Share

บทที่ 10 หลอกหมาเด็ก!

last update publish date: 2026-05-25 08:10:00

เพียะ!

เสียงสากไม้กระทบเข้ากับลำตัวเล็กจ้อยดังสนั่นท่ามกลางสายตาชาวตลาด ลูกหมาขนปุยส่งเสียงร้องเอ๋งสุดตัวก่อนจะไถลครูดไปกับพื้นหินฝุ่นตลบ ซาลาเปาที่หวงแหนหลุดจากปากกลิ้งไปในคูน้ำ

พ่อค้าเสือดาวหน้าแดงก่ำเงื้อสากไม้ขึ้นสูงอีกครั้ง หมายจะซ้ำเข้าที่หัวเจ้าหมาขี้ขโมยให้สิ้นซาก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เงาร่างสีชาดวูบผ่านสายตาผู้คน เฟิ่งเหยียนพุ่งตัวเข้าขวางกลางคัน ทั้ง ๆ ที่คิดว่าจะเข้ามาห้ามทันแล้ว ทว่านางก็ยังมาช้าไป ร่างเล็กถูกทำร้ายจนได้!

มือหนึ่งรวบชายกระโปรงหรูหรา อีกมือยื่นออกไปประคองร่างสั่นเทิ้มของเจ้าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน ความโกรธขึ้งพลุ่งพล่านในดวงตาหงส์จนพ่อค้าชะงักงัน

“เจ้าเป็นใคร! มาปกป้องไอ้หมาอัปรีย์นี่ทำไม รู้ไหมว่าซาลาเปาข้าลูกละกี่อีแปะ!” พ่อค้าโวยวายพร้อมก้าวสามขุมเข้ามาข่มขู่

อิงชิงอวี่รีบเดินเข้าไปขวางหน้าไว้อีกตน เพื่อปกป้องคู่อวี่อินของเขาที่จะใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!

“ลูกละกี่อีแปะข้าไม่สน แต่การที่เจ้าลงมือกับสัตว์ตัวแค่นี้ด้วยโทสะ มันส่อถึงสันดานดิบที่ต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์ที่เจ้าด่าเสียอีก!” เฟิ่งเหยียนตวาดกลับ “ค่าเสียหายเท่าไหร่ บอกมา เดี๋ยวข้าจ่ายให้!”

อยู่ดี ๆ หนังตาของอิงชิงอวี่ก็กระตุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“เหอะ! สองตำลึงเงิน! ทั้งค่าซาลาเปาและค่าเสียเวลาที่ข้าต้องไล่กวดมัน!” พ่อค้าหน้าขนโก่งราคาหน้าด้าน ๆ

เฟิ่งเหยียนแค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะสั่งสามีที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า “อาอวี่... จ่ายเงินให้เขาไป แล้วบอกให้เขาไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเอาสากไม้นั่นฟาดปากเขาแทน!”

อิงชิงอวี่ “!!!”

อืม... ข้ารู้สาเหตุที่หนังตามันกระตุกแล้ว!!

อินทรีหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะสะบัดมือเพียงนิด เหรียญเงินก็ปลิวไปปะทะหน้าอกพ่อค้าจนอีกฝ่ายเกือบหงายหลัง เมื่อเห็นจำนวนเงินตามที่ร้องขอ พ่อค้าก็รีบเก็บเงินแล้วเดินฟึดฟัดฟาดหางออกไปทันที

เฟิ่งเหยียนทรุดตัวลงนั่งบนพื้นโดยไม่สนว่าชุดผ้าไหมชั้นเลิศจะเปื้อนฝุ่น นางวางลูกหมาน้อยลงอย่างแผ่วเบา มันมองหน้าเธอด้วยดวงตากลมหม่นน้ำตา ขาหลังของมันลีบติดพื้นจากแรงกระแทกเมื่อครู่ ลูกหมาครางหงิง ๆ พลางแลบลิ้นเลียปลายนิ้วของเธอเบา ๆ คล้ายจะบอกขอบคุณในความเมตตา

“เจ็บมากใช่ไหมเจ้าตัวเล็ก...” เธอพึมพำพลางลูบสำรวจบาดแผลไปทั่วตัวของเจ้าหมาน้อย

อิงชิงอวี่เข้ามานั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้าง ก่อนจะถอนหายใจยาว “เฮ้อ... ท่านไม่กลัวมันบ้างเลยหรือ?”

เฟิ่งเหยียนส่ายหน้าเล็กน้อย แม้ว่าดวงตาหงส์จะยังจับจ้องสังเกตอาการของร่างเล็กในฝ่ามือ “ข้ารู้ว่าเจ้าจะปกป้องข้าได้”

ดวงตาคมกริบของอินทรีหนุ่มหดรัดอยู่ชั่วครู่ เมื่อได้ยินคำพูดที่สื่อถึงความมั่นใจในตัวเขา เขาได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างที่เริ่มปริร้าวในจิตใจ แต่ยังไม่มั่นใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร

ริมฝีปากหนาเม้มแน่น ก่อนจะตัดสินใจถอยห่างออกไปตั้งตัวเสียก่อน เขาวางข้าวของที่ซื้อมาข้าง ๆ ฮูหยิน ก่อนจะบอก “ประเดี๋ยวข้าไปซื้ออะไรมาให้เจ้าหมานี่กินก็แล้วกัน”

ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายอนุญาต เขาก็ลุกขึ้นยืนจ้ำอ้าวออกไปทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำ เฟิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาไกล ๆ

“อะไรของเขา?” นางพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะกลับมาสนใจบาดแผลหลายแห่งของร่างเล็ก “ข้าอยากรักษาเจ้านะ... แต่ข้าจะต้องทำยังไงหว่า?”

เฟิ่งเหยียนเอียงคอคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อเช้าที่นางปล่อยปราณออกมารักษาหัวเข่าของอิงชิงอวี่อย่างไม่รู้ตัว ฝ่ามือเรียบเนียนแบออกมา พยายามรวบรวมไอปราณบางอย่างในตัวที่ลอยกรุ่น ทว่าไม่อาจกลั่นออกมาเป็นลำแสงสีแดงได้

“เมื่อเช้า เราทำอะไรล่ะ? ก็แค่คิดว่าอยากจะรักษาเขาให้หายไม่ใช่เหรอ?”

สิ้นเสียง ไอปราณสีแดงก็ลอยกรุ่นขึ้นมาจากฝ่ามือ ดวงตาหงส์เบิกกว้างอย่างดีใจที่ทำได้อีกครั้ง ก่อนจะรีบคว่ำมือเหนือร่างเล็กที่นอนอ่อนแรง

ลำแสงสีแดงอบอุ่นปกคลุมบาดแผลที่ช้ำเลือดทั่วร่างกาย พริบตาเดียว รอยเขียวช้ำก็จางหาย บาดแผลที่เลือดแห้งกรังก็พลันผสาน กระดูกที่ร้าวเชื่อมติดด้วยกัน

เจ้าหมาน้อยเบิกตาโต มันขยับขาไปมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดขึ้นมาเลียแก้มนาง จนเฟิ่งเหยียนหลุดหัวเราะ “รู้แล้ว รู้แล้วว่าเจ้าดีใจ ข้าเองก็ดีใจเหมือนกัน!”

อินทรีหนุ่มเดินกลับมาพร้อมกับอกไก่ฉีกและนมจามรีที่ซื้อมาจากแผงร้านใกล้ ๆ ด้วยเขาไม่วางใจที่จะเดินออกไปซื้อไกล ๆ

ดวงตาคู่สวยมองร่างเล็กของเจ้าหมาน้อยที่กระโดดโลดเต้นอย่างไม่แปลกใจในพลังปราณรักษาของนาง ทว่าแววตาของเขาเข้มขึ้น เมื่อเห็นเจ้าหมานั่นแลบลิ้นเลียแก้มของฮูหยินของเขา!

มือหนาฉกวูบขยำหนังที่ต้นคอของเจ้าหมาน้อยให้ลงมายืนบนพื้น ก่อนจะวางอาหารที่เขาไปซื้อมาวางไว้ให้ตรงหน้า

หางสีขาวส่ายไปมาอย่างตื่นเต้น น้ำลายไหลหยดจากปากเล็ก ๆ ดวงตาสีฟ้าจัดจ้ากลมโตหันมามองนางราวกับต้องการคำอนุญาต เฟิ่งเหยียนหัวเราะแผ่วเบา

“เจ้าหมาน้อยนี่ หิวเพียงใดก็ยังดูมีมารยาทนะ” นางพยักหน้าให้เล็กน้อย เพียงเท่านั้น เส้นสายสีขาวก็พุ่งเข้าไปสวาปามอกไก่ฉีกและนมจามรีอย่างหิวโหย “เจ้าตะกละเอ๊ย!”

ในระหว่างที่เขากำลังก้มหน้ากินอกไก่ โดยใช้ขาหน้าเหยียบไว้ อิงชิงอวี่ก็ใช้ปราณในการตรวจสอบอีกฝ่าย พลางเอ่ยออกมา “พลังปราณของเขาน้อยมาก”

เฟิ่งเหยียนเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในโลกสัตว์อสูรนี้ หากผู้ใดที่เกิดมามีปราณไม่มากพอก็ไม่อาจจะแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ยังมิต้องเอ่ยถึงการฝึกปราณหรือทำกิจการใด ๆ เพื่อประทังชีพต่อไปเลย

สุดท้าย พวกเขาก็เป็นเพียงสัตว์จรที่ต้องแอบลักกินขโมยกินอยู่เช่นนี้...

มือเรียวลูบแผ่นหลังที่มองเห็นโครงกระดูกราง ๆ ขนสีขาวมอมแมมคลุกฝุ่น บางส่วนยังพันกันยุ่งเหยิงอีกด้วย ร่องรอยบาดแผลทั่วใบหน้าและลำตัว ทำให้พวกนางไม่อาจคาดเดาสายพันธุ์ของเขาได้

“มีอะไรที่เจ้าหมาพอจะกินได้บ้างไหม?” เฟิ่งเหยียนถาม พลางชะเง้อมองบรรดาถุงอาหารและขนมที่นางซื้อมา อิงชิงอวี่เปิดดูอาหารไม่กี่อย่างที่เจ้าหมาตะกละพอจะกินได้ จึงแบ่งแยกออกมาวางไว้ข้าง ๆ ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหมาน้อยกินเสร็จพอดี

ลิ้นสีชมพูตวัดเลียทำความสะอาดรอบปากอย่างอิ่มท้องในรอบหลายวัน มันยืนสี่ขาแกว่งหางไปมาอย่างอารมณ์ดี

เมื่อเห็นว่าเสร็จธุระแล้ว ทั้งเฟิ่งเหยียนและอิงชิงอวี่ต่างลุกขึ้นยืน หมาน้อยทำท่าจะเดินเตาะแตะตามหลังไปด้วย

“อย่าตามมาเลยนะ เจ้าเล็ก...” เฟิ่งเหยียนลูบหัวมันเป็นครั้งสุดท้าย “ข้าเองก็อยากเลี้ยงเจ้านะ... แต่ตอนนี้ ลำพังชีวิตของข้าเองยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย”

ดวงตาหงส์ของนางหม่นลง เมื่อนึกถึงภาพมารดาและแฝดน้องสาว เพียงลำพังตนเองและสามีอย่างอิงชิงอวี่ยังต้องคอยมองสีหน้าของผู้อื่น หากเอาเจ้าตัวเล็กนี่กลับไปด้วย...

เหอะ เหอะ... ไม่อยากจะคิด!

เฟิ่งเหยียนเดินนำอิงชิงอวี่ออกมา เสียงก้าวเดินของตัวเจ้าเล็กด้านหลังก็ดังขึ้น ครั้นพอนางหันกลับไปมอง เจ้าหมาน้อยก็หยุดเดินตาม พอนางลองเดินไปอีกหนึ่งก้าว เขาก็ก้าวหนึ่งก้าวแล้วหยุดลง

องค์หญิงหงส์ผู้สูงศักดิ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวมาชี้นิ้วไปที่ถุงอาหารข้างหลังเจ้าหมาน้อยที่อิงชิงอวี่วางทิ้งไว้ให้ “ก็ได้ ก็ได้... ฟังนะ เจ้าตัวเล็ก... ถ้าอยากจะตามมาก็ต้องกลับไปคาบถุงอาหารพวกนั้นกลับมาด้วย”

เจ้าหมามอมแมมเอียงหัวส่ายหางอย่างคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัววิ่งเหยาะ ๆ กลับไปคาบถุงอาหารนั้นทีละถุงจนเต็มปาก ครั้นหมุนตัวกลับมาอีกที

พี่สาวใจดีก็หายไปแล้ว!

เจ้าหมาน้อยที่อ้าปากค้างจนถุงอาหารร่วงจากปาก “!!!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 228 ชีวิตของข้า... ข้าขอเป็นคนลิขิตเอง! (จบ)

    “ท่านแม่จะไม่เข้าไปห้ามท่านพ่อและน้อง ๆ หน่อยเหรอเจ้าคะ?”เฟิ่งเหยียนมองดูภาพความวุ่นวายและอบอุ่นตรงหน้า นัยน์ตาสีทองส่องประกายระยิบระยับ แม้ในยามนี้ พวกเขาทุกคนจะเติบใหญ่เป็นถึงหัวหน้าเผ่าผู้ค้ำจุนใต้หล้า ทว่ายามเมื่ออยู่ต่อหน้านาง บุรุษทั้งสิบตนนี้กลับยังคงเป็นเพียงสามีขี้ดื้อและบุตรชายตัวแสบดังเดิมไม่เคยเปลี่ยนหงส์สาวหัวเราะแผ่วเบา เสียงกังวานใสปานกระดิ่งสวรรค์สะท้อนกลบเสียงเกลียวคลื่น “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพวกเขาเหนื่อยก็คงจะหยุดกันเอง”นางพูดพลางลุกขึ้นยืน สองปีกสีทองอร่ามสยายกางออกกว้าง เป็นสัญญาณว่านางกำลังจะโผบิน“ท่านแม่จะไปไหนหรือเจ้าคะ?” เฟิ่งจินร้องถามด้วยความตกใจ ด้วยช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงที่ท่านแม่จะพำนักอยู่ที่เผ่าครีบวารีอีกครึ่งเดือน ก่อนที่จะสลับหมุนเวียนไปพำนักที่เผ่าอื่นต่อเฟิ่งเหยียนคลี่ยิ้มละมุน นัยน์ตาสีทองทอประกายลึกซึ้งยามทอดมองทิวทัศน์ขอบฟ้าไกลที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสะท้อนกับขนนกสีทองอร่ามบนปีกคู่โตที่สยายออกกว้างจนเกิดเป็นรัศมีเรืองรองนางหันกลับมามองบุตรสาวคนโตที่ก้าวขึ้นมารับภาระอันหนักอึ้งต่อจากนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูม

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 227 ชีวิตที่วุ่นวาย

    เมื่อเส้นทางหัวหน้าเผ่าถูกบิดาของตนขจัดปัญหาและจัดเตรียมไว้ให้อย่างพร้อมสรรพ บรรดาบุตรชายของเฟิ่งเหยียนกับอิงชิงอวี่ ไป๋จิ่วถิง เสวียนม่อไห่ เฉินโม่ และชิงหลุนก็ได้เตรียมตัว เพื่อเข้ารับการทดสอบ เตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งต่อไปสำหรับเฟิ่งจิน บุตรสาวคนโตของนาง เฟิ่งเหยียนได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ในการรักษาผู้อื่นให้อย่างหมดสิ้น อีกทั้งยังชี้แนะถึงบรรดาสตรีเผ่าหงส์นางอื่น ๆ อีกด้วย เกี่ยวกับการเลื่อนระดับปราณ ไม่ว่าจะเป็นการให้อภัยหรือการให้ชีวิตแก่ผู้อื่นสิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดวิชาที่นางประสบมากับตัว มันอาจจะฟังแล้วดูง่าย แต่มิใช่ว่าทุกนางจะสามารถทำได้!ครั้นเห็นว่าเฟิ่งจินสามารถรับช่วงต่อ เพื่อดูแลเผ่าหงส์ได้แล้ว เฟิ่งเหยียนจึงได้ตัดสินใจสละตำแหน่งประมุข ยกลัญจกรหงส์และอำนาจทั้งหมดให้แก่นางก่อนที่เฟิ่งเหยียนจะผันตนเองมาเป็นนกน้อยพเนจร ออกท่องเที่ยวไปทั่วหล้าอย่างสำราญใจ โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นการหมุนเวียนไปพำนักตามเผ่าต่าง ๆ ของสามีและบุตรชายอย่างในวันนี้ เป็นช่วงหนึ่งเดือนที่นางต้องพำนักอยู่ที่เกาะเสวียนสือเต่าร่วมกับเสวียนม่อไห่“ท่านแม่!

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 226 เส้นทางของหัวหน้าเผ่า

    วันเวลาหมุนผ่านไปราวกระแสน้ำหลาก จากลูกสัตว์ตัวน้อยในวันนั้น เติบใหญ่กลายเป็นยอดสัตว์อสูรและผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าที่น่าเกรงขามในวันนี้หลังจากวันนั้นที่อิงชิงอวี่ ไป๋จิ่วถิง เสวียนม่อไห่ เฉินโม่ และชิงหลุนต่างแยกย้ายพาบุตรชายกลับเผ่า เพื่อฝึกปราณตามแบบฉบับของเผ่า รวมถึงการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าอย่างเป็นทางการด้วยปราณตะวันที่พวกเขาครอบครองอยู่สำหรับอิงชิงอวี่ ไป๋จิ่วถิง เสวียนม่อไห่ และชิงหลุนนั้น นับว่าเป็นการดำรงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าอย่างราบรื่น เนื่องจากอิงชิงอวี่รับตำแหน่งต่อจากบิดา ไป๋จิ่วถิงที่เป็นหลานชายของผู้อาวุโสไป๋ สายเลือดของตระกูลไป๋ สายพันธุ์วายุเหมันต์เพียงหนึ่งเดียว เหลี่ยวกังย่อมยินดียกตำแหน่งให้อย่างเต็มใจส่วนเสวียนม่อไห่ เสวียนอู่แห่งตระกูลเสวียน ไม่ว่าจะเป็นปราณตะวันหรือทรัพย์สินอันมั่งคั่งของตระกูล ล้วนแต่สมมงกับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าทั้งสิ้น สุ่ยตงเฉิงจึงส่งต่อให้อย่างไร้ปัญหา โดยเฉพาะชิงหลุนที่ท่านลุงหลงชางเฉินแทบอยากจะยกทั้งเผ่ามาประเคนให้ ครั้นเห็นชิงหลุนตอบรับสักที เขาก็ร้องไห้ดีใจไปสามวันสามคืนจนดวงตาแดงช้ำแต่คนที่มีปัญหามาก

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 225 ลูกตนที่ห้าและหก

    ล่วงเลยมาถึงวันที่แปด ไข่ฟองที่ห้าของเสวียนม่อไห่ก็ขยับเขยื้อนอย่างใจเย็น เปลือกไข่ค่อย ๆ ร้าว ปริแตกเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนที่ลูกเต่าดำตัวน้อยที่มีกระดองหินหยกวารีสีเขียวมรกตติดอยู่บนแผ่นหลังจะคลานต้วมเตี้ยมออกมาอย่างไม่รีบร้อนน้องน้อยตัวจิ๋วนั่งแปะอยู่บนแท่นฟัก หันมองหน้าพ่อแม่ด้วยสายตานิ่งสงบดั่งผู้ผ่านโลกมานานนับร้อยปี เสวียนม่อไห่ลูบศีรษะลูกชายตัวน้อยด้วยความภาคภูมิใจ“ไม่รีบร้อน มั่นคง และสง่างาม... สัญชาตญาณเสวียนอู่เด่นชัดยิ่งนัก เจ้าทำดีมาก... เจ้าห้า”เฟิ่งเหยียนส่งยิ้มอ่อนหวาน พลางอุ้มลูกเต่าเข้ามากอด “ยินดีต้อนรับนะ เสวียนฮั่นเจิ้น เจ้าห้าของแม่...”จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย... วันที่สิบแห่งการรอคอยอันแสนทรมานใจโรงฟักไข่ตกอยู่ในความเงียบสงัดระคนตึงเครียด โดยเฉพาะชิงหลุน อสรพิษหนุ่มผู้ปากแข็งและเย็นชา บัดนี้ใบหน้ารูปงามกลับเคร่งขรึมจนหน้าเขียวหน้าเหลืองนัยน์ตาคมกริบจับจ้องไปยังไข่ฟองสุดท้ายที่ยังคงนิ่งสนิทไม่ไหวติง ลิ้นสองแฉกของเขาเริ่มสั่นระริกด้วยความวิตกกังวลอยู่ภายในใจหนึ่งก็กลัวว่าลูกของตนจะเป็น

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 224 ลูกตนที่สอง สาม และสี่

    เมื่อเห็นชัด ๆ กับตาแล้วว่าไข่ฟองแรกคือลูกหงส์บริสุทธิ์ เหล่าสามีที่ยืนลุ้นจนตัวโก่งอยู่ด้านหลังก็พากันถอนหายใจยาว บ้างก็ยินดี บ้างก็แอบเสียดายลึก ๆ ก่อนที่ความสนใจของบรรพชนทั้งห้าจะแปรเปลี่ยนไปจ้องมองอีกห้าฟองที่ยังคงนิ่งสนิทมหากาพย์แห่งการคาดเดาและขัดขากันเองระหว่างสามีจึงเปิดฉากขึ้นทันที!อิงชิงอวี่ “เหอะ... ฟองแรกเป็นหงส์ก็ถูกครรลองแล้ว ทว่าฟองถัดไปในอีกสองวันข้างหน้า... ปราณของข้าคอยตรวจสอบอุณหภูมิอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันเริ่มสั่นไหวแล้ว บุตรคนรองย่อมต้องเป็นพญาอินทรีทองผู้เกรียงไกรอย่างแน่นอน!”ไป๋จิ่วถิง “เจ้าเอาอะไรมามั่นใจ? พี่ชายนก ข้าขยันมาเช็ดทำความสะอาดเปลือกไข่ฟองที่สามทุกเช้าค่ำ กลิ่นของข้าซึมลึกเข้าไปขนาดนั้น วันมะรืนนี้ ต้องเป็นหมาเก้าหางตัวน้อยขนฟูสิถึงจะถูก!”เสวียนม่อไห่ “ข้าโคจรปราณปกป้องรอบโรงฟักแห่งนี้ ความเย็นของปราณวารีของข้าซึมซับเข้าไปในไข่ฟองที่สี่มากที่สุด... ลูกเต่าดำย่อมกำเนิดในวันถัดไปอย่างไร้ข้อกังขา”เฉินโม่ “พวกเจ้าทั้งสามตนหยุดเพ้อเจ้อ... ลูกของข้าต่างหากที่จะฟักออกมาราย

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 223 ลูกตนแรกของนาง

    ทว่าหลังจากยอมรับเงื่อนไขนั้นไปได้เพียงไม่กี่เดือน... เฟิ่งเหยียนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย หลังจากที่หมอหลวงมาตรวจอาการ ก็รีบแจ้งข่าวดีว่านางกำลังตั้งครรภ์!ซึ่งนางดันมีอาการแพ้ท้องแบบที่ชวนให้บรรดาสามีพากันปวดหัว!อาการแพ้ท้องของหงส์สาวหาใช่การอาเจียนเวียนหัวธรรมดา ทว่านางกลับมีพฤติกรรมชอบจิกทึ้งข้าวของและเหม็นหน้าสามี โดยเฉพาะสามีผู้โชคร้ายอย่างไป๋จิ่วถิงที่โดนหนักกว่าสหายสามีตนอื่น!“ออกไปห่าง ๆ ข้านะ เสี่ยวจิ่ว” เฟิ่งเหยียนเบ้หน้าพลางยกมือขึ้นมาบีบจมูก เมินหน้าหนีไปอีกทาง “ข้าเหม็นกลิ่นสาบของเจ้าจะแย่อยู่แล้ว!”“พี่สาว! ข้ามิใช่ต้าวหมาเด็กที่ท่านรักที่สุดหรอกหรือ?” ไป๋จิ่วถิงทำหน้าหมาหงอย หูตก ทั้งเก้าหางลู่ลงติดดิน “ข้าเพิ่งไปอาบน้ำแช่น้ำปรุงบุปผามาตั้งสามรอบ กลิ่นหอมฟุ้งจนผึ้งจะตอมอยู่แล้วนะ ท่านเหม็นข้าได้ลงคอเชียวหรือ...”ครั้นเห็นว่าตัวต้นเหตุของกลิ่นสาบยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกไป เฟิ่งเหยียนที่เริ่มเวียนหัวอย่างหนัก ผสมกับอาการเมื่อยล้าของร่างกาย นางจึงได้คว้าหมอนขว้างใส่หน้าส

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 5 การแต่งงานที่แสนลำเอียง

    เฟิ่งเหยียนจับมืออิงชิงอวี่ลากตามทางเดินตามหลังสาวใช้ตรงมาที่ตำหนักเทียนเฟิ่งโหลว ซึ่งเป็นอาคารไม้สลักสามชั้นใจกลางเผ่าหงส์ ตัวตำหนักสร้างจากไม้สนหอมพันปีกลิ่นยางไม้รสหวานอบอวลประสานกับกลิ่นใบชาชั้นเลิศ เสาตำหนักแต่ละต้นถูกพันด้วยผ้าไหมทองคำและประดับด้วยขนนกยูงรำแพนที่สะท้อนแสงแดดยามเช้า

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 4 คนไม่ใช่... แค่หายใจก็ยังผิด

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบา ขัดจังหวะรื่นรมย์ของนางที่กำลังชื่นชมความมีชีวิตชีวาของหลากหลายสายพันธุ์ที่อยู่เบื้องล่าง“องค์หญิง... ท่านประมุขเรียกพบเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้นที่หน้าประตู เฟิ่งเหยียนจึงได้รู้สึกตัวเช้าหลังวันแต่งงานตามธรรมเนียมที่บ่าวสาวจะต้องไปยกน้ำชา

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 3 เวลคัมทูนิวเวิลด์!

    เรือนหงเหลียนของเฟิ่งเหยียนตั้งอยู่บนชะง่อนผาทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ตัดโค้งราวกับวงพระจันทร์ด้านหนึ่งบนยอดเขาที่สูงที่สุดในใต้หล้าณ เวิ้งผาชั้นบนสุดนี้คืออาณาเขตของเผ่าหงส์ผู้สูงศักดิ์ กิ่งก้านของต้นอู๋ถงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาแทรกซึมไปตามอาคารเรือน มองเห็นหลังคาเรือนของเหล่าชนชั้นสูงเรียงร

  • องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า   บทที่ 2 ปราณแห่งเผ่าหงส์

    ความทรงจำอีกระลอกสาดซัดเข้ามาในสมองของเฟิ่งเหยียน หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมทราบเรื่อง นางก็เสียใจหนักจนกระอักเลือด แม้จะรู้ว่ามารดาลำเอียง ทว่าก็ไม่คิดว่าจะลำเอียงถึงขั้นยอมทำผิดจารีตถึงเพียงนี้!ด้วยมารดาไม่รักและเพิกเฉยต่อนาง ในการเติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูเช่นนี้ จึงทำให้เฟิ่งเหยียนกลา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status