All Chapters of อดีตไม่อาจย้อนคืน: Chapter 1 - Chapter 10

23 Chapters

บทที่ 1

“ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป” คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน” แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “ตกลงค่ะ” คุณนายเซี่ยชะงักไปอย่างชัดเจน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ก็ยังพอมีสำนึกตัวอยู่บ้าง” คำว่า “สำนึกตัว” นี้ เธอเน้นเสียงอย่างหนัก ราวกับจะตอกย้ำความแตกต่างราวฟ้ากับดินของสถานะระหว่างเธอกับเซี่ยเหวินโจว ถงเจาก้มตาเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นมือมารับเช็คใบนั้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไปพอกลับมาถึงวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดแล้วที่นี่กว้างใหญ่เกินไป กว้างจนเธอมักจะหลงทางอยู่บ่อยครั้งสิ่งเดียวที่คุ้นเคย มีเพียงรูปถ่ายใบนั้นบนโต๊ะชา ในรูป เซี่ยเหวินโจวโอบเอวเธอไว้ ก้มมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับละลายหิมะกลางฤดูหนาวได้เธอเอื้อมมือไปลูบภาพนั้นเบา ๆ จู่ ๆ ก็หวนคิดถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อนปีนั้น เธอเก็บเซี่ยเหวินโจวได้ที่ปากซอย ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือด แววตาเลื่อนลอย“คุณเป็นใคร?” เธอถามเขา“ผม…
Read more

บทที่ 2

ถงเจากลับบ้านเพียงลำพังพอกลับไป เธอก็เปิดตู้ยาในห้องนั่งเล่น ทำแผล ฆ่าเชื้อ ทายา และพันแผลให้ตัวเองบาดแผลแผ่ความเจ็บแสบละเอียด ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังกัดกินตอนหันตัวจะขึ้นชั้นบน เธอเผลอเหลือบไปเห็นแกรนด์เปียโนตรงมุมห้องนั่งเล่นนั่นคือสิ่งที่เซี่ยเหวินโจวซื้อหลังจากความจำกลับมา บอกว่าจะสอนเธอเล่นเปียโนแต่เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ฝุ่นบนฝาเปียโนกลับหนาจนเห็นได้ชัดเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขา ที่ถูกฝุ่นจับไปนานแล้วดวงตาเธอเริ่มแดง เธอเร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เอกสาร บัตรเครดิต………เธอจัดเรียงทีละอย่างอย่างช้า ๆ เหมือนกำลังบอกลาตัวเองในอดีตเก็บไปได้ครึ่งทาง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกกะทันหันเซี่ยเหวินโจวยืนอยู่ที่หน้าประตู เสื้อสูทพาดแขน เนกไทคลายหลวมเขามองกระเป๋าเดินทางที่ถูกเปิดทิ้งไว้ แล้วขมวดคิ้ว “เธอกำลังทำอะไร”“เก็บของ” ถงเจาตอบเรียบ ๆ ก้มหน้าพับเสื้อผ้าต่อโดยไม่หยุดเซี่ยเหวินโจวขมวดคิ้วเดินเข้ามา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาคือกลิ่นเดียวกับที่หลินหว่านถังใช้ในวันนี้เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงจนเธอเจ็บจนขมวดคิ้ว“แค่เพราะวันนี้ฉันไปกินข้าวกับหว่า
Read more

บทที่ 3

เธอยืนนิ่งงัน มองพนักงานยื่นกำไลให้หลินหว่านถังอย่างนอบน้อม ขณะที่อีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมือไปรับ ปลายนิ้วเพิ่งแตะขอบกล่อง จู่ ๆ ก็ร้อง “อุ๊ย”“เพล้ง!”กำไลหยกลื่นหลุดจากกล่อง ตกกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง แตกออกเป็นสองท่อนในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจของถงเจาแทบหยุดลง เสียงในหูเหลือเพียงเสียงแตกแหลมคมสมองเธอว่างเปล่า แทบจะเป็นสัญชาตญาณที่พุ่งเข้าไป ผลักหลินหว่านถังออก แล้วก้มลงเก็บเศษชิ้นส่วนบนพื้นด้วยมือที่สั่นเทาสีหน้าของเซี่ยเหวินโจวเย็นลงทันที เขาประคองหลินหว่านถังที่เซถลาไว้ ก่อนจะหันมามองถงเจาอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มเย็นเฉียบ “ถงเจา เธอทำอะไร”ถงเจาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ เสียงสั่น “ฉันทำอะไร? นี่คือของที่ระลึกจากคุณย่าของฉัน ! ตอนนั้นคุณไม่ใช่เหรอที่บอกว่า ถ้าเจอมันอีก จะต้องซื้อกลับมาให้ฉันแน่นอน”“แต่ตอนนี้คุณลืมไปหมดแล้ว ใช่ไหม”เซี่ยเหวินโจวชะงักไปชั่วขณะ เหมือนจะนึกอะไรออก แต่ไม่นาน สายตาก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง“เรื่องนานขนาดนั้น ฉันจะจำได้ยังไง” น้ำเสียงเขาเรียบเย็น แฝงความไม่พอใจ “อีกอย่าง หว่านถังก็ไม่ได้ตั้งใจ เธอจะไปผลักคนอื่นได้ยังไง!”ดวงตาของหลินหว่านถังแดงขึ
Read more

บทที่ 4

เธอไม่อยากให้เขาจับพิรุธก่อนจะจากไป แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ถงเจานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้าจากนั้นก็พยุงข้อเท้าที่เจ็บ เพื่อลุกไปเลือกเสื้อผ้าหน้าตู้ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองก็มาถึงจุดหมายคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ตอนถงเจาเดินตามเซี่ยเหวินโจวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นก็คือหลินหว่านถังที่นั่งอยู่บนโซฟาเธอสวมชุดชาแนลอย่างสง่างาม กำลังคุยกับคุณนายเซี่ยอย่างสนิทสนม ด้านข้างมีคุณพ่อเซี่ยนั่งยิ้มพยักหน้า เป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นกลมเกลียว“เหวินโจวมาแล้ว!” คุณนายเซี่ยรีบลุกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น แต่กลับมองข้ามถงเจาไปโดยสิ้นเชิง ตรงเข้าไปจับแขนลูกชาย “หว่านถังรอเธอมานานแล้วนะ”เซี่ยเหวินโจวชะงักเล็กน้อย พลางเผลอหันกลับไปมองถงเจาเขาคิดว่าจะได้เห็นแววตาน้อยใจ หรืออย่างน้อยก็สีหน้าที่พยายามกลั้นความเสียใจไว้แต่ถงเจาเพียงยืนอย่างสงบอยู่ข้าง ๆ ราวกับทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเธอเลย“คุณถงก็มาด้วยเหรอคะ?” หลินหว่านถังแสร้งทำเป็นแปลกใจ ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “นั่งสิคะ ไม่ต้องเกรงใจ”คุณนายเซี่ยเพิ่งเหลือบตามองถงเจา น้ำเสียงเย็นชา “มาแล้วก็สำรวมหน่อย อย่าทำให้ตระ
Read more

บทที่ 5

ถงเจาก้มตาลง เอ่ยโกหกออกไป “คุณป้ามาเยี่ยมฉัน ฉันก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้ท่านกลับไปก่อนค่ะ”คุณนายเซี่ยเห็นดังนั้น ก็รีบแสร้งถามไถ่อาการ 2-3 ประโยค ก่อนจะอ้างว่ามีธุระแล้วจากไปในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคน“เรื่องก่อนหน้านี้…” เซี่ยเหวินโจวเดินมาข้างเตียง น้ำเสียงแข็งเล็กน้อย “อุบัติเหตุมันกะทันหันเกินไป ฉันตั้งตัวไม่ทัน”ถงเจาพยักหน้าเบา ๆ “อืม ฉันรู้ ไม่เป็นไร”เซี่ยเหวินโจวชะงัก “เธอไม่โกรธเหรอ”“ไม่โกรธ”เซี่ยเหวินโจวจ้องตาเธอ พยายามหาความน้อยใจหรือความโกรธแม้เพียงนิดเดียว แต่ดวงตาของเธอกลับนิ่งสงบเหมือนผืนน้ำจู่ ๆ เขาก็หงุดหงิดขึ้นมา ยื่นมือจะลูบหน้าเธอ “อย่าอาละวาด ฉัน...”“ฉันไม่ได้โกรธจริง ๆ” ถงเจาเบี่ยงหน้าหลบ น้ำเสียงเบาแต่หนักแน่น “ฉันอยากพักผ่อน หลินหว่านถังก็เจ็บเหมือนกัน คุณไปอยู่เป็นเพื่อนเธอเถอะ”พูดจบ เธอก็หลับตา พลิกตัวหันหลังให้เธอรู้สึกว่าเซี่ยเหวินโจวยืนมองเธออยู่นาน สุดท้ายถึงค่อยปิดประตูออกไปหลายวันถัดมา เซี่ยเหวินโจวมาที่โรงพยาบาลทุกวันเขานั่งข้างเตียงจัดการเอกสาร บางครั้งก็ถามเธอว่า “เจ็บไหม” และเธอก็มักจะส่ายหน้าแต่ทุกครั้งที่เธอห
Read more

บทที่ 6

ในตอนนั้นเอง เจ้าภาพงานก็ประกาศเกมเล็ก ๆ ขึ้นมาคู่รักขึ้นเวทีบรรเลงเปียโนร่วมกัน ผู้แสดงที่ดีที่สุดจะได้รับชุดเครื่องประดับล้ำค่าเป็นรางวัล“ชุดนั้นสวยจัง!” หลินหว่านถังตาเป็นประกาย ดึงแขนเสื้อเซี่ยเหวินโจวแล้วอ้อน “เหวินโจว อีกไม่นานก็วันเกิดฉันแล้ว คุณกับคุณถงช่วยคว้าชัยชนะให้ฉันได้ไหม?”บรรดาคุณหนูรอบข้างหัวเราะทันที “หว่านถัง เธอกำลังทำให้คนอื่นลำบากนะ คุณถงยังพูดเยอรมันไม่ได้เลย จะไปเล่นเปียโนแบบสังคมชั้นสูงได้ยังไง?”“ไม่งั้นเธอกับคุณชายเซี่ยขึ้นไปเล่นด้วยกันสิ” มีคนเสนอหลินหว่านถังหันไปมองเซี่ยเหวินโจว “ได้ไหม?”เซี่ยเหวินโจวพยักหน้าเบา ๆ “ได้”หลินหว่านถังเหลือบมองถงเจาอย่างได้ใจ “งั้นฉันขอยืมเหวินโจวก่อนนะ”ทั้งสองเดินขึ้นเวที ทันทีที่เสียงเปียโนดังขึ้น ทั้งห้องก็เงียบกริบปลายนิ้วของหลินหว่านถังเคลื่อนไหวบนคีย์อย่างคล่องแคล่ว เซี่ยเหวินโจวประสานได้อย่างลงตัว ราวกับพวกเขาต่างหากที่เป็นคู่รักที่เข้ากันที่สุดแขกในงานต่างชื่นชมไม่หยุด ขณะที่ถงเจาด้านล่างเวทีกลับถูกเพื่อนของหลินหว่านถังล้อมเอาไว้“ถงเจา เห็นไหม นี่แหละคู่ที่เหมาะสมกันจริง ๆ อย่างเธอพูดเยอรมันก็ไม่ได้
Read more

บทที่ 7

ถงเจากัดริมฝีปากแน่น จนกระทั่งได้กลิ่นเลือดคาวในปากงั้นแค่เพราะไม่อยากให้หลินหว่านถังต้องอับอาย เธอก็ต้องกลืนความเจ็บพวกนี้ลงไปงั้นเหรอ“ฉันจะต้องแจ้งความ”เซี่ยเหวินโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบสมุดเช็คออกมา “ถ้าเธอยืนยันจะเอาเรื่อง งั้นฉันจะชดใช้แทนพวกเขาเอง”เสียงปลายปากกาขีดลงบนกระดาษเช็คดังแผ่ว ๆ ในห้องผู้ป่วย ทุกครั้งเหมือนกำลังเฉือนหัวใจของถงเจาอย่างช้า ๆตอนที่เขาเขียนตัวเลขแรก เธอกัดปากแน่น เลือดค่อย ๆ แผ่ในปากเขาเห็นว่าเธอไม่รับ จึงคิดว่าไม่พอ แล้วฉีกแผ่นนั้นทิ้ง เขียนใหม่อีกครั้งครั้งแล้วครั้งเล่าจำนวนเงินบนเช็คเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจนเมื่อกระดาษเช็คที่เขียนว่า “ห้าร้อยล้าน” ถูกยื่นมาตรงหน้า เธอก็พลันนึกถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อนตอนนั้นพวกเขาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ แค่สิบตารางเมตร เขากลับมาตอนตีสามตัวเปียกไปทั้งตัว แต่ยังยิ้มแล้วกอดเธอไว้แน่น“เจาเจา ฉันจะต้องหาเงินให้ได้ห้าร้อยล้านบาท ให้เธอไม่ต้องลำบากอีกต่อไป”คำสัญญานั้นเป็นจริงแล้ว แต่กลับกลายเป็นในรูปแบบนี้เขาเขียนห้าร้อยล้านได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เธอ “ยอมปล่อย” คนที่เคยเหยียบเธอลงกับพื้น“ห้าร้อยล้านบาท พ
Read more

บทที่ 8

ในเวลาเดียวกัน อีกฝั่งหนึ่งบนเวที เสียงดนตรีและการแสดงผสานกันอย่างลงตัว แต่ในใจของเซี่ยเหวินโจวกลับรู้สึกกระวนกระวายอยู่ลึก ๆความร้อนรนที่ไม่รู้สาเหตุทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาละครเวทีจบลง เขาดูแบบไร้อารมณ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบนเวทีพูดอะไรไปบ้าง ในหัวมีแต่เสียงหนึ่งเร่งเร้าให้เขารีบกลับไป พอจบการแสดง เขาก็ลุกขึ้นทันทีด้วยสัญชาตญาณการกระทำที่กะทันหันทำให้หลินหว่านถังที่นั่งข้าง ๆ ชะงักไป พอเห็นเขาเดินออกไป เธอก็รีบตามไป“เหวินโจว เหวินโจว! เกิดอะไรขึ้น ไม่ชอบดูเหรอ?”ได้ยินเสียงเธอดังจากด้านหลัง เซี่ยเหวินโจวชะลอฝีเท้า หันกลับมามองเธอ ก่อนจะส่ายหน้า“เปล่า แค่นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เดี๋ยวฉันให้คนมาส่งเธอกลับ”พูดจบ เขาก็ไม่สนใจเสียงเรียกของหลินหว่านถังอีก หันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลหลินหว่านถังเองก็ไม่รู้ว่าทำอะไรให้เขาไม่พอใจถึงทำให้เขาออกไปแบบนี้ นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ก็แค่เบะปากเล็กน้อยถึงจะโกรธก็ไม่เป็นไรอยู่ดี ยังไงเรื่องแต่งงานก็ถูกกำหนดไว้แล้ว แถมยังมีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีทางเกิดปัญหาอะไรเซี่ยเหวินโจวเองก็ไม่
Read more

บทที่ 9

เสียงของคุณนายเซี่ยดังต่อเนื่องไม่หยุด แต่เซี่ยเหวินโจวกลับเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย จมอยู่ในโลกของตัวเองโดยสิ้นเชิง“เหวินโจว แม่พูดกับลูกอยู่นะ ได้ยินไหม?”เห็นลูกชายเหม่อลอย คุณนายเซี่ยยกมือโบกตรงหน้าเขา แต่เขาก็ยังไม่ตอบสนอง เอาแต่พึมพำชื่อหนึ่งซ้ำไปมา“เจาเจา… เจาเจา…”เมื่อสองคำนี้เข้าหูคุณนายเซี่ย ทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนเด็กผู้หญิงยากจนไร้พื้นเพ อาศัยตอนที่เซี่ยเหวินโจวความจำเสื่อมเกาะตระกูลเซี่ยขึ้นมา ถึงได้ก้าวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูง แต่ความบ้านนอกติดตัว ต่อให้ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ปิดไม่มิดยังไงเธอกับเซี่ยเหวินโจวก็ไม่ใช่คนโลกเดียวกัน โชคดีที่ยังพอรู้ตัว ไม่ได้ตามตื๊อไม่ปล่อยคิดถึงตรงนี้ คุณนายเซี่ยมองห้องนั่งเล่นที่ถูกรื้อค้นจนเละ แล้วคำนวณเวลาในใจ เหมือนนึกอะไรออก จึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พอมองไปที่เซี่ยเหวินโจว สายตาก็มีความพอใจเพิ่มขึ้น“เธอไปแล้วสินะ ยังพอรู้กาลเทศะ ไปก็ดีแล้ว กลับไปแม่จะได้คุยเรื่องฤกษ์แต่งงานกับตระกูลหลินสักที”แต่ไม่รู้ว่าคำไหนไปกระทบเส้นประสาท เซี่ยเหวินโจวหน้าซีดลงทันที “ไม่… เป็นไปไม่ได้! เธอจะจากผมไปได้ยังไง! ท
Read more

บทที่ 10

ประตูหน้าต่างถูกปิดสนิท กั้นแสงทุกอย่างไว้ด้านนอก เบื้องหน้าเป็นความมืดมิด มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วตัวเองโทรศัพท์ถูกโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ เสียงเรียกเข้าที่แหลมบาดหูทำลายความเงียบ แต่เขากลับไม่มีอารมณ์จะรับสาย แม้แต่จะเหลือบมองก็ยังไม่คิดแต่ปลายสายเหมือนจะตั้งใจแข่งกับเขา เขาไม่รับ ก็โทรมาไม่หยุดยื้อกันอยู่นาน ในที่สุดเซี่ยเหวินโจวก็เป็นฝ่ายยอมแพ้เขาขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นชื่อ “หลินหว่านถัง” ปรากฏอยู่ ความหงุดหงิดก็ผุดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุเขากดตัดสายโดยแทบไม่ลังเล แล้วบล็อกหมายเลขนั้นทันทีในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เขาถอนหายใจเบา ๆแต่ไม่นาน หมายเลขแปลกหน้าก็โทรเข้ามาอีกเซี่ยเหวินโจวแทบไม่ต้องเดา ก็รู้ว่าเป็นหลินหว่านถังเขาตัดสาย บล็อกอีกครั้งอย่างรวดเร็วในคราวเดียวเขานอนอยู่บนเตียงนุ่ม จ้องเพดานอย่างเหม่อลอย ใบหน้าที่กำลังยิ้มของถงเจาฉายซ้ำในหัวไม่หยุดก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เลยว่า ในใจตัวเอง เธอได้ยึดพื้นที่ไปมากขนาดนั้นแล้วแต่เขาอยู่ในสภาพนั้นได้ไม่นาน เพราะหลินหว่านถังมาหาเขาถึงที่“เซี่ยเหวินโจว นี่คุณหมายความว่ายังไง?!”เธอผลักประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ แววตาเต็
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status