LOGINอีกด้านหนึ่งของเมือง ภายในจวนแม่ทัพ บรรยากาศกลับเงียบสงัดผิดปกติ
อวี้หลินยืนอยู่หน้าห้องหน
หลี่อันหันมองสามี“เขาลงมือแล้ว”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยประตูเมืองก็ดังขึ้นต่อเนื่อง กัง... กัง... กัง... เสียงนั้นดังก้องไปทั่วพระราชวัง อวี้หลินรีบวิ่งเข้ามา“ท่านแม่ทัพ! เกิดจลาจลทางประตูตะวันตก”“มีกลุ่มคนปลอมตัวเป็นชาวบ้าน จุดไฟเผาโกดังเสบียง และปลุกระดมประชาชนว่าราชสำนักกำลังล่มสลาย”ฮ่องเต้กำพระหัตถ์แน่น “พวกมันคิดสร้างความวุ่นวาย”เซียวจิ่นเหยียนก้าวออกมา“ฝ่าบาท โปรดประทับอยู่ภายในพระราชวัง กระหม่อมจะนำกำลังออกไปรักษาความสงบ”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์ “เราอนุญาต แต่จำไว้ ประชาชนสำคัญที่สุด”“รับพระบัญชา”ประตูพระราชวังเปิดออกอย่างรวดเร็ว เซียวจิ่นเหยียนควบม้านำกององครักษ์ออกจากวัง หลี่อันนั่งรถม้าตามไปพร้อมอวี้หลินและเสี่ยวชิง เมื่อเข้าใกล้ประตูตะวันตก ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนเคร่งเครียดชาวเมืองจำนวนมากแตกตื่นวิ่งหนี เสียงร้องไห้ของเด็กดังระงม พ่อค้าแม่ค้ากำลังช่วยกันขนของหนีออกจากร้าน ขณะที่ควันสีดำลอ
ฮ่องเต้กริ้วความเงียบปกคลุมทั่วท้องพระโรงหลังพระราชโองการคืนความบริสุทธิ์ให้ตระกูลเซียว ขุนนางทุกคนยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นหินอ่อน ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้น เพราะต่างสัมผัสได้ถึงพระพิโรธของฮ่องเต้ที่กำลังปะทุขึ้นเรื่อย ๆฮ่องเต้ทอดพระเนตรเอกสารทั้งหมดอีกครั้ง พระหัตถ์กำม้วนฎีกาแน่นจนสั่นพระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงเย็นเฉียบ“หลี่เยว่...อยู่ที่ใด”ขันทีหลวงรีบคุกเข่า“กราบทูลฝ่าบาท องค์หญิงใหญ่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ตำหนักเย็นตามพระบัญชาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“นำตัวนางมา”“รับพระบัญชา”ไม่นานนัก ประตูท้องพระโรงก็เปิดออกหลี่เยว่ถูกองครักษ์หลวงพาเข้ามา แม้จะยังสวมอาภรณ์งดงาม แต่ใบหน้ากลับซีดเซียว ต่างจากความสง่างามที่เคยมีโดยสิ้นเชิง นางคุกเข่าลงช้า ๆ“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”ฮ่องเต้ไม่รับสั่งตอบ พระองค์เพียงทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ทั้งผิดหวังและโกรธแค้น ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสนิท หลี่เยว่เงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ“เสด็จพ่อเรียกลูกมาเพราะเรื่องใดเพค
ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ช้า ๆ “อนุญาต...ตั้งแต่วันนี้ รื้อฟื้นคดีตระกูลเซียวขึ้นสอบสวนใหม่ทั้งหมด และตั้งคณะสอบสวนพิเศษ”เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกันทั่วท้องพระโรง“รับพระบัญชา”องค์ชายรองก้มพระพักตร์ลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาเย็นเยียบ พระองค์รู้ดีว่า กระดานหมากซึ่งวางมานานกว่าสิบห้าปี กำลังถูกหลี่อันรื้อขึ้นทีละชิ้น แต่ในใจของพระองค์กลับไม่ได้หวาดหวั่น ตรงกันข้าม…ยิ่งใกล้ถูกเปิดโปงมากเท่าไร พระองค์ก็ยิ่งแน่ใจว่าไม่อาจเดินถอยหลังได้อีกเมื่อการประชุมเลิกลง ขุนนางต่างทยอยออกจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าครุ่นคิด เซียวจิ่นเหยียนเดินเคียงข้างหลี่อัน“วันนี้เจ้าทำได้ดี”หลี่อันยิ้มบาง “ยังไม่พอ”“เหตุใด”นางหันกลับไปมองบัลลังก์มังกรที่อยู่ไกลออกไป “เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง… ยังยืนอยู่ในราชสำนักอย่างสง่างาม”เซียวจิ่นเหยียนพยักหน้า “อีกไม่นาน หน้ากากของเขาจะหลุดเช่นกัน”ทั้งสองเดินออกจากท้องพระโรงเคียงกัน โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลัง
หลี่เยว่หัวเราะอีกครั้ง “ใช่...ข้าอยู่ฝ่ายองค์ชายรอง แล้วอย่างไร”เสียงตกใจดังขึ้นรอบด้าน ฮ่องเต้ทรงกำที่วางพระหัตถ์แน่น“เจ้ากล้ายอมรับต่อหน้าพวกเราหรือ”หลี่เยว่เงยหน้าขึ้น “ลูกเหนื่อยกับการสวมหน้ากากแล้ว ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย ลูกก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังอีก”นางหันไปมองหลี่อัน “เจ้าชนะครั้งนี้ แต่สงครามยังไม่จบ”องค์ชายรองยังคงนิ่งเงียบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หลี่อันมองพระองค์เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ หลี่เยว่ถูกทอดทิ้งแล้ว หมากตัวหนึ่งถูกเสียสละ เพื่อรักษาหมากตัวสำคัญกว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งด้วยพระสุรเสียงเย็นเฉียบ“คุมตัวหลี่เยว่ไว้ ...ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม”องครักษ์หลวงรีบเข้ามาล้อมตัวนาง หลี่เยว่ไม่ขัดขืน ก่อนถูกพาตัวออกจากท้องพระโรง นางหันกลับมามองหลี่อันเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มประหลาดปรากฏบนใบหน้า“น้องเก้า...เจ้าคิดว่าชนะแล้วหรือ คนที่อันตรายที่สุด...” นางเหลือบมององค์ชายรองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่ข้า”สิ้นคำ
บรรยากาศรอบด้านเงียบสนิท ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว หลี่เยว่หายใจแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น“ดี...ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนี้ ต่อจากนี้ ระหว่างเราจะไม่มีคำว่าพี่น้องอีก”หลี่อันพยักหน้าอย่างสงบ“ตั้งแต่วันที่ท่านเลือกความทะเยอทะยานเหนือความถูกต้อง ความเป็นพี่น้องก็สิ้นสุดลงแล้ว”หลี่เยว่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงก่อนหมุนตัวจากไป แต่ก่อนเดินพ้นประตูตำหนัก นางหยุดฝีเท้าและกล่าวโดยไม่หันกลับมา“หลี่อัน...ครั้งหน้า ข้าจะไม่แพ้ด้วยคำพูดอีก”สิ้นคำ นางก็เดินจากไปพร้อมคนติดตาม หลี่อันมองแผ่นหลังของพี่สาวด้วยแววตาหนักแน่น นางรู้ดีว่าการปะทะคารมในวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนใจหลี่เยว่แม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้หลี่เยว่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเดินหน้าไปจนสุดทาง อวี้หลินรีบเดินเข้ามา“ฮูหยิน...ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”หลี่อันพยักหน้า “ข้าไม่เป็นไร”นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆดำเคลื่อนเข้ามา“แต่พายุ...กำลังจะมาถึงแล้ว”คำพูดนั้นทำให้อว
นางถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนส่งสัญญาณด้วยการยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้น องครักษ์ของจวนแม่ทัพที่ซ่อนตัวอยู่รอบสวนก็ปรากฏตัวออกมาจากแนวต้นไม้ อวี้หลินก้าวออกมายืนข้างหลี่อัน“ฮูหยิน”หลี่เยว่ชะงักทันที หลี่อันยิ้มบาง“ข้ารู้ว่าท่านจะมา จึงไม่ได้มาคนเดียว”สีหน้าของหลี่เยว่เปลี่ยนไป นางมองไปรอบสวน ก่อนรู้ว่าตนเองไม่อาจทำตามแผนได้ หลี่อันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ“พี่หญิงยังกลับตัวทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”หลี่เยว่หัวเราะทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ“ไม่มีวัน! ตั้งแต่เจ้ากลับมา ชีวิตของข้าก็ไม่มีทางถอยอีกแล้ว”นางหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสาวใช้และคนติดตาม หลี่อันมองแผ่นหลังนั้นด้วยความหนักใจ เซียวจิ่นเหยียนซึ่งเพิ่งมาถึงพร้อมกำลังเสริมเดินเข้ามา“นางทำอะไรเจ้าหรือไม่”หลี่อันส่ายหน้า“ยัง...แต่จากสายตาของนาง...” นางถอนหายใจเบา ๆ “ครั้งหน้า นางคงไม่ใช้คำพูดอีกแล้ว”เซียวจิ่นเหยียนจับมือนางไว้แน่น“ไม่ว่าจะเกิ







