مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: ลูกปลา
ถงเจากัดริมฝีปากแน่น จนกระทั่งได้กลิ่นเลือดคาวในปาก

งั้นแค่เพราะไม่อยากให้หลินหว่านถังต้องอับอาย เธอก็ต้องกลืนความเจ็บพวกนี้ลงไปงั้นเหรอ

“ฉันจะต้องแจ้งความ”

เซี่ยเหวินโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบสมุดเช็คออกมา “ถ้าเธอยืนยันจะเอาเรื่อง งั้นฉันจะชดใช้แทนพวกเขาเอง”

เสียงปลายปากกาขีดลงบนกระดาษเช็คดังแผ่ว ๆ ในห้องผู้ป่วย ทุกครั้งเหมือนกำลังเฉือนหัวใจของถงเจาอย่างช้า ๆ

ตอนที่เขาเขียนตัวเลขแรก เธอกัดปากแน่น เลือดค่อย ๆ แผ่ในปาก

เขาเห็นว่าเธอไม่รับ จึงคิดว่าไม่พอ แล้วฉีกแผ่นนั้นทิ้ง เขียนใหม่อีกครั้ง

ครั้งแล้วครั้งเล่า

จำนวนเงินบนเช็คเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนเมื่อกระดาษเช็คที่เขียนว่า “ห้าร้อยล้าน” ถูกยื่นมาตรงหน้า เธอก็พลันนึกถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน

ตอนนั้นพวกเขาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ แค่สิบตารางเมตร เขากลับมาตอนตีสามตัวเปียกไปทั้งตัว แต่ยังยิ้มแล้วกอดเธอไว้แน่น

“เจาเจา ฉันจะต้องหาเงินให้ได้ห้าร้อยล้านบาท ให้เธอไม่ต้องลำบากอีกต่อไป”

คำสัญญานั้นเป็นจริงแล้ว แต่กลับกลายเป็นในรูปแบบนี้

เขาเขียนห้าร้อยล้านได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เธอ “ยอมปล่อย” คนที่เคยเหยียบเธอลงกับพื้น

“ห้าร้อยล้านบาท พอไหม” เขายื่นเช็คมาอีกครั้ง

ถงเจาสั่นมือรับกระดาษบางเบานั้น แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา

หัวเราะไป หัวเราะมา น้ำตาก็ไหลลงมา ตกใส่เช็คจนหมึกเลอะ

“พอแล้ว” เสียงเธอแหบจนแทบไม่ใช่เสียงตัวเอง “เซี่ยเหวินโจว คำสัญญาของคุณในวันนั้น… ในที่สุดก็เป็นจริงแล้วนะ”

เขาชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้ว เหมือนจะไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร

เขาจะเข้าใจได้ยังไง

ผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่นในห้องเช่าเก่า ๆ แล้วบอกว่าจะหาเงินห้าร้อยล้านบาทให้เธอมีชีวิตดีขึ้น คนนั้น…ได้ตายไปแล้ว

ตายไปอย่างหมดจด ไม่เหลือแม้เศษซาก

หลังจากวันนั้น เซี่ยเหวินโจวก็ไม่มาที่โรงพยาบาลอีกเลย

แต่ทุกวันตอนสิบโมงเช้า ผู้ช่วยของเขาจะเข้ามาอย่างตรงเวลา ถือกล่องของบำรุงร่างกายมาให้

วันนี้เป็นรังนก เมื่อวานเป็นถั่งเช่า วันก่อนเป็นคอลลาเจนนำเข้า

“คุณเซี่ยให้ผมมาบอกว่า ช่วงนี้เขางานยุ่งมากครับ” ผู้ช่วยยืนข้างเตียง น้ำเสียงสุภาพแต่ห่างเหิน “ให้คุณพักผ่อนดี ๆ”

ถงเจาพยักหน้า สายตามองไปที่ของพวกนั้นบนโต๊ะข้างเตียง

โลโก้สีทองบนกล่องสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เหมือนชีวิตของเซี่ยเหวินโจวในตอนนี้ ที่เจิดจ้าจนแตะไม่ได้

ผู้ช่วยจากไป เธอเปิดโทรศัพท์ แล้วเห็นไทม์ไลน์ของหลินหว่านถังอัปเดต

ภาพถ่ายคือเธอเอนอยู่บนไหล่ของเซี่ยเหวินโจว ฉากหลังเป็นทะเลสีครามที่มัลดีฟส์

แคปชั่นเขียนว่า “ขอบคุณคนบางคนที่สละเวลามาอยู่กับฉันในวันที่ยุ่งมากนะคะ~”

ถงเจาจ้องอยู่นาน จนตาเริ่มแสบ

ที่เขาบอกว่า “ยุ่ง” แท้จริงแล้ว คือยุ่งพาอีกคนไปพักผ่อนที่มัลดีฟส์

เธอกำลังจะปิดหน้าจอ จู่ ๆ ข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

"เรียนคุณถงเจา วีซ่าของท่านได้รับการอนุมัติแล้ว หนังสือเดินทางจะเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ กรุณานำบัตรประชาชนไปรับในเวลาทำการ"

เธออ่านซ้ำไปสามรอบ แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา

หัวเราะไป น้ำตาก็ไหลลงมาทับหน้าจอจนตัวหนังสือ “อนุมัติแล้ว” เบลอหายไป

ในที่สุด… ทุกอย่างก็จะจบลงแล้ว

เธอไม่ต้องนับเวลารอเขากลับบ้านอีก ไม่ต้องนั่งกินข้าวเย็นเย็นชืดคนเดียวกลางดึก ไม่ต้องทนสายตาดูแคลนของคุณนายเซี่ยอีกต่อไป

และที่สำคัญที่สุด

คือในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยตัวเอง ที่เคยยืนอยู่กับความทรงจำ แล้วค่อย ๆ พังทลายลงทีละนิด

วันถัดมาตอนเที่ยง ถงเจาออกจากโรงพยาบาล และรีบไปศูนย์วีซ่ารับพาสปอร์ตกับตั๋วเครื่องบิน

พอกลับมาถึงวิลล่า เธอเห็นเซี่ยเหวินโจวกับหลินหว่านถังกำลังคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น และมีบอดี้การ์ดกำลังขนกระเป๋าไปยังห้องรับรอง

เมื่อเห็นเธอกลับมา ทั้งสองหันมามองพร้อมกัน

เซี่ยเหวินโจวหลุบตาลงเล็กน้อย แล้วอธิบาย “พ่อแม่ของหว่านถังไปเที่ยวต่างประเทศ เธออยู่บ้านคนเดียวแล้วกลัว เลยมาพักที่นี่สักพัก ตระกูลเซี่ยกับตระกูลหลินเป็นเพื่อนกัน แล้วยังมีงานร่วมกัน ฉันควรดูแลเธอ”

จริง ๆ แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายกับเธอเลย

เพราะจากวันนี้ไป พวกเขา…ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว

ถงเจาพยักหน้า แล้วหันตัวขึ้นชั้นบน

“อ้อ” หลินหว่านถังเรียกเธอไว้ “เดี๋ยวมีละครเวที ฉันกับเหวินโจวจะไปดูด้วยกัน คุณถงจะไปด้วยไหมคะ”

ถงเจายังไม่ทันตอบ เซี่ยเหวินโจวก็พูดแทน “มือเธอยังเจ็บอยู่ อยู่พักผ่อนที่บ้านดีกว่า อีกอย่าง เธอก็ไม่เข้าใจพวกนี้หรอก”

ถงเจาหยุดเดิน หันกลับมายิ้มบาง ๆ สีหน้าซีดจาง “ใช่ ฉันไม่เข้าใจหรอก”

หลังจากพวกเขาออกไปไม่นาน ถงเจาก็เก็บของเสร็จ

เธอยืนอยู่กลางห้องนอน กวาดตามองห้องที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง วันนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า

บนโต๊ะยังมีรูปถ่ายใบนั้น เซี่ยเหวินโจวมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ราวกับทั้งโลกมีเพียงเธอคนเดียว

ถงเจาลูบกรอบรูปเบา ๆ แล้วคว่ำมันลงบนโต๊ะ

เธอเดินไปที่ประตู วางกุญแจไว้บนตู้ทางเข้า แล้วค่อย ๆ ปิดประตูลง

คืนที่ฝนตกหนักเมื่อสามปีก่อน เธอพาเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือดคนหนึ่งจากตรอกออกมา มันเหมือนเธอได้เก็บดาวตกดวงหนึ่งกลับมา

แต่สามปีต่อมา วันนี้ เธอถือกระเป๋าเดินทางจากไปอย่างเงียบ ๆ

แสงไฟในวิลล่าค่อย ๆ มืดลง เหมือนดาวดวงนั้น ไม่เคยส่องสว่างในชีวิตของเธอเลยตั้งแต่แรก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 23

    ตระกูลเซี่ย หนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีระดับต้น ๆ ของไห่เฉิง ล่มสลายลงในชั่วข้ามคืนผู้กุมอำนาจของกลุ่มบริษัทเซี่ยถูกควบคุมตัวไปสอบสวน จากข้อหาลักพาตัวและกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงคดีอาญาอื่น ๆ อีกมากมาย และยังโยงไปถึงคดีข่มขืนเมื่อห้าปีก่อนท้ายที่สุด เซี่ยเหวินโจวถูกตัดสินจำคุกสิบปี ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีกคนถูกตัดสินจำคุกสามปีในข้อหาจ้างวานทำร้ายผู้อื่น แต่เนื่องจากการกระทำไม่สำเร็จ อีกทั้งตัวผู้กระทำก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีอาการทางจิต จึงเปลี่ยนโทษเป็นรอลงอาญา โดยแลกกับการต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชเซี่ยเหวินโจวยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยมีเพียงเงื่อนไขเดียว คือขอพบถงจาวอีกครั้งลังเลอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตกลงไปพบเพียงแต่เธอไม่ได้ไปคนเดียวในห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง กระจกกันเสียงหนาทึบกั้นทั้งสองฝั่งเอาไว้ ถงจาวรับสายโทรศัพท์ เสียงที่ผ่านเครื่องออกมาฟังดูแปลกไป จนทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะเรื่องราวมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรนะ“จาวจาว”ตั้งแต่ถูกจับจนถึงวันตัดสินคดี เวลาผ่านไปไม่นานนัก เพียงไม่กี่เดือน แต่เมื่อทั้งสองมองหน้ากัน กลับรู้สึกราวกับผ่านมาหลายชาติภพถงจาวไม่

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 22

    “เซี่ยเหวินโจว นายไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”เสียงของถงเจาไร้อารมณ์ เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง แทงเข้าร่างเขาจนชะงักเสียงหลินหว่านถังทะลุออกมาจากห้องใต้ดิน ดังแสบแก้วหูอย่างชัดเจน“เซี่ยเหวินโจว นายจะแก้แค้นแทนเธอ คนที่ควรตายที่สุดคือแก!”เลือดในตัวเขาเย็นลงทีละนิด เขาอยากแกล้งไม่ได้ยิน อยากหนี แต่ถงเจายกมือแตะแก้มเขา ทำให้เขาหยุดแสงลอดหน้าต่างเล็ก ๆ เข้ามา แต่ไม่อาจไล่ความมืดในห้องใต้ดินออกไปได้เธอปล่อยมือ ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปเสียงของเธอชัดทุกคำ ต่อให้ไม่อยากฟัง มันก็ดังเข้าไปในโสตประสาทอยู่ดี“เธอพูดถูก ถ้าจะล้างแค้นแทนฉัน คนที่ควรตายที่สุดคือนาย ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้า พวกนั้นจะเกลียดฉันไปทำไม เพราะในสายตาพวกนายคนจนแบบฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ”“คนที่พาฉันเข้าวงนี้คือนาย คนที่ยังให้ฉันเป็นแฟน แต่ไปยุ่งกับคนอื่นก็คือนาย คนที่ปล่อยให้พวกเขารังแกฉัน…ก็ยังเป็นนาย”“ เซี่ยเหวินโจว ทั้งหมดมันเริ่มจากนาย”เขาอยากปฏิเสธอยากบอกว่าไม่ใช่ อยากบอกว่าเขารักเธอ แต่ภาพในอดีตผุดขึ้นทีละฉาก ๆ ในหัวของเขาเมื่อคิดย้อนไปเมื่อห้าปีก่อน เขาที่เคยรำคาญเธอ กล่าวหาเธอตามเขา ทำร้ายหลินหว่านถังเขาที่ในยาม

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 21

    ถงเจาถูกคนรับใช้พยุงออกไป ในชั่วพริบตา ห้องใต้ดินก็เหลือเพียงเซี่ยเหวินโจว หลินหว่านถัง และชายคนนั้นหลินหว่านถังมองเขาด้วยความหวาดกลัว ราวกับมองปีศาจ“เซี่ยเหวินโจว นายบ้าไปแล้วเหรอ?! นายมันคนเสียสติ! ไม่กลัวเวรกรรมบ้างเลยหรือไง?!”เสียงเธอแหบพร่า ราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมานาน ทั้งยังแฝงความอ่อนแรงเซี่ยเหวินโจวมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกเดินเข้ามา บีบคางเธอ มองความหวาดกลัวในตาแล้วหัวเราะออกมา“เวรกรรมงั้นเหรอ ฉันจะกลัวอะไร พวกเธอทำเรื่องพวกนั้น ยังไม่เคยคิดถึงคำนี้ ตอนนี้จะมาพูดอะไรกับฉัน?”เมื่อได้ยินแบบนี้ หลินหว่านถังชะงักไปเรื่องพวกนั้น? เรื่องอะไร?เมื่อคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิด เธอรีบเค้นน้ำตา ทำท่าทางน่าสงสารต่อหน้าเขา“เหวินโจว นายเข้าใจผิดหรือเปล่า? ใครทำอะไร ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ!”เสียงเธอสั่น แต่ยังฝืนกล้า ทว่าในวินาทีถัดมา เธอถูกผลักออกอย่างแรง เขาหยิบผ้าเช็ดมือมาเช็ด เหมือนเพิ่งแตะของสกปรกความอับอายและโกรธพุ่งขึ้น แต่สภาพเธอแย่เกินกว่าจะกล้าเถียงหลินหว่านถังคิดถึงปฏิกิริยาของเขามาหลายแบบ แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะเดือดดาลขนาดนี้สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและความเ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 20

    ข่าวว่าลูกหลานสี่ตระกูล "จาง หลี่ เฉิน หวัง" ถูกทำลายมือขวาอย่างโหดร้ายแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและในวันเดียวกัน ขณะที่ถงเจากำลังจะไปทำงานตามปกติ เพิ่งขึ้นรถ เธอก็หมดสติไปทันทีพอตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่าห้องที่ตัวเองอยู่ เต็มไปด้วยความคุ้นเคยเธอคิดอยู่นาน จึงนึกออกว่าเป็นห้องที่เธอเคยอยู่ตอนที่เซี่ยเหวินโจวพาเธอกลับตระกูลเซี่ยเมื่อห้าปีก่อนแบบนี้ คนที่วางยาพาเธอมาที่นี่ ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นใครเธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ดึงดู ก็พบว่าถูกล็อกจากด้านนอก เปิดไม่ได้“คุณถง ตื่นแล้วเหรอคะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวพวกเราจะไปเรียกคุณผู้ชาย”ยังไม่ทันที่ถงเจาจะตอบ เสียงฝีเท้าก็วิ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็วเธอมองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีทางออกไหนเลย สุดท้ายก็เลือกนอนลงเฉย ๆเธออยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรถงเจาไม่ได้รอนาน แค่นั่งพักเดียว ประตูก็ถูกเปิดออก เซี่ยเหวินโจวในชุดสูทเดินเข้ามาเห็นเธอนั่งนิ่งอยู่ในห้อง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวคนเดิม ห้องเดิม ถ้าไม่เตรียมใจมาก่อน บางทีภาพนี้คงทำให้เขานิ่งไปอีกครั้ง“เจาเจา…”เขาเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอหันกลับมาด้วยดวงตาไร้อารมณ์แต่เขาเหมือนไม่เ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 19

    ถงเจากับเวินฉีหลินรู้จักกันเมื่อห้าปีก่อนตอนนั้น เธอเพิ่งไปถึงอังกฤษแม้จะไม่ถึงกับใช้ชีวิตลำบาก แต่เพราะภาษาไม่คล่อง บวกกับต้องอยู่คนเดียวห่างไกลบ้าน ช่วงเวลาหนึ่งเธอจึงสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรดีเวินฉีหลินเป็นคนจีนคนแรกที่เธอได้พบหลังจากสนิทกันมากขึ้น เขาเคยบ่นเธอด้วยซ้ำว่า อยู่ในอังกฤษมาตั้งหลายปี เพิ่งเคยเจอคนที่ทั้งภาษาก็พูดไม่ได้ ไม่มีแผนชีวิต แถมไม่มีแม้แต่ความมุ่งมั่น แต่กลับกล้ามาคนเดียว อยู่ตั้งสองเดือนแล้วยังคุยพื้นฐานไม่ได้แต่เธอโชคดี ที่ได้เจอเวินฉีหลินในช่วงที่เขาตกต่ำที่สุดต่อมาทั้งสองจึงตกลงกัน เธอจ้างเขาด้วยเงินก้อนหนึ่ง ให้มาเป็นไกด์ส่วนตัวสอนภาษาอังกฤษ สอนทุกอย่างที่ต้องใช้ในอังกฤษเห็นเธอไร้จุดหมาย ก็ช่วยเธอค้นหาความสามารถและความฝันของตัวเองมือขวาของเธอบาดเจ็บ วาดรูปไม่ได้ เขาก็อยู่ฝึกมือซ้ายกับเธอ จากตอนแรกที่เขียนยังเบี้ยว ๆ จนค่อย ๆ คล่องขึ้นและสุดท้าย ก็สามารถวาดแบบออกแบบได้อย่างสมบูรณ์ด้วยมือซ้ายจะบอกว่า ถงเจาจะกลายเป็นถงเจาในวันนี้ได้ ก็เพราะการอยู่เคียงข้างของเวินฉีหลินในช่วงแรกก็ไม่ผิดแต่เธอไม่เคยคิดว่า เวินฉีหลินจะชอบเธอตอนที่ถู

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 18

    ถงเจาคิดว่าหลังจากวันนั้น เธอคงไม่ได้เจอเซี่ยเหวินโจวไปอีกนานแต่แค่สองวันต่อมา เธอก็เห็นเขาอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านเธอกดความรำคาญในใจลง ฝืนส่งข้อความหนึ่งไปก่อน แล้วเดินเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย แต่ยังคงเว้นระยะ “มาทำอะไรคะ?”เขาเหมือนไม่เห็นความรำคาญของเธอ สีหน้าถ่อมตัวเหมือนคนที่รักแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง รีบอยากพิสูจน์ความจริงใจ“เจาเจา…”เสียงเขาแหบเล็กน้อย เส้นเลือดแดงในตาเด่นชัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตากลับไม่มีความอ่อนล้าเลย มีแต่ความดีใจเหมือนกำลังมาขอคำชมแต่เสียดาย เธอไม่คิดจะรับมัน“ท่านประธานเซี่ย เรียกฉันว่าคุณถงดีกว่า อย่างน้อยความสัมพันธ์ของเราก็ยังไม่ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นได้”น้ำเสียงเย็นชาของเธอ เหมือนสาดน้ำเย็นใส่เขาเซี่ยเหวินโจวอ้าปาก ความอึดอัดและความเสียใจอัดแน่นอยู่ในอก ผ่านไปนาน เขาก็ฝืนยิ้มออกมา “เจาเจา ต่อให้เธอไม่ยอมรับ เธอก็ลบอดีตระหว่างเราไม่ได้ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธฉัน แต่ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าฉันรู้ว่าฉันผิดจริง ๆ”“คนที่เคยรังแกเธอ ฉันจะให้พวกเขาชดใช้ทั้งหมด ส่วนหลินหว่านถัง เธออยากให้เธอลงเอยแบบไหน ก็ให้เป็นแบบนั้น ดีไหม?”เขาอยากเข

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 6

    ในตอนนั้นเอง เจ้าภาพงานก็ประกาศเกมเล็ก ๆ ขึ้นมาคู่รักขึ้นเวทีบรรเลงเปียโนร่วมกัน ผู้แสดงที่ดีที่สุดจะได้รับชุดเครื่องประดับล้ำค่าเป็นรางวัล“ชุดนั้นสวยจัง!” หลินหว่านถังตาเป็นประกาย ดึงแขนเสื้อเซี่ยเหวินโจวแล้วอ้อน “เหวินโจว อีกไม่นานก็วันเกิดฉันแล้ว คุณกับคุณถงช่วยคว้าชัยชนะให้ฉันได้ไหม?”บรรดา

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 5

    ถงเจาก้มตาลง เอ่ยโกหกออกไป “คุณป้ามาเยี่ยมฉัน ฉันก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้ท่านกลับไปก่อนค่ะ”คุณนายเซี่ยเห็นดังนั้น ก็รีบแสร้งถามไถ่อาการ 2-3 ประโยค ก่อนจะอ้างว่ามีธุระแล้วจากไปในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคน“เรื่องก่อนหน้านี้…” เซี่ยเหวินโจวเดินมาข้างเตียง น้ำเสียงแข็งเล็กน้อย “อุบัติเห

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 2

    ถงเจากลับบ้านเพียงลำพังพอกลับไป เธอก็เปิดตู้ยาในห้องนั่งเล่น ทำแผล ฆ่าเชื้อ ทายา และพันแผลให้ตัวเองบาดแผลแผ่ความเจ็บแสบละเอียด ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังกัดกินตอนหันตัวจะขึ้นชั้นบน เธอเผลอเหลือบไปเห็นแกรนด์เปียโนตรงมุมห้องนั่งเล่นนั่นคือสิ่งที่เซี่ยเหวินโจวซื้อหลังจากความจำกลับมา บอกว่าจะสอนเ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 1

    “ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป” คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน” แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status