LOGINบทที่ 11
ถูกใจในชิงหลิง
ชิงหลิงมองตาเขานิ่งหลังจากที่ชายหนุ่มเอ่ยถามเช่นนั้น ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้นางลังเลอีกแล้ว พยักหน้ารับเบา ๆ เป็นการตอบตกลง
“ไปเจ้าค่ะ”
ตอนแรกเซี่ยจือหมินถามโดยไม่ได้คาดหวังสิ่งใด แต่พอหญิงสาวตอบตกลงกลับเป็นเขาเสียอีกที่ใจเต้นแรงขึ้น ในหัวนึกถึงมือเรียวที่ลูบไล้สัมผัสผิวกายตนก่อนหน้านี้
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้เดินทางไปเรือนหลังนั้น คนของเซี่ยจือหมินก็ขี่ม้าดัง ‘กรุบ กรุบ’ เข้ามาพร้อมตะโกนเรียกด้วยความร้อนใจ
“นายท่านเซี่ยขอรับ นายท่านเซี่ย!”
คนที่ซูชาส่งมาตามเซี่ยจือหมินเห็นม้าของเขากำลังกินหญ้าอยู่แถวนี้จึงคิดว่าเจ้านายหนุ่มคงอยู่แถวนี้ด้วยเช่นกัน ตะเบ็งเสียงเรียกในทันที
“ว่าอย่างไร!”
เซี่ยจือหมินยืนขึ้นเต็มความสูงทั้งยังให้การช่วยเหลือชิงหลิงลุกขึ้นจากพื้นด้วย ทั้งสองเดินลุยหญ้ามาหาผู้มาใหม่ ท่าทางอันร้อนใจของลูกน้องทำเอาหว่างคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันในทันที
“นายท่านเซี่ย ท่านอ๋องกับพระชายาหลัวเสด็จมาขอรับ ตอนนี้ประทับอยู่ที่จวน ท่านหัวหน้ารับเสด็จอยู่ขอรับ”
ไม่เหนือความคาดหมายของเซี่ยจือหมินนัก ทว่าเจ้าตัวก็ไม่คิดว่าสายข่าวของอีกฝ่ายจะรวดเร็วได้ถึงเพียงนี้
หากนับเวลาเดินทางของอ๋องหนานหนิงจิน เวลาที่สายข่าวรายงานไปถึงสองผู้สูงศักดิ์ก็ราว ๆ กับตอนที่เขาพาชิงหลิงไปเดินตลาด
ท่านอ๋องผู้นี้ มีสายข่าวในเมืองหลางไม่น้อยเลยสินะ
“นายท่านเซี่ยเจ้าคะ”
เซี่ยจือหมินหลุดออกมาจากความคิดของตนเองเมื่อได้ยินเสียงหวานปนเศร้าเอ่ยเรียก ดวงตาของนางที่ส่งมาถึงเขาช่างเศร้าหมองนัก ทำเอาชายหนุ่มต้องหันหน้าไปทางอื่นเลี่ยงไม่ให้ตนเองใจอ่อน
“เราต้องไปกันแล้ว จะช้าหรือเร็วก็ต้องมีวันนี้”
ว่าแล้วก็กระตุกแขนนางให้เดินตามเขาไปที่ม้า ชิงหลิงเดินตามอย่างว่าง่าย ทว่าก้มหน้าลงต่ำคอตก ท่าทางเศร้าหมองจนลูกน้องของเซี่ยจือหมินสงสารจับใจ
นายท่านของข้าใจแข็งยิ่งแล้ว
“ให้ข้าอุ้มเจ้า”
ชิงหลิงพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต เซี่ยจือหมินจึงอุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนหลังม้าโดยมีเขากระโดดขึ้นม้าตามมาติด ๆ
ท่าทางการนั่งม้าของชิงหลิงเป็นนั่งไพล่ขาไปด้านข้าง มีแขนแกร่งที่จะต้องบังคับเชือกม้าโอบรอบตัวนางเอาไว้ แนบชิดกันมากจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกระหว่างกัน
“นายท่านเซี่ยจะส่งชิงหลิงให้ท่านอ๋องจริง ๆ หรือเจ้าคะ”
เมื่อขี่ม้าลงจากทุ่งหญ้าได้ระยะหนึ่งแล้ว ชิงหลิงที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้น เซี่ยจือหมินบังคับตัวเองให้ไม่สบตานางด้วยไม่อยากเจ็บกลางหว่างอกเพราะสายตาเศร้าซึมนี้
“ในเมื่อตั้งใจไว้แล้ว รับปากไว้แล้ว เราก็ไม่อาจจะผิดคำพูด เว้นแต่เราจะมีภูติจากเผ่าวารีตนใหม่ไปถวายท่านอ๋องแทน”
“ภูติวารีตนใหม่หรือเจ้าคะ”
ชิงหลิงซ่อนใบหน้าลงต่ำ ดวงตาไหววูบ ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นหวังไว้ในใจว่านางจะแนะนำใครสักคนให้เขา ทว่า…
“เช่นนั้นก็ส่งมอบชิงหลิงให้ท่านผู้นั้นเถิดเจ้าค่ะ ในเมื่อนี่เป็นชะตาของชิงหลิงเอง ชิงหลิงก็ไม่คิดจะปัดภัยนี้ไปให้ผู้อื่นได้”
ยังจะห่วงผู้อื่นมากกว่าตัวเองอีก บทจะหัวดื้อขึ้นมาก็ทำได้ดีไม่แพ้ทำหน้าตาน่าสงสาร
เซี่ยจือหมินย่อมดูออกว่ากลยุทธ์เด็ดของนางคือการทำตัวให้น่าสงสาร และต่อให้จะทราบกลยุทธ์ของสาวงาม แต่เขาคิดว่าตนก็ตกหลุมพรางนางพอตัว
“แล้วเจ้าจะเสียใจที่เอ่ยเช่นนี้ออกมา”
“แล้วท่านเซี่ยจะเสียใจในภายหลังหรือไม่เจ้าคะ จะเสียใจหรือไม่หากต้องปล่อยชิงหลิงไปให้ผู้อื่น”
คำถามนี้เซี่ยจือหมินไม่ได้ตอบออกไป เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่อาจตอบออกไปได้จนกระทั่งประสบเหตุการณ์นี้
ณ จวนตระกูลเซี่ย
“ถวายพระพรท่านอ๋อง ถวายพระพรพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
ชิงหลิงพอจะทราบมารยาทการวางตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ ร่างงามย่อกายลงทำความเคารพสองผู้สูงศักดิ์หลังจากที่เซี่ยจือหมินได้กระทำแล้ว
“ท่านเซี่ยมิต้องมากพิธี เชิญนั่ง”
อ๋องหนานหนิงจินละสายตาจากชิงหลิงผายมือเชิญเจ้าของจวนให้นั่งลงบนเก้าอี้ได้ ด้วยความร้อนใจจึงเอ่ยถามถึงชิงหลิงในทันที
“นี่คือภูติจากเผ่าวารีใช่หรือไม่”
ด้วยมีความหลงใหลเรื่องภูติจึงศึกษามาอย่างแตกฉาน เขาทราบในทันทีว่าชิงหลิงมาจากเผ่าไหน ท่าทางถูกใจในแววตาของเขาทำให้เซี่ยจือหมินหวั่นใจ
เดิมทีคิดว่าท่านอ๋องผู้นี้จะสาดอารมณ์รุนแรงใส่ตน ทว่าเพียงแค่เห็นชิงหลิงเดินมาพร้อมตนเท่านั้น ใบหน้าที่ฉายความกรุ่นโกรธน้อย ๆ ของอ๋องหนุ่มพลันหายไป ชัดว่าเขา…
ถูกใจชิงหลิง!
100 : อยู่ด้วยกันจนดับสลายเมื่อเห็นว่าชิงหลิงซ่างจวินสังเกตเห็นตนแล้ว ร่างเล็กจ้อยขนาดเท่านิ้วโป้งที่อยู่ในชุดสีฟ้าน้ำทะเลก็กระโดดลงจากดอกบัวบานในมือลงมายังพื้น พริบตาเดียวเท่านั้นก็เปลี่ยนเป็นหนุ่มร่างสูง งามตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า“เป็นท่าน ใช่ท่านแน่ ๆ”รูปลักษณ์หน้าตาของบุรุษตรงหน้าไม่เหมือนเซี่ยจือหมินและหนานหนิงโยวหยา แต่ชิงหลิงซ่างจวินสัมผัสแก่นวิญญาณของอีกฝ่ายได้ ริมฝีปากสั่นระริกเดินเข้าไปใกล้ร่างสูง ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำ“จบแล้ว จากนี้เราไม่ต้องจากกันไปไหนแล้ว”ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มหวานก่อนที่จะดึงสาวงามตรงหน้าเข้าสู่อ้อมอก ริมฝีปากจุมพิตข้างขมับเล็กแล้วเอ่ยประโยคเดียวกันกับที่คนรักเอ่ยเมื่อครู่“ใช่ จากนี้เราไม่ต้องจากกันไปไหนแล้ว”ฮั่วเอ๋อร์ยกปีกขึ้นปิดตาเอาไว้ รู้สึกเขินอายแทนเจ้านาย แต่เมื่อคิดได้ว่าควรพาก้างขวางคอออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ เขาก็แปลงกายเป็นร่างเนื้อเอ่ยชวนเซียนผู้น้อยไปจากสระสัตตบงกช“เราไปจากตรงนี้เถิด ท่านทั้งสองคงอยากได้ความเป็นส่วนตัว”เซียนชั้นผู้น้อยรู้มารยาทดีจึงพยักหน้าตอบรับฮั่วเอ๋อร์แล้วเดินนำเขาออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้ชิงหลิงซ่างจวินดันอกแกร่งอ
99 : กลับมาแล้วฮั่วเอ๋อร์บินโฉบลงบนพื้นหินอ่อนของสวรรค์ชั้นนภาท่ามกลางสายตาของเทพเซียนชายหญิงการที่อสูรนกไฟกลายเป็นหงส์เพลิงได้ไม่ใช่เพราะแค่ทำพันธะสัญญาก็สามารถกลายเป็นหงส์เพลิงได้เลยแต่เป็นเพราะผ่านการจำศีลร่วมกันมานาน บารมีทัดเทียมกันจนสามารถกลายเป็นสัตว์เทพชั้นสูงได้ ความหมายคือเทพเซียนผู้เป็นเจ้าของพันธะกำลังเลื่อนขั้นขึ้นเป็นเทพในเร็ววันนี้“กลิ่นอายเซียนระดับนี้เพิ่งเลื่อนขั้นจากภูตมาเป็นแน่ เหตุใดจึงเลื่อนขั้นได้เร็วนัก ข้ามจากเซี้ยเซียนกับซ่างเซียนเป็นซ่างจวินได้ อีกไม่นานคงได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นเสิ่นจวินแน่”สวรรค์มีลำดับชั้น เริ่มจากเซี้ยเซียน [1] ซ่างเซียน [2] ซ่างจวิน [3] เสิ่นจวิน [4] ซ่างเสิน [5] เหนือไปกว่านั้นคือเทียนจวิน [6] ตี้จวิน [7] สัจจเทพ [8] และเทพบรรพกาล [9]“นั่นมิใช่ธิดาแห่งเผ่าวารีหรือ ก็ไม่แปลกหากนางจะข้ามขั้นจากเซี้ยเซียนมาเป็นซ่างจวิน”ชิงหลิงซ่างจวินได้ยินคำพูดของซ่างเซียนเหล่านั้นชัดนางไม่สนใจจะแนะนำตัวเองกับใคร มุ่งหน้าขึ้นบันไดกว่าสามร้อยขั้นพร้อมกับฮั่วเอ๋อร์ในร่างขนาดย่อส่วนเพื่อขึ้นไปยังตำหนักของเทพชั้นสูงเทพแห่งดวงชะตาและเฒ่าจันทราอยู่ในตำแห
98 : หวนคืนสู่สวรรค์อีกครั้งห้าสิบปีผันผ่านบางจิตวิญญาณได้ดับสลายไม่อาจเวียนว่ายตายเกิด บางจิตวิญญาณเร่่ร่อนกลายเป็นวิญญาณไร้ที่ไป บางดวงจิตวิญญาณได้มาเกิดใหม่ในสถานที่ดีกว่าเดิมไม่ก็แย่ลงเพราะผลกรรมในอดีตชาติแต่ก็มีจิตวิญญาณที่ร่างเนื้อดับสลายพร้อมกับดวงจิตที่พุ่งขึ้นคืนสู่สวรรค์ กลับไปสู่สถานที่ซึ่งให้กำเนิดตนมานานเกือบสองร้อยปี“ยินดีต้อนรับธิดาวารีหวนคืนสู่สวรรค์ชั้นบาดาลเจ้าค่ะ”ทันทีที่ร่างงดงามในชุดบางเบาพริ้วไหวไปกับสายลมและผิวน้ำลุกขึ้นมานั่ง เหล่าสตรีมากมายในสถานะภูตก็ทำการเคารพเซียนองค์ใหม่แห่งสวรรค์ชั้นบาดาลชิงหลิงซ่างจวิน!ซ่างจวินคือเซียนชั้นสูงที่มีดินแดนปกครองตัวเอง ชิงหลิงซ่างจวินมีเผ่าวารีในสวรรค์ชั้นบาดาลเป็นดินแดนปกครองที่ว่า“ไม่ได้เจอกันนานสบายดีใช่หรือไม่”น้ำเสียงแว่วหวาน ใบหน้าอ่อนหวานงดงามจนแทบหยุดลมหายใจผู้ที่พบเห็นปรากฏรอยยิ้มบางเบาเพราะดวงตาของนางดั่งมีน้ำคลออยู่ในดวงตาตลอดเวลา คนถูกมองจึงรู้สึกว่ากำลังได้รับสายตาแห่งความรักจากชิงหลิงซ่างจวิน“พวกเราสบายดีเจ้าค่ะ ยามนี้ซ่างจวินรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ ตอนนี้ท่านฮั่วเอ๋อร์กำลังบินวนอยู่เหนือน่านน้ำ ให้เร
97 : ความจริงทั้งหมดเพราะพระสวามีของนางได้รับตำแหน่งใหม่เป็นองค์รัชทายาท เล่อเวยจึงย้ายจากจวนเต้าเต๋อมายังตำหนักบูรพา ภายในเดือนแรกของการอภิเษก สถานะของนางก็เปลี่ยนเป็นว่าที่มารดาแห่งแผ่นดินแล้วยามนี้เล่อเวยนั่งอยู่ในห้องบรรทมใหญ่นั่งอ่านตำราที่โต๊ะเขียนหนังสือ ขณะนั้นเองฮั่วเอ๋อร์ก็บินผ่านหน้าต่างเข้ามา ในปากคาบบางอย่างเอาไว้ด้วย“พี่สาวขอรับ ฮั่วเอ๋อร์ได้รับสารจากองค์ชายใหญ่ขอรับ”ใบหน้างดงามฉายรอยยิ้มในทันที ตอนแรกนางกำลังหาอะไรทำแก้เบื่อ เมื่อจะได้ตอบจดหมายพี่ชายแบบยาวเหยียด นางจึงรู้สึกตื่นเต้น รับจดหมายมาเปิดอ่านทันทีโดยมีฮั่วเฮ๋อร์ที่อ่านตัวอักษรออกแล้วยืนมองข้อความในกระดาษอยู่ข้าง ๆเมื่ออ่านจดหมายจบ เล่อเวยก็เงยหน้าขึ้นมองฮั่วเอ๋อร์ในทันที ผู้ที่เอ่ยขึ้นมาก่อนคือฮั่วเอ๋อร์“ไม่คิดว่าซื่อจื่อจะรักพี่สาวถึงเพียงนี้ ถึงขั้นยอมแต่งกับนางเลยหรือขอรับ”เล่อเวยเองก็พูดไม่ออก เรื่องแต่งงานสำหรับนางคือเรื่องใหญ่ ในใจตั้งคำถามว่าเขารักนางมากเพียงใดถึงได้แต่งงานกับสตรีที่ตนไม่ได้รัก เพราะกลัวว่าสตรีผู้นั้นจะมาเป็นพระชายารองสามีของสตรีที่ตนรักอะ ปวดหัว!“พี่สาว น้ำตาพี่สาวไหลแล้วขอรับ
96 : เหนือการคาดหมายซูซูเนี่ยนเดินมายังโต๊ะที่ชุนชูถงนั่งรออยู่ด้วยใจที่เต้นตูมตาม ทว่ายังควบคุมตัวเองได้ดีโดยไม่แสดงอาการตื่นเต้นให้ชายหนุ่มเห็นเลยสักนิด“ซื่อจื่อ”นางย่อกายลงทำความเคารพเขาซึ่งชุนชูถงก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับพร้อมผงกศีรษะทักทายกลับ“คุณหนูซู เชิญนั่ง”รอยยิ้มบนใบหน้าซูซูเนี่ยนหายไปในทันที เพราะเมื่อวานนี้ชุนชูถงเพิ่งเรียกนางด้วยความสนิทสนมว่า ‘ซูเนี่ยน’แต่พอวันนี้กลับมาเรียก ‘คุณหนูซู’ นางจึงไม่อาจรักษารอยยิ้มบนใบหน้าได้อีกต่อไป“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดซื่อจื่อจึงกลับมาเรียกซูเนี่ยนเช่นนี้อีกแล้ว หรือว่าซูเนี่ยนทำอันใดผิดไปหรือไม่”ชุนชูถงส่ายหน้าไปมา“คุณหนูซูมิได้กระทำสิ่งใดผิด เป็นชูถงที่ผิดต่อคุณหนูซูแล้ว หลายวันที่ผ่านมานี้คิดว่าตนเองจะทำใจให้ชอบคุณหนูได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ จำต้องพูดกับคุณหนูซูในวันนี้ให้ชัดเจนแล้ว”หญิงสาวโดนคำพูดของเขาทำให้แน่นิ่งไปแล้ว ในใจคิด…จะรักจะชอบข้าต้องใช้คำว่า ‘ทำใจ’ เชียวหรือ“เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเหตุใดจึงคิดว่าตนจะชมชอบซูเนี่ยนไม่ได้เจ้าคะ องค์หญิงก็อภิเษกไปแล้ว ซื่อจื่อยังคิดฝันเรื่องใดอยู่”ประโยคคำถามนี้ทำเอาชุนซือหนิงพยักห
95 : รับราชโองการเล่อเวยเห็นสวามีคุกเข่านิ่ง ไม่ออกไปห้องโถงเพื่อรับราชโองการตามที่หลิวกงกงเอ่ยนาม นางก็สะกิดเขาเบา ๆ ให้ลุกไปรับราชโองการตรงกลางห้องโถงเมื่อนั้นขันทีจึงได้เปิดม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองออกแล้วอ่านในสิ่งที่อยู่บนกระดาษประทับตราราชลัญจกร“ด้วยอ๋องหนานหนิงโยวหยาจัดการดูแลเมืองเค่อได้เจริญก้าวหน้า สามารถจัดการขุนนางผู้ทุจริตและควบคุมขุนนางน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเห็นสมควรแต่งตั้งอ๋องหนานหนิงโยวหยาขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เสด็จขึ้นครองราชย์ได้ทันทีเมื่อรัชกาลปัจจุบันสวรรคต จบราชโองการ”สิ้นขันทีประกาศก้าว ภายในท้องพระโรงพลันตกอยู่ในความนิ่งเงียบ เล่อเวยขยับกายมายืนข้างสวามีก่อนที่จะกระซิบบอกให้อีกฝ่ายรับราชโองการ“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”มือหนายื่นมือออกไปรับม้วนพระราชโองการจากหลิวกงกง เมื่อไร้ร่างหลิวกงกงบดบังเสด็จปู่ของตนแล้วเขาจึงเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายชรายามนี้ชินอ๋องต้องโทษ เว่ยหวางถูกถอดถอนฐานันดรศักดิ์ ยามนี้คนที่เหมาะสมจะเป็นองค์รัชทายาทมากที่สุดก็คืออ๋องหนุ่มแล้ว ดังนั้นเหล่าขุนนางจึงกล่าวแสดงความยินดี ยังไม่คิดแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในตอ







