مشاركة

8

last update تاريخ النشر: 2026-03-07 08:15:02

8

ย้ายเรือนชั่วคราว

กลิ่นหอมของสุราดอกเหมยกำจายทั่วอากาศทันทีที่ไหถูกเปิดออก ทุกสายตาในงานเลี้ยงฉลองนี้ต่างจับจ้องไปที่สุราสีอำพันภายในไหอย่างตื่นเต้น

"ช่างหอมเหลือเกิน!"

เหล่าทหารที่ร่วมโต๊ะพากันสูดดมกลิ่นหอมรัญจวนของสุรา แต่คนเอาเข้ามาอย่างจื่อเหยานั้นยกมือขึ้นห้ามทุกคนด้วยท่าทีหนักแน่นและเทใส่ชามของคนที่นั่งนิ่งที่สุดแทน

"มิได้! สุรานี้ข้านำมาให้พี่ใหญ่เท่านั้น!"

หลี่หยวนเลิกคิ้วก่อนจะปรายตามองน้องสาวอย่างสงสัย เขาจำกลิ่นสุรานี้ได้ เขาเคยได้ลิ้มรสมันตอนร่วมสังสรรค์กับใต้เท้าเหมยที่โรงสุรา

"เจ้าไปเอามาจากที่ใด?"

จื่อเหยายิ้มกริ่ม เมื่อครู่ก่อนนำเข้ามาฟางหลินกำชับไว้ว่าอย่าบอกที่มาของสุรานี้นางย่อมทำตามเจ้าของบอก แทนที่จะตอบพี่ชายหน้าโหดแต่นางกลับใช้เรื่องนี้มาชักชวนพี่ชายให้ดื่มแทน

"เป็นสุราหายากมาก กว่าข้าจะได้มาเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ลองชิมเถิด หากมิใช่เพราะงานนี้จัดขึ้นเพื่อท่านข้าเก็บสุราไหนี้ไว้ดื่มเองแล้ว"

หลี่หยวนเหลือบตามองน้องสาว รู้สึกได้ว่านางต้องมีเล่ห์กลอยู่บ้าง แต่กลิ่นหอมละมุนของสุราดอกเหมยกลับดึงดูดเขาอย่างน่าประหลาด

"ข้าไม่ดื่มของที่ไม่รู้ที่มา" เขากล่าวเสียงเรียบ

"เสียดายจริง สุราไหนี้เปิดแล้วหากไม่กินให้หมดคงเสียรสชาติแล้ว..." จื่อเหยาทำสีหน้าหม่นลงพลางถอนหายใจแรง

ฮูหยินใหญ่ที่นั่งเงียบมาตลอดก็ช่วยเสริมขึ้น "หากเจ้างานไม่ต้องการดื่มมิสู้นำไปให้--"

หลี่หยวนจ้องสุราในจอก ก่อนจะรับมันขึ้นจิบก่อนที่สุรากลิ่นหอมนี้จะไปอยู่ที่มือใคร

กลิ่นหอมหวานลึกซึ้งกระจายไปทั่วปากทันที รสสัมผัสของสุราดอกเหมยเข้มข้นและกลมกล่อมจนยากจะห้ามใจไม่ให้ดื่มต่อในจอกถัดๆไป

เขาดื่มหมดชามสองที่จื่อเหยารินให้ในรวดเดียว

"สุราดี"

เขาเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะรับชามถัดมาอย่างไม่คิดผลักไสอีกต่อไป

เมื่อเห็นว่าแผนการเริ่มได้ผล ใบหน้านิ่งขรึมตอนนี้มีเคล้าคนมึนเมาบ้างแล้ว สังเกตได้ชัดเจนจากใบหูของหลี่หยวนเริ่มเปลี่ยนสี และยามใครเอ่ยทักหรือถามใดใดเขาก็เริ่มตอบช้าลง

นี่เริ่มเป็นเวลาของสองแม่ลูกที่เริ่มช่วยกันตั้งคำถามเกี่ยวกับรสนิยมสตรีของหลี่หยวนแล้ว

"อยู่ที่ชายแดนเจ้าชอบสตรีที่ไหนบ้างหรือไม่?"

"ไม่มี"

"แล้วสตรีในเมืองหลวงเล่า พี่ใหญ่ชอบสตรีที่เอาใจเก่งหรือทำงานเก่งมากกว่ากันเจ้าคะ?"

"ไม่สนใจ"

จื่อเหยาถึงกับทำหน้าเบ้พลางมองมารดาอย่างท้อใจ แม้พี่ชายจะดื่มสุราไปหลายจอกแล้ว แต่ก็ยังไม่หลุดปากเผยความลับออกมาเสียที

ณ อีกด้านหนึ่ง

ฟางหลินซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ นางมองหลี่หยวนที่ยังคงดื่มสุราของตนเองโดยไม่แสดงอาการมึนเมาออกมาอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่สุราไหนั้นถือเป็นไหที่นางบ่มมานานและเข้มข้นพิเศษแล้ว เขายังเพียงแค่เริ่มกรึ่มเท่านั้น

นี่ช่างเป็นการหมิ่นเกียรติคนบ่มสุราไหนั้นยิ่งนัก! เสียชื่อฟางหลินคนนี้หมด

ฟางหลินนิ่งคิดหนักก่อนกัดริมฝีปากอย่างตัดใจ นางกวักมือเรียกบ่าวคนสนิทเข้ามากระซิบสั่งการ

"ไปนำสุราดอกเหมยไหสุดท้ายที่ข้าฝังไว้ใต้ต้นเหมยมา ข้าจะให้ท่านแม่ทัพลิ้มรสสุราที่แรงที่สุดของข้า!"

บ่าวบุรุษที่ได้รับคำสั่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะรีบไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

"ไฟไหม้! ไฟไหม้ที่เรือนท้ายจวน!"

ฟางหลินที่ยืนมองสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างเรือนรับรองชะงัก ดวงตาเบิกกว้างหันมองท้องฟ้าฝั่งที่เห็นควันโพยพุ่งทันที

เรือนท้ายจวน? นั่นมิใช่เรือนของนางหรือ?!

เปลวไฟโหมลุกขึ้นจากด้านท้ายของจวนหลี่ ควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี เสียงฝีเท้าของบ่าววิ่งตื่นตระหนกไปทั่วบริเวณ

ทุกคนในเรือนรับรองที่กำลังดื่มกินเฮฮาต่างหยุดชะงัก หันไปมองเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงแทบจะพร้อมเพรียงกัน

องครักษ์ผู้หนึ่งวิ่งรี่เข้ามาค้อมตัวรายงาน

"ท่านแม่ทัพ! ไฟไหม้ที่เรือนท้ายจวนขอรับ! พวกบ่าวยังไม่ทราบว่าเกิดจากสิ่งใด แต่ไฟลุกเร็วมาก!"

หลี่หยวนลุกขึ้นยืนนานแล้วดวงตาคมกริบสะท้อนแสงเปลวไฟ เขาเดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ไฟไหม้ครานี้ทำให้ทุกคนที่กำลังดื่มกินอยู่สร่างเมากันหมดสิ้นทันใด

ฟางหลินนั้นวิ่งไปยังเรือนของตนก่อนใคร นางต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไปถึงก็เห็นบ่าวต่างพร้อมใจช่วยกันดับไฟ ทุกคนพากันถือถังน้ำเพื่อดับเปลวไฟสีแดงฉานตรงหน้าใช้เวลาไม่นานไฟที่ลุกลามเพียงหน้าเรือนของฟางหลินก็มอดลง นางรีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังเรือนของตน แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเสียหายเกินเยียวยา แต่นางก็ยังต้องไปดูด้วยตาตนเอง!

ควันไฟยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ฟางหลินยังคงหอบเบา ๆ จากการรีบวิ่งมา สีหน้าของนางแฝงไปด้วยความตกใจและห่วงใยเรือนของตนโดยไม่ทันได้สังเกตสายตาของผู้ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย

"ไฟไหม้ที่เรือนของเจ้าได้อย่างไรกัน อนุหลิว?"

เสียงของมารดาที่ดังขึ้นทำให้หลี่หยวนละสายตาไปมองต้นเสียง และหันมองเขามองสตรีแปลกหน้าที่กลับออกมาจากการวิ่งสำรวจรอบเรือนอันเป็นแหล่งกำเนิดไฟเรียบร้อย

เขาเคยคิดว่า อนุของเขาอย่างหลิวฟางหลิน ผู้นี้เป็นเพียงเด็กสาวผอมซูบที่เขาถูกจับแต่งด้วยเพราะคำสั่งของมารดาเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นนางเป็นเพียงเด็กอายุสิบขวบ และเขาก็มิได้ใส่ใจจะพบหน้านางหลังจากนั้นอีกเลย

แต่บัดนี้…

แต่บัดนี้…

เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตเป็นสตรีที่งดงามสะดุดตา นางมิใช่เพียงมีผิวขาวเนียนละเอียดเช่นเครื่องหยก แต่ยังมีรูปโฉมอ่อนหวานและท่วงท่าที่สง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ

ร่างอ้อนแอ้นของนางแม้จะมิได้อ่อนแอ แต่ก็ดูเย้ายวนอย่างไม่รู้ตัว คิ้วเรียวโค้งสวย ริมฝีปากระเรื่อสีชมพูอ่อน ดวงตาคมเรียวที่เปล่งประกายและเต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียว

เขาเผลอจ้องมองโดยไม่รู้ตัว

“ข้า…”

ฟางหลินสำรวจในเรือนแล้วนางไม่เห็นต้นตอเกิดไฟเลย ที่น่าสงสัยคือไฟเหมือนลามมาจากบริเวณต้นเหมยใกล้ ๆ ที่ตรงนั้นมีบ่าวคุ้นตากำลังคุกเข่าหน้าซีดเผือด ท่าทางสำนึกผิดสุดขีดตัวสั่นเทาไม่กล้าสบตาใคร

"บอกข้ามา เกิดอะไรขึ้น" ฟางหลินเอ่ยเสียงเย็น

บ่าวผู้นั้นตัวสั่นไม่หยุดก่อนจะก้มหน้าพูดเสียงสั่นเครือ "ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ! ข้าน้อยเป็นคนทำไฟไหม้เอง!"

ฟางหลินขมวดคิ้ว "เป็นเจ้า?"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   48

    ผลของการกระทำในบ้านร้างนั้น...หมิงจูเดินสำรวจไปตามความมืด นางรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่พยายามจะเงียบย่างเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเดินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่หันไปมอง“เจ้าจะออกมาจากที่ซ่อนหรือให้ข้าไปลากออกมาเอง?”เสียงฝีเท้าชะงักลง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมมืดที่มาของเสียงฝีเท้านั้น“เจ้านี่ฉลาดเกินไปจริงๆ น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้าจะใช้ไม่ทันการณ์”บุรุษในชุดดำหลายคนเดินออกมาพร้อมท่อนไม้ในมือหมิงจูยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ “เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลแผนตื้นๆ เช่นนี้หรือ?”สีหน้าตระหนกเกิดขึ้นบนหน้ายับย่นของบุรุษชุดดำชั่วครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่า“เป็นสตรีอย่าได้ปากเก่งนักเลย แม้เจ้าจะสู้ไม้ในมือพวกข้าได้แต่จะสามารถสู้ธูปปลุกกำหนัดได้หรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกัน! หึหึ”อา ใช่แล้ว กลิ่นแรกที่หมิงจูเข้ามานั้นคือกลิ่นหอมอ่อนจนพาลให้นึกถึงคราที่นางถูกพิษกำหนัดของฮ่าวเทียนขึ้นมา เพียงแต่คนละกลิ่นเท่านั้น!ดูท่าแล้วชาวเมืองหลวงยุคนี้เขาจะนิยมจัดการศัตรูด้วยการใช้พิษกำหนัดเสียจนน่ารำคาญสิ้นดีสินะที่เบื้องนอกบ้านร้าง... จวิ้นอี้ยืนรออย

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   49

    ยามเย็นที่จวนของหมิงจูถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าของนางจอดนิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนอย่างเรียบง่าย เมื่อหมิงจูก้าวลงจากรถม้าสายตาของนางก็เผลอจับจ้องไปที่จวนข้างเคียง รถม้าคันหรูประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลเฉินจอดอยู่เช่นกันเฉินอวี่ในชุดหรูหราทรงภูมิกำลังลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหมิงจูที่กลับมาจวนเร็วกว่าปกติ"เจ้ากลับมาเร็วนัก เหตุใดจึงไม่ไปที่ร้านหรือ?"เฉินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย พลางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วงหมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่เฉินอวี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยายจนพาลให้จังหวะหัวใจหยุดไปโดยพลัน"ข้าพบเรื่องยุ่งยากมาเล็กน้อย..." นางเอ่ยพลางเม้มปากเล็กน้อย "และ...โดนพิษกำหนัดเข้าอีกครั้ง"คำพูดของหมิงจูทำให้เฉินอวี่ตัวแข็งค้าง ความเป็นห่วงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเขาในทันที"เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าได้รับพิษอีกแล้ว? ใครกันกล้าทำเช่นนี้กับเจ้า!"หมิงจูแค่นยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาของเฉินอวี่ที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าการแก้พิษ ครา

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   50 บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายยามเช้าที่แสงตะวันสาดผ่านม่านเมฆอย่างอ่อนโยน ลานพิธีที่จวนตระกูลเฉินถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผ้าสีแดงสด ประดับด้วยโคมไฟและดอกไม้หอมที่อบอวลในอากาศ เสียงขับร้องและดนตรีจีนดั้งเดิมขับขานด้วยความไพเราะเจ้าบ่าวเฉินอวี่ในชุดแต่งงานสีแดงหรูหราประดับลวดลายประดับดิ้นทอง เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ข้างกายของเขาคือ หมิงจูในชุดเจ้าสาวสีแดงลายดอกโบตั๋นทองอันอ่อนช้อย สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาร่างกายขยับเคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในยามที่ทั้งสองคุกเข่าเบื้องหน้าฟ้าดิน“คารวะฟ้าดิน!”ผู้ทำพิธีเอ่ยเสียงดัง ขณะทั้งสองคนก้มลงคารวะฟ้าดินเป็นครั้งแรก เสียงผู้ร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม“คารวะบิดามารดา!” หมิงจูและเฉินอวี่หันไปยัง ฮูหยินเฉินและเจ้าตระกูลเฉิน ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสำคัญ ฮูหยินเฉินนั้นมีน้ำตาคลอเบ้ากลับยิ้มอย่างปลื้มปีติ เจ้าตระกูลเฉินก็เอ่ยอย่างอารมณ์ดีไม่ต่างกัน“หมิงจู เจ้าได้บุตรชายข้าไปแล้ว ขอฝากให้เจ้าช่วยปรามเขาให้หน่อย”ฮูหยินเฉินกล่าวแทรกด้วยเสียงขำ “ใช่แล้ว หมิงจู เจ้าต้องเป็นสะใภ้ที่เด็ดขาดในแบบของเจ้าเองนั่นแหละ แล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านห

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   47

    ช่วงกลางวันวันหนึ่ง ณ ห้องโถงทานอาหารในจวนเฉินฮูหยินเฉินนั่งหัวโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางยิ้มแย้มตั้งแต่ต้นมื้ออาหาร ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ส่งไปยังว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างหมิงจู หมิงจูเองก็นั่งตัวตรงอย่างสำรวม แม้นางจะคีบอาหารของตัวเองแต่กลับถูกแย่งชิงคีบให้อยู่เรื่อยไป“หมิงจู ทานนี่สิ ไก่ตุ๋นยาแม่ครัวใหญ่ทำพิเศษวันนี้เพื่อเจ้าทีเดียว” ฮูหยินเฉินคีบเนื้อไก่นุ่มละมุนใส่ชามของหมิงจูจนแทบล้น “แล้วนี่ก็เป็ดรมควันที่ข้าสั่งมาจากห้องครัวหลังจวน เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงเลือดลม”หมิงจูยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวขอบคุณ นางไม่ได้มีโอกาสคีบอาหารใส่ถ้วยด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไร ฮูหยินเฉินก็ยื่นตะเกียบมาอีกครั้งพร้อมซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมกรุ่น“กินเยอะๆ เถอะอย่ามัวแต่ทำงาน” ฮูหยินเฉินกล่าวอย่างอาทร “เจ้าเป็นสตรีที่ซูบผอมเกินไป ถ้าหากแต่งเข้าจวนเราแล้วข้าอยากให้เจ้าเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี”เฉินอวี่ที่นั่งข้างๆ หมิงจูหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของหมิงจูด้วยความชอบใจ “ท่านแม่เอ็นดูนางจนลืมบุตรชายคนนี้ไปแล้วกระมัง”ฮูหยินเฉินหันขวับไปหาเฉินอวี่ ตบโต๊ะเบาๆ อย่างหยอก

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   46 แผนการของจวิ้นอี้

    “อาจู... เจ้าไม่เห็นบอกบิดาเลยเล่าว่าเจ้าสนิทกับคุณชายเฉินถึงเพียงนี้ ไว้จัดเวลาได้ก็พาคุณชายเฉินไปนั่งคุยที่จวนเราบ้างเถอะ...”การเปลี่ยนท่าทีของเจ้าตระกูลไป๋ชั่งน่าไม่อายเกินกว่าใครจะรับไหวเสียจริง หมิงจูหรี่ตามองตอบกลับอย่างเย็นชา นางไม่ได้ตอบรับคำชมของเจ้าตระกูลไป๋ นางเมินคำพูดของเขาแสดงออกถึงความห่างเหินชัดเจน“ข้าเกรงว่าท่านเจ้าตระกูลไป๋อาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อย ข้าหาใช้คนตระกูลไป๋อีกต่อไปแล้ว และในอนาคตก็คงจะไม่ใช่อีกแน่นอน”หมิงจูวางตัวชัดเจนเพื่อตัดโอกาสการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากนางและคนที่เกี่ยวข้องกับนางแบบเด็ดขาด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ยังทางฮูหยินเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเมื่อครู่“ฮูหยินเฉินโปรดเรียกข้าว่าหมิงจูเถอะเจ้าค่ะ การเรียกข้าด้วยแซ่ไป๋นั้น คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก...”คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าตระกูลไป๋ที่อยากคืนดีด้วยถึงกับหน้าซีดเผือด จวิ้นอี้กำมือแน่นไม่ต่างจากผู้เป็นมารดาฮูหยินเฉินนั้นมองเรื่องราวนี้แล้วกลับหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นางลอบยิ้มมองไปทางบุตรชายด้วยสายตาที่ต่างจากตอนแรก เป็นสายตาชื่นชมและยินดีที่ส่งไปหาเฉินอวี่เพราะเขาทำสิ่งที่นางถูกใจยิ่งนั่นเอง

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   45

    หลุมพราง“อาอวี่ เจ้าจะไม่แนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหรือ?”เฉินอวี่ยิ้มบางส่งไป รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่เคยเป็น เขาหันมามองคนข้างหลังแวบหนึ่งบรรยากาศรอบศาลากลางสวนเต็มไปด้วยอบอุ่นบางอย่างจากท่าทีของเฉินอวี่ยามพูดถึงเรื่องนี้ แต่ในความชื่นฉ่ำนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในหัวใจของคนตระกูลไป๋ที่เพิ่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมิงจูเมื่อตอนสายไป...“ท่านแม่ หลังจากนี้ข้าจะกลับมาจวนอย่างที่ท่านต้องการแล้ว และก็พาสตรีที่ข้าตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาแนะนำให้ท่านรู้จักด้วยขอรับ”ฮูหยินเฉินชะงัก นางเบิกตากว้างหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกวาดตามองบุตรชายอย่างจับผิดทันที เพราะบุตรชายที่ขอออกไปร่ำเรียนและใช้ชีวิตอิสระมานานหลายปีอยู่ดีดีกลับมาโดยไม่บอกกล่าวพร้อมกับบอกว่ามีสตรีในดวงใจมาแนะนำ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้นางคิดดีได้อย่างไรหากบุตรชายนางไม่ไปหลงเสน่ห์มารยาสตรีเข้าแล้ว“เจ้าไปถูกตาต้องใจสตรีที่ไหนกัน? มีที่มาจากตระกูลใดคู่ควรที่จะมาดูแลจวนเฉินของเราหรือไม่! หรือถูกเสน่ห์มารยาสตรีขายเรือนร่างหลอกเอาหรือไม่?!”เฉินอวี่เพียงยิ้มบางอย่างเข

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status