่างไรให้นางยอมสยบได้เล่า?""กระหม่อมเพียงแค่... ใช้ความดุดันและระเบียบวินัยดัดนิสัยนางพะย่ะค่ะ" หลิวเจิ้งตอบพร้อมยิ้มมุมปาก นึกถึงภา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 6

    แสงเทียนยามค่ำคืนในห้องหอส่องสว่างทอแสงอบอุ่น หมิงหลานนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จัดแจงเรือนร่างให้อยู่ในชุดเอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงสด ปิดปังเพียงเนินอกผุดผ่องและช่วงเอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อแพรเนื้อบางเบาชนิดที่เห็นไปถึงไหนต่อไหนนางยกยิ้มพึงใจกับผลงานตรงหน้า... คืนนี้นางจะเปลี่ยนแผน ในเมื่อเอาชนะด้วยแรงหรือคำขู่ไม่ได้ นางก็จะใช้มารยาเสน่หา ล่อลวงให้แม่ทัพผู้ถือดีคนนี้หลงใหล จนต้องเป็นฝ่ายสติแตก ร้องขอความรักและความเมตตาจากนางเองให้จงได้เสียงประตูเปิดออก หลิวเจิ้งก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมชุดลำลอง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสีกุหลาบที่เอนกายยวนย่างอยู่บนตั่งเตียงเพียงวูบเดียว ทว่า... แทนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหา หรือแสดงอาการกระสันอยากอย่างที่นางคาดหวัง เขากลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับมองเห็นเด็กน้อยกำลังเล่นละครฉากใหญ่"อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น องค์หญิงแต่งกายสั้นขุดเช่นนี้ ระวังจะไม่สบายเอานะพะย่ะค่ะ"หลิวเจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย"กระหม่อมเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งวัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อน"พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสระอาบน้ำด้านหลังห้องนอนอย่างหน้าตา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 5

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านร่องม่านตั่งเตียงกระทบใบหน้าหวาน หมิงหลานค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายรู้สึกระบมบอบช้ำ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใดพอนางเอี้ยวหน้ากลับไปมอง ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิวเจิ้งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาคมกริบฉายแววพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้"ตื่นแล้วหรือ... องค์หญิงใหญ่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร"หลิวเจิ้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู "กระหม่อมจำได้ว่าเมื่อคืน มีคนสารภาพกับข้าเองว่า 'ท่านคนเดียว...' ""หลิวเจิ้ง! หุบปากเน่าๆ ของท่านเดี๋ยวนี้!"หมิงหลานหน้าแดงพรวดขึ้นมาถึงใบหู นางรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ดิ้นรนจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยิ่งบีบกระชับร่างบางเข้ามาแนบชิดอก"ทำไมหรือพะย่ะค่ะ?"หลิวเจิ้งจูบลงบนฝ่ามือเรียวที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ ก่อนจะดึงมือบางออก "ตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ท่านยังร้องเรียกชื่อข้าเสียงหวานซาบซ่านอยู่เลยแท้ๆ พอลุกขึ้นมาได้ก็กลับทำเป็นจำความไม่ได้เสียแล้วรึ""นั่นเพราะข้าเมา!"หมิงหลานเชิดหน้าขึ้น ถลึงตาใส่สวามีอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นระส่ำไม่เป็นจัง

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 4

    ยามค่ำคืนโคจรมาถึงอีกครั้ง เสียงพิณหวานพลิ้วพริ้วไหวและเสียงหัวเราะสำราญใจขององค์หญิงใหญ่ดังก้องไปทั่วจวนแม่ทัพอีกเช่นเคย กลิ่นสุราเลิศรสคละคลุ้งตัดกับแสงไฟวูบวาบจากโคมแดง หมิงหลานเอนกายบนตั่งนุ่ม เสื้อผ้าแพรพรรณเลื่อนหลุดโชว์ลาดไหล่ผ่องอย่างตั้งใจ โดยมีชายงามสองคนคอยคุกเข่าป้อนสุราและพัดวีอยู่ข้างกายทว่า... สายตาของนางกลับคอยปรายมองไปที่ประตูเรือนอยู่ตลอดเวลากระทั่งร่างสูงใหญ่ของ หลิวเจิ้ง ในชุดขุนนางเต็มยศเดินกลับเข้ามาในจวน เขากวาดสายตามองความครึกครื้นตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเกรี้ยวกราดหรืออารมณ์สติหลุดอย่างที่นางคาดหวังไว้ หลิวเจิ้งรู้อยู่แก่ใจว่าคนพยศอย่างหมิงหลานไม่มีทางยอมฟังคำขู่ของใครง่ายๆ หากนางสยบยอมง่ายดายปานนั้น ฮ่องเต้คงไม่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องโยนแม่นกขมิ้นตัวนี้มาให้เขาดัดนิสัยแทนที่จะโวยวายหรืออาละวาดตามที่ขู่ไว้ หลิวเจิ้งกลับทำเพียงปรายสายตามองนางครู่หนึ่งด้วยแววตาพราวระยับ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเรือนไปอย่างผ่อนคลายหมิงหลานเห็นดังนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนสบประมาท นางคว้าจอกสุราขึ้นมา ดื่มลงคอรวดเดียวแล้วเอ่ยเสียงดังท้าทาย"แม่ทัพหลิว! ขานรับข้าห

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 3

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องม่านเตียงเข้ามาสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมจางๆ ของสุราและน้ำอบกุหลาบที่คละคลุ้งตลอดคืน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบอันชวนให้กระอักกระอ่วนหมิงหลาน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะจี๊ดๆ จากฤทธิ์สุรา ทว่าความรวดร้าวตามบั้นเอวและเรือนร่างกลับเตือนสติได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ความรู้สึกอุ่นวาบผุดขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้... ลีลาและความลึกซึ้งอ่อนโยนที่หลิวเจิ้งมอบให้แทบทำให้หัวใจนางแกว่งไกวไปหมด แต่อนิจจา พอปรายสายตาไปมองคนข้างกายที่กำลังนอนตะแคงใช้แขนยันศีรษะ จ้องมองนางด้วยสายตาพราวระยับและรอยยิ้มมุมปากอันน่าหมั่นไส้... อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่ก็ปลิวหายไปในพริบตา"ตื่นแล้วหรือองค์หญิง"หลิวเจิ้งเอ่ยทักน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลทว่ากวนประสาท"กระหม่อมกังวลแทบแย่ คิดว่าท่านจะเมาจนสลบไสลข้ามวันข้ามคืนเสียอีก"หมิงหลานรีบยกผ้านวมขึ้นมาคลุมถึงอก จ้องสวามีพระราชทานด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ แม้เรื่องเมื่อคืนมัน 'ยอดเยี่ยม' เกินคาด แต่ปากกลับไม่ยอมแพ้สักนิด"หลิวเจิ้ง! ท่านมันฉวยโอกาส!"หมิงหลานแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนควา

  • องค์หญิงตัวร้าย กับสวามีเย็นชา   ตอนที่ 2

    โทสะที่สั่งสมและอารมณ์ดิบป่าเถื่อนรวดเร็วเกินกว่าจะยับยั้ง สติของหลิวเจิ้งขาดผาดลงในวินาทีนั้น เขาอุ้มร่างบางขององค์หญิงใหญ่ขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนด้านใน และย้อนเหวี่ยงร่างงามลงบนเตียงกว้างอย่างแรง"อื้อ!"หมิงหลานอุทานเสียงหลง ร่างกายสะเทือนไปตามแรงปะทะ สายตาเริ่มพล่ามัวเพราะฤทธิ์สุราที่แล่นขึ้นสมองยังไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มก็ทาบทับลงมาดั่งขุนเขา มือหนาคว้าจับเสื้อผ้าแพรเนื้อบางเบาบนกายของนางแล้วฉีกออกอย่างรวดเร็ว เสียงผ้าขาดสะบั้นดังก้องไปทั่วห้องนอน เหลือเพียงผ้ารัดอกชั้นในสีชาดที่ปกปิดเรือนร่างสีกุหลาบไว้เพียงริบหรี่"หลิวเจิ้ง! หยุดนะ..."หมิงหลานตกใจจนร้องเสียงหลง พยายามใช้มือดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกไป แต่น้ำหนักและกำลังของบุรุษเพศที่ผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นมีมากเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้หลิวเจิ้งไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มกายลงประกบจูบปิดปากนางอย่างร้อนแรงรวดเร็ว รสสุราเลิศรสที่ติดอยู่บนปลายลิ้นของนางผสมผสานเข้ากับลมหายใจอันดุดันของเขา การจูบเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน เรียกร้อง และครอบครอง ลิ้นหนาแทรกซึมขยี้บดเบียดสอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status